<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พยานปากเอกดับ1 ‘จารุชาติ’ขี่จยย.เฉี่ยวชน/‘บิ๊กตู่’ให้รอผล3กก.คดีบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ขอให้ใจเย็นๆ รอผล 3 คณะกรรมการคดีบอส อึ้ง! จักรทิพย์รับนั่งเก้าอี้ ผบ.ตร. 5 ปี ไม่เคยเซ็นเห็นด้วยหรือเห็นแย้งอัยการในทุกคดี เพราะไม่เก่งเรื่องกฎหมาย 3 กมธ.ผนึกกำลังดีเดย์ 5 ส.ค. เรียกทุกฝ่ายให้ข้อมูล พร้อมไลฟ์สดไขข้อข้องใจสังคม ยิ่งกว่าละครน้ำเน่า &amp;ldquo;จารุชาติ มาดทอง&amp;rdquo; พยานพลิกคดีวรยุทธเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวชน! &amp;ldquo;สิระ&amp;rdquo; ผวาแนะบิ๊กแป๊ะคุ้มครอง &amp;ldquo;พล.อ.ท.จักรกฤช&amp;rdquo; ให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ยังคงมีความต่อเนื่องในคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ซึ่งอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีและสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เห็นแย้ง จนมีการเพิกถอนหมายจับไปแล้วนั้น โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ครั้งที่ 2/ 63 ว่า ขอให้ใจเย็นๆ นิดหนึ่ง รอผลการตรวจสอบของคณะกรรมการทั้ง 3 คณะ ซึ่งอัยการ สตช. และชุดที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน ซึ่งมีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายอยู่ด้วย ที่ต้องดูขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร รวมถึงย้อนกลับไปดูต้นทางอีกครั้ง มีปัญหาตรงไหนอย่างไร เพราะต้องแก้ทั้งระบบด้วย เพื่อให้เกิดความชอบธรรมให้มากที่สุด ได้รับการยอมรับเชื่อมั่น
&amp;ldquo;ผมได้ย้ำในที่ประชุมไปว่า ตำรวจเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม ฉะนั้นการทำคดีจัดทำสำนวนต่างๆ จะต้องรอบคอบ ระมัดระวัง ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้การกระทำความผิดต่างๆ ได้รับการละเว้น อะไรต่างๆ เหล่านี้ ที่มีหลายกลไกด้วยกัน ผมขอเรียนเพียงเท่านี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้วให้รอผลพิจารณา โดยมีการประชุมทุกวันเวลา 10.00 น. ซึ่งให้อิสระพิจารณาเต็มที่ ไม่กำชับ หรือสั่งการอะไร แต่ให้กรอบเวลาในการทำงานให้เร็ว เพียง 15 วัน เพราะเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ยังกล่าวถึงการไม่เห็นแย้งอัยการในคดีนี้ ว่าไม่เคยรับทราบ ไม่เคยผ่านตาเลย เพราะตั้งแต่เป็น ผบ.ตร.มา 5 ปี แบ่งงาน รอง ผบ.ตร.และผู้ช่วย ผบ.ตร.ชัดเจน มีผู้รับผิดชอบด้านกฎหมายคดี ดูเรื่องการทำความเห็นต่ออัยการ และเรื่องนี้ก็มีผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องส่งเรื่องผ่านมาให้ 5 ปีที่ผ่านมายอมรับไม่เคยสั่งคดีเลย ไม่เคยเซ็นเห็นแย้งเห็นพ้องคดีเลย และยอมรับไม่อายว่าแม้เป็น ผบ.ตร. แต่ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ไม่รู้ พ.ร.บ.ทุกมาตรา สู้นักกฎหมายจริงๆ ไม่ได้
&amp;ldquo;เรื่องการสั่งคดีนี้ผมไม่ขอให้ความเห็น ในส่วนของตำรวจคนที่พิจารณาคดีแบบนี้มีผู้เชี่ยวชาญ จบเนติบัณฑิต ซึ่งคนเหล่านี้มีความรู้ ใครก็แทรกแซงไม่ได้ ผมไปสั่งไปเถียงเรื่องข้อกฎหมายไม่ได้หรอก เรื่องนี้สังคมคิดเห็นอย่างไรผมห้ามความคิดไม่ได้ และเรื่องสั่งคดีผมไม่ขอคอมเมนต์&amp;rdquo; พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คดีนี้ผู้ต้องหาเป็นลูกชายของคุณเฉลิม อยู่วิทยา ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่กว้างขวาง เคยพยายามต่อสายตรงมาคุยหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ไม่เคย แต่ก็มีสื่อพยายามโยงว่าเกี่ยวข้อง ซึ่งไม่รู้จักหรือสนิทสนม ช่วงที่เป็นคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ก็จำไม่ได้ เรื่องนี้ไม่เคยผ่านตา อาจมีการพิจารณาตอนนี้ แต่อาจไม่ได้เข้า จำไม่ได้หรอกว่าตอนนั้นไปทำอะไรมา สื่อถามแฟร์ๆ ลองถามตัวเองดู 2 เดือนก่อนทำอะไรบ้าง จำได้ไหม
