<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลเลือกตั้งทัน9พ.ค. กกต.แจงยิบกฎเหล็กหาเสียง/พท.ข่มแจกบัตรคนรวย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เลขาฯ กกต.แจงยิบระเบียบ-ประกาศ กกต. 9 ฉบับ เตือนผู้สมัครระวังกดไลค์-แชร์ข้อความใส่ร้ายเสี่ยงใบแดง พิมพ์หรือติดป้ายเกินเจอโทษคุก 6เดือน ช่วยซองงานบุญสุ่มเสี่ยงถูกตีความซื้อเสียง ระบุหากเลือกตั้ง 24 มี.ค. ประกาศผล 45 วันก่อน 9 พ.ค. &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ย้ำเลือกตั้งมีแน่ก่อน 9 พ.ค. ยื้อไม่ได้ ไม่อย่างนั้นต้องแก้ รธน. ขอให้บ้านเมืองสงบระหว่างมีพระราชพิธี &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ให้รอประกาศ พ.ร.ฎ.เร็วๆ นี้ &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ย้อนหากอยากรู้คนอยากเลือกตั้งมีจำนวนเท่าไหร่ ต้องรีบจัดเลือกตั้ง &amp;quot;นิพิฏฐ์&amp;quot; ปูดปลัด จว.ซื้อเสียง 500 &amp;quot;หน่อย&amp;quot; ฟุ้งแจกบัตรคนรวยแทนบัตรคนจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 16 มกราคม พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. กล่าวชี้แจงกรณีราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ส. และประกาศ กกต. จำนวน 9 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการเลือกตั้งว่า ระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)ให้มีการเลือกตั้งมีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ การออกระเบียบดังกล่าว กกต.คำนึงถึงเรื่องการที่กฎหมายกำหนดให้การหาเสียงของผู้สมัครและพรรคการเมืองต้องเป็นไปอย่างเท่าเทียมกัน อีกทั้งกฎหมายยังกำหนดให้รัฐสนับสนุนการหาเสียงให้พรรคการเมือง จึงทำให้ กกต.กำหนดค่าใช้จ่ายแบบแบ่งเขตไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และแบบบัญชีรายชื่อไม่เกิน 35 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ในเรื่องโซเชียลมีเดียกำหนดให้ผู้สมัครหาเสียงได้ทั้งในเฟซบุ๊ก ไลน์ และแอปพลิเคชันต่างๆ โดยคิดเป็นค่าใช้จ่ายซึ่งผู้สมัครต้องแจ้งต่อ กกต.ก่อนการหาเสียง เพื่อป้องกันการแอบอ้าง อวตาร หรือการสวมรอยสวมชื่อเฟซบุ๊กแล้วนำไปใช้หาเสียงโจมตีผู้อื่น ซึ่งหาก กกต.ตรวจสอบพบ จะได้แจงไปยังผู้สมัครให้ลบทิ้ง ถ้าไม่ยอมลบ กกต.จะดำเนินการเอง กรณีหาตัวไม่ได้ก็ลบออกจากโซเชียลมีเดียเช่นกัน เพราะกรณีเช่นนี้ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งทำให้เสียหาย ซึ่งประธาน กกต.ให้ความสำคัญจะลงมาดูแลเอง สำนักงาน กกต.จะตั้งวอร์รูมตรวจสอบ และทำความตกลงกับเจ้าของเว็บไซต์ เว็บเพจ เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูบ เมื่อพบมีการโพสต์ข้อความไม่ถูกต้อง ใส่ร้ายป้ายสี จะประสานให้ผู้โพสต์ลบทิ้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากไม่ลบจะประสานให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดำเนินการ กรณีเป็นการโพสต์มาจากต่างประเทศ จะประสานตัวแทนในประเทศไทยให้ลบ หากเป็นเว็บใต้ดินหาที่มาไม่ได้ก็จะลบเลย แต่จะเตือนไปยังผู้สมัครให้ระวังการกดแชร์ กดไลค์ กองเชียร์ กองแช่งมีเยอะ เพราะถ้าเป็นการกดแชร์หรือไลค์ข้อความใส่ร้าย