<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บุรีรัมย์’พบติดเชื้อโควิด-19ใหม่36ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.64 - ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ (โควิด-19) ระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึง วันที่ 12 ต.ค.2564 ของ จ.บุรีรัมย์ ว่า วันนี้พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 36 ราย โดยเป็นผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 13 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 23 ราย แยกเป็น ติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง 15 ราย และติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง (พบก่อนเข้าสถานกักกันตัว) LQ 8 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 16,165 ราย เสียชีวิตสะสม 73 ราย หายป่วยสะสม 15,585 ราย ยังรักษาอยู่ 507 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ ทั้ง 36 ราย กระจายใน 13 อำเภอ จากทั้งหมด 23 อำเภอ แยกเป็น ผู้ติดเชื้อพบในพื้นที่อำเภอเมือง 11 ราย (ในพื้นที่ 4 ราย), อ.ลำปลายมาศ 4 ราย (ในพื้นที่ 4 ราย), อ.สตึก 3 ราย (ในพื้นที่ 3 ราย), อ.หนองกี่ 2 ราย (ในพื้นที่ 1 ราย), อ.หนองหงส์ 1 ราย (ในพื้นที่ 1 ราย), อ.นางรอง 3 ราย, อ.ประโคนชัย 2 ราย, อ.พุทไธสง 3 ราย, อ.พลับพลาชัย 2 ราย, อ.ห้วยราช 2 ราย, อ.โนนดินแดง 1 ราย, อ.แดนดง 1 รายและ อ.เฉลิมพระเกียรติ 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอำเภอที่พบผู้ป่วยสะสมมากที่สุด คือ อ.ประโคนชัย 1,557 ราย รองลงมา อ.เมือง 1,538 ราย, อ.สตึก 1,440 ราย, อ.กระสัง 1,417 ราย, อ.ลำปลายมาศ 1,350 ราย, และ อ.บ้านกรวด 815 ราย ตามลำดับ มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสม ทั้งหมด 3,173 ราย แยกเป็นรายใหม่ 5 ราย และรายเก่า 3,168 ราย ส่วนการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้ม/แดง/ส้ม สะสม 32,601 ราย แยกกักตัวที่บ้าน 30,697 ราย และกักตัวในท้องถิ่น 1,904 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน สถานการณ์เตียง ผู้ป่วยโควิด-19 จังหวัดบุรีรัมย์ เตียงทั้งหมด 4,850 เตียง ครองเตียง 492 เตียง เหลือเตียงว่าง 4,358 เตียง แยกเป็น ผู้ป่วยสีแดง ทั้งหมด 35 เตียง ครองเตียง 35 เตียง ไม่มีเตียงว่าง ผู้ป่วยสีเหลือง ทั้งหมด 218 เตียง ครองเตียง 218 เตียง ไม่มีเตียงว่าง และ ผู้ป่วยสีเขียว ทั้งหมด 4,597 เตียง ครองเตียง 239 เตียง เหลือเตียงว่าง 4,358 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่จะมีแนวโน้มลดลง แต่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ก็ยังมีมาตรการคุมเข้มอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ซึ่งขณะนี้ มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้แสดงความจำนงลงทะเบียนประสงค์รับวัคซีน จำนวน 933,999 คน จากจำนวนผู้ลงทะเบียนผ่าน Buriram IC สะสม 1,014,483 คน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119592</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์, แพร่ระบาด, โควิด-19, ไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_6166391389723.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 07:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท. ผุดนวัตกรรมเยียวยาโควิด-19 ลุยใช้ใน ‘End-to-End’ ดูแล ปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;xyiv4830693301&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv4830693301&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv4830693301&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;ldquo;ปตท.&amp;rdquo; นำความรู้ลุยพัฒนานวัตกรรม ต่อยอดใช้ในโครงการ End-to-End หวังช่วยแบ่งเบาภาระบุคลากรทางการแพทย์ เยียวยาประชาชนจากผลกระทบโควิด-19 โชว์ศักยภาพผุดชุดตรวจเชื้อไวรัสคุณสมบัติพิเศษ เสื้อกาวน์พลาสติกป้องกันการติดเชื้อ และร่วมบริษัทในเครือสนับสนุนเทคโนโลยีหุ่นยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv4830693301&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv4830693301&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv4830693301&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv4830693301&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่องและรุนแรง กลุ่ม ปตท. จึงนำความรู้ความสามารถมาคิดค้นนวัตกรรม ผลิตอุปกรณ์ และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ และนำมาใช้ภายใต้หน่วยคัดกรองและโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End) กลุ่ม ปตท. ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อคัดแยกและเยียวยาประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv4830693301&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv4830693301&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;ldquo;ถือว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องร่วมช่วยเพิ่มศักยภาพให้ระบบสาธารณสุข เพื่อให้มีขีดความสามารถในการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างเพียงพอและทั่วถึงมากขึ้น กลุ่ม ปตท. จึงได้ใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ในการคิดค้นอุปกรณ์และวัสดุเพื่อช่วยเหลือการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์มาใช้ในโครงการ End-to-End นี้&amp;rdquo;นายอรรถพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv4830693301&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv4830693301&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;ซึ่งนวัตกรรมสำคัญที่ได้นำมาใช้ในหน่วยคัดกรองดังกล่าว ได้แก่ ชุดตรวจ Abbott&amp;rsquo;s COVID-19 Antigen Test Device ที่เป็นชุดตรวจเชื้อโควิด-19 ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก WHO EUL (Emergency Use List) โดยชุดตรวจนี้เป็นระบบ Close system และ Single Flow ป้องกันการปนเปื้อน หรือการฟุ้งกระจาย และมีสาร inactive ของเชื้อโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถแพร่กระจายได้ สามารถใช้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้ทุกสายพันธุ์ และสามารถตรวจหาได้ที่ความเข้มข้นของเชื้อต่ำ ที่ค่า CT (Cycle threshold) เท่ากับ 33&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xxydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xxydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xxydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xxydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;รวมถึงการใช้นวัตกรรมเครื่องต้นแบบบำบัด PM2.5 และเชื้อโรคในอากาศ ที่ทีมวิจัยของ ปตท. โดยฝ่ายวิจัยเทคโนโลยสิ่งแวดล้อม สถาบันนวัตกรรม ได้คิดค้นวิจัยและพัฒนาขึ้น โดยเครื่องดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีแบบผสม(Hybrid System) ประกอบด้วย เทคโนโลยีการปล่อยไอออนประจุไฟฟ้า (Ionization) ร่วมกับเทคโนโลยอีอกซิเดชันขั้นสูง (AOPs) ที่เกิดขึ้นอยู่ภายในระบบเดียวกัน โดยสามารถบำบัดได้ทั้ง PM2.5 และเชื้อโรคที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีการติดตั้งและใช้จริงแล้วภายในพื้นที่ดำเนินโครงการ End-to-End และโรงพยาบาลสนามสีแดง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนาเสื้อกาวน์พลาสติกป้องกันการติดเชื้อ (PE Gown) ซึ่งเป็นเสื้อกาวน์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Disposable Gown) ผลิตจากเม็ดพลาสติกชนิดโพลิเอทิลีน (PE) คุณภาพสูง แบรนด์ InnoPlus โดยบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ออกแบบให้น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี มีความเหนียวและยืดหยุ่นสูง มีคุณสมบัติในการป้องกันการปนเปื้อนสารคัดหลั่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;ขณะเดียวกันก็ออกแบบให้มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน หลังใช้งานสามารถกระตุกเสื้อให้ฉีกขาดเพื่อทิ้งได้ทันที เพื่อลดการสัมผัส และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ รวมถึงการพัฒนาหมวกอัดอากาศป้องกันการติดเชื้อ (PAPR) ที่เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้สวมใส่เพื่อการป้องกันในระดับสูง กรณีบุคลากรทางการแพทย์ต้องทำหัตถการให้กับผู้ป่วยโควิด-19 สำหรับกล่องกรองอากาศของอุปกรณ์ PAPR ต้นแบบ จะขึ้นรูปโดย GC ด้วยเทคโนโลยี 3D Printing&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xxydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xxydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;รวมทั้งยังมีการร่วมมือกับบริษัทในเครืออย่าง บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เพื่อสนับสนุนหุ่นยนต์ CARA หุ่นยนต์ผู้ช่วยแบ่งเบาความเหนื่อยล้าของบุคลากรทางการแพทย์ในการนำส่งเวชภัณฑ์และอาหารในโรงพยาบาลสนามสีเหลือง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xxydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xxydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;และยังมีการพัฒนาหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรค &amp;ldquo;Xterlizer UV Robot&amp;rdquo; ซึ่งเป็นเครื่องฆ่าเชื้อโรคอัตโนมัติด้วยแสงยูวี(UV) ทั้งเชื้อโรคทั่วไป รวมทั้งเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย โดยเป็นนวัตกรรมฝีมือคนไทย ที่ได้ร่วมมือกับบริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด (ARV) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ปตท.สผ. ร่วมกับ บริษัท เอ.ไอ. เทคโนโลยี จำกัด และ บริษัท Obodroid - HG robotics&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xxydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xxydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;ขณะที่บริษัทในกลุ่ม ปตท. เองก็ยังได้ใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญในด้านของตนเองพัฒนานวัตกรรมเพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชนผ่านโครงการดังกล่าว อาทิ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ได้คิดค้นนวัตกรรมช่วยเหลือผู้ป่วย อาทิ เตียงสนามพลาสติกสำหรับผู้ป่วยสีเหลืองที่สามารถรองรับน้ำหนักได้สูงถึง 200 กิโลกกรัม &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xxydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xxydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;โดยมีคุณบัติตรงที่น้ำหนักเบา กันน้ำและสารคัดหลั่งซึมผ่าน ประกอบและเคลื่อนย้ายง่าย รวมถึงมีอายุใช้งานยืนยาว นอกจากนี้ยังพัฒนาชุดป้องกันการติดเชื้อ Cover All เพื่อความปลอดภัยของบุคลากร อุปกรณ์พลาสติกต่างๆ อาทิ ช้อนส้อม ถังขยะอันตราย กล่องอเนกประสงค์ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xxydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xxydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;เรียกได้ว่ามีนวัตกรรมที่หลากหลายตอบโจทย์สังคมยุคโควิด-19&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116804</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์, บุคลากรทางการแพทย์, ปตท., โควิด-19, ไวรัส, ‘End-to-End</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141b7e1eba47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บุรีรัมย์&#039;พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19ใหม่87รายสังเวย2ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ (โควิด-19) ระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึง วันที่ 7 ก.ย.2564 ของ จ.บุรีรัมย์ ว่า วันนี้พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 87 ราย มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่ อ.นาโพธิ์ 1 ราย เป็นเพศชาย อายุ 49 ปี และ อ.โนนสุวรรณ 1 ราย เป็นเพศหญิง อายุ 23 ปี โดยผู้ป่วยติดเชื้อ แยกเป็น พบในพื้นที่จังหวัด 23 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 64 ราย แยกเป็น ติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง 18 ราย และติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง (พบก่อนเข้าสถานกักกันตัว) LQ 46 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 14,410 ราย เสียชีวิตสะสม 47 ราย หายป่วยสะสม 12,911 ราย ยังรักษาอยู่ 1,452 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ ทั้ง 87 ราย กระจายใน 18 อำเภอ จากทั้งหมด 23 อำเภอ แยกเป็น ผู้ติดเชื้อพบในพื้นที่อำเภอเมือง 12 ราย (ในพื้นที่ 11 ราย), อ.นางรอง 1 ราย (ในพื้นที่ 1 ราย), อ.ประโคนชัย 22 ราย (ในพื้นที่ 3 ราย), อ.ลำปลายมาศ 11 ราย (ในพื้นที่ 5 ราย), อ.สตึก 5 ราย (ในพื้นที่ 2 ราย), อ.บ้านกรวด 1 ราย(ในพื้นที่ 1 ราย), อ.พุทไธสง 4 ราย, อ.ละหานทราย 1 ราย, อ.คูเมือง 3 ราย, อ.หนองกี่ 3 ราย, อ.ปะคำ 3 ราย, อ.หนองหงส์ 7 ราย, อ.นาโพธิ์ 2 ราย, อ.พลับพลาชัย 1 ราย, อ.ชำนิ 5 ราย, อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ 2 ราย, อ.