อัยการคุ้ยคดีใน 7 วันได้แน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะทำงานตรวจสอบการสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ กล่าวถึงความคืบหน้าการประชุมคณะทำงานฯ ว่าคณะทำงานประชุมกันเป็นวันที่สาม หลังจากเมื่อวันที่ 29 ก.ค. พิจารณาถึงเวลา 17.00 น. ไม่แล้วเสร็จ แต่คืบหน้าไปมาก จากการประเมินเชื่อว่าจะแล้วเสร็จภายใน 7 วันตามกรอบที่วางไว้แน่นอน ซึ่งจะครบประมาณวันที่ 4 ส.ค.นี้ แต่ถ้าเร่งรัดแล้วสามารถทำโดยละเอียด รอบคอบ รัดกุม แล้วเสร็จก่อนกำหนดจะชี้แจงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการเข้าพบคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 29 ก.ค. นายประยุทธกล่าวว่า ไปพบเพื่อขอเลื่อน เนื่องจากคณะทำงานยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ตอบข้อซักถามไม่ได้ ซึ่ง กมธ.ก็นัดใหม่ในวันที่ 5 ส.ค. ซึ่งอยู่ในกรอบ 7 วันที่จะทำงานแล้วเสร็จ ประเด็นคำถามอะไรบ้างที่ตั้งมาถ้าพิจารณาแล้วเสร็จเราพร้อมตอบทุกประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกระแสการยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนอัยการในคดีดังกล่าวใช้อำนาจหน้าที่โดยสุจริตหรือไม่ ว่าหากยื่นคำร้องเข้ามาก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการ โดย ป.ป.ช.พร้อมดำเนินการ และมั่นใจว่าจะใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากประชาชนให้ความสนใจ ส่วนที่ ป.ป.ช.เคยสอบเรื่องนี้ไปแล้ว และมีมติชี้มูลตำรวจที่เกี่ยวข้องว่ามีความผิดวินัยแต่ไม่ร้ายแรงนั้น เพราะเป็นเพียงการทำหน้าที่ของตำรวจในช่วงแรกเท่านั้น ไม่ใช่กรณีร้องขอความเป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่คณะ กมธ.หลายชุดมีการติดตามเรื่องดังกล่าวอาจทำให้การเรียกผู้มาชี้แจงและทำงานซ้ำซ้อนกันว่า ต้องดูปัญหาการทำหน้าที่ของแต่ละ กมธ.ว่าซ้ำซ้อนหรือไม่ หากซ้ำซ้อนในเรื่องเดียวกันหลาย กมธ. ก็เป็นเรื่องที่ประธานจะวินิจฉัยว่าจะให้ กมธ.ชุดใดเป็นผู้พิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งที่ผ่านมามีการดำเนินการในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ในกรณีนี้ยังไม่มีปัญหา
นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน แถลงว่า ในวันที่ 5 ส.ค. จะประชุมร่วม 3 กมธ. คือ กมธ.กฎหมายฯ, กมธ.ศาลฯ และ กมธ.ตำรวจ เพื่อพิจารณาคดีนายวรยุทธ โดยมีผู้ชี้แจงทั้งตำรวจและอัยการ รวมถึง ผบ.ตร. นายเนตร นาคสุข อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูง และ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผช.ผบ.ตร.ด้านกฎหมายและสอบสวน ซึ่งเป็นผู้ลงนามไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ รวมทั้งพยานใหม่ 2 ปาก นอกจากนี้ได้เชิญ กมธ.กฎหมายฯ สนช. และเจ้าหน้าที่ชวเลข ที่บันทึกการประชุม กมธ.มาชี้แจงด้วย ที่สำคัญ กมธ.ได้เชิญนายวรยุทธและทนายของนายวรยุทธด้วย หากนายวรยุทธ์และทนายไม่ยอมมาชี้แจงต่อ กมธ. 2 ครั้ง ก็จะออกคำสั่งเรียกตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก แต่ถ้าไม่มาอีก ก็จะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก จึงอยากให้นายวรยุทธเข้ามาชี้แจงกับ กมธ. เพราะเป็นผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ประชาชนจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