นอกจะผิดอาญาข้อหาหมิ่นประมาทแล้ว ยังจะมีความ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และผิดกฎหมายเลือกตั้ง มีโทษใบแดง&amp;rdquo; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงนายทักษิณ ชินวัตร จะจัดรายการ &amp;ldquo;กู๊ดมันเดย์&amp;rdquo; ซึ่งอาจมีเนื้อหาช่วยหาเสียงให้กับบางพรรค สามารถทำได้หรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ หลีกเลี่ยงที่จะตอบโดยอ้างว่า ถ้าเป็นเรื่องของการกระทำว่าอย่างนี้แล้วผิดหรือไม่ มันขึ้นอยู่กับการตีความ จะให้มาตอบในขณะนี้คงไม่ได้ ยกเว้นเป็นคดีขึ้นมาเราก็จะไปตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า การติดป้ายประกาศหาเสียงเลือกตั้ง ผู้สมัครสามารถจัดทำป้ายขนาดเอ 3 &amp;nbsp;ไม่เกิน 10 เท่าของหน่วยเลือกตั้ง หรือประมาณ 2,700แผ่น ต่อเขตเลือกตั้ง ส่วนป้ายขนาด 130X245 ซม. &amp;nbsp;ติดได้ไม่เกิน 2 เท่าของหน่วยเลือกตั้ง หรือ 540 แผ่นต่อเขตเลือกตั้ง ซึ่งป้ายทั้ง 2 แบบดังกล่าวจะติดได้ในสถานที่ที่ ผอ.กกต.เขตกำหนดเท่านั้น ส่วนแผ่นป้ายหาเสียง ขนาด 400X750 ซม. ติดได้ที่หน้าที่ทำการพรรคหรือสาขาพรรค เขตเลือกตั้งละ 1 ป้าย และขอให้พึงระวัง อย่าพิมพ์หรือติดป้ายเกิน เพราะมีโทษอาญา ซึ่งอาจถูกคู่แข่งไปแจ้งความ เนื่องจากมีโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนป้ายติดรถหาเสียงและเวทีหาเสียงจะถูกควบคุมด้วยค่าใช้จ่าย สำหรับเนื้อหาและรูปภาพในป้ายหาเสียง เช่น คำขวัญ นโยบาย รูปของผู้สมัคร กรรมการบริหารพรรค และผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นนายกฯ หัวหน้าและสมาชิกพรรคเท่านั้น ส่วนการหาเสียงทางวิทยุ และโทรทัศน์ ผู้สมัครจะดำเนินการเองไม่ได้ โดย กกต.จะจัดสรรเวลาออกอากาศให้ พรรคละไม่เกิน 10 นาที นอกจากนี้กฎหมายยังเพิ่มเติมการดีเบตนโยบายหรือประชันนโยบายของพรรคการเมือง โดยจัดเป็นกลุ่มพรรคการเมือง 3 กลุ่ม กลุ่มแรก เป็นพรรคที่ส่งผู้สมัครตั้งแต่ 300-350 เขต, กลุ่มที่ 2 ส่งผู้สมัครตั้งแต่ 200-299 เขต และกลุ่มที่ 3 ส่งผู้สมัครตั้งแต่ 199 เขตลงมา &amp;nbsp;ซึ่งในส่วนของสถาบันการศึกษาหรือองค์กรวิชาชีพต่างๆ ก็สามารถจัดดีเบตได้ แต่ต้องยึดหลักความเท่าเทียมกันดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีบางพรรคการเมืองมีเครือข่ายเป็นเจ้าของสื่อโทรทัศน์ จะให้น้ำหนักในการนำเสนอข่าวให้กับบางพรรค พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า หากมีการร้องเข้ามา กกต.ต้องไปตรวจสอบ สำหรับเจ้าของสื่อกฎหมายเขียนห้ามไว้แล้วการนำเสนอข่าวต้องเท่าเทียมกันทุกพรรคการเมือง ทำข่าวได้ หาเสียงไม่ได้ ห้ามผู้สมัครพรรคการเมืองใช้ผู้ประกอบอาชีพ เจ้าของกิจการวิทยุโทรทัศน์ สื่อมวลชน สื่อโฆษณา เอื้อประโยชน์ในการหาเสียงให้กับตน เว้นแต่ถ้าบุคคลนั้นเป็นผู้สมัครสามารถใช้ความรู้ความสามารถทางศิลปะของตนเองในการหาเสียงได้ แต่ต้องไม่ใช้อุปกรณ์ในการแสดง&amp;nbsp;
