<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวา เวียดนามเจอไวรัสลูกผสมอังกฤษ-อินเดีย แพร่ในอากาศได้เร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลเวียดนามประกาศว่า ตรวจพบไวรัสโควิดกลายพันธุ์โดยเป็นลูกผสมระหว่างสายพันธุ์อินเดียกับสายพันธุ์อังกฤษ ที่มีคุณสมบัติสามารถแพร่เชื้อในอากาศได้รวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวียดนามเคยประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เมื่อปีที่แล้ว แต่ในปีนี้ เวียดนามพบการแพร่เชื้อในประเทศหลายครั้ง โดยเฉพาะนับตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ซึ่งมีผู้ติดเชื้อรายใหม่คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อในประเทศขณะนี้ ซึ่งอยู่ที่ 6,908 คนในวันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม เสียชีวิต 47 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า เหงียน ทัญ ลอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อที่ประชุมโรคระบาดแห่งชาติเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า เวียดนามค้นพบไวรัสโควิด-19 ลูกผสมพันธุ์ใหม่ที่รวมลักษณะพิเศษของไวรัสสายพันธุ์เดิมที่มีอยู่ 2 ชนิด ที่พบครั้งแรกในอินเดียและสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์นี้คือแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในอากาศ การกระจุกตัวของไวรัสในของเหลวในลำคอเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และแพร่กระจายไปยังสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างรุนแรงมาก&amp;quot; สื่อของทางการเวียดนามอ้างคำกล่าวของเหงียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันสุขอนามัยและระบาดวิทยากลางแห่งเวียดนามเปิดเผยผ่านแถลงการณ์ในวันเดียวกันว่า นักวิทยาศาสตร์ของสถาบันตรวจพบการกลายพันธุ์ของยีนในตัวอย่างจากคนป่วย 4 ใน 32 ตัวอย่าง ผ่านการหาลำดับทางพันธุกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขเวียดนาม ก่อนหน้านี้เวียดนามพบไวรัสแพร่เชื้อในประเทศ 7 สายพันธุ์ย่อย ได้แก่ B.1.222, B.1.619, D614G, B.1.1.7 หรือที่รู้จักว่าไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ และ B.1.351, A.23.1 และ B.1.617.2 หรือไวรัสสายพันธุ์อินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลองกล่าวว่า เวียดนามจะเผยแพร่ข้อมูลจีโนมไวรัสที่เพิ่งระบุสายพันธุ์ใหม่นี้ลงในแผนที่สายพันธุ์พันธุกรรมโลกในไม่ช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) จัดให้ไวรัส SARS-CoV-2 หรือไวรัสโคโรนาก่อโรคโควิด 4 สายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ที่น่าห่วงกังวล ซึ่งประกอบด้วยสายพันธุ์อินเดีย, อังกฤษ, แอฟริกาใต้ และบราซิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเรีย แวน เคอร์โคฟ หัวหน้าฝ่ายเทคนิคด้านโควิด-19 ของดับเบิลยูเอชโอ กล่าวผ่านถ้อยแถลงทางอีเมลว่า ณ เวลานี้ ยังไม่มีการประเมินสายพันธุ์ไวรัสที่มีรายงานในเวียดนาม &amp;quot;สำนักงานประจำเวียดนามกำลังทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในเวียดนาม และคาดว่าจะได้รับข้อมูลเพิ่มเติมโดยเร็ว&amp;quot; เธอกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แวน เคอร์โคฟ กล่าวด้วยว่า จากความเข้าใจในปัจจุบันของดับเบิลยูเอชโอ ไวรัสสายพันธุ์ที่ตรวจพบในเวียดนามคือ B.1.617.2 หรือที่รู้จักโดยทั่วไปว่าไวรัสสายพันธุ์อินเดีย ที่เป็นไปได้ว่ามีการกลายพันธุ์เพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีสาธารณสุขลองกล่าวว่า การเพาะเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ในห้องแล็บแสดงให้เห็นว่าไวรัสเพิ่มจำนวนได้รวดเร็วมาก ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าเหตุใดจึงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมากในพื้นที่แตกต่างกันของประเทศในช่วงเวลาสั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุขกล่าวต่อที่ประชุมเมื่อวันเสาร์ด้วยว่า รัฐบาลกำลังจัดหาวัคซีน 10 ล้านโดสจากโครงการโคแวกซ์ รวมถึงจะซื้อวัคซีนไฟเซอร์เพิ่มอีก 20 ล้านโดส และวัคซีนสปุตนิกวีของรัสเซียอีก 40 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้เวียดนามได้รับมอบวัคซีนแล้วเพียง 2.9 ล้านโดส และมีประชากรได้รับวัคซีนเพียงแค่ 1 ล้านคนเศษ จากประชากรเกือบ 98 ล้านคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104670</URL_LINK>
                <HASHTAG>เวียดนาม, โควิด-19, โควิดกลายพันธุ์, ไวรัสสายพันธุ์ลูกผสม, ไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ, ไวรัสสายพันธุ์อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b34ff752884.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 00:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 00:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WHOเผยพบไวรัสโควิดสายพันธุ์อังกฤษแล้วใน70ประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลกเปิดเผยเมื่อวันพุธว่า ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในอังกฤษซึ่งสามารถแพร่เชื้อติดต่อกันได้ง่ายขึ้น แพร่ระบาดไปยัง 70 ประเทศแล้ว ส่วนสายพันธุ์แอฟริกาใต้พบแพร่ใน 31 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลเกี่ยวกับการระบาดของโรคล่าสุดที่เผยแพร่โดยองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เมื่อวันพุธระบุว่า ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ที่พบในอังกฤษครั้งแรก หรือที่รู้จักในชื่อ VOC 202012/01 ถูกตรวจพบว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มในอีก 10 ประเทศภายในรอบ 1 สัปดาห์นับถึงวันที่ 25 มกราคม หรือเท่ากับขณะนี้มีผู้ติดเชื้อแล้ว 70 ประเทศจากทั่วทุกภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน เตือนว่า ผลการศึกษาชิ้นใหม่บ่งชี้ว่าไวรัสสายพันธุ์นี้มีความร้ายกาจมากขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ในรายงานของดับเบิลยูเอชโอวันพุธย้ำว่า ผลศึกษาดังกล่าวเป็นผลเบื้องต้นและต้องมีการวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อยืนยัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนไวรัสสายพันธุ์แอฟริกาใต้ หรือที่มีชื่อเรียกว่า 501Y.V2 นั้นพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 8 ประเทศ และทำให้ขณะนี้ไวรัสสายพันธุ์แอฟริกาใต้ซึ่งแพร่เชื้อได้ง่ายขึ้นเช่นกัน พบผู้ติดเชื้อแล้วใน 31 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการศึกษาในห้องปฏิบัติการทดลองพบว่าไวรัสสายพันธุ์นี้มีความไวต่อการลบล้างฤทธิ์แอนติบอดีน้อยกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ ก่อความกังวลว่าไวรัสนี้จะเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อซ้ำและยังอาจขัดขวางประสิทธิพลของวัคซีนโควิด-19 ที่กำลังออกสู่ตลาดมากยิ่งขึ้น กระนั้นดับเบิลยูเอชโอก็ย้ำอีกเช่นกันว่าต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวอีกด้วยว่า ยังมีไวรัสโควิดสายพันธุ์บราซิลหรือ P1 ที่เพิ่งตรวจพบเมื่อไม่นานมานี้ โดยขณะนี้พบผู้ติดเชื้อแล้วใน 8 ประเทศ โดยพบเพิ่มขึ้นใน 6 ประเทศเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91241</URL_LINK>
                <HASHTAG>501Y.V2, VOC 202012/01, WHO, ดับเบิลยูเอชโอ, องค์การอนามัยโลก, โควิด-19, ไวรัสสายพันธุ์บราซิล, ไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ, ไวรัสสายพันธุ์แอฟริกาใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f468faa43572.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
