<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 18:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 18:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯตลิ่งชัน พบพนักงานติดโควิด-19 แจ้งปิดให้บริการ1 วัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนส่งฯตลิ่งชัน พบผู้พนักงานติดโควิด-19&amp;nbsp; สำนักงานเขตตลิ่งชันเข้ามาทำความสะอาดและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และจะปิดให้บริการในวันที่ 27 มีนาคม 2563 อีก 1 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.63-นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2563 ได้รับแจ้งสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2 (ตลิ่งชัน) พบว่า มีเจ้าหน้าที่ด้านวิชาการของสำนักงาน ติดเชื้อไวรัส COVID-19 จำนวน 1 คน ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่มาติดต่อราชการและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2 (ตลิ่งชัน) ได้ปิดให้บริการประชาชนตั้งแต่ในช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อให้สำนักงานเขตตลิ่งชันเข้ามาทำความสะอาดและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และจะปิดให้บริการในวันที่ 27 มีนาคม 2563 อีก 1 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคภายในอาคารตามมาตรการป้องกันโรค ตามที่ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยประชาชนสามารถติดต่อราชการได้ที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2 (ตลิ่งชัน) จะเปิดให้บริการอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวปฏิบัติงานด้านวิชาการ ไม่ได้ปฏิบัติงานในด้านให้บริการประชาชนแต่อย่างใด และเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยงจากสนามมวย ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวหยุดงานตั้งแต่มีอาการและส่งตรวจหาเชื้อโดยทันที ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา และขณะนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์แล้ว &amp;nbsp;ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในกลุ่มงานเดียวกันได้ให้กักตัวเองอยู่ที่บ้านเป็นระยะเวลา 14 วัน เพื่อเฝ้าระวังหากพบอาการความเสี่ยง เช่น เป็นไข้ มีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ เหนื่อยหอบ ก็จะต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจเชื้อต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร แนะนำให้เฝ้าระวังไว้ ให้มีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบริเวณภายในอาคารอย่างสม่ำเสมอ และกำชับให้เจ้าหน้าที่ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ซึ่งอาจหยุดให้บริการเพื่อทำความสะอาด 1 วันในเบื้องต้นได้ประสานสำนักงานเขตตลิ่งชันเพื่อได้รับทราบการติดเชื้อในเบื้องต้น และทางเขตจะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาทำความสะอาด และพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบกขอความร่วมมือผู้ที่มีความจำเป็นติดต่องานกับกรมการขนส่งทางบกให้ใช้บริการระบบออนไลน์ที่กรมการขนส่งทางบกมีไว้รองรับ คือ ชำระภาษีรถประจำปีออนไลน์ การอบรมภาคทฤษฎีออนไลน์ ในกรณีจำเป็นที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่ง ขอความร่วมมือประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าในการติดต่อราชการ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดต่อแพร่กระจายของโรค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61047</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนส่ง, ตลิ่งชัน, สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร, ไวรัส