โนนดินแดง 1 ราย และ อ.เฉลิมพระเกียรติ 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอำเภอที่พบผู้ป่วยสะสมมากที่สุด คือ อ.ประโคนชัย 1,435 ราย รองลงมา อ.กระสัง 1,288 ราย, อ.เมือง 1,285 ราย, อ.สตึก 1,208 ราย, อ.ลำปลายมาศ 1,192 ราย, อ.บ้านกรวด 715 ราย และ อ.คูเมือง 675 ราย ตามลำดับ ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสม ทั้งหมด 2,887 ราย แยกเป็นรายใหม่ 18 ราย และรายเก่า 2,869 ราย ส่วนการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้ม/แดง/ส้ม สะสม 31,384 ราย แยกกักตัวที่บ้าน 26,509 ราย และกักตัวในท้องถิ่น 4,875 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน สถานการณ์เตียง ผู้ป่วยโควิด-19 จังหวัดบุรีรัมย์ เตียงทั้งหมด 8,171 เตียง ครองเตียง 1,463 เตียง เหลือเตียงว่าง 6,708 เตียง แยกเป็น ผู้ป่วยสีแดง ทั้งหมด 109 เตียง ครองเตียง 109 เตียง ไม่มีเตียงว่าง ผู้ป่วยสีเหลือง ทั้งหมด 490 เตียง ครองเตียง 490 เตียง ไม่มีเตียงว่าง และผู้ป่วยสีเขียว ทั้งหมด 7,572 เตียง ครองเตียง 864 เตียง เหลือเตียงว่าง 6,708 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโครงการอุ้มลูกหลานเซราะกราวกลับบ้านมารักษาที่บ้านเกิด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน จัดขึ้นมา โดยจะรับ &amp;ldquo;เฉพาะคนบุรีรัมย์&amp;rdquo; ที่ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ไม่มีที่รักษา จะมีรถไปรับมารักษาที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งทำการเปิดคอลเซ็นเตอร์รับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์ 02-576-5555 ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.2564 เป็นต้นมานั้น ล่าสุด ขณะนี้ มีคนบุรีรัมย์ที่ทำงานต่างจังหวัดติดเชื้อโควิดไม่มีที่รักษา ติดต่อขอรับบริการกลับบ้านแล้ว 1,748 คน ในจำนวนนี้ได้รับกลับบ้านแล้ว 1,034 ราย กระจายไปรักษาตาม รพ.ต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด ที่เหลืออยู่ระหว่างเดินทาง และส่งรถไปรับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115992</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์, แพร่ระบาด, โควิด-19, ไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61381ae9becc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 08:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 08:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บุรีรัมย์’พบติดเชื้อโควิด-19รายใหม่วันเดียว106รายเสียชีวิต3ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.2564 - ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ (โควิด-19) ระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึง วันที่ 31 ส.ค.2564 ของ จ.บุรีรัมย์ ว่าวันนี้พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เพิ่มขึ้นอีก จำนวน 106 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย ที่ อ.ละหานทราย 1 ราย , อ.นางรอง 1 ราย และ อ.ชำนิ 1 ราย แยกเป็น ผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 24 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 82 ราย แยกเป็น ติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง 20 ราย และติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง(พบก่อนเข้าสถานกักกันตัว) LQ 62 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 13,724 ราย เสียชีวิตสะสม 39 ราย หายป่วยสะสม 11,468 ราย ยังรักษาอยู่ 2,217 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ ทั้ง 106 ราย กระจายใน 18 อำเภอ จากทั้งหมด 23 อำเภอ แยกเป็น ผู้ติดเชื้อพบในพื้นที่อำเภอประโคนชัย 19 ราย (ในพื้นที่ 19 ราย), อ.สตึก 5 ราย (ในพื้นที่ 3 ราย), อ.หนองกี่ 25 ราย (ในพื้นที่ 1 ราย), อ.ห้วยราช 3 ราย (ในพื้นที่ 1 ราย), อ.เมือง 8 ราย, อ.พุทไธสง 2 ราย, อ.ลำปลายมาศ 8 ราย, อ.ละหานทราย 2 ราย, อ.บ้านกรวด 2 ราย, อ.ปะคำ 4 ราย, อ.หนองหงส์ 4 ราย, อ.พลับพลาชัย 6 ราย, อ.โนนสุวรรณ 4 ราย, อ.ชำนิ 3 ราย, อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ &amp;nbsp;1 ราย, อ.บ้านด่าน 6 ราย, อ.แคนดง 1 ราย และ อ.เฉลิมพระเกียรติ 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอำเภอที่พบผู้ป่วยสะสมมากที่สุด คือ อ.ประโคนชัย 1,307 ราย รองลงมา อ.