<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.เสรี&#039; จับไต๋บางคนอยากให้เกิดกรณี ทหารอียิปต์-ลูกทูต  เพื่อจะได้ด่ารัฐบาล แล้วจบด้วย &#039;นายกฯต้องลาออก&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.63 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด &amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีทหารอียิปต์และบุตรสาวของอุปทูตซูดานประจำประเทศไทย ซึ่งเดินทางเข้าประเทศไทยโดยได้รับข้อยกเว้นตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ว่า &amp;nbsp;&amp;quot;โกรธได้แต่อย่าเกลียด เมื่ออารมณ์โกรธลดลง หาข้อมูลทำความเข้าใจ ระวังอย่าเชื่อ Fake news ของฝ่ายที่ต้องการซ้ำเติม ใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง แต่อย่าวิตกเกินไปนะคะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บางคนที่ด่าอย่างเมามันในตอนนี้ อาจจะเป็นคนที่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น มีมูลให้ด่ารัฐบาลได้ แล้วต้องจบด้วยการบอกว่านายกฯต้องลาออก มันเข้าเป้าแล้วสินะ คอยมานานแล้วจ้ะ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71486</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดตก, ดร.เสรี วงษ์มณฑา, ศบค., โควิด-19, ไวรัสสายพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c52dd64aefb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039; เตือนยังไม่ทันขาดคำ &#039;เอี่ยม-โฆษกเพื่อไทย&#039; ชิงปั่นกระแส &#039;อียิปต์ชนะ&#039; แขวะประเทศไทยต้องชนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.63 - จากกรณีทหารอียิปต์ ซึ่งเดินทางเข้าประเทศไทยโดยได้รับข้อยกเว้นตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 จนก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและศบค.อย่างกว้างขวางนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์รูปภาพ &amp;quot;อียิปต์ชนะ&amp;quot; และข้อความลงบนทวิตเตอร์ ว่า &amp;quot;อียิปต์ชนะ&amp;quot; ซึ่งเป็นโพสต์เสียดสีคำกล่าวของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เคยประกาศต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไว้ว่า &amp;quot;ประเทศไทยต้องชนะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยังโพสต์ลงบนทวิตเตอร์ ถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ ออกมาขอโทษประชาชน ด้วยว่า &amp;quot;ง่ายไปไหม ?&amp;quot;&lt;/p&gt;


	อ่านข่าวประกอบ กรณีทหารอียิปต์กับลูกทูต &amp;#39;หมอวรงค์&amp;#39; เตือนจุดที่ต้องระวังคือพวกปั่นกระแส ขยายเรื่องจนเกินความเป็นจริง


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71483</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ทหารอียิปต์, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, โควิด-19, ไวรัสสายพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0e601f1c555.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯรุดเยี่ยมจุดคัดกรอง-ด่านควบคุมโรคสนามบินสุวรรณภูมิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.63 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานด่านควบคุมโรคท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี​ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายศักดิ์สยาม​ ชิดชอบ​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รอให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเดินทางไปถึง นายกฯได้กล่าวทักทายประชาชนและสื่อมวลชนสั้นๆ​ ว่า​ เราต้องให้ความเชื่อมั่นกับทางจีนเขา​ เพราะเป็นต้นทาง​ มาตรการต่างๆต้องรู้เขารู้เรา​ รัฐบาลจีนได้ทำอะไรไปบ้าง​ จากนั้นได้เยี่ยมชมจุดคัดกรองผู้เดินทางแบบจำเพาะเจาะจง ดำเนินการคัดกรองผู้เดินทางที่มาจากพื้นที่ที่มีการระบาด โดยนายแพทย์โรม บัวทอง นายแพทย์เชี่ยวชาญกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ &amp;nbsp;นายแพทย์ประจำจุดคัดกรองได้อธิบายและสาธิตการติดตั้งเครื่องตรวจอุณหภูมิและขั้นตอนการตรวจคัดกรองผู้โดยสาร &amp;nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวให้กำลังใจและขอบคุณการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายกฯ ได้ร่วมสังเกตการณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ในการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเที่ยวบิน cz 3081 China Southern Airline &amp;nbsp;พร้อมร่วมแจกบัตรคำเตือนสุขภาพ และสาธิตการแสกน QR &amp;nbsp;code &amp;nbsp;เพื่อให้ได้ข้อมูลคำแนะนำด้านสุขภาพ พร้อมแจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายกฯและคณะเยี่ยมชมจุด Health Control ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ พร้อมเยี่ยมชมวิธีการตรวจคัดกรองผู้โดยสารร่วมกับการใช้ CCTV ของสนามบิน โดยจะเป็นการคัดกรองอุณหภูมิของผู้โดยสารทุกคนที่จะผ่านเข้าไปยังจุดตรวจคนเข้าเมือง ชมการสาธิตการตรวจจับผู้โดยสารผ่านเครื่องเทอร์โมสแกนแบบ universal และจุดติดตั้งเทอร์โมสแกน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบริษัทการบินไทยจำกัด(มหาชน) และบริษัทไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ทั้งทางด้านอากาศยานการบริการบนเครื่องบินรวมถึงฝ่ายบริการลูกค้าภาคพื้นพร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ โดยมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะวิกฤติและเป็นผู้รับผิดชอบในการออกมาตรการต่างๆเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดรวมทั้งประสานงานหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกโดยภายในได้ประสานแต่ละฝ่ายดำเนินการตามมาตรการอย่างเคร่งครัดส่วนการประสานกับหน่วยงานภายนอกได้แก่กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานการบินคนละเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ติดตามการออกมาตรการต่างๆเพื่อนำมาปฏิบัติ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55800</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, บิ๊กตู่, สนามบินสุวรรณภูมิ, อู่ฮั่น, ไวรัสสายพันธุ์ใหม่, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e314817df838.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเอาจริง!ปิด2เมืองสู้ไวรัสโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จีนล็อกดาวน์ศูนย์กลางการระบาดของไวรัส ปิด 2 เมืองใหญ่ในมณฑลหูเป่ย์รวมประชากรเกือบ 20 ล้านคน ห้ามออกจากเมืองหากไม่จำเป็น เครื่องบิน-รถไฟขาออกระงับไร้กำหนดตั้งแต่วันพฤหัสบดี กรุงปักกิ่งงดมหกรรมฉลองตรุษจีน ขณะยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มเกือบ 600 คน หมอธีดีดปาก &amp;quot;อนค.&amp;quot; เอาโรคมาเล่นการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการจีนกำลังเร่งเพิ่มมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 ที่ยืนยันพบผู้ป่วยครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ภาคกลางของจีน และขณะนี้ได้แพร่กระจายไปยังหลายเมืองของจีน และพบผู้ติดเชื้อทั้งในไทย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, มาเก๊า, ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา ขณะจำนวนผู้เสียชีวิตที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนรายงานเมื่อคืนวันพุธที่ 22 มกราคมนั้น อยู่ที่ 17 ราย อายุระหว่าง 48-89 ปี และเป็นผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อน ส่วนผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วมี 571 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า เช้าวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม ระบบขนส่งมวลชนเกือบทั้งหมดของเมืองอู่อั่น ซึ่งมีประชากร 11 ล้านคน ระงับการบริการอย่างไม่มีกำหนด ถึงช่วงบ่ายสถานีรถไฟและสนามบินซึ่งปกติจะคลาคล่ำด้วยผู้โดยสารที่เดินทางมากลับมารวมญาติในวันตรุษจีน มีสภาพแทบร้าง เครื่องบินขาออกประกาศงดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. แม้สื่อในประเทศจะรายงานว่ายังมีบางสายการบินให้บริการหลังเส้นตายนี้ ด่านเก็บค่าผ่านทางบนถนนขาออกนอกเมืองถูกปิด ประชาชนได้รับคำแนะนำว่าอย่าออกจากเมืองนี้ &amp;quot;หากไม่มีเหตุผลเป็นพิเศษ&amp;quot; บรรยากาศบนท้องถนนและศูนย์การค้าภายในเมืองท่าสำคัญแห่งนี้เงียบอย่างน่าขนลุก