<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พาแกนนำขึ้นศาล ส่ง‘เอกชัย-สมยศ’ คอตกเข้าเรือนจำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎหมายทำงาน แกนนำม็อบเรียงแถวขึ้นศาล แกนนำแดง-ม็อบคณะราษฎร 63 รอดคุกหวิว ศาลให้ประกันตัว แต่ &amp;quot;เอกชัย-สมยศ&amp;quot; คอตกเข้าเรือนจำ &amp;quot;ช่อ&amp;quot; โดนแล้ว แกนนำกลุ่มไทยภักดีแจ้งความจับฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไลฟ์สดยั่วยุปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ศาลแขวงปทุมวัน ถ.พระราม 4&amp;nbsp; พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน นำตัวผู้ชุมนุมคณะราษฎร 2563 ที่แยกปทุมวันเมื่อคืนวันที่ 16 ต.ค.2563 จำนวน 8 คน มาส่งศาลผัดฟ้องฝากขังเป็นเวลา 6 วัน ประกอบด้วย นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ &amp;quot;ฟอร์ด เส้นทางสีแดง&amp;quot; อายุ 52 ปี, นายณัฐนนท์ ดวงสูงเนิน อายุ 22 ปี, นายเอฐ์เรียฐ์ ฟอฟิ อายุ 29 ปี, นายอรรถพล วินทะไชยอายุ 22 ปี, นายคณิติน ติเยาว์ อายุ 24 ปี และนายอินทราช แสงอินทร์ อายุ 23 ปี ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่า &amp;ldquo;ชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือกระทำการอันเป็นการยั่วยุให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย อันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพรพสุธ ชูรอด อายุ 24 ปี และ น.ส.ชลธิชา คุ้มจันทร์อัด อายุ 22 ปี ถูกตั้งข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย และนำยานพาหนะซึ่งบรรทุกเครื่องขยายเสียงและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเคลื่อนที่เข้ามาใช้ในพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย น.ส.ละออง ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย นำหลักทรัพย์ที่ได้จากการตั้งกองทุนของพรรค และเงินรวบรวมจากกลุ่ม ส.ส. มามอบให้กับทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เพื่อใช้ประกอบการยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ที่ถูกจับกุมจากการชุมนุมที่แยกปทุมวันทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลแขวงปทุมวันอนุญาตให้ผัดฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 8 เป็นเวลา 6 วัน นับตั้งแต่วันที่ 17-22 ต.ค.นี้ โดยยกคำร้องขอในส่วนขอฝากขังผู้ต้องหา เนื่องจากเห็นว่าผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ผู้ต้องหาทั้ง 8 จึงได้รับการปล่อยตัวไปในชั้นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี นำตัวแกนนำคณะราษฎร 2563 ที่แยกปทุมวันเมื่อคืนวันที่ 16 ต.ค.2563 จำนวน 3 คน มาส่งศาลแขวงปทุมวัน ผัดฟ้องฝากขังเป็นเวลา 6 วัน ประกอบด้วย นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือฟอร์ด อายุ 23 ปี แกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก, นายสมบัติ ทองย้อย อายุ 52 ปี, นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง อายุ 28 ปี ซึ่งถูกตั้งข้อกล่าวหาว่า ฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดยชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลอนุญาตให้ผัดฟ้องและฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเป็นเวลา 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 17-22 ต.ค.นี้ จากนั้นทั้ง 3 รายได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 20,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกันคนละ 20,000 บาท และปล่อยตัวทันทีโดยไม่กำหนดเงื่อนไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 17 ต.ค.2563 พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ได้ควบคุมตัวนายเอกชัย หงส์กังวาน อายุ 45 ปี ภูมิลำเนา เขตบางกะปิ กทม. และนายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง อายุ 21 ปี ภูมิลำเนา อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ผู้ต้องหาทั้งสอง คดีร่วมกันพยายามกระทำการประทุษร้ายต่อเสรีภาพพระราชินี มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญาเป็นเวลา 12 วัน ซึ่งในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนยังระบุว่า ได้สอบสวนและควบคุมผู้ต้องหาจะครบ 48 ชั่วโมงแล้ว แต่ยังไม่เสร็จสิ้น จะต้องรอสอบปากคำอีก 10 ปาก รอผลตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา และเสนอสำนวนผู้บังคับบัญชาพิจารณาตามลำดับชั้น จึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างการสอบสวนเป็นระยะเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค.2563-28 ต.