<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวา เวียดนามเจอไวรัสลูกผสมอังกฤษ-อินเดีย แพร่ในอากาศได้เร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลเวียดนามประกาศว่า ตรวจพบไวรัสโควิดกลายพันธุ์โดยเป็นลูกผสมระหว่างสายพันธุ์อินเดียกับสายพันธุ์อังกฤษ ที่มีคุณสมบัติสามารถแพร่เชื้อในอากาศได้รวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวียดนามเคยประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เมื่อปีที่แล้ว แต่ในปีนี้ เวียดนามพบการแพร่เชื้อในประเทศหลายครั้ง โดยเฉพาะนับตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ซึ่งมีผู้ติดเชื้อรายใหม่คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อในประเทศขณะนี้ ซึ่งอยู่ที่ 6,908 คนในวันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม เสียชีวิต 47 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า เหงียน ทัญ ลอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อที่ประชุมโรคระบาดแห่งชาติเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า เวียดนามค้นพบไวรัสโควิด-19 ลูกผสมพันธุ์ใหม่ที่รวมลักษณะพิเศษของไวรัสสายพันธุ์เดิมที่มีอยู่ 2 ชนิด ที่พบครั้งแรกในอินเดียและสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์นี้คือแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในอากาศ การกระจุกตัวของไวรัสในของเหลวในลำคอเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และแพร่กระจายไปยังสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างรุนแรงมาก&amp;quot; สื่อของทางการเวียดนามอ้างคำกล่าวของเหงียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันสุขอนามัยและระบาดวิทยากลางแห่งเวียดนามเปิดเผยผ่านแถลงการณ์ในวันเดียวกันว่า นักวิทยาศาสตร์ของสถาบันตรวจพบการกลายพันธุ์ของยีนในตัวอย่างจากคนป่วย 4 ใน 32 ตัวอย่าง ผ่านการหาลำดับทางพันธุกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขเวียดนาม ก่อนหน้านี้เวียดนามพบไวรัสแพร่เชื้อในประเทศ 7 สายพันธุ์ย่อย ได้แก่ B.1.222, B.1.619, D614G, B.1.1.7 หรือที่รู้จักว่าไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ และ B.1.351, A.23.1 และ B.1.617.2 หรือไวรัสสายพันธุ์อินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลองกล่าวว่า เวียดนามจะเผยแพร่ข้อมูลจีโนมไวรัสที่เพิ่งระบุสายพันธุ์ใหม่นี้ลงในแผนที่สายพันธุ์พันธุกรรมโลกในไม่ช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) จัดให้ไวรัส SARS-CoV-2 หรือไวรัสโคโรนาก่อโรคโควิด 4 สายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ที่น่าห่วงกังวล ซึ่งประกอบด้วยสายพันธุ์อินเดีย, อังกฤษ, แอฟริกาใต้ และบราซิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเรีย แวน เคอร์โคฟ หัวหน้าฝ่ายเทคนิคด้านโควิด-19 ของดับเบิลยูเอชโอ กล่าวผ่านถ้อยแถลงทางอีเมลว่า ณ เวลานี้ ยังไม่มีการประเมินสายพันธุ์ไวรัสที่มีรายงานในเวียดนาม &amp;quot;สำนักงานประจำเวียดนามกำลังทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในเวียดนาม และคาดว่าจะได้รับข้อมูลเพิ่มเติมโดยเร็ว&amp;quot; เธอกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แวน เคอร์โคฟ กล่าวด้วยว่า จากความเข้าใจในปัจจุบันของดับเบิลยูเอชโอ ไวรัสสายพันธุ์ที่ตรวจพบในเวียดนามคือ B.1.617.2 หรือที่รู้จักโดยทั่วไปว่าไวรัสสายพันธุ์อินเดีย ที่เป็นไปได้ว่ามีการกลายพันธุ์เพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีสาธารณสุขลองกล่าวว่า การเพาะเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ในห้องแล็บแสดงให้เห็นว่าไวรัสเพิ่มจำนวนได้รวดเร็วมาก ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าเหตุใดจึงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมากในพื้นที่แตกต่างกันของประเทศในช่วงเวลาสั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุขกล่าวต่อที่ประชุมเมื่อวันเสาร์ด้วยว่า รัฐบาลกำลังจัดหาวัคซีน 10 ล้านโดสจากโครงการโคแวกซ์ รวมถึงจะซื้อวัคซีนไฟเซอร์เพิ่มอีก 20 ล้านโดส และวัคซีนสปุตนิกวีของรัสเซียอีก 40 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้เวียดนามได้รับมอบวัคซีนแล้วเพียง 2.9 ล้านโดส และมีประชากรได้รับวัคซีนเพียงแค่ 1 ล้านคนเศษ จากประชากรเกือบ 98 ล้านคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104670</URL_LINK>
                <HASHTAG>เวียดนาม, โควิด-19, โควิดกลายพันธุ์, ไวรัสสายพันธุ์ลูกผสม, ไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ, ไวรัสสายพันธุ์อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b34ff752884.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไวรัสโควิดสายพันธุ์อินเดียลามไปเกือบ50ประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ดับเบิลยูเอชโอระบุ ไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์อินเดียถูกพบแล้วใน 44 ประเทศทั่วโลกตามฐานข้อมูลล่าสุดเมื่อวันพุธ และอีก 5 ประเทศรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสนี้เช่นกัน ขณะอินเดียเผยยอดเสียชีวิตวันพุธทำสถิติใหม่อีก ที่ 4,205 คน ยอดรวมทะลุ 250,000 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวที่นครเจนีวาเมื่อวันพุธที่ 12 พฤษภาคม ว่าไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ B.1.617 ที่พบครั้งแรกในอินเดียเมื่อเดือนตุลาคม ถูกพบในตัวอย่างมากกว่า 4,500 ตัวอย่างที่ป้อนข้อมูลใส่ฐานข้อมูลที่เปิดให้เข้าถึงได้ &amp;quot;จาก 44 ประเทศ ภายในทั้ง 6 ภูมิภาคของดับเบิลยูเอชโอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานปรับปรุงข้อมูลด้านการระบาดวิทยาของโรคระบาดประจำสัปดาห์ยังกล่าวด้วยว่า ดับเบิลยูเอชโอยังได้รับรายงานการตรวจพบการติดเชื้อจาก 5 ประเทศเพิ่มเติมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากไม่นับอินเดีย อังกฤษเป็นประเทศที่มีรายงานการพบผู้ป่วยโควิดจากการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์นี้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดับเบิลยูเอชโอประกาศในสัปดาห์นี้ว่า ไวรัสสายพันธุ์ B.1.617 ซึ่งรวม 3 สายพันธุ์ย่อยที่มีการกลายพันธุ์และลักษณะแตกต่างกันเล็กน้อย เป็นไวรัสสายพันธุ์ที่น่าวิตกกังวล ซึ่งอยู่ในประเภทเดียวกับไวรัสโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์อังกฤษ, บราซิล และแอฟริกาใต้ ไวรัสเหล่านี้ถูกมองว่าอันตรายกว่าไวรัสฉบับดั้งเดิม อาจด้วยจากการแพร่เชื้อได้ง่ายขึ้น, อันตรายต่อชีวิตมากขึ้น หรือสามารถหลบหลีกการป้องกันของวัคซีนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คลื่นการระบาดระลอกล่าสุดของอินเดียซึ่งรุนแรงกว่ารอบก่อนหน้านี้ มีปัจจัยสำคัญจากไวรัสกลายพันธุ์ โดยในวันพุธ กระทรวงสาธารณสุขอินเดียแถลงว่า มีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่มในรอบ 24 ชั่วโมงอีก 4,205 คน เป็นสถิติสูงสุดใหม่ และทำให้ยอดรวมเพิ่มเป็น 254,197 คน นอกจากนี้ยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 348,421 คน ยอดติดเชื้อสะสมมากกว่า 23 ล้านคนแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102654</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับเบิลยูเอชโอ, องค์การอนามัยโลก, แพร่เชื้อทั่วโลก, โควิด-19, ไวรัสกลายพันธุ์, ไวรัสสายพันธุ์อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b79741b837.