<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เส้นทางกรรม!ศาลเลื่อนสืบพยานคดีนปช. ชุมนุมไล่&#039;อภิสิทธิ์&#039;ปี 2552 เหตุเปลี่ยนตัวทนาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.63- &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์ คดีหมายเลขดำ อ.968/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อายุ 71 ปี อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายจตุพร พรหมพันธุ์ อายุ 54 ปี ประธาน นปช., นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อายุ 44 ปี เลขาธิการ นปช. กับพวกรวม 13 คน เป็นจำเลยที่ 1-13 กรณีกลุ่ม นปช.จัดการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครั้งแรกเมื่อปี 2552&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาฯ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่อง ให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้มีหน้าที่สั่งการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่ห้ามชุมนุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้แกนนำและแนวร่วม นปช. ที่เป็นจำเลยเดินทางมาศาล พร้อมเบิกตัวนายพายัพ ปั้นเกตุ จำเลยที่ 9 และนายพงศ์พิเชษฐ์ หรือพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง จำเลยที่ 10 ซึ่งถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาคดีล้มการประชุมอาเซียน มาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการพิจารณา มีการยื่นหลักฐานยืนยันการเสียชีวิตของนายพีระ พริ้งกลาง จำเลยที่ 12 ศาลพิเคราะห์แล้วจำเลยที่ 12 ถึงแก่ความตาย เป็นเหตุระงับ ให้จำหน่ายคดีส่วนของจำเลยที่ 12 ออกจากสารบบความ ขณะที่นายอดิศร เพียงเกษ จำเลยที่ 11 ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาลับหลัง เนื่องจากจำเลยเป็น กมธ.วิสามัญของสภาฯ ต้องร่วมประชุม ไม่สามารถมาศาลได้ทุกนัด ศาลพิจารณาแล้วอนุญาต ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จำเลยที่ 3 และนายพิพัฒน์ชัย หรือสมชาย ไพบูลย์ จำเลยที่ 8 มีการแต่งตั้งทนายความใหม่ ติดว่าความที่ศาลอื่น ศาลจึงให้เลื่อนการสืบพยานโจทก์ไปเป็นวันที่ 15 ก.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลัง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันนี้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรอง ผบช.น. เดินทางมาเป็นพยานโจทก์ แต่เนื่องจากว่ามีเหตุบางประการที่ฝ่ายจำเลยแถลงต่อศาล คือ ตนเองซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 8 ได้มีการรับแจ้งจากทนายความคนเดิมว่าถอนตัวจากการเป็นทนายความ จึงต้องแต่งตั้งทนายความคนใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม วันนี้ทนายความคนใหม่ติดว่าความในคดีที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ นอกจากนี้ นพ.เหวง โตจิราการ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 4 ก็แต่งตั้งทนายความใหม่เช่นกัน ศาลพิจารณาแล้วจึงอนุญาตให้เริ่มสืบพยานครั้งแรกวันที่ 15 ก.ค.นี้ คดีนี้พวกตนต่อสู้ตามพยานหลักฐานมาตั้งแต่ต้น แต่ก็มีความหนักใจในการต่อสู้อยู่บ้าง โดยต้องต่อสู้คดีที่ผ่านมายาวนาน 10 ปีแล้ว ส่วนผลจะเป็นอย่างไรก็อยู่ที่การวินิจฉัยของศาล.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68847</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีนปช., สืบพยานโจทก์, ไล่อภิสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee86dca2f996.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2019 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2019 12:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เฮียโก&#039;โต้เดือด&#039;มาร์ค-จุติ&#039;ผูกขาดความรักพรรค ยันพี่เมียไม่เคยหนุน&#039;ปชป.&#039;แต่ไหนแต่ไร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.62 - นายโกวิทย์ ธารณา หรือวิทย์ บางแค อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ ระบุชื่อตนถึงเหตุการณ์ที่มีผู้หญิงวัยกลางคนถือป้ายขับไล่ในตลาดบางแคระหว่างหาเสียงช่วยลูกพรรค ว่า อย่านำชื่อของตนไปเกี่ยวข้องเพราะวันนี้แม้จะลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ มาช่วยผู้สมัครพรรคพปชร. หาเสียง แต่ก็ไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร.แต่อย่างใด การที่ทีม หาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ถูกชาวบ้านไล่แล้วมาสรุปว่าเกี่ยวข้องกับตนหรือญาติพี่น้องควรตรวจสอบข้อมูล ความถูกต้องก่อนว่า พี่สาวภรรยาคนดังกล่าว แม้สมัยที่ตนเป็นส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ หรือตอนมีการเลือกตั้งที่ผ่านๆมา เขาก็ไม่เคยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เขาสนับสนุนพรรคอื่นตามสิทธิ์ และเสรีภาพส่วนบุคคลของเขา ฉะนั้น อย่ามาเชื่อมโยง เพราะเป็นคนละคนกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อท่านเอ่ยชื่อผมผ่านสื่อ ออกเป็นข่าวเช่นนี้ผมได้รับความเสียหายแล้ว ถามว่าที่ผ่านมาผมทำงานให้พรรคและทำให้นายอภิสิทธิ์อย่างไร คงรู้ถึงนิสัยดี ส่วนการระบุว่าผมไม่พอใจที่ไม่มีชื่อส่งลงสมัครส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อแล้วลาออกนั้น ก็อย่าพูดฝ่ายเดียว เพราะคนที่รู้ดีแก่ใจที่สุดคือ นายอภิสิทธิ์ และนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาฯพรรค ว่าอะไรเป็นอะไร ย้อนถามหัวใจของพวกท่านดูเองว่าหัวใจของผมเป็นอย่างไร ฉะนั้นอย่าผูกขาดความรักพรรค เพราะผมก็มีส่วนสร้างพรรคประชาธิปัตย์มาเช่นกัน&amp;quot; นายโกวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31408</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคประชาธิปัตย์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, เลือกตั้ง, โกวิทย์ ธารณา, ไล่อภิสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190315/image_big_5c8b386febb39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