ส่วนผู้คนที่เดินตามท้องถนนในเมืองนี้ก็ต้องสวมหน้ากากตามคำสั่งของตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทางการเมืองหวงกังที่อยู่ติดกัน ก็ประกาศใช้มาตรการคล้ายกัน โดยระงับบริการระบบขนส่งมวลชนและรถไฟตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนวันพฤหัสบดี และห้ามประชากรซึ่งมีราว 7.5 ล้านคน เดินทางออกนอกเมืองนี้ โรงภาพยนตร์ทุกแห่งรวมถึงร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่และตลาดกลางในเมืองนี้ปิดบริการ ส่วนเมืองเอ้อโจว ที่มีประชากร 1.1 ล้านคน ก็ประกาศว่าจะปิดสถานีรถไฟชั่วคราว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่ำวันพฤหัสบดี ทางการเมืองเซียนเถา ซึ่งมีประชากร 1.5 ล้านคน ประกาศหยุดระบบขนส่งมวลชนและปิดด่านเก็บเงิน 30 จุดบนทางด่วนหูเป่ย์ห้ามรถยนต์ใช้เส้นทางนี้ และเมืองชื่อปี้ ซึ่งมีประชากรราว 500,000 คน จะระงับบริการขนส่งมวลชนตั้งแต่เวลาเที่ยงคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงปักกิ่ง รัฐบาลจีนสั่งยกเลิกกิจกรรมที่เป็นแหล่งชุมนุมของฝูงชนในช่วงเทศกาลตรุษจีน เช่นงานวัดต่างๆ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพื่อสนับสนุนและเสริมสร้างการป้องกัน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสั่งปิดพระราชวังต้องห้ามในวันเสาร์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลก (WHO) ประชุมฉุกเฉินที่นครเจนีวาเมื่อวันพุธ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญยังเสียงแตกว่าจะประกาศให้การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศหรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญนัดประชุมกันใหม่ในวันพฤหัสบดี ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการ WHO กล่าวว่า ที่ประชุมยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม แต่ขณะเดียวกันเขาชมเชยจีนว่าใช้มาตรการที่เข้มแข็งมากๆ ซึ่งจะช่วยควบคุมการแพร่ระบาด และเรียกร้องให้จีนใช้มาตรการที่มีนัยสำคัญมากขึ้นเพื่อจำกัดหรือลดการแพร่ระบาดระหว่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการจีนเชื่อว่าศูนย์กลางของการแพร่เชื้อไวรัสลึกลับชนิดนี้อยู่ที่ตลาดค้าอาหารทะเลของอู่ฮั่นที่มีการลักลอบขายสัตว์ป่า ไวรัสชนิดนี้อยู่ในวงศ์เดียวกับไวรัสโคโรนาที่ก่อโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) ที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกเกือบ 800 คนระหว่างปี 2545-2546 จีนและ WHO ยืนยันว่าไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่นี้สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ผ่านระบบทางเดินหายใจเช่นเดียวกับโรคซาร์ส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญบางคนยังเชื่อว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ไม่อันตรายเท่ากับซาร์ส และโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (เมอร์ส) ที่คร่าชีวิตผู้ป่วยมากกว่า 700 คนนับแต่เกิดการแพร่ระบาดเมื่อปี 2555 แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของจีนเตือนว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้อาจกลายพันธุ์และแพร่กระจายได้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถระบุต้นตอของไวรัสได้ว่ามาจากสัตว์ชนิดใด ผลการศึกษาทั้งของจีนและต่างประเทศที่เผยแพร่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาชี้ว่า ไวรัสชนิดนี้อาจมาจากค้างคาวหรืองู ที่จอง หนานซาน ที่ปรึกษาทางการแพทย์ของรัฐบาลจีนกล่าวว่า สัตว์ในตระกูลแบดเจอร์และหนูก็อาจเป็นต้นตอของไวรัสนี้
สำหรับความเคลื่อนไหวในไทยเรื่องนี้นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ว่า เราควบคุมได้มาตลอด หลายอย่างดำเนินการมาล่วงหน้าแล้ว ไม่อย่างนั้นเราคงป้องกันไม่ได้อย่างนี้ ลองเปรียบเทียบดูที่จีน วันนี้เขาห้ามบุคคลออกจากเมืองอู่ฮั่นโดยเด็ดขาด ซึ่งเขาห้ามได้ ประเทศไทยห้ามได้ไหม มันต่างกันตรงนี้