กระสัง 1,245 ราย, อ.เมือง 1,174 ราย, อ.ลำปลายมาศ 1,155 ราย, อ.สตึก 1,133 ราย, &amp;nbsp;อ.บ้านกรวด 677 ราย และ อ.คูเมือง 645 ราย ตามลำดับ ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสม ทั้งหมด 2,781 ราย แยกเป็นรายใหม่ 8 ราย และรายเก่า 2,773 ราย ส่วนการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้ม/แดง/ส้ม สะสม 31,200 ราย แยกกักตัวที่บ้าน 25,447 ราย และกักตัวในท้องถิ่น 5,753 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน สถานการณ์เตียง ผู้ป่วยโควิด-19 จังหวัดบุรีรัมย์ เตียงทั้งหมด 8,295 เตียง ครองเตียง 2,238 เตียง เหลือเตียงว่าง 6,057 เตียง แยกเป็น ผู้ป่วยสีแดง ทั้งหมด 144 เตียง ครองเตียง 144 เตียง ไม่มีเตียงว่าง ผู้ป่วยสีเหลือง ทั้งหมด 648 เตียง ครองเตียง 648 เตียง ไม่มีเตียงว่าง และผู้ป่วยสีเขียว ทั้งหมด 7,503 เตียง ครองเตียง 1,446 เตียง เหลือเตียงว่าง 6,057 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโครงการอุ้มลูกหลานเซราะกราวกลับบ้านมารักษาที่บ้านเกิด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน จัดขึ้นมา โดยจะรับเฉพาะคนบุรีรัมย์ที่ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ไม่มีที่รักษา จะมีรถไปรับมารักษาที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งทำการเปิดคอลเซ็นเตอร์รับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์ 02-576-5555 ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. 2564 เป็นต้นมานั้น ล่าสุด ขณะนี้ มีคนบุรีรัมย์ที่ทำงานต่างจังหวัดติดเชื้อโควิดไม่มีที่รักษา ติดต่อขอรับบริการกลับบ้านแล้ว 1,700 คน ในจำนวนนี้ได้รับกลับบ้านแล้ว 1,004 ราย กระจายไปรักษาตาม รพ.ต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด ที่เหลืออยู่ระหว่างเดินทาง และส่งรถไปรับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115223</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์, เตียง, แพร่ระบาด, โควิด-19, ไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612ed0a58dc77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 08:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 08:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บุรีรัมย์’ยังน่าห่วงป่วยใหม่444ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.2564 - ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ (โควิด-19) ระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึง วันที่ 10 ส.ค.2564 ของ จ.บุรีรัมย์ ว่ายังคงน่าเป็นห่วง พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เพิ่มขึ้นอีก จำนวน 444 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ที่ อ.สตึก แยกเป็น ผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 4 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 440 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 7,803 ราย เสียชีวิตสะสม 13 ราย รักษาหายแล้ว 1,148 ราย ยังรักษาอยู่ 6,642 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ ทั้ง 444 ราย กระจายใน 18 อำเภอ จากทั้งหมด 23 อำเภอ แยกเป็น ผู้ติดเชื้อพบในพื้นที่อำเภอละหานทราย 101 ราย (ในพื้นที่ 1 ราย), อ.พลับพลาชัย 38 ราย (ในพื้นที่ 1 ราย), อ.ลำปลายมาศ 62 ราย (ในพื้นที่ 2 ราย), อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ 8 ราย, อ.เฉลิมพระเกียรติ 18 ราย, อ.เมือง 25 ราย, อ.พุทไธสง 22 ราย, อ.สตึก 30 ราย, อ.บ้านกรวด 20 ราย, อ.คูเมือง 20 ราย, อ.หนองกี่ 26 ราย, อ.ปะคำ 10 ราย, อ.หนองหงส์ 5 ราย, อ.นาโพธิ์ 11 ราย, อ.ห้วยราช 22 ราย, อ.โนนสุวรรณ 4 ราย, อ.บ้านด่าน 6 ราย และ อ.แคนดง 16 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอำเภอที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ อ.สตึก 789 ราย รองลงมา อ.กระสัง 770 ราย, อ.เมือง 769 ราย, อ.ประโคนชัย 575 ราย, อ.บ้านกรวด 428 ราย และ อ.