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 23:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 23:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์ไม่รอด เจอผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์อินเดียครั้งแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์ยืนยันเมื่อวันอังคารว่า พบผู้ป่วยโควิด-19 ติดเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์สายพันธุ์อินเดียเป็นครั้งแรกในประเทศจำนวน 2 ราย แม้ว่าวันเดียวกันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของฟิลิปปินส์จะลดลงต่ำสุดในรอบเกือบ 8 สัปดาห์ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลกเพิ่งจัดให้ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ B.1.617 ที่พบครั้งแรกในอินเดีย เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวลระดับโลก โดยผลการศึกษาเบื้องต้นบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าสายพันธุ์นี้แพร่เชื้อง่ายขึ้น เมื่อต้นเดือนนี้ประเทศเพื่อนบ้านร่วมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศ ทั้งอินโดนีเซียและมาเลเซีย รวมถึงล่าสุดคือไทย ก็รายงานพบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์อินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของอาเลเธีย เดอ กุซมาน ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผลตรวจยืนยันว่าลูกเรือฟิลิปปินส์ 2 คนติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์อินเดีย พวกเขาเดินทางกลับมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และโอมานเมื่อเดือนเมษายน และถูกกักตัวเมื่อมาถึง ทั้งคู่หายป่วยแล้ว &amp;quot;เราจำเป็นต้องเฝ้าสังเกตไวรัสสายพันธุ์อื่นๆ ที่เราอาจตรวจพบได้ในประเทศต่อไป รวมถึงเฝ้าสังเกตการแพร่กระจายของสายพันธุ์ที่เราตรวจพบแล้ว&amp;quot; เดอ กุซมาน กลาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิลิปปินส์เคยพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์สายพันธุ์อังกฤษและแอฟริกาใต้แล้วหลายราย รวมถึงสายพันธุ์ P3 ในฟิลิปปินส์เอง ก่อนหน้านี้ทางการฟิลิปปินส์พยายามป้องกันไวรัสสายพันธุ์อินเดีย โดยห้ามนักเดินทางจากอินเดีย, ปากีสถาน, ศรีลังกา, เนปาล และบังกลาเทศ เข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์รายงานด้วยว่า มีผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 4,734 คน เป็นจำนวนน้อยที่สุดนับแต่วันที่ 17 มีนาคม ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 1.1 ล้านคน เสียชีวิต 18,620 คน จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของฟิลิปปินส์เคยสูงสุดถึงวันละ 15,310 คนเมื่อวันที่ 2 เมษายน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัตราการติดเชื้อรายวันที่ลดลง ถ้าหากคงอยู่อย่างยั่งยืน จะเพิ่มความหวังว่ามาตรการควบคุมที่เข้มงวดซึ่งฟิลิปปินส์เริ่มใช้เมื่อวันที่ 29 มีนาคม จะสามารถผ่อนคลายเพื่อช่วยเศรษฐกิจของประเทศ ที่หดตัวลงถึง 4.2% ในไตรมาสแรกของปีนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102597</URL_LINK>