เลือก 24 มี.ค.ประกาศผล 45 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีการช่วยซองงานบุญ งานบวช หรืองานศพ แม้จะเป็นงานตามประเพณีนิยมหรือเป็นจารีตประเพณีปกติ ก็ไม่สามารถทำได้ แม้แต่การวางพวงหรีดก็ทำไม่ได้ เพราะเป็นทรัพย์สินที่ตีเป็นมูลค่าได้ อาจเข้าลักษณะหาเสียง และเป็นพฤติการณ์ที่สุ่มเสี่ยง ส่วนการขอใช้สถานที่ราชการในการหาเสียงของพรรคการเมือง สามารถทำได้ แต่เจ้าของสถานที่ต้องคำนึงถึงเรื่องความเท่าเทียมกัน และยังต้องวางตัวเป็นกลาง และมีจิตสำนึกว่าตัวเองเป็นข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ใช่ไปเดินช่วยแจกใบปลิวหรือขึ้นเวทีหาเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จะเชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น มาเตรียมความพร้อมในเรื่องการจัดการเลือกตั้ง เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่า กอ.รมน.ได้ประสานมายัง กกต.หรือไม่ แต่ กกต.ไม่มีอำนาจจะเข้าไปดูตรงนี้ และโดยปกติ กกต.ก็มีหน้าที่จัดอบรมให้ความรู้กับหน่วยงานต่างๆ อยู่แล้ว แต่ลักษณะดังกล่าวจะเป็น กอ.รมน. กกต.ก็มีการให้ความรู้กับหลายหน่วยงานอยู่แล้ว ส่วนจะเป็นการใช้อำนาจหน้าที่จูงใจให้เลือกพรรคใดพรรคหนึ่งหรือไม่ ก็ต้องติดตามดูกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวถึงการยกร่างคำร้อง 4 รัฐมนตรีถือครองหุ้นสัมปทานรัฐขัดรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งยกร่างคำร้อง อย่างช้าไม่น่าเกินสัปดาห์หน้าจะเสนอให้ประธาน กกต.พิจารณาได้ ส่วนกรณีการตรวจสอบโต๊ะจีนระดมทุนของพรรคพลังประชารัฐนั้น ขณะนี้ยังไม่ครบกำหนดระยะเวลา 30 วันที่ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในวันที่ 19 ม.ค.นี้ พรรคจึงยังไม่ได้ส่งรายงานมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ กกต.ยังรอการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีเมื่อไร ซึ่งรัฐบาลยังไม่ได้ประสานมา มีเพียงการประสานถึงงานพระราชพิธีว่าจะมีในวันใดบ้าง ในส่วนของ กกต. ได้พูดคุยกันว่าจะจัดการเลือกตั้งและประกาศผลภายใน 150 วัน นับแต่ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.ใช้บังคับ ภายใน 9 พ.ค. ส่วนถ้ามีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. ระยะเวลาการประกาศผลก่อนวันที่ 9 พ.ค. หรือรวมแล้ว 45 วัน ก็น่าเชื่อว่า กกต.สามารถทำได้ แม้ว่าระยะเวลาดังกล่าวค่อนข้างจะบีบและกฎหมายยังกำหนดให้ กกต.ต้องรับฟังความเห็นของผู้ตรวจการเลือกตั้ง ว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตหรือไม่ด้วย&amp;quot; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณากำหนดวันเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่คุรุสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานในพิธีงานวันครูปี 2562 ว่าในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ต้องไม่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย เพราะตนไม่อยากเห็นบ้านเมืองเดือดร้อน สับสนอลหม่านอีกครั้ง เพราะปัญหาต่างๆควรได้รับการยุติในวันนี้ ซึ่งเราควรสงบเรียบร้อยได้ด้วยตัวเอง ด้วยคนไทยและระบอบประชาธิปไตยที่เป็นปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราคงต้องอยู่ด้วยกันต่อไปอีกสักพัก ขออย่าเพิ่งเบื่อ เพราะผมมีความจริงจังในการแก้ไขปัญหาระบบการศึกษา วันนี้รัฐบาลต้องดูแลคนหลายกลุ่ม รัฐบาลมีรายได้ 3 ล้านล้านต่อปี แต่ทุกกระทรวงของบประมาณมา 7-9 ล้านล้านต่อปี เวลาทำงบประมาณก็ปวดหัวไปหมด ซึ่งผมก็บีบให้ตรงตัวให้ได้ เพราะทุกกระทรวงอยากได้มาก แผนงานต่างๆ ที่เสนอจะต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจน ว่าจะทำได้หรือไม่ หากทำไม่ได้ก็ยึดคืนทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหาเรื่องความโปร่งใส จะได้ไม่มีครหา ไม่ได้จะไปไล่บี้อะไรใคร ซึ่งบางอย่างต้องฟังหูไว้หู เพราะถ้าไม่ฟังเลยก็โง่ แต่ถ้าฟังทุกอย่างก็จะบ้า&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้บ้านเมืองกำลังเดินหน้าไปสู่การเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ ถึงอย่างไรก็จะมีการเลือกตั้งแน่นอน ไม่สามารถที่จะดึงอะไรต่อไปได้ การเลือกตั้งจะขยับไปมา ก็แล้วแต่เหตุผล ซึ่งจะยังอยู่ภายในวันที่ 9 พฤษภาคม เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้ว ไม่อย่างนั้นก็ต้องแก้รัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งทำไม่ได้ เพียงแต่จะขยับไปมาอยู่ภายในกรอบ ถึงอย่างไรก็เลือกตั้งก่อน 9 พฤษภาคม และช่วงนี้จะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ขอให้ทุกคนช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ ซึ่งวันนี้ก็มีการเคลื่อนไหวเดินขบวนกันไปกันมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมอยากให้ช่วงเวลาสำคัญนี้นิ่งสงบ เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้ว ก็จะมีการประกาศผล ตรวจสอบคุณสมบัติ ตั้งรัฐบาล เลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งยังมีอีกหลายขั้นตอน โดยช่วงหลังเลือกตั้งเป็นเวลาที่มีความนิ่ง เพราะไม่มีการหาเสียงแล้ว การเลือกตั้งไม่ควรจะพันกับช่วงเวลาสำคัญ เหตุผลผมมีแค่นั้น เพื่อมุ่งหวังที่จะได้การเมืองที่มีเสถียรภาพ มีประเทศไทยที่เจริญก้าวหน้า&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
รอประกาศ พรฎ.เร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมือง หลัง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ออกมาปรามกลุ่มคนอยากเลือกตั้งไม่ให้ชุมนุมล้ำเส้นกระทบงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า คงไม่ต้องปราม เพราะกลุ่มคนอยากเลือกตั้งก็รู้อยู่แล้ว รวมถึงเจ้าหน้าที่ว่าต้องช่วยกันอยู่ในกรอบของกฎหมาย แม้จะมีความเห็นต่าง ก็รู้กันอยู่แล้วว่าถึงอย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้งภายใน 150 วัน เพราะ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง ส.ส.ก็ต้องออกมาอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การชุมนุมลากยาวออกไปจะส่งผลกระทบต่อการเชิญแขกคนสำคัญมาร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เชื่อว่าการชุมนุมจะไม่ลากยาว เพราะลากไม่ได้ และไม่มีการลากแน่นอน ซึ่งหากจะมีการชุมนุมก็จะต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่เป็นรายวัน เรามีกฎหมายอยู่ ไม่ต้องห่วง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม ก็มีกลุ่มคนที่อยากให้มีการเลือกตั้งหลังงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ก็มีคนคิดแตกต่างกัน มีทั้งสองฝ่าย เพราะถึงอย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้งภายใน 150 วัน เป็นไปไม่ได้ที่จะนานกว่านั้น เมื่อมีการประกาศ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งลงราชกิจจาเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องกำหนดวันเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ จากนั้น กกต.