ค.2563 และหากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว พนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราวไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและก่อเหตุร้ายประการอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังศาลอนุญาตฝากขังนายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง ผู้ต้องหาแล้ว ต่อมามารดาของนายบุญเกื้อหนุนได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอประกันตัว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน เข้าพบพนักงานสอบสวนเองโดยไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ประกอบกับผู้ต้องหากำลังศึกษาเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐ จึงมีเหตุสมควรให้ปล่อยชั่วคราว โดยตีราคาประกัน 2 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามมิให้ผู้ต้องหาไปกระทำการใดในลักษณะเช่นนี้อีก มิฉะนั้นศาลจะพิจารณาเพิกถอนการประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของนายเอกชัย ก่อนหน้านี้ญาติของนายเอกชัยได้เตรียมพันธบัตรรัฐบาลมูลค่า 1 ล้านบาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวนายเอกชัย แต่ไม่ได้เตรียมหนังสือรับรองมาแสดงต่อศาล จนกระทั่งหมดเวลาทำการ 16.30 น. จึงไม่ได้ยื่นประกันตัวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะนำตัวนายเอกชัยไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในชั้นฝากขังนี้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม นำตัวนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อายุ 59 ปี แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่นฯ ตาม ป.อาญา มาตรา 116 มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 17-28 ต.ค.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เกรงว่าผู้ต้องหากระทำผิดซ้ำและหลบหนี ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลอนุญาตฝากขังนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่นฯ แล้ว พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคประชาชาติ ใช้ตำแหน่ง ส.ส. เป็นหลักทรัพย์ยื่นพร้อมคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายสมยศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา ประกอบคำคัดค้านของพนักงานสอบสวนแล้วเห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง กระทบต่อความมั่นคงและสังคมส่วนรวม ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการขอปล่อยชั่วคราว กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่า หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว อาจจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น หรือไปมีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันอีก จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะได้ควบคุมตัวนายสมยศไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในชั้นฝากขังนี้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายบุญเกื้อ ปุสสเทโว แกนนำกลุ่มไทยภักดี พร้อมทนายความ เข้าพบ ร.ต.อ.สุริศักดิ์ ช่วงทิพย์ รอง สว.สอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.พรรณิการ์ วาณิช ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มคณะราษฎรเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม บริเวณสี่แยกราชประสงค์ และวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา บริเวณแยกปทุมวัน พร้อมนำคลิปไลฟ์สดทั้ง 2 วัน มอบให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนิคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายบุญเกื้อกล่าวว่า กลุ่มไทยภักดีได้นำพยานหลักฐานมาดำเนินคดีกับช่อ พรรณิการ์ ในความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งพบพฤติกรรมมีความผิดชัดเจน โดยเฉพาะการไลฟ์สดในลักษณะยั่วยุเชิญชวนประชาชนให้ออกมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคณะราษฎร ซึ่งเป็นการกระทำที่นักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องโดยการยุยง ปลุกปั่นเพื่อให้เกิดความรุนแรงชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนักการเมืองคนอื่นๆ ของกลุ่มก้าวหน้าที่เข้าร่วมการชุมนุม ยังไม่ขอพูดถึงในรายละเอียด แต่เชื่อว่าเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการเคลื่อนไหวของคณะราษฎร มีความมุ่งหวังให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้รับแจ้งความและรวบรวมพยานหลักฐานไว้ หลังจากนี้จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80928</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะราษฎร 63, ประกันตัว, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แกนนำม็อบ, แกนนำแดง, ไลฟ์สดยั่วยุปลุกปั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201017/image_big_5f8a9f610e33a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
