<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ตร.เตือน คู่รักที่ชอบถ่ายรูป-อัดคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์เก็บไว้ดูเล่นภัยจะมาถึงตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ต.ค.64 - พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้มี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น
&amp;nbsp;
ปัจจุบันมีประชาชนบางส่วนนิยมบันทึกภาพเปลือยของตนเอง หรือภาพขณะมีเพศสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับคนรักเพื่อเก็บไว้ดูในอนาคต โดยมักจะบันทึกไฟล์ภาพหรือคลิปไว้ในโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งต่อมาพบว่าภาพหรือคลิปดังกล่าวได้ไปปรากฏอยู่ในโลกอินเตอร์เน็ต โดยเจ้าของภาพไม่ยินยอม สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้ภาพหลุดออกไปแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ สาเหตุจากตัวอุปกรณ์ เช่น ทำอุปกรณ์สูญหาย, ถูกไวรัสคอมพิวเตอร์ (Malware), นำไปซ่อม หรือขายต่อให้บุคคลอื่น และสาเหตุจากตัวผู้ครอบครองภาพและคลิปดังกล่าว(อดีตคนรัก)นำไปเผยแพร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอแนะนำวิธีการป้องกันไม่ให้คลิปลับถูกนำไปเผยแพร่โดยไม่ยินยอม ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ไม่บันทึกคลิปลับ ภาพเปลือย เป็นอันขาด เพราะหากบันทึกภาพ/คลิปลับระหว่างตนกับคนรัก แม้วันนี้สัญญาว่าจะรักกันตลอดไป สุดท้ายกาลเวลาหรืออาจมีปัจจัยที่อาจทำให้ความรักจืดจากลง อาจมีการเลิกลาโดยมีความเจ็บแค้นต่อกัน ภาพ/คลิปที่อัดไว้ก็กลายเป็นอาวุธในการเอามาโจมตี ข่มขู่ รีดเอาเงิน หรือเอามาทำลายชื่อเสียงกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ตั้งรหัสผ่าน และตรวจสอบการป้องกันไวรัสของอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ เพราะผู้ไม่หวังดีอาจสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในอุปกรณ์ และนำไปใช้ทำให้เกิดความเสียหายกับเจ้าของอุปกรณ์นั้น ๆ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ลบข้อมูลสำคัญก่อนนำไปขายหรือซ่อม เพราะหากเจ้าของอุปกรณ์ไม่ได้ทำการลบข้อมูลที่อยู่ในอุปกรณ์ หรือลบข้อมูลอย่างไม่ถูกต้อง เมื่ออุปกรณ์ตกไปอยู่ในมือข้อผู้ไม่หวังดี ข้อมูลดังกล่าวอาจสามารถกู้คืนหรือนำมาใช้ก่อให้เกิดความเสียหายได้ ซึ่งการลบข้อมูลอย่างถูกต้องนั้น จะต้องทำการรีเซ็ตข้อมูลทั้งหมด โดยหากมีให้เลือกล้างข้อมูล (Clean Data) ซึ่งอาจใช้เวลานานกว่า แต่ก็คุ้มค่าที่จะทำ เพราะสามารถป้องกันการกู้คืนได้มากกว่าการลบแบบปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการนำคลิปหรือภาพในลักษณะลามกอนาจารของบุคคลอื่นไปเผยแพร่ต่อบุคคลที่สาม ในประการที่น่าจะทำให้บุคคลในภาพได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง จะเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหากคลิปหรือภาพนั้น ถูกในไปเผยแพร่ในประการที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ จะเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 และความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูล คอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14(4)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนร้านรับซื้อรับซ่อมคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือที่มีพฤติกรรมแอบเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของเจ้าของโดยมิชอบ จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนหากพบเห็นร้านรับซื้อรับซ่อมคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือรายใด มีพฤติกรรมแอบเข้าถึงหรือกู้ข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอม กรุณาแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วน 191 และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119133</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปลับ, พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, ไวรัสคอมพิวเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_61568dc72d66a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สธ.