ขณะที่ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ลุกขึ้นหารือต่อที่ประชุมในเรื่องนี้ว่า อยากให้รัฐบาลใส่ใจเรื่องนี้ด้วย เพราะไม่เห็นทำอะไร และแก้ปัญหาเฉพาะแต่ฝุ่นละออง เพราะถ้าไม่มีการจัดการที่ดี ขอแนะนำให้ตั้งชื่อไวรัส ว่าไวรัสจันทร์โอชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข กล่าวในเรื่องนี้ว่า ขอให้นักการเมืองทุกฝ่ายอย่าเอาเรื่องนี้มาโจมตีกัน นี่ไม่ใช่วาระทางการเมือง แต่เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันดูแล และให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน การมาพูดแบบนี้ใช้ไม่ได้ เพราะเราเองเตรียมความพร้อมไว้อยู่แล้ว และเป็นมาตรการที่เราเตรียมพร้อมมาเป็นสิบปี ตั้งแต่ที่มีการระบาดของโรคติดต่อรุนแรง
นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ไทยได้ยกระดับการดูแล โดยคิดถึงโรคอุบัติใหม่ตั้งแต่สัปดาห์แรกของปี โดยได้สั่งให้ตรวจสอบคุณภาพของห้องแยกโรคความดันเป็นลบใน รพ.ศูนย์ รพ.ทั่วไป และ รพ.ชุมชนขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ตอนนี้พร้อมใช้งาน 100% และล่าสุดยกระดับบัญชาการระดับกรมเป็นระดับกระทรวงแล้ว ดังนั้นทุกแห่งต้องตื่นตัวเปิดศูนย์ปฏิบัติการระดับจังหวัด
&amp;ldquo;ผลกระทบกับไทยไม่มีอะไร เพราะโรคนี้ไม่ได้เกิดที่ไทย แต่กระทบกับจีน การที่เขาจำกัดการเคลื่อนไหว ก็น่าจะเป็นผลดีกับเรา แต่แม้จะจำกัดการเดินทางจากเมืองอู่ฮั่นแล้ว เรายังต้องจับตาทั้งหมด ว่ามีใครที่มีประวัติว่าเคยไปเมืองอู่ฮั่นหรือไม่ ส่วนที่กังวลว่าจะกระทบกับรายได้การท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนของไทยนั้น เรื่องรายได้ไม่สำคัญเท่าสุขภาพของประชาชน&amp;rdquo; นพ.สุขุมกล่าว
ปลัด สธ.เผยอีกว่า ผู้ป่วยทั้ง 4 รายในไทยมาจากเมืองอู่ฮั่นทั้งสิ้น และการตรวจคนใกล้ชิดผู้ป่วยไม่พบว่ามีการติดเชื้อ โดยกลุ่มที่เราแนะนำให้ระมัดระวังคือ 1.คนที่มีโรคประจำตัว เช่น หัวใจ ความดัน เบาหวาน 2.เป็นผู้สูงอายุ หรือเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี 3.มีประวัติการเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่น และ 4.มีไข้ อาการของไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้สูง ปวดเมื่อย ไอ หายใจหอบเหนื่อย ควรรีบมาโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจ นอกจากนี้เวลาไปที่ชุมชนขอให้สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือบ่อยๆ ยึดหลักกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่โรงพยาบาลกระบี่ เจ้าหน้าที่ได้กักตัวรักษาผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อปอดอักเสบไวรัสโคโรนาที่ห้องพักผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางอากาศ โดยผู้ป่วยเป็นหญิงชาวจีน อายุประมาณ 35 ปี หลังเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นเมื่อคืนวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยจะดูอาการให้ครบ 24 ชม. หากไม่พบมีอาการเพิ่มเติมใดๆ ก็จะอนุญาตให้ออกจาก รพ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรืออากาศเอก ปรารถนา พัฒนศิริ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัยความมั่นคงและมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสาร บริษัท ได้ปฏิบัติตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และได้ออกมาตรการในการป้องกันโรคระบาดดังกล่าว 7 มาตรการ คือ 1. มาตรการคัดกรองในการตรวจรับผู้โดยสารและการบริการภาคพื้น 2.มาตรการในการให้บริการบนเครื่องบิน 3.มาตรการในการจัดเตรียมอากาศยาน และฆ่าเชื้อโรค 4.มาตรการทำความสะอาดภายในอากาศยาน 5.มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังสุขอนามัยของพนักงาน 6.มาตรการการรับขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ และ 7.