COVID-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7c8e019723c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดื่มด่ำงานศิลป์ริมคลอง-สุดชายแดนเมืองกรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(เพลิดเพลินกับบรรยากาศสุดคลาสสิกที่ย่านเก่าหัวตะเข้)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าคุณไม่ได้เป็นกลุ่มเสี่ยงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 แม้จะเกิดความรู้สึกกังวลและเครียดต่อสถานการณ์ขณะนี้ว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ระยะที่ 3 หรือไม่ ต้องปิดเมืองหรือปิดประเทศหรือเปล่า ระหว่างนี้ก็พยายามคิดบวก และหาทางไปเดินทางท่องเที่ยวพื้นที่ใกล้ๆ คลายเครียด แบบง่ายๆ ออกไปมองท้องฟ้า มองน้ำ ทอดอารมณ์ชมวิถีชีวิตอันเรียบง่ายที่ซุกซ่อนความงามเอาไว้ นับว่าน่าสนใจไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ขอแนะนำสถานที่ในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออกของ กทม.ย่านชานเมือง หนองจอกนี่เอง ที่มีความรื่นรมย์ของธรรมชาติให้ชวนไปเยี่ยมชม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเร็วๆ นี้ &amp;ldquo;เคทีซี&amp;rdquo; จัดกิจกรรมพาไป &amp;ldquo;ชมศิลป์ริมคลอง-ส่องสวนชานกรุง&amp;rdquo; ในย่านชานเมือง &amp;ldquo;หนองจอก&amp;rdquo; ที่ให้ความรู้สึกเหมือนไปต่างจังหวัด และย่าน &amp;ldquo;หัวตะเข้&amp;rdquo; ที่เป็นตลาดเก่าเรือนไม้ริมคลองมากมายด้วยงานศิลป์ให้เราพักผ่อน กิจกรรมนี้จัดแบบวันเดย์ทริป โดยเชื้อเชิญ อ.ธานัท ภุมรัช นักประชาสัมพันธ์ กลุ่มงานพัฒนาการท่องเที่ยว ส่วนการท่องเที่ยวสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่เป็นไกด์พาเที่ยวตลอดทริป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(เครื่องกลึง ร้านไพบูลย์การช่าง ของเก่าเล่าเรื่องราวชุมชน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป้าหมายแรกคือ ศูนย์เรียนรู้ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแสงตะวัน ตั้งอยู่เขตหนองจอก หลังล้อหมุนจากเคทีซี ป๊อป สุขุมวิท 33 มุ่งสู่บรรยากาศกรีนๆ อ.ธานัท ภุมรัช มีเรื่องเล่าระหว่างทางน่าฟังว่า หนองจอกตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของกรุงเทพฯ ทิศเหนือติดต่อกับอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอบางน้ำเปรี้ยวและอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ทิศใต้ติดต่อกับเขตลาดกระบัง ทิศตะวันตกติดต่อกับเขตมีนบุรีและเขตคลองสามวา ตามประวัติ เขตหนองจอกมีฐานะเป็นอำเภอหนองจอก ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2440 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้คนที่เข้ามาอาศัยเป็นกลุ่มแรกๆ คือ ชาวไทยมุสลิมอพยพมาจากหัวเมืองภาคใต้ ตั้งถิ่นฐานตามแนวคลองแสนแสบ ซึ่งขุดลอกขยายคลองในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วยังมีคนจีน มอญ ลาว และเขมร หลักๆ แล้วประกอบอาชีพด้านการเกษตร ทำนา ทำสวน ถือเป็นห้องอาหารหลักส่งให้พระนคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เกินชั่วโมงก็มาถึงจุดหมาย ใครจะรู้ว่าเมืองหลวงแบบนี้ก็มีเรือกสวนไร่นาให้พักผ่อน ศูนย์เรียนรู้ฯ แสงตะวันแห่งนี้มีความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอิสลามตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ชุมชนมุสลิมมลายูจากปักษ์ใต้เข้ามาทำนาทำสวนบริเวณพื้นที่ลุ่มชานพระนครในย่านหนองจอก