ก็จะไปดูว่ามีการทับซ้อนอะไรหรือไม่ ต้องให้เวลา กกต.ทำงานด้วย ซึ่งเราก็รออยู่ โดยเฉพาะ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง ที่จะประกาศในเร็วๆ นี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการลงพื้นที่ภาคเหนือมีเสียงสนับสนุนรัฐบาลอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ดี ไม่เห็นมีอะไร รวมถึงยังมีเสียงสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อด้วย โดยวัดจากประชาชน ให้การตอบรับเป็นอย่างดี ส่วนจะสามารถเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียงได้หรือไม่นั้น ไม่ทราบ ส่วนการลงพื้นที่ทั้งฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ของภาคเหนือยังไม่มีรายงานอะไรเป็นพิเศษ เพราะตอนนี้เราไม่มีเสื้อสีอะไรทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตรระบุว่าคนที่ต้องการเลือกตั้งมีอยู่แค่นิดเดียว จากคนไทย 70 ล้านคนว่า ตนและทีมงานพรรคอนาคตใหม่เพิ่งกลับมาจากกิจกรรมคาราวานแนะนำพรรค อนค.และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคในเขตภาคอีสานตอนบน ไล่มาตั้งแต่ จ.หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร และอำนาจเจริญ โดยทุกที่ที่เราไป พบว่ามีประชาชนเข้ามาพูดคุย เล่าให้ฟังถึงปัญหา โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ สินค้าราคาเกษตรตกต่ำ และสอบถามเรื่องวันเลือกตั้งกันเยอะมาก อย่างนี้เรียกว่าเป็นคนที่อยากเลือกตั้งได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คิดว่า พล.อ.ประวิตรอาจจะไม่ค่อยได้เดินทางไปต่างจังหวัด หรือไม่ค่อยได้มีโอกาสพูดคุยกับประชาชนด้วยตัวเองเท่าไหร่นัก เพราะถ้าได้ไปย่อมต้องเจอคำถามว่าเมื่อไหร่จะมีการเลือกตั้ง ก่อนหน้านี้ ประชาชนคาดหวังไว้ว่า วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น แต่แล้วจู่ๆ ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจน ไม่รู้ว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ เป็นธรรมดาที่ประชาชนจะแสดงออกและทวงถามถึงเรื่องนี้ และนี่คือประชาชนคนธรรมดาที่อยากเลือกตั้ง ไม่ใช่กลุ่มคนที่ พล.อ.ประวิตรมองว่าตั้งใจมากป่วน ถ้าอยากจะวัดว่าคนอยากเลือกตั้ง จากคน 70 ล้านคน ตัวชี้วัดที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่สุด ไม่ใช่การใช้ความรู้สึกแบบที่ พล.อ.ประวิตรใช้อยู่ในตอนนี้ ก็ต้องจัดการเลือกตั้ง แล้วจะเห็นว่าคนอยากเลือกตั้งมีจำนวนมากขนาดไหน&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า การชุมนุมเคลื่อนไหวหรือแสดงออกทางการเมืองของประชาชนเป็นเรื่องที่ทำได้ ไม่มีคำสั่งใดๆ บอกว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า ปฏิกิริยาจากฝ่ายผู้มีอำนาจหรือฝ่ายความมั่นคง ตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวนี้เกินกว่าความจำเป็น แสดงอารมณ์ความรู้สึกหรือวาทกรรมเกินพอดี ภาษาฝรั่งเขาบอกว่า Over react หรือไม่ ดังนั้นฝ่ายผู้เคลื่อนไหวก็ต้องรอบคอบ รัดกุม แล้วก็ใช้ความอดทนอดกลั้น เป้าหมายปลายทางไม่ทราบว่าคืออะไร จึงห่วงว่าจะมีใครต้องการให้เกิดความวุ่นวาย ก่อนการประกาศวันเลือกตั้ง