มาตรการด้านโภชนาการ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55358</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีนล็อกดาวน์, ตรุษจีน, ปิดเมือง, ศูนย์กลางการระบาดของไวรัส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์, ไวรัสสายพันธุ์ใหม่, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e29ab96301e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 17:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไวรัสคล้ายซาร์สแพร่คนสู่คน ตายเพิ่มเป็น 6 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จีนยืนยันแล้วว่าไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่แพร่จากคนสู่คนได้ ผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว 6 คน ยอดติดเชื้อในจีนพุ่งเกือบ 300 ราย ออสเตรเลียและฟิลิปปินส์ลุ้นผลตรวจผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ WHO เล็งประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวจีนสวมหน้ากากอนามัยเดินผ่านป้ายแนะนำวิธีป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสคล้ายซาร์ส ที่โรงพยาบาลหัวซานในนครเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีนรายงานอ้างคำกล่าวของ จง หนานซาน หัวหน้าคณะผู้เชี่ยวชาญของคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งจีน เมื่อคืนวันจันทร์ ยืนยันว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่มีจุดเริ่มต้นที่เมืองอู่ฮั่น สามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ โดยพบว่าผู้ป่วยหลายรายไม่เคยเดินทางไปเมืองอู่ฮั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เรียกประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินในวันพุธนี้ เพื่อลงความเห็นว่าจะประกาศภาวฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศหรือไม่ ที่ผ่านมาดับเบิลยูประกาศภาวะฉุกเฉินเพียงไม่กี่ครั้ง ซึ่งรวมถึงระหว่างการแพร่ระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และการแพร่ระบาดของอีโบลาในประเทศแถบแอฟริกาตะวันตกช่วงปี 2557-2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของคณะกรรมการสาธารณสุขอู่ฮั่น ซึ่งเคยระบุว่าต้นตอของไวรัสน่าจะมาจากตลาดส่งขายอาหารทะเลในเมืองนี้ ยืนยันว่า มีผู้ป่วยเสียชีวิตเป็นคนที่ 4 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม ผู้ป่วยรายนี้เป็นชายอายุ 89 ปีและมีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อน รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ เขาเริ่มมีอาการป่วยวันที่ 13 มกราคม แต่เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล 5 วันหลังจากนั้น คำแถลงยังเปิดเผยด้วยว่า มีเจ้าหน้าที่แพทย์ติดเชื้อด้วยแล้ว 15 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา โจว เซียนหวัง นายกเทศมนตรีอู่ฮั่น กล่าวกับซีซีทีวีว่า มีผู้ป่วยที่อู่ฮั่นเสียชีวิตเพิ่มเป็น 6 รายแล้ว และผู้ติดเชื้อในเมืองนี้ 258 ราย ยังรับการรักษา 227 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนยังพบผู้ติดเชื้อแล้วในหลายเมือง โดยในวันอังคาร นครเซี่ยงไฮ้ยืนยันพบผู้ติดเชื้อรายที่ 2 เป็นชายวัย 35 ปีที่เดินทางไปอู่ฮั่นเมื่อต้นเดือนนี้ และกำลังเฝ้าสังเกตอาการ 4 ราย วันก่อนหน้านี้กรุงปักกิ่งยืนยันมีผู้ติดเชื้อ 5 ราย และมณฑลกวางตุ้งมีผู้ติดเชื้อ 14 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติของจีนเผยว่า ล่าสุดจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสคล้ายซาร์สในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 291 รายแล้ว โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ผ่านการตรวจยืนยันอีกเกือบ 80 ราย และมีผู้ที่ถูกเฝ้าสังเกตอาการอีกมากกว่า 900 ราย ในจำนวนกลุ่มที่ต้องสงสัยนี้มีกว่า 50 รายที่ถูกเฝ้าสังเกตอาการใน 14 มณฑลและเขตทั่วจีน รวมถึงมณฑลจี๋หลินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, เจ้อเจียงในภาคตะวันออก และไห่หนานในภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในต่างประเทศ นอกจากไทย, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่พบผู้ติดเชื้อซึ่งล้วนมีประวัติมาจากอู่ฮั่นหรือเคยเดินทางไปอู่ฮั่น ข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ออสเตรเลียก็กำลังรอผลการตรวจชายคนหนึ่งที่แสดงอาการของโรคนี้ เขาเคยเดินทางไปอู่ฮั่นและกำลังถูกแยกกักกันโรค ส่วนฟิลิปปินส์ก็รายงานว่าอาจพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศ เป็นเด็กอายุ 5 ปีเดินทางจากอู่ฮั่นมาถึงฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 12 มกราคม และเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการไข้หวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การยืนยันว่าไวรัสนี้แพร่จากคนสู่คนได้ เพิ่มความวิตกว่าสถานการณ์แพร่ระบาดจะรุนแรงขึ้นเนื่องจากใกล้ช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ชาวจีนหลายร้อยล้านคนจะออกเดินทางกลับภูมิลำเนา ทั้งด้วยเครื่องบิน, รถไฟและรถโดยสาร หรือเดินทางออกต่างประเทศ สนามบินของฮ่องกงและไต้หวันที่คาดว่าจะต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมาก และสนามบินของหลายประเทศ ได้วางมาตรการคัดกรองผู้โดยสาร โดยเฉพาะจากเมืองอู่ฮั่น เช่น ออสเตรเลีย, บังกลาเทศ, เนปาล, สิงคโปร์, สหรัฐ และไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร รัฐบาลจีนประกาศด้วยว่าได้จัดให้การแพร่ระบาดครั้งนี้อยู่ในหมวดเดียวกับโรคซาร์ส ซึ่งจะบังคับการแยกผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ และอาจรวมถึงการใช้มาตรการกักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันก่อนหน้านั้นประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถึงการระบาดเป็นครั้งแรก ย้ำว่า จะต้องควบคุมการแพร่ของไวรัสนี้ให้ได้อย่างเด็ดขาดและต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างทันท่วงที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55144</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ, องค์การอนามัยโลก, แพร่คนสู่คน, ไวรัสคล้ายซาร์ส, ไวรัสสายพันธุ์ใหม่, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e26d2a221631.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่แพร่ &#039;คนสู่คน&#039; สหรัฐเตือน &#039;จับตา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจีนชี้ เป็นไปได้ที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในวงศ์เดียวกับซาร์สที่พบในเมืองอู่ฮั่นของจีน อาจสามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ หลังจากพบผู้ติดเชื้อที่เป็นสามีภรรยาและสมาชิกครอบครัวเดียวกัน ด้านสหรัฐออกคำเตือนฉบับใหม่ &amp;quot;จับตา&amp;quot; การระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของจีนเฝ้าด้านหน้าตลาดค้าส่งอาหารทะเลหัวหนานที่ถูกปิด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแพร่ระบาดที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ภาคกลางของจีนที่เริ่มพบผู้ติดเชื้อตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ทำให้มีคนเสียชีวิตแล้ว 1 รายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแถลงการณ์ของคณะกรรมการสาธารณสุขอู่ฮั่นเมื่อวันพุธที่ 15 มกราคม 2563 ระบุว่า ผู้ป่วย 41 คนที่ได้รับรายงานยืนยันนั้น พบว่า 1 คนเป็นผู้หญิงที่อาจติดเชื้อจากสามีของนาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ทางการจีนยืนยันครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ว่ามีการระบาดของโรคไวรัสปอดอักเสบจากไวรัสไม่ระบุชนิดที่เมืองอู่ฮั่น ก็ได้ก่อความหวาดกลัวว่าโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) จะกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง ซาร์สเคยคร่าชีวิตผู้ป่วยในจีน 349 คน และในฮ่องกงอีก 299 คน ระหว่างปี 2545-2546 แต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญจีนยืนยันว่าโรคนี้ไม่ใช่ซาร์ส แต่เกิดจากโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่อยู่ในวงศ์เดียวกับซาร์ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมายังไม่มีรายงานยืนยันการแพร่เชื้อไวรัสจากคนสู่คน แต่คณะกรรมการสาธารณสุขอู่ฮั่นก็ไม่ตัดความเป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของจีนมีออกมาไล่หลังข่าวไทยพบนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนรายหนึ่งติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ และทางการอู่ฮั่นก็ยืนยันเช่นกันว่า หญิงคนนี้มาจากเมืองอู่ฮั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ชายคนที่เชื่อว่าแพร่เชื้อสู่ภรรยานั้นทำงานที่ตลาดขายส่งอาหารทะเลหัวหนาน ในเมืองอู่ฮั่น ที่ถูกระบุว่าเป็นศูนย์กลางของการแพร่ระบาดและถูกปิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม แต่ภรรยาของเขาที่ล้มป่วยด้วยนั้นไม่มีประวัติเคยไปที่ตลาดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงข่าวของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขฮ่องกงเมื่อวันพุธ ภายหลังเดินทางไปค้นหาข้อเท็จจริงที่เมืองอู่ฮั่น ก็กล่าวเช่นกันว่า ยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ของการแพร่เชื้อจากคนสู่คน แม้ว่าจะยังไม่พบหลักฐานที่แน่ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ชวง ชุกควาน จากศูนย์ป้องกันสาธารณสุขฮ่องกง กล่าวว่า ผู้ป่วยที่อู่ฮั่นมีกรณีที่เป็นครอบครัวเดียวกัน 2 เคส ได้แก่คู่สามี-ภรรยา และเคสของพ่อ ลูกชาย และหลานชาย ที่อยู่บ้านเดียวกัน แต่เคสหลังนี้แพทย์ในจีนเชื่อกันว่า ชายทั้ง 3 คนน่าจะติดเชื้อจากไวรัสชนิดเดียวกันในตลาดขายอาหารทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวเมื่อวันอังคารว่า หญิงชาวจีนที่ไทยตรวจพบว่าติดเชื้อและขณะนี้มีอาการทรงตัว ก็ไม่มีรายงานว่าเคยไปที่ตลาดแห่งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์หญิงมาเรีย ฟาน แกร์โฮฟ จากดับเบิลยูเอชโอ กล่าวไว้ว่า ไม่น่าประหลาดใจหากจะพบการแพร่เชื้อจากคนสู่คนแบบจำกัด โดยเฉพาะคนในครอบครัวที่ติดต่อสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังมีรายงานพบผู้ป่วยในไทย ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อของสหรัฐ (ซีดีซี) ได้ออกคำเตือน &amp;quot;จับตา&amp;quot; ระดับ 1 สำหรับผู้ที่เดินทางไปเมืองอู่ฮั่น โดยแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังตามปกติและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์และคนป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ออกคำเตือนคนอเมริกันในจีนเกี่ยวกับการระบาดของโรคปอดบวมที่เมืองอู่ฮั่น โดยอ้างอิงถึงคำเตือนล่าสุดของซีดีซี แนะนำการปฏิบัติตัวของพลเมืองอเมริกันที่เดินทางไปเมืองอู่ฮั่น เช่น หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์, ตลาดค้าสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และขอให้ผู้ที่เคยเดินทางไปอู่ฮั่นแล้วรู้สึกไม่สบายควรรีบไปพบแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการสาธารณสุขอู่ฮั่นกล่าวเมื่อวันพุธว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุในช่วงวัยกลางคนหรือวัยชรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ฮ่องกง โรงพยาบาลที่นั่นยกระดับเฝ้าระวังสู่ขั้น &amp;quot;ร้ายแรง&amp;quot; และเพิ่มมาตรการเฝ้าตรวจ เช่นตั้งจุดวัดไข้นักเดินทางขาเข้า เจ้าหน้าที่เผยเมื่อวันอังคารด้วยว่า จำนวนผู้ป่วยที่เข้าโรงพยาบาลเพราะมีไข้หรือมีปัญหาระบบทางเดินหายใจหลังเดินทางไปอู่ฮั่น เพิ่มเป็น 71 รายแล้ว โดยพบผู้ป่วยเพิ่ม 7 รายนับแต่วันศุกร์ แต่ 60 รายออกจากโรงพยาบาลแล้ว และไม่พบว่ารายใดติดเชื้อไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54643</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนสู่คน, จีน, สหรัฐเตือน, อู่ฮั่น, แพร่เชื้อ, โรคปอดอักเสบ, ไวรัสสายพันธุ์ใหม่, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1f052a5bb66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2020 21:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2020 21:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนชี้ &#039;ไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่&#039; ต้นตอปอดอักเสบระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญของจีนเชื่อว่าโรคปอดอักเสบลึกลับที่แพร่ระบาดในเมืองอู่ฮั่นทำให้มีคนป่วย 59 รายตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา เกิดจากไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่วงศ์เดียวกับไวรัสซาร์ส ที่เคยคร่าชีวิตผู้ป่วยในจีนและฮ่องกงหลายร้อยรายเมื่อกว่า 10 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม 2563 ว่าสวี เจี้ยนกัว นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของจีน เปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัวว่า ผู้เชี่ยวชาญหลายคนลงความเห็นเบื้องต้นว่า