ลูกหลานได้สืบสานภูมิปัญญาด้านเกษตรต่อจากบรรพบุรุษ และพัฒนาเป็นแนวคิดเกษตรอินทรีย์ในปัจจุบัน ชาวชุมชนตระหนักเรื่องความปลอดภัยต่อสุขภาพและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นำความรู้วิถีเกษตรมาต่อยอดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(มณสิชา ชะอุ่ม ประธานศูนย์เรียนรู้ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแสงตะวัน ชวนมาเรียนรู้เกษตรอินทรีย์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มณสิชา ชะอุ่ม ประธานศูนย์เรียนรู้ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแสงตะวัน เปิดบ้านต้อนรับทุกคนด้วยไมตรีและบอกว่า ชาวบ้านหมู่ที่ 5 แขวงหนอกจอก ร้อยละ 90 ทำการเกษตร แต่ปัญหาปัจจุบันเจ้าของที่ดินนายทุนจะเอาที่คืนขณะที่เกษตรกรขาดอำนาจต่อรอง ทำนาแล้วเป็นหนี้ รวมถึงคนหนอกจอกผลิตข้าวเอง แต่ไม่กินข้าวที่ปลูกเอง เพราะใช้สารเคมีเยอะมาก นำมาสู่การก่อตั้งศูนย์ฯ เมื่อสิบปีก่อน โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในหลวง ร.9 ด้านการดูแลดิน น้ำ และส่งเสริมการปลูกข้าวอินทรีย์ เพิ่มมูลค่าจากเกวียนละ 7,000 บาท เป็น 12,000 บาท แม้มีอุปสรรค แต่ทำให้วันนี้ชุมชนเข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันที่นี่มีบ่อเลี้ยงปลา 19 ไร่ มีปลาเป็นแสนตัว ส่วนพื้นที่เกษตรปรุงดินด้วยเปลือกไข่ จากขยะเป็นของสำคัญเสริมธาตุอาหารในดิน รวมถึงหาวัตถุดิบในท้องถิ่น มีแล็บหลังบ้าน ทุ่มเท ทำให้ดินมีพลัง ใช้เวลา 5 ปีเห็นผล ดินนุ่ม ชุ่มชื้น พืชผลโตไว กลายเป็นต้นแบบแปลงพืชผักให้คนสนใจ โดยเฉพาะเยาวชนมาเรียนรู้ นำไปขยายผลในโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(อบรมทำผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ นำกลับไปใช้ที่บ้าน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่นี่เราได้เรียนรู้ภูมิปัญญาไทยเรื่องการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมผ่านการทำสบู่เหลว ครีมทาผิว และครีมหมักผมจากวัตถุดิบธรรมชาติ กิจกรรมในครั้งนี้เราลงมือทำและได้บรรจุขวดเป็นของฝากติดมือกลับบ้านไปบำรุงผมให้นิ่ม ดูแลผิวกายให้ชุ่มชื่น ใครสนใจอบรมติดต่อนัดแนะเข้าไปก่อน ไม่เสียค่าใช้จ่าย มีเพียงค่าวัตถุดิบ เรียนสนุกๆ กับ &amp;quot;ป้ามณสิชา&amp;quot; หญิงเก่งและแกร่ง ได้รับการยกย่องเป็นครูภูมิปัญญาไทย ถ้ามาแวะหนองจอกซักครึ่งวันก็มีกิจกรรมเรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ ทำใช้เองหรือสอนเพื่อนก็ได้ เปิดมุมมองใหม่วิถีมุสลิมที่มีแต่ความสงบสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(มุมอาร์ตๆ ที่ร้านสี่แยกหัวตะเข้คาเฟ่แอนด์เกสท์ เฮ้าส์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ามีเวลาสามารถแวะย่านตลาดเก่าหนองจอก มีร้านกาแฟโบราณ เมนูมุสลิมแสนอร่อย ข้าวหมกไก่ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ราคาชุมชน แล้วยังมีตลาดหลวงแพ่ง สุดชายแดนกรุงเทพฯ ใครมีโอกาสมาหนองจอกบอกเลยห้ามพลาด แล้วยังมีจุดขายเส้นทางจักรยาน 4 จังหวัด แต่ต้องขาลุยหน่อย ไปบางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ต่อนครนายก วกกลับมาปทุมธานี และเข้ามากรุงเทพฯ ระยะทาง 65 กิโลเมตร เส้นทางน้ำก็เคยเปิดให้ท่องเที่ยว แต่ตอนนี้น้ำน้อย ต้องรอปลายปี เป็นอีกบรรยากาศที่อยากให้มาสัมผัส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(ชมงานศิลป์ริมคลองประเวศบุรีรมย์ที่หัวตะเข้)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากกิจกรรมส่องสวนชานกรุง ต่อกันด้วยเที่ยวย่านเก่าตลาดหัวตะเข้ เขตลาดกระบัง เอาใจสายอาร์ต ชอบเช็กอินกับงานศิลป์ ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลาดเก่าหัวตะเข้ตั้งอยู่เขตลาดกระบัง ควรค่าแก่การมาสักครั้ง เพราะเป็นศูนย์กลางการค้าขายชานเมืองในอดีตกว่าร้อยปีที่ยังคงกลิ่นอายเอกลักษณ์สภาพแวดล้อมกึ่งชนบท มีคลองประเวศบุรีรมย์เป็นคลองหลักเชื่อมโยงพื้นที่บริเวณนี้ ถ่ายรูปมุมไหนกับคลองก็ชิก สองฟากฝั่งคลองเรียงรายไปด้วยบ้านไม้เก่าแก่มีสไตล์ สมัยก่อนเป็นตลาดน้ำ มีชาวบ้านพายเรือขายของกันคึกคัก อย่างผักผลไม้จากฝั่งตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(ท่องเที่ยวย่านหัวตะเข้ ดื่มด่ำกลิ่นอายตลาดโบราณร้อยปี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;หัวตะเข้&amp;quot; ชื่อของชุมชนมาจากการที่เจ้าหน้าที่ขุดคลองบริเวณนี้ บังเอิญขุดไปเจอกะโหลกจระเข้ตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง มีแค่ส่วนหัว จึงกลายเป็นชื่อชุมชน ถ้าอยากตามรอยกะโหลกนี้ยังอยู่ที่ศาลเจ้าปึงเถ่ากงจนถึงปัจจุบัน บ้างก็ว่าที่ชื่อ หัวตะเข้ เพราะก่อนนี้มีจระเข้ชุกชุมนั่นเอง ภายในตลาดนอกจากซึมซับความเป็นตลาดโบราณ เราได้ชื่นชมเสน่ห์วิถีแห่งศิลปะของชุมชนที่นี่ ซึ่งเป็นผลจากความพยายามฟื้นฟูและชูจุดเด่นของหัวตะเข้ เพื่อคืนความมีชีวิตให้ย่านนี้ที่เคยซบเซาและแทบร้างผู้คน ต้องปรบมือให้กับ &amp;ldquo;กลุ่มชุมชนคนรักหัวตะเข้&amp;rdquo; สมาชิกเป็นชาวชุมชนเอง ผนึกกำลังกับคณะอาจารย์และนักศึกษาสถาบันการศึกษาอยู่คู่ชุมชน ทั้งวิทยาลัยช่างศิลป์ลาดกระบัง และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อาสาเนรมิตหัวตะเข้ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ ปรับปรุงอาคารเก่าให้ยังคงสภาพสวยงามเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ค่าเฟ่น่านั่ง มีมุมให้ชิลถ่ายรูปกัน สำหรับสายกาแฟมีหลายร้านเด็ด ต้องลองมาเยือนสักครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(โรงระหัดออกแบบโดยการใช้ใบระหัดและไม้สู่พื้นที่สร้างสรรค์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนึ่งในร้านน่านั่งเติมเต็มวิถีชีวิตริมน้ำอันคลาสสิกคือ ร้านสี่แยกหัวตะเข้คาเฟ่แอนด์เกสท์เฮ้าส์ เลือกร้านนี้ด้วยจุดเด่นอาคารนี้ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่นปี 2559 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จากนั้นเราเดินย้อนกลับมาที่โรงระหัด หนึ่งในโรงไม้กว่าสิบโรงที่มีชื่อเสียง และเป็นโรงไม้สุดท้ายที่ปิดตัวลง ตอนนี้กลายเป็นพื้นที่โชว์งานอาร์ตของหัวตะเข้ เราได้สัมผัสกับอดีตผ่านกำแพงศิลปะ ซึ่งรังสรรค์จากเศษชิ้นไม้เก่า เคยใช้ต่อเรือบ้าง ต่อระหัดวิดน้ำเข้านาบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(ทำพวงมโหตร เครื่องแขวนงานประเพณีชาวมอญ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ป้าอำภา บุณยเกตุ ผู้ประสานงานกลุ่มชุมชนคนรักหัวตะเข้ เล่าให้ฟังว่า ในอดีตโรงไม้แห่งนี้นอกจากจำหน่ายไม้แปรรูปต่างๆ แล้ว ยังรับต่อระหัดวิดน้ำเข้านา มีลูกค้าทั้งที่เป็นชาวบ้านและชาวนา รวมถึงคนต่างถิ่นมาใช้บริการ ต่อมาความเจริญเข้ามาสู่ชุมชนหัวตะเข้ในรูปแบบของถนน บทบาทของคลองค่อยๆ ลดลง กิจกรรมโรงไม้ทยอยปิดกิจการ เป็นที่น่าเสียดาย สำหรับโรงระหัดแห่งนี้เป็นของจำนงค์ ยังรักขิตกุล เจ้าของร้านเอเฟรม ออกแบบโดยการใช้ใบระหัดและไม้เพื่อปั้นให้เป็นพื้นที่โชว์งานศิลปะและทำกิจกรรมของชุมชน เช่น เวิร์กช็อปการ &amp;ldquo;ทำว่าวใบไม้&amp;rdquo; แบบโบราณ ทำจากใบไม้ใบเดียวอย่างใบชงโค หรือการทำ &amp;ldquo;พวงมโหตร&amp;rdquo; เครื่องแขวนในงานประเพณีของชาวมอญ หนึ่งในกลุ่มคนที่อาศัยในหัวตะเข้แต่เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(รื้อฟื้นอดีตผ่านอาชีพเย็บฟุตบอลที่หัวตะเข้)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาหัวตะเข้ทั้งทีต้องเที่ยวให้ทั่ว เราเดินลัดเลาะไปตามทางเดินในชุมชน จนถึง &amp;ldquo;บ้านต้นมะขาม&amp;rdquo; ที่นี่นอกจากสาธิตการทำขนมไทยเตาฟืนให้ได้เรียนรู้ ยังได้ลิ้มรสด้วย อย่าง ขนมต้มคลุก ชาวบ้านทำอย่างละเมียดละไมด้วยไฟจากเตาฟืนที่มีความร้อนอ่อนๆ และต้องใช้เวลาในการต้มนาน ก่อนนำไปแช่น้ำเย็นต่ออีก 1 คืน เพื่อให้ข้าวต้มคลุกเข้าเนื้อเหนียวหนึบนุ่มเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น กินคู่กับน้ำกลีบบัว กลิ่นหอมชื่นใจ ช่วยคลายร้อน ก่อนจะร่วมรื้อฟื้นวิธีการเย็บฟุตบอลด้วยมือ อาชีพในอดีตของชาวชุมชน&amp;nbsp; หลังว่างเว้นทำนาหรือทำไม้ นั่งเย็บกันทุกบ้าน ปัจจุบันเหลือบางบ้านรับเย็บฟุตบอลใบใหญ่สำหรับช้างโชว์เตะฟุตบอล ใบละ 300 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(เสพงานศิลป์ชิ้นเอกที่สวนประติมากรรม วิทยาลัยช่างศิลป์ สถาบันศึกษาคู่ชุมชนหัวตะเข้)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่ วิทยาลัยช่างศิลป์ เราได้ฟังตำนานสถาบันศิลปะเรืองนามและประวัติต้นแบบขององค์พระพุทธมณฑล &amp;ldquo;พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;องค์พระพิฆเนศ&amp;rdquo; สัญลักษณ์ของช่างศิลป์และกรมศิลปากร จากการบรรยายของ อ.จรัญ หนองบัว ผู้อำนวยการวิทยาลัยช่างศิลป์ ต่อด้วยชมประติมากรรมชิ้นเอกของศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นครูที่ติดตั้งภายในสวนประติมากรรม เช่น &amp;quot;กระโดดเชือก &amp;quot; ของมิวเซียม ยิป อินซอย &amp;quot;นางเงือก&amp;quot; ฝีมือสนั่น ศิลาภรณ์ ต่อด้วยเสพงานศิลปกรรมหลากหลายเทคนิคที่โชว์ภายในหอศิลป์ แล้วยังมีโซนงานประติมากรรมและจิตรกรรมประดับพระเมรุมาศ สนุกกับการเรียนรู้ศิลปะไทย ก่อนจะอิ่มเอมกับการสาธิตศิลปะลายรดน้ำ เอกลักษณ์และมรดกศิลปะไทยสืบทอดตั้งแต่สมัยอยุธยา อยากชวนมาเที่ยวชานเมืองกรุง &amp;ldquo;หนองจอก-หัวตะเข้&amp;rdquo; น่ามาเดินเสพงานศิลป์ เช็กอินแบบสโลว์ไลฟ์ แต่ได้สาระมากมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60292</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชมศิลป์ริมคลอง-ส่องสวนชานกรุง, ททท., มณสิชา ชะอุ่ม, ไวรัส COVID-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200319/image_big_5e735efe00380.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บาส’ขอร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจ โพสต์โปรโมทที่พักทั่วประเทศฟรี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;บาส-ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ นักแสดงและมือกีต้าร์วง Better Weather &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นาทีนี้เรื่องที่น่ากลัวอันดับต้นๆของชาวไทยคงหนีไม่พ้นเจ้าไวรัสตัวร้าย COVID-19 ซึ่งประชาชนส่วนมากเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกประเทศหรือการไปในที่ชุมชนที่มีคนเยอะๆเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสดังกล่าว ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวและผู้ประกอบการต่างๆนั่งตบยุงด้วยความเหงาหงอย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด บาส-ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ นักแสดงและมือกีต้าร์วง Better Weather ซึ่งเป็นเจ้าของชาแนลและเพจ Go