                <HASHTAG>B.1.617, ฟิลิปปินส์, โควิด-19, ไวรัสสายพันธุ์อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609ab56c567ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 15:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินโดฯ-มาเลย์พบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์อินเดียรายแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ใกล้ไทยทุกที ทางการอินโดนีเซียและมาเลเซียรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อินเดียเป็นครั้งแรกในประเทศ หลังจากเวียดนามและสิงคโปร์เคยรายงานพบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์อินเดียแล้วก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานอ้างคำแถลงของบูดี กูนาดี ซาดิคิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของอินโดนีเซีย เมื่อวันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม ว่าอินโดนีเซียตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ 2 ชนิดในประเทศ ชนิดหนึ่งคือสายพันธุ์อินเดีย หรือ B.1.617 พบผู้ติดเชื้อ 2 รายในกรุงจาการ์ตา และอีกชนิดคือสายพันธุ์แอฟริกาใต้ พบผู้ติดเชื้อที่บาหลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อกันว่าไวรัสที่กลายพันธุ์ทั้ง 2 ชนิดนี้สามารถแพร่เชื้อได้เร็วขึ้น องค์การอนามัยโลกจัดลำดับความรุนแรงของไวรัสสายพันธุ์แอฟริกาใต้ว่าเป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล แต่ยังคงจัดไวรัสโควิดสายพันธุ์อินเดียว่าเป็นสายพันธุ์ที่อยู่ในความสนใจ หรือมีความเป็นไปได้ที่จะแพร่เชื้อได้มากขึ้น, ก่อโรครุนแรงขึ้น หรือหลบหลีกการคุ้มกันของวัคซีนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว ทางการอินโดนีเซียหยุดออกวีซาให้แก่ชาวต่างชาติที่เคยอยู่ในอินเดียในช่วง 14 วันที่ผ่านมา รายงานไม่ได้เปิดเผยว่าผู้ติดเชื้อที่พบเป็นคนกลุ่มใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของมาเลเซีย อัดฮัม บาบา เปิดเผยว่า ตรวจพบชาวอินเดียเดินทางมาถึงท่าอากาศยานระหว่างประเทศกัวลาลัมเปอร์ 1 ราย ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ B.1.617 เขาไม่ได้ระบุว่าตรวจพบผู้ติดเชื้อรายนี้เมื่อใด แต่คำแถลงแนะนำประชาชนว่าไม่ควรตื่นตระหนก ทางการทุ่มเทความพยายามด้านสาธารณสุขทั้งหมดเพื่อทำลายห่วงโซ่ของการติดเชื้อและรับประกันความปลอดภัยของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพุธที่แล้ว มาเลเซียห้ามเที่ยวบินทั้งขาออกและขาเข้าจากอินเดีย และห้ามนักเดินทางจากอินเดียเข้าประเทศ เพื่อป้องกันไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการมาเลเซียกำลังรับมือกับการระบาดเพิ่มขึ้นในประเทศ โดยในวันอาทิตย์พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 3,418 ราย ทำให้ยอดสะสมในประเทศเพิ่มเป็น 415,012 คน เสียชีวิต 1,533 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอินโดนีเซีย มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้วมากกว่า 1.67 ล้านคน เสียชีวิต 45,796 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์เป็นประเทศแรกในกลุ่มอาเซียนที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์อินเดีย และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการเวียดนามรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์อินเดีย 4 รายที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากอินเดีย ทั้งนี้ สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 61,235 คน เสียชีวิต 31 คน ส่วนเวียดนามมีผู้ติดเชื้อ 2,962 คน เสียชีวิต 35 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101622</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาเลเซีย, สิงคโปร์, อาเซียน, อินโดนีเซีย, เวียดนาม, โควิด-19, ไวรัสกลายพันธุ์, ไวรัสสายพันธุ์อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088f6049e123.