<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 06:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 06:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯประกาศเตือนภัยพายุดีเปรสชัน&#039;ไลออนร็อก&#039;ฉบับที่19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 64 - นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนภัย พายุดีเปรสชัน&amp;quot;ไลออนร็อก&amp;quot; ฉบับที่ 19 โดยระบุว่า&amp;nbsp; เมื่อเวลา 04.00 น. พายุดีเปรสชัน&amp;ldquo;ไลออนร็อก&amp;rdquo; มีศูนย์กลางอยู่บริเวณแขวงหัวพัน ประเทศลาว หรือที่ละติจูด 20.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 104.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้เคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศกำลังแรงในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ภาคภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักบางแห่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อนึ่ง มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119367</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, พายุดีเปรสชัน, ไลออนร็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c36cbbcfb20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นพายุ 2 ลูกซ้ำเติมน้ำท่วม นายกสั่งกองทัพเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค. 2564 พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กห. ได้กำชับ กห.โดยทุกเหล่าทัพ ให้คงกำลังสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นจากพายุ &amp;ldquo;เตี้ยนหมู&amp;rdquo;ในพื้นที่ต่างๆกว่า 30 จว.ต่อเนื่องกันไปจนถึงขั้นฟื้นฟู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันให้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ผลกระทบจากร่องมรสุมพาดผ่านและผลกระทบจากพายุโซนร้อน &amp;ldquo;ไลออนร็อก&amp;rdquo;และ &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัย จากฝนตกสะสมต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออกและภาคใต้ โดยให้เสริมกำลังหมุนเวียนร่วมกับจิตอาสาและเครื่องมือช่างกระจายลงพื้นที่เข้าช่วยประชาชนให้ทั่วถึง เพื่อลดอันตรายและความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ขอให้ใช้สะพานทหารเข้าช่วยดำรงไม่ให้เส้นทางสัญจรถูกตัดขาด และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก กห. กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ 23 ก.ย.64 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน กห.โดยทุกเหล่าทัพ ยังคงกระจายกำลังลงพื้นที่ สนับสนุนให้การช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัย พายุโซนร้อน &amp;ldquo;เตี้ยนหมู&amp;rdquo; ที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้าง 33 จว. โดยได้จัดกำลังพลหมุนเวียนกว่า 10,000 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์และเครื่องมือช่าง เช่น รถยนต์บรรทุกขนาดต่าง ๆ รถขุดตัก รถยนต์บรรทุกเทท้าย รถครัวสนาม รถประปาสนาม จัดสร้างพื้นที่พักหลบภัยชั่วคราว พร้อมห้องน้ำและห้องสุขา รถพยาบาล เรือท้องแบน เรือผลักดันน้ำ สะพานชนิดต่าง ๆ และอากาศยานไร้คนขับ เป็นต้น ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือกู้ภัยเร่งด่วน ทั้งการอพยพประชาชน ขนย้ายสิ่งของ แจกจ่ายอาหาร สิ่งของบรรเทาทุกข์และการรักษาพยาบาล การติดตั้งสะพานและยานพาหนะอำนวยความสะดวกการเดินทาง กรอกกระสอบทรายการจัดทำพนังกั้นน้ำ และใช้เครื่องจักรเปิดทางระบายน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เรือผลักดันนำ้ รวมทั้งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อลดระดับน้ำและความเสียหายในพื้นที่ให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ใน 16 จว.ที่คลี่คลายแล้ว กองทัพยังคงกำลังทหารในพื้นที่ สนับสนุนการช่วยเหลือ กำจัดซากปรักหักพัง รวมทั้งขนย้ายสิ่งของประชาชนที่ได้รับผลกระทบกลับเข้าบ้านเรือน ดูแลทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ โรงเรียน วัดและสถานพยาบาลต่อเนื่องกันไป ทั้งนี้ยังคงประสานทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ติดตามเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย จากผลกระทบจากพายุที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องกันไป เพื่อลดความเสียหายและผลกระทบกับประชาชนในวงกว้างต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119290</URL_LINK>
                <HASHTAG>คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พายุคมปาซุ, ไลออนร็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a2501452df1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 07:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 07:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯเตือน เหนือ อีสาน ใต้ ฝนตกหนัก อิทธิพล &#039;ไลออนร็อก-ลมมรสุม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ตุลาคม 2564 กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไปพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่พายุโซนร้อน
&amp;ldquo;ไลออนร็อก&amp;rdquo; บริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออกและภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง พายุโซนร้อน &amp;ldquo;ไลออนร็อก&amp;rdquo; บริเวณอ่าวตังเกี๋ย คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 10-11 ตุลาคม 2564 และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ ส่วนพายุโซนร้อน &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกยังไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงของฤดูฝนการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันมีน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.
ภาคเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมอ่อน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดบึงกาฬ นครพนม สกลนคร เลย หนองคาย อุดรธานี และมุกดาหาร
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร
อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่
บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง และพังงา
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119269</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, พยากรณ์อากาศ, ไลออนร็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162302996e82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 06:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 06:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ เตือน&#039;ไลออนร็อก&#039; เตรียมขึ้นฝั่ง อีสานตอนบนรับมือฝนตกเพิ่มขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (10 ต.ค. 2564) พายุโซนร้อน&amp;ldquo;ไลออนร็อก&amp;rdquo; บริเวณอ่าวตังเกี๋ย โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 260 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 20.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.7 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้เคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 10-11 ตุลาคม 2564 และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับต่อไป ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนมากทางตอนบนของภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี่้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกาศ ณ วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เวลา 05.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เวลา 11.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119266</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ไลออนร็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60ac71320be51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 18:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท.1 ตรวจเยี่ยมการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย พื้นที่จังหวัดขอนแก่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (8 ต.ค.64) เวลา 10:00 น. ที่วัดสว่างศรีวิชัย บ้านโนนตุ่น ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และนายนิวัติ น้อยผาง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้การต้อนรับและนำตรวจเยี่ยม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวว่า ในวันนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดภารกิจการประชุมอาเซียน จึงได้มอบหมายให้ผมเป็นผู้แทน ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น รวมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน อาสาสมัคร มูลนิธิ จิตอาสา ซึ่งสิ่งที่น่าดีใจในพื้นที่ขอนแก่น คือ ความร่วมไม้ร่วมมือกันในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัย จะเห็นได้ว่าจังหวัดขอนแก่นได้มีการเตรียมแผนเผชิญเหตุไว้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ด้วยการเตรียมความพร้อมบุคลากร วัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ในระหว่างเกิดเหตุ ได้น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทำให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ว โดยได้มีการจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน มีอาหาร น้ำดื่ม ถุงยังชีพ แจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชนในช่วงสถานการณ์อุทกภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความปลอดภัยจากกระแสไฟฟ้าช็อต ทั้งนี้ ในขั้นต่อไป จังหวัดขอนแก่นจะได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งสำรวจความเสียหาย ทั้งด้านที่อยู่อาศัย ที่ทำมาหากิน เพื่อเยียวยาฟื้นฟูตามระเบียบของทางราชการต่อไป รวมทั้งบูรณาการหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มาซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า สำหรับพายุลูกใหม่ &amp;quot;ไลออนร็อก&amp;quot; ที่มีการคาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบกับประเทศไทยนั้น ทางจังหวัดขอนแก่นได้มีการเตรียมการรับมือในเบื้องต้นแล้ว และได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดได้บูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเตรียมการรับมือสถานการณ์ดังกล่าว และหารือร่วมกับคณะอนุกรรมการลุ่มน้ำในการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำต่าง ๆ ในจังหวัดต่อไป และสำหรับนโยบายการจูงน้ำจากพื้นที่เปียกไปแห้ง ให้พิจารณาว่าพื้นที่ใดไม่มีน้ำก็สูบน้ำไปเติม โดยต้องประเมินร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ให้ดีว่าเป็นพื้นที่แล้ง เพื่อสามารถจูงน้ำไปกักเก็บไว้ได้ โดยต้องให้คนในพื้นที่พิจารณาร่วมกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้าย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอขอบคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร จิตอาสา และทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันในการดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยมาด้วยดีอย่างต่อเนื่อง และขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่นและพี่น้องประชาชนที่ประสบอุกภัยในจังหวัดอื่น ๆ ให้ผ่านพ้นสถานการณ์อุทกภัยและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติในเร็ววัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ มอบเครื่องอุปโภคบริโภค ถุงยังชีพจำนวน 300 ชุด ให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัย พพ้อมทั้งตรวจเยี่ยมโรงครัวพระราชทาน โรงครัว และรถผลิตน้ำดื่ม บริเวณหน้าวัดสว่างศรีวิชัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในเวลา 12.30 น. ที่ศูนย์ราชการจังหวัดขอนแก่น พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ตรวจเยี่ยมศูนย์ Drive thru สำนักทะเบียนจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสินค้า OTOP ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์ราชการจังหวัดขอนแก่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119175</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงมหาดไทย, จังหวัดขอนแก่น, ชุดปันน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย, นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม, นายธนาคม จงจิระ, นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร, นายนิวัติ น้อยผาง, นายนิสิต จันทร์สมวงศ์, นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม, นายประยูร รัตนเสนีย์, นายพรพจน์ เพ็ญพาส, นายสมศักดิ์ จังตระกุล, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา, มท.1, ไลออนร็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_616026fd3734c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทางหลวง เฝ้าระวังรับมือพายุ &#039;ไลออนร็อก&#039;เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชน24ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ตามที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือพายุดีเปรสชัน &amp;quot;ไลออนร็อก&amp;quot; ในช่วงนี้ โดยให้ติดตามการเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยาและศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้ดำเนินการตามแผนป้องกันสาธารณภัยอย่างเคร่งครัด และมีประสิทธิภาพเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงทีในการป้องกัน, การฟื้นฟู และการเยียวยาหลังสถานการณ์คลี่คลายในทุกมิติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ให้รายงานผลการดำเนินงานมายังกระทรวงฯ รับทราบทุกวัน และให้ประชาสัมพันธ์การดำเนินการไปยังสื่อมวลชนและประชาชนให้รับทราบด้วยตามแผนปฏิบัติการเดิมที่ได้สั่งไว้ พร้อมกำชับให้บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมทั้งบุคลากรและเครื่องจักรตลอดเวลา 24 ชั่วโมง และเมื่อเกิดภัยพิบัติให้เข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุดรวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หากมีสถานการณ์ฉุกเฉินให้ผู้บริหารในพื้นที่เข้าไปดำเนินแก้ไขปัญหาทันที และรายงานผู้บริหารในส่วนกลางจนกว่าเหตุการณ์จะยุติ และเมื่อเกิดเหตุทางขาด สะพานขาดหรือชำรุด ให้จัดเจ้าหน้าที่เครื่องจักรและสะพานเบลีย์ (สะพานเหล็กชั่วคราว) เข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาทันที พร้อมทั้ง ให้ทุกหน่วยงานติดตามเฝ้าระวังและรายงานข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าระบบบริหารงานภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินของกรมทางหลวงอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะปกติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ประจำวันที่ 7&amp;nbsp; ตุลาคม 2564&amp;nbsp; เวลา 13.30 น. พบทางหลวงถูกน้ำท่วม/ดินสไลด์ และสะพานชำรุด จำนวน 9 จังหวัด 21 สายทาง&amp;nbsp; รวม 44&amp;nbsp; แห่ง&amp;nbsp; การจราจรผ่านได้&amp;nbsp; 25 แห่ง ผ่านไม่ได้ 19 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทางหลวงในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 11 จังหวัด ได้แก่ 1 จ.ขอนแก่น &amp;nbsp; 2จ.นนทบุรี &amp;nbsp; 3จ.สระบุรี&amp;nbsp; &amp;nbsp; 4จ.อ่างทอง&amp;nbsp; 5จ.ลพบุรี&amp;nbsp; 6จ.กำแพงเพชร&amp;nbsp; 7จ.พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp; 8จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp; 9จ.นครสวรรค์ &amp;nbsp; โดยทางหลวงที่มีระดับน้ำสูงได้แก่&amp;nbsp; ทล. 2&amp;nbsp; ท่าพระ &amp;ndash; ขอนแก่น ระดับน้ำสูง 280 ซม. &amp;nbsp; - ทล.32&amp;nbsp; นครหลวง-อ่างทอง ระดับน้ำสูง 150 ซม. &amp;nbsp; ทล.32&amp;nbsp; อ่างทอง-ไชโย ระดับน้ำสูง 130-150 ซม. &amp;nbsp; และ&amp;nbsp; ทล 3263 อยุธยา&amp;ndash;ไผ่กองดิน&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 175 ซม.&amp;nbsp; โดยมีการการจราจรผ่านไม่ได้&amp;nbsp; 19 แห่ง&amp;nbsp; ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จ.ขอนแก่น (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ ทล. 2&amp;nbsp; ท่าพระ &amp;ndash; ขอนแก่น ช่วง กม.