Went Go เพจที่นำเสนอเรื่องราวของการเดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆทั่วโลก และมีผู้ติดตามกว่า 7แสนคน ได้โพสต์ประกาศว่าจะโปรโมทที่พักให้ผู้ประกอบการฟรี เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทยและเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยประกาศดังกล่าวมีใจความว่า &amp;ldquo;ประกาศ​สำคัญจากเพจ​ gowentgo​ โปรโมทที่พักฟรี เนื่องด้วยการระบาดของไวรัส​ ทำให้ตอนนี้การท่องเที่ยวในประเทศแย่มาก​ ในฐานะที่ผม​มีสื่ออยู่ในมือ​ แต่ผมคงไม่สามารถไปทุกจังหวัดได้​ แต่​อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยการท่องเที่ยวในประเทศ​เรา รวมถึงปากท้องของชาวบ้าน​และ​ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว​ ในจังหวัดต่างๆ​ ผมจึงยินดีจะโปรโมท​ &amp;quot;ที่พักทุกจังหวัดในประเทศให้ฟรี​&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีเงื่อนไข​ คือทุกที่พักที่ส่งมาให้ลง​ ต้องให้ราคาพิเศษ​ ( ต่างจากราคาใน​ App​ ต่างๆ)​ แก่นักท่องเที่ยวคนไทยและ​ใช้ราคานี้ได้อย่างน้อยถึงสิ้น &amp;quot;พฤษภาคม&amp;quot; เพื่อเป็นการช่วยเหลือกัน​คนละครึ่งทาง​เพื่อที่จะ... &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1) ผู้ประกอบการมีรายไดัอาจจะไม่เท่าตอนปรกติ​แต่อย่างน้อยก็อาจจะประคองจนผ่านช่วงนี้ไปได้​ และ​ ร้านค้าต่างๆ​ที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวก็จะได้มีนักท่องเที่ยวไปด้วย​ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2)​ เราคนไทยเองก็จะได้ไป เที่ยวพักผ่อนจากเรื่องเครียดๆใน​ราคาที่ถูกลงบนช่วงเศรษฐกิจ​แบบนี้​ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3) เพื่อให้เงินได้หมุนเวียน​ในภาคธุรกิจของประเทศ​และเป็นภาพลักษณ์​ที่ดีว่าการท่องเที่ยวไทย​ยังแข็งแรงรอวันที่สถานการณ์​คลี่คลายกลับมาใหม่อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยทุกที่พัก​ที่ส่งมาได้ตั้งแต่ที่พักเล็กจนถึงโรงแรม​เลย​ โดยเราจะแบ่งเป็น​ ภาคของประเทศ​ ถ้าภาคไหนมีเยอะ​ เราก็จะแบ่งเป็นหลายๆ​ part ลง​เป็นอัลบั้มรูปในเพจ​ ตอนนี้ที่ไหนเดือดร้อนส่งมาได้เลย​ โดยกรอกข้อมูล​ใน​ Google​ Form​ https://drive.google.com/open&amp;hellip; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมกับส่งรูป​ที่พักของคุณ​ มา​ 4รูป​ โดยที่ไม่ติดลิขสิทธิ์​ ​ ภายในวันที่​ 10 มีนาคม​ เวลาเที่ยงตรง ( เกินจากนี้​ ขออนุญาต​ ตัดออกก่อน​ เพราะอาจจะทำไม่ไหวจริงๆ​ และขอลงให้เฉพาะ​ที่พักที่ทำได้ครบตามเงื่อนไข​ )​ โดยเราหวังว่า​ สิ่งที่เราทำจะช่วยได้ไม่มากก็น้อยและหากใครอยากมีส่วน​ร่วมกับ​เรา แค่ช่วยกระจายข่าวนี้ไปยังผู้ประกอบการ​ และ​ ช่วยกันไปเที่ยวในประเทศกัน​ เมืองไทยยังมีที่สวยๆอีกเยอะมากครับ แล้วเราจะผ่านไปด้วยกัน​ #saveการท่องเที่ยวไทย​ #​saveท่องเที่ยวไทย ปล.รูปนี้ถ่ายที่เมืองไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ทุ่งโปรงทอง ระยอง / เขาอีบิด เพชรบุรี / น้ำตกจ๊อกกระดิ่ง อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ กาญจนบุรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;North Star Valley หุบเขาดาวเหนือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ท่าปอม คลองสองน้ำ / เกาะปอดะ อ่าวนาง / อ่าวท่าเลน จังหวัดกระบี่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เขื่อนรัชชประภา กุ้ยหลินเมืองไทย อุทยานแห่งชาติเขาสก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เกาะไม้ท่อน ภูเก็ต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบข่าวจากอินสตาแกรม bas_gowentgo&amp;nbsp; และเพจ Go Went Go : เที่ยว เว้น เที่ยว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58834</URL_LINK>