&#039;ยอมรับรพ.สระบุรียังกู้ข้อมูลไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีไวรัสคอมพิวเตอร์โจมตีระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลสระบุรีว่า วันนี้ที่โรงพยาบาลจะมีการแถลงข่าวถึงเรื่องนี้โดยจะมีผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีมาแถลงด้วย ซึ่งจะรู้รายละเอียดของไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ทำให้เราเข้าไม่ถึงข้อมูล ซึ่งทราบว่ามีการแฮ็กมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนี้ยังกู้ไม่ได้ใช่หรือไม่ นพ.สุระกล่าวว่า ตอนนี้ทาง รพ.ก็พยายามกู้ไปเรื่อยๆ คือแฮ็กไป กู้ไป การแฮ็กตรงนี้จะทำให้เข้าไปถึงข้อมูลที่เราเก็บเอาไว้ และเราไม่สามารถเอากลับมาใช้ได้ &amp;nbsp;ตอนนี้ต้องใช้ระบบแมนนวลไปก่อน โดยใช้คนเดินแทน เช่นจากเดิมคนไข้เอ็กซ์เรย์แล้ว ผลจะส่งกลับมาหาหมอที่ตรวจคนไข้เลย แต่ตอนนี้หลังจากถูกแฮ็ก เมื่อคนไข้ไปเอ็กซ์เรย์แล้ว หมอจะเดินไปดูผลที่แผนกเอ็กซ์เรย์เอง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหน่อย ทั้งนี้การให้บริการประชาชนยังทำได้เหมือนเดิม แต่อาจจะล่าช้ากว่าเดิม เพราะเราเข้าไม่ถึงข้อมูลทั้งหมดที่เรามีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.พ.สุระกล่าวด้วยว่า กระทรวงสาธารณสุขมีศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ในภาพใหญ่แต่ละโรงพยาบาลจะมีระบบป้องกันคือจะสำรองข้อมูลเอาไว้ในส่วนที่ไม่ต้องเชื่อมโยงทั้งระบบ เพราะเมื่อไหร่ที่เป็นระบบเชื่อม พอไวรัสเข้าไปก็จะไปบล็อกจุดที่หนึ่ง สอง สาม ซึ่งจะทำให้เราไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ หากเป็นเช่นนี้ก็จะเป็นปัญหา ดังนั้นแต่ละหน่วย แต่ละโรงพยาบาลจะพยายามแบล็กอัพข้อมูลของตัวเองไว้อยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าตกลงเราต้องจ่ายเงินให้คนที่เข้ามาแฮ็กข้อมูลแล้วเรียกค่าไถ่หรือไม่ นพ.สุระ กล่าวว่า ยังไม่จ่าย เรากำลังเก็บกู้อยู่ ตอนนี้ทางโรงพยาบาล กำลังขอความร่วมมือจากหน่วยที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ซึ่งเป็นกระทรวงหลัก ก็เข้ามาช่วยดูด้วย แต่เรายังไม่ทราบรายละเอียดว่าการแฮ็กข้อมูลตรงนี้มาจากไหนอย่างไร แต่ทั้งนี้ได้มีการเตือนซึ่งทุกโรงพยาบาลทราบแล้ว เพราะจะมีกลุ่มไลน์ของผู้อำนวยการโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการอยู่แล้ว และหลายที่ก็เคยเกิด แต่ไม่ได้เข้าถึงระบบได้เยอะมาก เพียงแต่เข้าถึงบางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าต้องถึงขนาดยกเครื่องระบบเทคโนโลยีของกระทรวงสาธารณสุขใหม่หรือไม่ นพ.สุระ กล่าวว่า ไม่ต้องยกเครื่องใหม่หรอก เพราะระบบเดิมมันมีอยู่แล้ว ทุกโรงพยาบาลจะมีระบบการให้บริการคนไข้ มีคนคอยดูแลในระดับหนึ่งเพราะโรงพยาบาลทุกแห่งก็จ้างนักคอมพิวเตอร์ดูแลระบบเขาอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76923</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุระ วิเศษศักดิ์, ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข, โรงพยาบาลสระบุรี, ไวรัสคอมพิวเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f587d1ad2f87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