คูเมือง 417 ราย ตามลำดับ ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสม ทั้งหมด 2,294 ราย แยกเป็นรายใหม่ 23 ราย และรายเก่า 2,271 ราย ส่วนการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้ม/แดง/ส้ม สะสม 32,083 ราย แยกกักตัวที่บ้าน 23,372 ราย และกักตัวในท้องถิ่น 8,711 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่โครงการอุ้มลูกหลานเซราะกราวกลับบ้านมารักษาที่บ้านเกิด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน จัดขึ้นมา โดยจะรับเฉพาะคนบุรีรัมย์ ที่ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ไม่มีที่รักษา จะมีรถไปรับมารักษาที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งทำการเปิดคอลเซ็นเตอร์รับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์ 02-576-5555 ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. 2564 เป็นต้นมานั้น ล่าสุด ขณะนี้ มีคนบุรีรัมย์ที่ทำงานต่างจังหวัดติดเชื้อโควิดไม่มีที่รักษา ติดต่อขอรับบริการกลับบ้านแล้ว 1,220 คน ในจำนวนนี้ได้รับกลับบ้านแล้ว 701 ราย กระจายไปรักษาตาม รพ.ต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด ที่เหลืออยู่ระหว่างเดินทาง และส่งรถไปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ทางจังหวัดบุรีรัมย์ โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนในจังหวัด ได้เปิดหน่วยบริการทางการแพทย์ชั่วคราว หรือ โรงพยาบาลสนาม จังหวัดบุรีรัมย์ แล้วจำนวน 28 แห่ง เตียงทั้งหมด 5,082 เตียง ผู้ป่วยสีเขียว 2,873 ราย ครองเตียง 2,871 เตียง เหลือเตียงว่าง 2,211 เตียง ส่วนศูนย์พักคอยจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 30 แห่ง เตียงทั้งหมด 1,433 เตียง ครองเตียง 802 เตียง เหลือเตียงว่าง 631 เตียง เพื่อไว้รองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่จะเดินทางกลับมารักษายังภูมิลำเนา เพื่อลดปัญหาความแออัดและเตียงของ รพ.ไม่เพียงพอ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112904</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์, โควิด-19, ไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_61132453ce873.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชทัณฑ์&#039;กลับมาพีค!ยอดติดเชื้อใหม่1,015ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.64 &amp;nbsp;- นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ &amp;nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน ว่า ข้อมูล ณ วันที่ 20 ก.ค. 2564 เวลา 16.00 น. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,049 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 1,015 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 34 ราย) หายป่วยเพิ่ม 95 ราย รวมยังมีผู้ต้องขังติดเชื้อที่อยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 3,824 ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตต่อเนื่องเป็นวันที่ 11&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวว่า วันนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อแตะหลักพันครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ซึ่งเกิดจากการเร่งตรวจหาเชื้อเชิงรุก เพื่อคัดแยกเรือนจำสีขาวที่ปลอดเชื้อและเรือนจำสีแดงที่แพร่ระบาดให้ชัดเจน อันจะเป็นประโยชน์ในด้านการควบคุมโรค และเพื่อให้ผู้ติดเชื้อได้รับการรักษาโดยเร็ว ทั้งนี้ เป้าหมายหลัก คือ ลดความรุนแรงของโรค ลดจำนวนผู้ป่วยหนัก และลดอัตราการเสียชีวิต โดยพบว่าปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวประมาณ 81.4% เมื่อได้รับการดูแลรักษาและให้ยาฟ้าละลายโจร จะสามารถหายได้ในระยะเวลา 14 วัน ขณะที่กลุ่มสีเหลืองมี 17.9% และสีแดง 0.7% โดยมีผู้ป่วยที่รักษาหายสะสมแล้ว 36,615 ราย หรือ 89.7% ของผู้ติดเชื้อสะสม 40,821 ราย และมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 0.1% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ เสริมต่อว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อภายนอกที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น กรมราชทัณฑ์ ได้ยกระดับการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้ออย่างเคร่งครัด นอกจากการตรวจเชื้อก่อนและกักโรคผู้ต้องขังเข้าใหม่ตามระบบแล้ว ยังป้องกันเชื้อที่อาจติดผ่านเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จึงได้จัดการปฏิบัติหน้าที่ออกเป็นชุดๆ เพื่อแต่ละชุดจะได้ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมงเป็นระยะเวลา &amp;nbsp;7 วันติดต่อกัน และหมุนเวียนสลับกันตามจำนวนของบุคลากรในเรือนจำแต่ละแห่ง โดยระหว่างการพักเวร ห้ามออกนอกพื้นที่หรือเดินทางเข้าพื้นที่เสี่ยงโดยเด็ดขาด ตลอดจนมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความสะอาด การปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T และการป้องกันเชื้อโรคจากการสัมผัสสิ่งของโดยต้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในทุกขั้นตอนแบบ 100% ซึ่งกรมราชทัณฑ์เชื่อมั่นว่าการดำเนินการต่างๆ เหล่านี้ จะสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อในเรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมราชทัณฑ์ ยังเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนในผู้ต้องขังเพื่อป้องกัน และลดความรุนแรงของโรค โดยได้ดำเนินการฉีดวัคซีนไปแล้ว เข็มที่ 1 จำนวน 53,554 ราย และเข็มที่ 2 จำนวน 51,581 ราย รวม 105,135 โดส ทั้งจากที่ได้รับจากกรมควบคุมโรค วัคซีนพระราชทาน และจากแหล่งอื่น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างประสานขอรับวัคซีนเพิ่มเติมเพื่อเร่งฉีดแก่ผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเรือนจำสีขาวที่ไม่พบการระบาดในพื้นที่สีแดง ก่อนจะกระจายจนครบทุกราย ตามแผนการฉีดวัคซีนของประชาชนทั่วไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110565</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัณฑสถาน, นายอายุตม์ สินธพพันธุ์, อธิบดีกรมราชทัณฑ์, เรือนจำ, โควิด-19, ไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a795883e5f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘โคราช’พบติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก21รายพัน’สถานบันเทิง-ร้านหมูกระทะ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.2564 - ที่ห้องประชุม สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา รองประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา &amp;nbsp;พร้อม นพ.ธีรวัฒน์ วลัยเสถียร ผอ.สคร.9 นครราชสีมา ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมาและแถลงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นเป็นรายวันอีก 21 ราย รวมพบผู้ติดเชื้อระลอกใหม่แล้ว 144 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 21 รายของจังหวัดนครราชสีมา ส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับสถานบันเทิงต่างๆ หลายพื้นที่ &amp;nbsp;และร้านอาหารหมูกระทะ ซอย 30 กันยา เขตเทศบาลนครนครราชสีมา และเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อรายก่อนหน้านี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนโรคเพื่อหาไทม์ไลน์ของผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิดระลอกใหม่ของจังหวัดนครราชสีมา ล่าสุดได้กระจายวงกว้างออกไปในพื้นที่ 14 อำเภอ แยกเป็นดังนี้ อำเภอเมืองนครราชสีมา 79 ราย , อำเภอปากช่อง 33 ราย , อำเภอชุมพวง 6 ราย , อำเภอสูงเนิน 6 ราย , อำเภอด่านขุนทด 4 ราย , อำเภอพิมาย 3 ราย , อ.โนนไทย 3 ราย , อำเภอสีคิ้ว 2 ราย &amp;nbsp;, &amp;nbsp;อำเภอโนนสูง 2 ราย , , อ.เฉลิมพระเกียรติ 2 ราย , อำเภอโชคชัย 1 ราย , อำเภอห้วยแถลง 1 ราย , อำเภอปักธงชัย 1 ราย , และ อ.โนนแดง 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโรงพยาบาลสนามพร้อมในการรองรับผู้ป่วยที่จะมีเพิ่มขึ้น โดยได้ปรับศูนย์ &amp;nbsp;อาสาสมัครรักษาดินแดน ที่ ต.จอหอ ใช้เป็น รพ.สนามชั่วคราว แต่รับได้ไม่มากนัก และอาคารชาติชายฮอลล์ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เป็น รพ.สนาม สามารถรองรับได้ 120 เตียง และทางจังหวัดยังได้จัดหาสถานที่กักตัวสำหรับกลุ่มเสี่ยง โดยได้ประสาน รร.ปัญจดารา และ รร.เฮอร์มิเทจ ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานงานและยังได้ให้แต่ละอำเภอไปดำเนินการจัดหาสถานที่กักตัวทุกอย่างเรียบร้อยทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ตรวจพบว่ามีผู้ติดเชื้อในระลอกใหม่สะสมมากล่าสุดมีถึง 144 รายแล้ว โดยใช้สนามกีฬาชาติชายฮอลล์ฯ ภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.เมืองนครราชสีมา ใช้ทำเป็นโรงพยาบาลสนาม รองรับผู้ป่วยติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99453</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา, รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, โควิด-19, ไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_60767374cb12c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