                <HASHTAG>Better Weather, COVID-19, Go Went Go, การท่องเที่ยว, การท่องเที่ยวไทย, บาส Better Weather, บาส Go Went Go, บาส-ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์, เชื้อไวรัสโคโรนา, เที่ยวเว้นเที่ยว, ไวรัส covid-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5f273de6677.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือสำราญนักท่องเที่ยวยุโรปเข้าเทียบท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต จอดพัก 10 ชม.เงินสะพัด 3 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.63 - เมื่อเวลา 07.00 น. เรือสำราญ SEABOURN OVATION สัญชาติ BAHAMAS ขนาดเรือ 41,865 ตันกรอส เดินทางมาจากเมืองท่าลังกาวี ประเทศมาเลเซียเข้าเทียบท่าที่ที่เรือน้ำลึกจังหวัดภูเก็ต มีผู้โดยสารจำนวน 495 คน ลูกเรือ 470 คน ซึ่งผู้โดยสารและลูกเรือเป็นชาวยุโรปทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือลำดังกล่าวได้รับการอนุญาตให้เข้าท่าเรือได้ โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าเรือภูเก็ต&amp;nbsp;เจ้าท่าภูเก็ต &amp;nbsp; ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากรภูเก็ต ทัพเรือภาคที่ 3 กองทัพเรือ โดยได้รับรายงานจากแพทย์ประจำเรือว่าไม่พบการป่วยตามนิยามของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สามารถติดตามผู้โดยสารและลูกเรือทุกรายเนื่องจากแวะพักจอดเพียง 10 ชั่วโมง (07.00-17.00 น.) จากนั้นเดินทางต่อไปที่ประเทศสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิวัธน์ ชิดเชิดวงศ์ ผู้อำนวยการเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต กล่าวว่า มาตรการความปลอดภัยการรับเรือสำราญที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ได้รับเรือสำราญ ซีบอน โอเวชั่น สัญชาติบาฮามัส เดินทางมาจากลังกาวีประเทศมาเลเซีย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป ไม่มีชาวจีน มาตรการคุมเข้มไวรัสมีการประชุมประเมินความเสี่ยงและวางแผนก่อนที่เรือจะเข้าล่วงหน้า 24 ชั่วโมง เพื่อวิเคราะห์ว่าคนในเรือไม่มีการแพร่ระบาดและไม่มีไข้หวัดต่างๆมีแพทย์ทางเรือส่งรายงานและด่านกักกันพืชสัตว์ดำเนินการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงอีกครั้งหนึ่ง เรือลักษณะนี้มีเจ้าพนักงานนำร่องและด่านกักกันพืชสัตว์เข้าตรวจที่บนเรือก่อน เมื่อไม่พบโรคต่างๆจึงตั้งจุดคัดกรองโรค เป็นมาตรการที่ดำเนินการมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานที่จอดเรือสำราญขนาดใหญ่ที่แวะเข้าจอดจังหวัดภูเก็ต มี 2 แห่ง คือ 1.ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต 2.อ่าวป่าตอง ในวันนี้ (13ก.พ.63) มี 2 ลำเข้าที่ภูเก็ตการคัดกรองแบบเดียวกันก่อนขึ้นฝั่ง สำหรับ ข้อมูลเรือสำราญขนาดใหญ่เข้าภูเก็ต ในเดือนมกราคมจำนวน 16 ลำ เดือนกุมภาพันธ์ จำนวน 17 ลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิวัธน์ กล่าวต่อไปว่าการท่องเที่ยวทางเรือมีจุดพีคประมาณ มกราคมถึงกุมภาพันธ์ ที่กังวลเป็นจำนวนผู้โดยสาร ส่วนเที่ยวเรือมีการยกเลิกน้อย โดย มาตรการที่มีอยู่สามารถจัดการแก้ปัญหาต่างๆ ได้ร่วมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสาธารณสุขจังหวัด ด่านกักกันพืช ตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร เจ้าท่า ทัพเรือภาคที่ 3 