จี้นายกฯ ทำสัญญาประชาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ฝ่ายความมั่นคงห่วงการชุมนุมกระทบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ประชาชนมีความเข้าใจ และตระหนักรู้ว่าพระราชพิธีมหามงคลเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนจะต้องให้ความร่วมมือ ให้ดำเนินการไปด้วยความสง่างาม สมพระเกียรติ แต่คือสอบถามวันเลือกตั้งที่ชัดเจนเท่านั้น ไม่มีปรากฏการณ์หรือสัญญาณใดๆ ที่จะไปเกี่ยวข้องกับการจัดงานพระราชพิธีดังกล่าว เขาเพียงบอกว่าอย่าให้วันเลือกตั้งไกลเกินไปจนไปสุ่มเสี่ยงกับการตีความว่ากรอบเวลา 150 วัน เพราะจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ถือว่าเป็นการถอย ไม่ใช่การรุก ไม่ใช่เป็นการกดดันจนผู้มีอำนาจกระดิกตัวไม่ได้ เป็นการแสดงความยืดหยุ่น และขอเพียงความชัดเจนเท่านั้นเอง ดังนั้นความเคลื่อนไหวของประชาชนกับการจัดงานพระราชพิธีสำคัญไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กลุ่มคนอยากเลือกตั้งรับได้ใช่หรือไม่ หากการเลือกตั้งไม่เกิดในวันที่ 24 ก.พ.นี้ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนพูดตามข่าวที่ปรากฏในแถลงการณ์ของการชุมนุมครั้งล่าสุด ซึ่งระบุว่าการเลือกตั้งไม่ควรจะเกิดขึ้นหลังวันที่ 10 มีนาคม เมื่อผู้ชุมนุมแถลงมาเช่นนี้ ก็ตีความได้ว่าเข้าใจแล้วว่า 24 กุมภาพันธ์ อาจเป็นไปไม่ได้แล้ว ในวันนี้ก็ตีความตามเนื้อผ้าแถวนั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะยืนยันว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในกรอบเวลา 150 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด พร้อมโยนให้ กกต. พิจารณาวันที่เหมาะสม ซึ่งคิดว่ายังไม่ชัดเจนและน่าจะมีหลักประกันที่มากกว่านี้ เพราะที่ผ่านมามีการเลื่อนเลือกตั้งมาแล้วถึง 4 ครั้ง จนมีการกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นโมฆบุรุษไปแล้ว การสร้างหลักประกันที่ชัดเจนว่าจะไม่มีการเลื่อนเลือกตั้งอีก นั่นคือการทำสัญญาประชาคมระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับนักการเมืองและประชาชนในภาคส่วนต่างๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากขอความเป็นธรรมให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา และกลุ่มคนและประชาชนที่ออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.62 เพราะทุกวันนี้ประชาชนทุกภาคส่วน ต้องการที่จะใช้สิทธิขั้นพื้นฐานเลือกผู้นำที่จะมาบริหารประเทศด้วยตัวเอง ไม่ได้เป็นม็อบอาชีพ และไม่เป็นการล้ำเส้น ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รวมถึง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ &amp;nbsp;กล่าวหา&amp;quot; นางลดาวัลลิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโกศล ปัทมะ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 15 ม.