ที่ 329 +913 (จุดกลับรถใต้สะพานบ้านกุดกว้าง)&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 280 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ทล.2131 บ้านสะอาด-เหล่านางงาม&amp;nbsp; ช่วง กม.ที่ 6+800 &amp;ndash; 8+500 ด้านซ้ายทางและขวาทาง ระดับน้ำสูง 90-100 ซม. ใช้ทางเลี่ยงทางหลวงหมายเลข 2062 บ้านทุ่ม-บัญจาคีรี กม.0 ไปออกทางหลวงหมายเลข 12 บ้านฝาง-ขอนแก่น&amp;nbsp; กม.540&amp;nbsp; เข้าเมืองขอนแก่น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. จ.นนทบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ ทล. 302 สะพานพระนั่งเกล้า-ต่างระดับบางใหญ่ ช่วง กม.ที่ 16+950&amp;nbsp; (จุดกลับรถใต้สะพานคลองบางแพรกมุ่งหน้าแคราย) ระดับน้ำสูง 30ซม.&amp;nbsp; ใช้จุดกลับรถต่างระดับบางใหญ่ที่ กม.18+500 ทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทล. 302 สะพานพระนั่งเกล้า-ต่างระดับบางใหญ่ ช่วง กม.ที่ 17+000 (จุดกลับรถใต้สะพานคลองบางแพรกมุ่งหน้าถนนกาญจนาภิเษก ระดับน้ำสูง 30 ซม. ใช้จุดกลับรถใต้สะพานคลองบางไผ่ที่ กม.16+600 ทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จ.อ่างทอง (การจราจรผ่านไม่ได้ 5 แห่ง) ได้แก่ทล.32&amp;nbsp; นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 32+607 (จุดกลับรถคลองกะท่อ) &amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 150 ซม. จุดกลับรถผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน ทล.32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.33+200 จุดกลับรถใต้ท่อ Box Cul.(วัดค่าย) ระดับน้ำสูง 80 ซม. ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน ทล. 32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 39+843 (จุดกลับรถวัดดอกไม้)&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 59-55 ซม. จุดกลับรถผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทล.32&amp;nbsp; อ่างทอง-ไชโย ช่วง กม.ที่ 57+500 จุดกลับรถบางศาลา ระดับน้ำสูง 130-150 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&amp;nbsp; ทล.33 นาคู-ป่าโมก ช่วง กม.ที่ 36+000 &amp;ndash; 36+400 (จุดกลับรถใต้สะพานฝั่งป่าโมก) ระดับน้ำสูง 40 ซม. การจราจร ผ่านไม่ได้&amp;nbsp; ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. จ.ลพบุรี&amp;nbsp; (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ ทล. 3019&amp;nbsp; สามแยกโคกกระเทียม-สถานีรถไฟโคกกระเทียม ช่วง กม.ที่ 1+750-กม.1+825 ระดับน้ำสูง 35 ซม. ทางเลี่ยงใช้ทางท้องถิ่นแทน ทล.3024&amp;nbsp; บ้านหมี่-เขาช่องลม ช่วง กม.ที่ 5+600-กม.7+300&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 100 ซม. ทางเลี่ยงใช้ทางท้องถิ่นแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. จ.กำแพงเพชร&amp;nbsp; (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ ทล.1117 ตอน คลองแม่ลาย-อุ้มผาง ช่วง กม.ที่ 89+100 ดินสไลด์ ทล.1117 ตอน คลองแม่ลาย-อุ้มผาง ช่วง กม.ที่ 93+155 ดินสไลด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. จ.พระนครศรีอยุธยา (การจราจรผ่านไม่ได้ 3 แห่งได้แก่ ทล. 347 บางกระสั้น&amp;ndash;บางปะหัน ช่วง กม.ที่ 40+860 (จุดกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา) ระดับน้ำสูง 50 ซม.การจราจรผ่านไม่ได้&amp;nbsp; ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน ทล 3263 อยุธยา&amp;ndash;ไผ่กองดิน ช่วง กม.ที่ 10+940 (จุดกลับรถใต้สะพานสีกุก) ระดับน้ำสูง 175 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทนทล 3263 อยุธยา&amp;ndash;ไผ่กองดิน ช่วง กม.ที่ 11+100 (จุดกลับรถใต้สะพานสีกุก) ระดับน้ำสูง 175 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. จ.สุพรรณบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง)ได้แก่&amp;nbsp; ทล. 33 สุพรรณบุรี - นาคู ช่วง กม.ที่ 9+886 (สะพานคลองทับน้ำ) ระดับน้ำสูง 70 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทนทล. 340 สาลี - สุพรรณบุรี กม.ที่ 59+674 (สะพานศาลเจ้าแม่ทับทิม)&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 100 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. จ.นครสวรรค์&amp;nbsp; (การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง) ได้แก่ ทล. 1 บ้านหว้า &amp;ndash; วังไผ่&amp;nbsp; ช่วง กม.ที่ 339+600 ใต้สะพานเดชาติวงศ์ ระดับน้ำสูง 80 ซม. ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางหลวงเดินทางด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่คาดว่าจะเกิดความสุ่มเสี่ยง พร้อมขอให้ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586&amp;nbsp; (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) และสามารถติดตามการรายงานสถานการณ์สภาพเส้นทางได้ที่ทวิตเตอร์กรมทางหลวง @prdoh1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119066</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนน, พายุ, รับมือ, ไลออนร็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615eb5de23b03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