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดเชื้อ-ตายทุบสถิติรายวัน WHOพบสายพันธุ์อินเดียใน17ประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อินเดียมีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตเกิน 3,000 คนในรอบ 24 ชั่วโมงเป็นครั้งแรกเมื่อวันพุธ ยอดรวมทะลุ 200,000 ศพ ขณะผู้ติดเชื้อทำสถิติใหม่ของโลกอีกที่มากกว่า 360,000 คน องค์การอนามัยโลกเผยพบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อินเดียแล้วในอย่างน้อย 17 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ข้อมูลอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขอินเดียเมื่อวันพุธที่ 28 เมษายน 2564 กล่าวว่า ในรอบ 24 ชั่วโมง อินเดียมีผู้ป่วยเสียชีวิตเพราะโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อีก 3,293 คน เป็นสถิติสูงสุดของประเทศ และทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตในอินเดียเป็น 201,187 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลาเดียวกัน อินเดียตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสรายใหม่ 360,960 คน เป็นสถิติใหม่ของโลก จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของอินเดียใกล้ครบ 18 ล้านคนแล้ว เฉพาะเดือนเมษายนเดือนเดียวอินเดียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เกือบ 6 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจัยที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสในอินเดียเพิ่มขึ้นไม่หยุดนั้น ส่วนหนึ่งโทษว่าเกิดจากไวรัสโคโรนากลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ที่พบในอินเดีย รวมไปถึงความหย่อนยานในการควบคุมโรคระบาด ทั้งการรวมตัวของผู้คนจำนวนนับแสนนับล้านคนในการชุมนุมทางการเมืองและเทศกาลทางศาสนา สถานการณ์ในขณะนี้ทำให้โรงพยาบาลขาดแคลนเตียงและอุปกรณ์ออกซิเจนขั้นวิกฤติ ขณะที่ฌาปนาสถานและสุสานมีศพรอคิวเผาและฝังจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงนิวเดลีมีสถานการณ์รุนแรงที่สุด ผู้ป่วยเสียชีวิตด้านนอกโรงพยาบาลที่มีคนไข้ล้น ผู้ป่วย 3 คนต้องนอนร่วมเตียงเดียวกัน ออกซิเจนตามคลินิกต่างๆ ใกล้หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้อินเดียฉีดวัคซีนให้ประชากรแล้ว 150 ล้านคน ทางการประกาศเมื่อวันเสาร์ว่าจะขยายการฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรวัยผู้ใหญ่ทุกคนในประเทศ ซึ่งเท่ากับ 600 ล้านคน ทว่าหลายรัฐเตือนว่า รัฐของตนมีวัคซีนในสต็อกไม่เพียงพอ ผู้เชี่ยวชาญกำลังเรียกร้องให้รัฐบาลเน้นความสำคัญกับการฉีดให้กลุ่มเสี่ยงและพื้นที่ที่สถานการณ์รุนแรงที่สุดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันอังคาร องค์การอนามัยโลก (WHO) ปรับปรุงข้อมูลด้านการระบาดวิทยาของโควิด-19 ประจำสัปดาห์ว่า ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ B.1.617 ที่พบครั้งแรกในอินเดียนั้นตรวจพบในหลายประเทศแล้ว โดยฐานข้อมูล GISAID ที่เปิดให้สาธารณชนสืบค้นได้ เผยว่า มีกว่า 1,200 กรณีที่ตรวจพบ &amp;quot;จากอย่างน้อย 17 ประเทศ&amp;quot; ส่วนใหญ่เป็นกรณีที่พบในอินเดีย, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;WHO ยังคงจัดว่า ไวรัสสายพันธุ์ B.1.617 ซึ่งมีหลายตระกูลย่อยที่มีลักษณะพิเศษและการกลายพันธุ์ที่แตกต่างเล็กน้อย เป็น &amp;quot;ไวรัสสายพันธุ์น่าสนใจ&amp;quot; ซึ่งยังไม่ถึงขั้นเป็น &amp;quot;ไวรัสสายพันธุ์น่ากังวล&amp;quot; ที่จะบ่งชี้ว่าไวรัสนี้อันตรายกว่าไวรัสฉบับดั้งเดิม เช่น แพร่เชื้อได้มากขึ้น, เป็นอันตรายต่อชีวิตมากขึ้น หรือสามารถหลบหลีกการป้องกันจากวัคซีนได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101040</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, ยอดติดเชื้อรายวัน, ยอดเสียชีวิตรายวัน, องค์การอนามัยโลก, อินเดีย, โควิด-19, ไวรัสสายพันธุ์อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088f6049e123.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