ไวรัสโคโรนาชนิดใหม่คือสาเหตุที่ก่อโรคปอดอักเสบระบาดในเมืองอู่ฮั่นที่มีประชากรมากกว่า 11 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนยืนยันครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ธันวาคมว่ามีการระบาดของโรคนี้ และได้ก่อความหวาดกลัวว่าโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) จะกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง ทางการฮ่องกงซึ่งได้รับผลกระทบรุนแรงจากการระบาดของซาร์สเมื่อปี 2545-2546 รีบใช้มาตรการป้องกันทันที รวมถึงการฆ่าเชื้อโรคตามรถไฟและเครื่องบิน และตรวจคัดกรองผู้โดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยงานด้านสาธารณสุขของจีนยืนยันว่าโรคระบาดครั้งนี้ไม่ใช่โรคซาร์ส ที่คร่าชีวิตผู้ป่วยในจีนแผ่นดินใหญ่ 349 คน และในฮ่องกง 299 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวีกล่าวว่า ผลตรวจตัวอย่างเลือดของผู้ติดเชื้อและเสมหะ ได้ผลลัพธ์เป็นบวก 15 ตัวอย่างว่าเชื้อนี้เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) โดยกอเดน กาเลีย ผู้แทนดับเบิลยูเอชโอประจำจีน ก็ยืนยันเช่นกันว่า ผลการค้นพบเบื้องต้นชี้ว่าเป็นไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่ และต้องมีการสืบสวนเพิ่มเติมเพื่อระบุแหล่งที่มา, โหมดของการแพร่เชื้อ, ขอบเขตของการติดเชื้อ และการใช้มาตรการรับมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการสาธารณสุขของเมืองอู่ฮั่นกล่าวไว้เมื่อวันอาทิตย์ว่า ผู้ป่วย 7 คน จาก 59 คน ยังมีอาการป่วยในขั้นร้ายแรง แต่ไม่มีรายใดเสียชีวิต ทั้งหมดได้รับการรักษาแบบแยกกักกันโรค รายงานของซินหัวเปิดเผยความคืบหน้าเพิ่มเติมด้วยว่า ผู้ป่วย 8 คนหายดีและออกจากโรงพยาบาลแล้วเมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวด้วยว่า การติดเชื้อเกิดระหว่างวันที่ 12-29 ธันวาคม ผู้ป่วยบางรายทำงานที่ตลาดขายอาหารทะเลของเมืองนี้ ซึ่งปัจจุบันถูกปิดเพื่อทำการฆ่าเชื้อ และจนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีการแพร่เชื้อจากคนสู่คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกไม่กี่สัปดาห์จะเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวจีนหลายล้านคนออกเดินทางด้วยพาหนะต่างๆ ทั้งรถบัสโดยสาร รถไฟ และเครื่องบิน เจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคมของจีนกล่าวว่า ทางการได้จัดมาตรการฆ่าเชื้อ, เฝ้าติดตามและป้องกันในพื้นที่ที่มีผู้โดยสารจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงสถานีต่างๆ และศูนย์รวมการขนส่งสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ด้านการบินพลเรือนและการรถไฟแห่งชาติกล่าวกันว่าพวกเขายังไม่ได้รับรายงานว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อใช้บริการการบินหรือรถไฟ แต่พวกเขากำลังเฝ้าจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วั่น เซียงตง หัวหน้าเจ้าหน้าที่การบินของสำนักงานการบินพลเรือนของจีน กล่าวว่า เครื่องบินทุกลำติดอุปกรณ์การแพทย์ฉุกเฉินไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาเลีย ผู้แทนของดับเบิลยูเอชโอกล่าวว่า ผู้ที่มีอาการปอดบวมและมีรายงานว่าเคยเดินทางไปอู่ฮั่นได้รับการระบุตัวที่สนามบินระหว่างประเทศแห่งต่างๆ แล้ว แต่ดับเบิลยูเอชโอไม่แนะนำให้ใช้มาตรการจำกัดการเดินทางกับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ฮ่องกง หน่วยงานดูแลโรงพยาบาลยกระดับการเฝ้าระวังสู่ขั้น &amp;quot;ร้ายแรง&amp;quot; และเพิ่มมาตรการตรวจจับ เช่นการวัดไข้นักเดินทางที่เข้าฮ่องกง เจ้าหน้าที่ฮ่องกงกล่าวว่า มีผู้ป่วย 38 รายที่เพิ่งเดินทางกลับจากอู่ฮั่นและมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัด กำลังรับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่ไม่มีใครที่ยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสลึกลับชนิดนี้ ผู้ป่วย 21 รายกลับบ้านได้แล้วในวันพุธ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54204</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ปอดอักเสบ, ระบาด, อู่ฮั่น, ไวรัสสายพันธุ์ใหม่, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