ประชุมหารือกันประเมินสถานการณ์ทุกวันเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงในการรับนักท่องเที่ยวหรือรับเรือต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า วันนี้มีเรือสำราญขนาดใหญ่นำนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนที่ภูเก็ต เป็นชาวยุโรปทั้งหมด ไม่มีชาวจีน การปฏิบัติทุกเที่ยวเรือมีการตรวจพิธีการบนเรือตามกฎหมายก่อนจากนั้นตรวจและควบคุมโรคติดต่อและคัดกรองตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก จึงบูรณาการทีมแพทย์จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต บุคลากรจากทัพเรือภาคที่ 3 มาช่วยอำนวยความสะดวกใช้เทอรโมอินฟาเรด ตรวจคัดกรองผู้ที่มีไข้ ซึ่งในระเบียบวิธีการทางเรือดำเนินการอยู่แล้ว มีบุคลากรแพทย์ด่านควบคุมโรคขึ้นไปประสานงานกับเจ้าหน้าที่บนเรือ ไม่ปรากฏว่าเป็นไข้ แต่เพื่อความมั่นใจของจังหวัดภูเก็ต มีมาตรการคัดกรองดำเนินการอย่างนี้มาตลอด ในส่วนท่าอากาศยานภูเก็ต ดำเนินการตั้งแต่ 5 ม.ค.63 ส่วนเรือสำราญในเดือนมกราคม มีจำนวน 15 ลำใช้ตรวจแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรือสำราญขนาดใหญ่ที่จอดเทียบท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต วันนี้นักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่มีคุณภาพ คาดว่าใช้จ่ายต่อคนต่อวัน คิดเป็นคนละ 6,000 บาท การเข้ามากว่า 400 คน คาดว่าเงินสะพัดในภูเก็ตกว่า 3 ล้านบาทเป็นสิ่งที่ดี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข่าวที่ออกมาว่า เรือลำนี้เข้าสิงคโปร์ไม่ได้มาแวะที่ภูเก็ต เป็นข่าวปลอมทั้งสิ้น เพราะว่าเขามีแผนการเดินเรืออยู่แล้วตามกำหนดการและได้แวะที่แหลมฉบังมาแล้ว และจะกลับสิงคโปร์ ในวันที่ 15 ก.พ.นี้ &amp;nbsp;จึงขอความกรุณาประชาชนอย่าได้แชร์เฟคนิวส์หรือข่าวปลอม ทางจังหวัดไม่มีความวิตกกังวลในการตรวจคัดกรอง ขอให้มั่นใจการดำเนินการคัดกรองโรคตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลกและกระทรวงสาธารณสุข ทุกวัน ทั้งท่าอากาศยาน และ ท่าเทียบเรือ และ สถานีขนส่งโดยสารสาธารณะ มีการดูแลอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะมีการผ่อนคลายจากทางกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พลเรือโทเชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวว่า ทัพเรือภาคที่ 3 กองทัพเรือ ได้สนับสนุนกำลังพลร่วมบูรณาการตรวจคัดกรอง นักท่องเที่ยวที่มาจากต่างประเทศกับสำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัดทุกสถานที่ทั้งทางเครื่องบิน ทางท่าเรือและชายแดนต่างๆ จะได้รับการคัดกรองทุกแห่ง ส่วนกรณีเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่เข้าภูเก็ตตั้งแต่มกราคมเป็นต้นมา เฉลี่ยเดือนละประมาณ 15 ลำขึ้นไป มีมาตรฐานคัดกรองแบบระดับนานาชาติตั้งแต่บนเรือมาถึงท่าเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักท่องเที่ยวขาวยุโรปที่เดินทางมากับเรือสำราญดังกล่าว กล่าวว่า รู้สึกพอใจกับมาตรการคัดกรองโรคแม้จะไม่มีชาวจีนบนเรือ แต่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลเช่นกับที่สหรัฐอเมริกา และรู้สึกมีความสุข ปลอดภัยที่มาเทียบท่าที่ภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57060</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัดกรองโรคระบาด, จังหวัดภูเก็ต, ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต, เชื้อไวรัสโคโรนา, เรือสำราญ, ไวรัส covid-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e44bbc626e33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