5 ส.ค.ไลฟ์สด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า กมธ.จะตรวจสอบให้ความกระจ่างกับคดีนี้ ไม่มีการช่วยเหลือกัน หากไม่กระจ่างก็จะตรวจสอบอีกรอบหนึ่ง ดังนั้นในวันที่ 5 ส.ค. ก็จะได้คำตอบว่าการลงนามสั่งไม่ฟ้องนั้นใช้ดุลยพินิจอะไร รวมทั้งเรื่องยาเสพติดที่ยังติดใจกันอยู่ และการวิ่งเต้นแทรกแซง โดยในการประชุมวันดังกล่าว กมธ.จะไลฟ์สดเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบเพื่อให้คลายข้อสงสัย&amp;rdquo; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระยังกล่าวถึงการรื้อคดีขึ้นมาใหม่ว่า ต้องดูว่าพยาน 2 ปากที่เพิ่งปรากฏใหม่นั้นให้การเท็จหรือไม่ หากให้การเท็จก็ถือว่าเป็นหลักฐานใหม่ที่ยื่นฟ้องศาลใหม่ได้ และหากการคำนวณความเร็วของรถจาก 177 กม./ชม. เหลือ 80 กม./ชม. เป็นเท็จ ก็ถือว่าเป็นพยานใหม่เช่นกัน เพราะเป็นข้อมูลเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในการประชุม กมธ.การตำรวจ ที่มีนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธาน กมธ. ได้เชิญ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมชาย พัชรอินโต ผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี มาให้ข้อมูลต่อ กมธ.กรณีไม่มีคำสั่งแย้งอัยการที่ไม่ฟ้องนายวรยุทธ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายนิโรธกล่าวภายหลังประชุมว่า กมธ.ได้สอบถามตำรวจในหลายกรณี ทั้งเรื่องกรณีไม่สามารถเอาผิดข้อหาเมาแล้วขับ เรื่องความเร็วรถยนต์ ซึ่งหลังได้รับข้อมูล กมธ.มองว่าคดีนี้ ไม่น่าจะถูกต้อง ไม่น่าจะชอบธรรม จึงได้ตั้งข้อสังเกตไปยังตำรวจให้ตรวจสอบรายละเอียดที่ขาดตกบกพร่องอยู่ โดยช่องโหว่พบคือ การตั้ง 5 ข้อหา ที่แต่ละข้อหาต่างกัน และเมื่อไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหามาฟ้องคดีได้ทัน เพราะหลบหนีไปต่างประเทศ ทำให้บางข้อหาหมดอายุความลงไป ถือเป็นช่องโหว่ทางกฎหมาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษก กมธ.การตำรวจ กล่าวถึงเรื่องสารเสพติด โคเคนที่พบในตัวผู้ต้องหาว่า พนักงานสอบสวนให้การว่าได้รับการยืนยันจากหมอฟันว่าสารที่ตรวจพบในร่างกายนายวรยุทธ์ เป็นยาที่ให้กับผู้ต้องหาในการรักษาฟันที่มีส่วนผสมของสารโคเคนอยู่ เป็นเหตุให้ไม่มีการสั่งฟ้องผู้ต้องหาของสารเสพติด ส่วนช่องทางในการรื้อฟื้นคดีใหม่นั้น ผู้ตายมีภรรยา แต่ได้หย่า ไม่มีบุตร มีเพียงญาติพี่น้องที่ดูน่าจะเกี่ยวข้อง 5 คน ซึ่งเราจะไปพบญาติ เพื่อไปสอบถามว่ายังติดใจในคดีหรือไม่ พร้อมทั้งจะบอกช่องทางรื้อฟื้นคดีได้ ถ้ามีหลักฐานใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมชาย แสวงการ ส.ว. ในฐานะประธาน กมธ.สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ต้องเร่งทำความจริงให้ปรากฏ ต้องตรวจพิสูจน์ความเร็วรถใหม่ เพราะความเร็วที่แท้จริงคือคำตอบในข้อสงสัยของปมพลิกคดี โดยเสนอให้คณะกรรมการชุดพิเศษที่นายกฯ ตั้งขึ้น ตั้งคณะทำงานที่มีตัวแทนภาคส่วนที่น่าเชื่อถือเป็นกลางตรวจสอบเรื่องนี้
พยานปากเอกดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สำนักข่าวอิศราได้เผยแพร่เนื้อหาข่าวถึงการตรวจสอบนายจารุชาติ มาดทอง ซึ่งเป็น 1 ใน 2 พยานในคดีนายวรยุทธ ว่าได้ติดต่อไปยังนายเกษม เชื้อเมืองพาน ผู้ใหญ่บ้านวังชมภู หมู่ 15 ต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย ว่าได้รับแจ้งจากคนในครอบครัวว่านายจารุชาติเสียชีวิตแล้วที่ จ.เชียงใหม่ ญาติๆ กำลังจะไปรับศพกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวในเรื่องนี้ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ ว่าเมื่อวันที่ 30 ก.ค. เวลาประมาณ 01.30 น. พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนบริเวณถนนห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ พนักงานสอบสวนจึงได้ประสานไปยังแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบนายจารุชาติ อายุ 40 ปี และคู่กรณี ได้รับบาดเจ็บ จึงได้ประสานคนเจ็บทั้ง 2 รายส่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ต่อมานายจารุชาติได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าว เบื้องต้นพบว่าเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งเกิดจากการขับขี่รถจักรยานยนต์แล้วเฉี่ยวชนกันของคู่กรณี โดยขณะนี้ในส่วนของนายจารุชาติอยู่ระหว่างชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป และคู่กรณีได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล จากนั้นพนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งไป
นายสิระกล่าวถึงกรณีนายจารุชาติ 1 ใน 2 พยานปากสำคัญที่ทำให้นายวรยุทธพ้นข้อกล่าวหาเสียชีวิตกะทันหันว่า ในฐานะประธาน กมธ. เพิ่งลงนามในหนังสือเชิญให้นายจารุชาติเข้าชี้แจงในวันที่ 5 ส.ค. ซึ่งล่าสุดทราบข่าวว่านายจารุชาติเสียชีวิตกะทันหันจากอุบัติเหตุ แต่ไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก กมธ.จึงเป็นห่วงพยานปากสำคัญอีก 1 คนที่เหลืออยู่ คือ พล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร จะเป็นอันตรายเช่นกัน จึงขอฝากไปถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ปกป้องคุ้มครองพยานรายนี้ให้ถึงที่สุด เพราะถือเป็นกุญแจคนสำคัญคนเดียวที่เหลือของคดี เพราะเป็นบุคคลที่โผล่ขึ้นมาเป็นพยานหลังจากคดีเกิดขึ้นหลายปีแล้ว และกำลังถูกสอบว่าเป็นพยานเท็จหรือไม่ เพื่อทำให้ตำรวจกับอัยการสามารถรื้อคดีได้
&amp;ldquo;ทางบ้านได้โทรศัพท์มาสอบถามผมด้วยความเป็นห่วง เพราะมาตรวจสอบคดีดังกล่าวที่มีความผิดปกติเยอะ หาก ผบ.ตร.จะส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลก็ยินดี&amp;rdquo; นายสิระระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ จันทเวช เลขาธิการสภาทนายความและโฆษกสภาทนายความ แถลงว่า ที่ประชุมสภาทนายความมีมติแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ในกรณีการสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา เพื่อรวบรวมและประเมินผล สนับสนุนการทำงานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายฯ ที่นายกฯ มีคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 255/2563 แต่งตั้งเมื่อวันที่ 29 ก.ค.2563 เพื่อรวบรวมและประเมินผล สนับสนุนการทำงานอย่างบูรณาการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72968</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอสกระทิงแดง, พยานเสียชีวิต, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, วรยุทธ อยู่วิทยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไลฟ์สดไขข้อข้องใจสังคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200730/image_big_5f22cbdb338a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