ค. นายไซมอน ลีเวอร์ ที่ปรึกษาฝ่ายการเมือง สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ได้พูดคุยกับตนที่โรงแรมฟอร์จูน ราชพฤกษ์ จ.นครราชสีมา เพื่อสอบถามสถานการณ์การเมืองก่อนจะมีการเลือกตั้ง เขาอยากเห็นการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม สะท้อนเจตจำนงของประชาชนให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง และได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ดังนั้นเพื่อให้ได้รัฐบาลที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ จึงขอเรียกร้องไปยัง กกต.ให้จัดการเลือกตั้งที่เป็นธรรม เจ้าหน้าที่รัฐต้องวางตัวเป็นกลาง หยุดพฤติกรรมที่ช่วยเหลือพรรคการเมืองที่สนับสนุนรัฐบาลไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามเหมือนที่ผ่านมา เพราะแบบนั้นการเลือกตั้งจะไม่ได้รับการยอมรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รองโฆษกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า ความไม่แน่นอนเรื่องวันเลือกตั้งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ การค้า และความเชื่อมั่นด้านการลงทุนของประเทศ เห็นได้จากภายหลังวันที่ 2 ม.ค.62 ที่รัฐบาลไม่ประกาศพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ทำให้นักลงทุนในตลาดหุ้นเทขายหุ้น เพราะเชื่อว่าการเลือกตั้งยังมีความไม่แน่นอน ต่างชาติปฏิเสธที่จะลงทุนในประเทศไทย ในขณะที่การจับจ่ายใช้สอยของภาคประชาชนที่มีสัญญาณว่าจะดีในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่ภายหลังที่มีข่าวว่าเลื่อนวันเลือกตั้ง ทำให้ประชาชนชะลอการจับจ่ายใช้สอย จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลรีบให้ความชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้ง จะทำให้ประเทศกลับเข้าสู่สภาวะปกติมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยเพื่อฟื้นคืนเศรษฐกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เชื่อว่า ผบ.ทบ.เจตนาดี เป็นห่วงบ้านเมือง ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง ความรุนแรง หรือความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นมาอีก ท่านเป็นคนรักชาติ รักบ้านเมือง รักประชาชน ประกอบกับกำลังจะมีพระราชพิธีที่สำคัญของประเทศที่คนในชาติตั้งตารอ ดังนั้นพรรคการเมืองหรือกลุ่มคนอยากเลือกตั้งน่าจะเข้าใจ ไม่ใช่ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมเพื่อกดดัน คสช. ทั้งนี้ การเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน ซึ่งได้มีการชี้แจงไปแล้วว่าต้องหากเลื่อนนิดหน่อยเพราะเหตุผลอะไร แต่ทำเหมือนพยายามไม่เข้าใจ ไม่รับฟัง และเลิกโจมตีว่าเลื่อนเลือกตั้งเพื่อช่วยพรรค พปชร.ได้แล้ว เพราะเราพร้อมสำหรับการเลือกตั้งทุกเวลา
แจกบัตรคนรวยแทนคนจน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเคลื่อนไหวของกลุ่มอยากเลือกตั้งมีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งสังคมทราบดี เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งอีก ไม่ว่าจะเป็นการเผาบ้านเผาเมือง เผาศาลากลางจังหวัด ชุมนุมปิดถนน ปิดสนามบิน คนไทยอยากเห็นบ้านเมืองสงบ ส่วนการเลือกตั้งก็ต่อสู้กันไปตามระบอบประชาธิปไตย ใครรวบรวมเสียงข้างมากได้ก็เป็นรัฐบาล ใครเสียงข้างน้อยก็เป็นฝ่ายค้าน ได้ยินว่านายยงยุทธ ติยะไพรัช แกนนำพรรคเพื่อชาติ จะเอานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กลับมา เล่นเอาคนตกใจกันทั้งประเทศ เพราะเขากลัวความขัดแย้ง คนส่วนใหญ่ของประเทศอยากเห็นบ้านเมืองสงบเหมือนทุกวันนี้&amp;quot; นายธนกรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความว่า ปลัดจังหวัดคนหนึ่ง เรียกกำนันคนหนึ่งไปบอกว่าให้ถ่ายบัตรประชาชนลูกบ้าน จะให้เงินลูกบ้านคนละ 500 บาท เป็นการซื้อเสียงในการเลือกตั้ง เห็นข่าวท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งให้ อปท.วางตัวเป็นกลาง ถ้าปลัดกระทรวงมหาดไทยสนใจอยากรู้ว่าปลัดจังหวัดคนไหนทำ โทร.หาผม ท่านมีเบอร์ผมอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค พท. พร้อมนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรค สมาชิกพรรค รวมถึงว่าที่ผู้สมัครของพรรค ร่วมปราศรัย โดยนายชัชชาติกล่าวว่า หากพรรคเพื่อไทยเข้ามาเราจะเร่งผลักดันเส้นพระราม 2 โดยยกระดับจากสะพานพระราม 9 ผ่านวงแหวน มาถึงยกระดับจากมหาชัย ไปวังมะนาว เพราะถนนพระราม 2 คือเส้นเลือดใหญ่ ถ้าเส้นเลือดไม่ดี สมุทรสาครก็ไปไม่ได้ หากเราได้เข้ามาเป็นรัฐบาล เราจะสามารถทำให้โครงการเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า มั่นใจว่าทีมผู้บริหารของเราจะทำให้พี่น้องลืมตาอ้าปาก และหาเงินเข้ากระเป๋าให้ตุงๆ ได้ มีคนถามว่า พท.จะทำให้พี่น้องกระเป๋าตุงได้จริงหรือ เราขอยืนยันว่า ถ้าเป็นเพื่อไทยทำได้แน่นอน ไม่เหมือนกับอีกคนที่ยิ่งทำพี่น้องประชาชนยิ่งจนลง แถมยังให้ประชาชนไปขึ้นทะเบียนคนจนอย่างภาคภูมิใจว่ามีคนจนเท่านั้นเท่านี้ และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ พท.ทำไม่เป็น พรรค พท.อยากแจกบัตรคนรวย ไม่ใช่แจกบัตรคนจน ไม่ว่าเลือกวันไหน เราก็พร้อมบอกเขาว่าเราจะกุมมือกันออกจากความทุกข์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ตั้งสโลแกนว่า อยู่กับเรากระเป๋าตุง อยู่กับลุงกระเป๋าแฟบ นั้น ว่า &amp;quot;ผมไม่รู้ ต้องไปถามเขาดูเอง ว่าคนไหนตุง คนไหนแฟบ ให้ไปถามคนพูด&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวทีเสวนาวิชาการหัวข้อ &amp;quot;มุมมองทางการเมือง ต่อความเหลื่อมล้ำทางสังคม&amp;quot; ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร ร่วมกับมติชน มีตัวแทนพรรคการเมืองเข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งส่วนใหญ่เสนอให้มีการกระจายอำนาจ กระจายรายได้ แก้ปัญหาการผูกขาด จัดระบบสวัสดิการ &amp;nbsp;สาธารณสุข &amp;nbsp;เพิ่มรายได้ เพิ่มแหล่งทุน พัฒนาการเกษตร การท่องเที่ยว และระบบขนส่งสาธารณะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26771</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ผลเลือกตั้ง, พิมพ์หรือติดป้ายเกิน, หนังสือพิมพ์, เลือกตั้ง, ไลค์-แชร์ข้อความใส่ร้ายเสี่ยงใบแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3f441a1f3b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
