<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57980</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สี จิ้นผิง&#039; กับการบริหาร วิกฤติไวรัสอู่ฮั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพนี้คือหัวใจของการสื่อสารกับประชาชนคนจีน ว่าผู้นำสูงสุดของเขาออกมาร่วมสู้กับประชาชนเพื่อจำกัดการแพร่กระจายของไวรัสอู่ฮั่นอย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงไปเยี่ยมเยียนประชาชนคนจีนในหลายเขตของปักกิ่ง โดยใส่หน้ากากอนามัยแบบธรรมดา เพราะก่อนหน้านั้นวันเดียวรัฐบาลเพิ่งประกาศว่าประชาชนไม่ควรใช้แบบ N95 ซึ่งมีจำนวนจำกัด ควรเก็บไว้ให้บุคลากรทางการแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อเนื่องจากทำงานใกล้ชิดกับคนป่วยมีจำนวนกว่า 1,700 คนและเสียชีวิตไปแล้วไม่ต่ำกว่า 6 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้นายกฯ หลี่ เค่อเฉียงลงพื้นที่อู่ฮั่น มีการเผยแพร่ภาพให้เห็นถึงการนำทัพนักรบทางการแพทย์เพื่อต่อสู้กับ Covid-19 อย่างคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดนี้เป็นการออกข่าวเพื่อให้ประชาชนคนจีนทั้งประเทศและชาวโลกได้เห็นว่า ผู้นำจีนไม่ได้นั่งบริหารวิกฤติในห้องแอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพนี้สี จิ้นผิงยอมให้วัดอุณหภูมิของตัวเอง ทำตัวให้ธรรมดาสามัญที่ไม่ได้รับการยกเว้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเชื้อร้ายไวรัสสายพันธุ์ใหม่ตัวนี้เล่นงานไม่เลือกหน้า ไม่ว่าจะเป็นคนยากดีมีจน ตำแหน่งต่ำต้อยหรือสูงส่งก็มีสิทธิ์ติดเชื้อป่วยไข้เสียชีวิตได้ทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปิดเผยคำกล่าวต่อ &amp;quot;วงใน&amp;quot; ของสี จิ้นผิง สะท้อนว่าทางการปักกิ่งต้องการตอกย้ำว่าผู้นำสูงสุดคนนี้ได้รับรู้ถึงการแพร่ระบาดของไวรัสใหม่ตัวนี้อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนที่จะมีการแสดงความกังวลของผู้นำต่อสาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปกติคำพูดของสี จิ้นผิงต่อคนวงในจะถูกตีตรา &amp;quot;ลับสุดยอด&amp;quot; ตลอด แต่ครั้งนี้น่าสังเกตว่าเป็นความพยายามที่จะสื่อให้คนจีนและชาวประชาทั่วโลกได้เห็นว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสูงสุดของจีนรับรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ต้น และได้สั่งการสู้รบกับ &amp;quot;ไวรัสอู่ฮั่น&amp;quot; ตั้งแต่ยังไม่เป็นข่าวแพร่สะพัดไปทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่ากับเป็นการสกัดข้อกล่าวหาใดๆ ที่ว่าระดับนำของรัฐบาลจีนมีความ &amp;quot;เฉื่อยชา&amp;quot; ในการตั้งรับสถานการณ์ที่ปัจจุบันกลายเป็นเรื่องร้ายแรงไปทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเกี่ยวกับคำพูดของสี จิ้นผิงต่อเจ้าหน้าที่ในสื่อทางการของจีนบอกว่า ผู้นำสูงสุดของรัฐบาลได้ออกคำสั่งให้ตั้งทีมบริหารวิกฤติตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม ในการประชุมของคณะกรรมการบริหารของพรรคคอมมิวนิสต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปกติมติใดๆ ของการประชุมระดับนำอย่างนี้จะไม่เปิดเผยให้สาธารณชนได้รับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ครั้งนี้เห็นได้ชัดว่ามีความจงใจที่จะสร้าง &amp;quot;ความโปร่งใส&amp;quot; ให้ประชาชนได้รู้ &amp;quot;เบื้องหลังการตัดสินใจ&amp;quot; ในระดับนำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำกล่าวสำหรับวงในนั้น สี จิ้นผิงบอกด้วยว่าเขาเป็นคนสั่งให้มีการ &amp;quot;ปิดเมือง&amp;quot; อู่ฮั่นและเมืองรอบข้างอื่นๆ เมื่อวันที่ 23 มกราคมด้วยตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สี จิ้นผิงบอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเกาะติดสถานการณ์เรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสอู่ฮั่นด้วยตนเองทุกขั้นตอน และได้ออกคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องจัดการกับปัญหาเป็นระยะๆ&amp;quot; สีกล่าวในคำปราศรัยกับวงในเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ (รายละเอียดเพิ่งเปิดเผยวันที่ 15 กุมภาพันธ์ หลังจากเห็นภาพสี จิ้นผิงออกตรวจงานในหลายๆ เขตของปักกิ่ง)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นได้ชัดว่าวันเวลาที่พูดถึงนั้นสอดคล้องกับตอนที่คุณหมอหลี่ เหวินเลี่ยงได้เขียนข้อความเตือนเพื่อนๆ ที่เป็นหมอ ว่าเขาสงสัยจะเกิดโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่มีความละม้ายกับ SARS&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมอหลี่ถูกเจ้าหน้าที่อู่ฮั่นเรียกไปต่อว่าต่อขาน ให้ลงชื่อในเอกสารทางการสารภาพว่าได้ส่งข้อความอันก่อให้เกิดความไม่สงบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อต่อมาสิ่งที่หมอหลี่เตือนกลายเป็นความจริง สี จิ้นผิงคงเห็นว่าจะต้องสั่งการให้ทันกับสถานการณ์ที่ผู้คนกำลังตั้งคำถามผ่านสื่อโซเชียลมีเดียอย่างร้อนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอนว่าสี จิ้นผิงไม่ต้องการมีภาพว่าตอนที่เกิดสัญญาณเตือนภัยแรกๆ นั้น เขาไม่ตระหนักในความเร่งด่วนและความร้ายแรงของปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่ทางการจีนต้องการสื่อคือ ผู้นำของเขารู้เร็วรู้ทันและตัดสินใจแก้ปัญหาได้ทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนี้บทพิสูจน์ของจริงคงอยู่ที่ว่า สี จิ้นผิงจะทำให้การแพร่ระบาดของไวรัสตัวนี้สงบนิ่งและเริ่มกลับสู่ภาวะปกติได้เมื่อไหร่เท่านั้นเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57980</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง, ไวรัสอู่ฮั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>137คนจากอู่ฮั่น ปลอดภัยกลับบ้าน ปัดไทยปิดข้อมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาล&amp;quot; ส่ง 137 คนไทยจากอู่ฮั่นกลับบ้านแล้ว &amp;nbsp;หลังเฝ้าระวังไวรัสโควิด-19 ครบ 14 วัน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ขออย่าตื่นตระหนกมาก ห่วงกระทบ ศก.หนัก &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; สวนต่างชาติไม่มีหมกเม็ดตัวเลขผู้ป่วย &amp;quot;กัมพูชา&amp;quot; อนุญาตผู้โดยสาร 233 คนที่เหลือลงจากเรือเวสเตอร์ดัมได้ เหตุตรวจไม่พบติดเชื้อไวรัส เตรียมส่งขึ้นเครื่องบินกลับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารรับรองฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี วันที่ 19 ก.พ. เวลา 09.00 น. นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมช.สธ.) พร้อมด้วยนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, พล.ร.ท.วรา แทนขำ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ, ผู้นำชุมชน และส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมส่งคนไทยจากอู่ฮั่นกลับภูมิลำเนา จำนวน 137 คน หลังครบระยะเวลาเฝ้าระวังควบคุมครบ 14 วัน ตามมาตรฐานสากล โดยทั้งหมดมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากเชื้อโควิด-19 มีเพียงผู้ป่วย 1 รายเท่านั้นที่มีอาการอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง ขณะนี้ได้ส่งตัวไปดูแลอยู่ในห้องคัดแยกของโรงพยาบาลชลบุรี ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความสุขของผู้ได้กลับสู่ภูมิลำเนา และญาติพี่น้องที่มาเฝ้ารอรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตกล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้มใจที่ได้เห็นคนไทย 137 คน ปลอดภัยและได้กลับบ้านอย่างมีความสุข ในฐานะตัวแทนของรัฐบาล ต้องขอขอบคุณทุกฝ่าย โดยเฉพาะกองทัพเรือและสาธารณสุข ที่เป็นแม่งานในการดำเนินภารกิจคนไทยกลับบ้านเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์แบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่มีญาติมารับสามารถเดินทางกลับได้เป็นปกติ ส่วนที่ญาติไม่สามารถเดินทางมารับได้ กองทัพเรือได้จัดรถอำนวยความสะดวกส่งให้ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย ในวันนี้ทุกความรู้สึกในหัวใจของคนไทยทั้ง 138 คน ได้ถูกจารึกเป็นตัวอักษรบนแผ่นกระดาษรูปหัวใจ ที่จะเป็นบันทึกทุกเรื่องราวที่แสนมีความสุข ได้ประจักษ์ไว้ ณ สถานที่กักกันแห่งนี้ ให้คงอยู่ในความทรงจำของทุกคนตลอดไป&amp;quot; รมช.สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ไม่อยากให้ทุกคนตื่นตระหนก แต่ต้องระวังเรื่องของไวรัสโควิด-19 ถ้าเราป้องกันตัวเองก่อนหนึ่งชั้นจะปลอดภัย วันนี้ถือว่าเรารักษาสถานการณ์ได้ดีพอสมควร แต่เราประมาทไม่ได้ เพราะหลายประเทศก็เกิดขึ้น จะไปห้ามคนไม่ให้ไปๆ มาๆ มากก็ไม่ได้ ต้องหามาตรการที่พอเหมาะพอควร และหลายๆ ประเทศก็หนัก เราก็ต้องให้กำลังใจเขา แล้วต้องหาความร่วมมือระหว่างประเทศในการผลิตวัคซีน ประเทศเราก็ได้รับคำชมมาตรการทุกอย่างดีหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าตื่นตระหนกจนเกินไปจนควบคุมไม่ได้ ต้องมีหลักเกณฑ์ในการใช้ชีวิต เมื่อตื่นตระหนกก็ไปกันไม่ได้ทุกคน ก็กุเรื่องนั้นเรื่องนี้ขึ้นมา สรุปไปไหนไม่ได้ก็อยู่กับบ้านดีกว่า แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น ธุรกิจ เศรษฐกิจก็ตายกันหมด การวิจัยก็หายหมด ซึ่งวันนี้การท่องเที่ยวก็หายไปพอสมควร แต่จะไปบังคับให้เขาเข้ามาก็ไม่ได้ ประเทศอื่นเขาก็ไม่อยากให้เข้ามา ซึ่งเราก็ต้องหาทางแก้ด้วยการให้คนไทยเที่ยวกันเอง แต่เดี๋ยวคนไทยดันไม่กล้าไปเที่ยวอีก&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ได้วิดีโอคอลทางไกลมาจากประเทศสวีเดน เพื่อประชุมทางไกลกับผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข กรณีการรับมือไวรัสโควิด-19 หรือโคโรนา พร้อมแสดงความยินดีกับคนไทยทั้ง 137 คนที่กลับมาจากอู่ฮั่นที่ได้กลับบ้าน ถือเป็นข่าวดีและเป็นผลจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวถึงเรื่องที่มีนักวิชาการต่างชาติออกมาระบุ ไม่เชื่อมั่นมาตรการเฝ้าระวังควบคุมไวรัสโคโรนาในประเทศไทย เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมามากเป็นอันดับหนึ่ง แต่กลับมียอดผู้ติดเชื้อต่ำกว่าความเป็นจริงมากว่า จะมีประโยชน์อะไรกับการปกปิดข้อมูล ซึ่งข้อมูลที่เราได้ทั้งหมดทุกวันนี้ก็ได้มาจากการปฏิบัติงานจริง เราเป็นประเทศแรกที่เจอผู้ป่วยนอกประเทศจีน และมาตรฐานของเราก็ดีอยู่แล้ว เราต้องรักษามาตรฐานของเราเอาไว้ อย่างไรก็ตาม การปิดข้อมูลยิ่งจะมีแต่ทำให้เราต้องทำงานหนักขึ้น เพราะฉะนั้นไม่มีตรรกะไม่มีเหตุผลที่จะทำเช่นนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราไม่มีทางที่จะโกหกประชาชน 70 ล้านคน เรื่องนี้สำคัญ ซึ่งคนที่พูดว่าไม่มั่นใจนั้นไม่ได้อยู่ในเมืองไทยด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าเราทำงานกันอย่างไร ผมย้ำเสมอจำนวนผู้ป่วยไม่ใช่ตัวสะท้อนประสิทธิภาพ แต่จำนวนการรักษาให้หายและควบคุมไม่ให้เกิดการระบาดต่างหากที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพที่ดี และผมก็ยังอธิษฐานให้ประเทศไทยมีการแพร่ระบาดหรือจำนวนผู้ป่วยน้อยหรือขอให้อยู่ในลำดับบ๊วย&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ประเทศไทยไม่มีผู้ป่วยยืนยันเพิ่ม ยังคงมี 35 รายเท่าเดิม รักษาหายกลับบ้านแล้ว 17 ราย นอนรักษาในโรงพยาบาล 18 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม กล่าวถึงการเข้าร่วมประชุม รมว.กลาโหมอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่ง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นผู้แทน รมว.กลาโหมว่า ที่ประชุมเห็นชอบและได้รับรองแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงในการรับมือกับภัยจากโรคระบาด แสดงถึงความมุ่งมั่นร่วมมือกันสนับสนุนหน่วยงานสาธารณสุข ด้วยการบูรณาการและเพิ่มระดับความร่วมมือของกลไกหน่วยแพทย์ทหาร โดยมีศูนย์แพทย์ทหารอาเซียนเป็นศูนย์กลางประสานการฝึกร่วมและการปฏิบัติร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า รัฐบาลของนายกฯ ฮุน เซน อนุญาตให้ผู้โดยสารเวสเตอร์ดัมขึ้นฝั่งเมื่อวันศุกร์ และทยอยเดินทางขึ้นเครื่องบินเหมาลำออกจากกรุงพนมเปญ โดยยังมีส่วนหนึ่งที่ค้างแรมในกรุงพนมเปญ แต่ผู้โดยสาร 233 คนและลูกเรือถูกห้ามลงจากเรือภายหลังมาเลเซียตรวจพบว่าผู้โดยสารหญิงชาวอเมริกันอายุ 83 ปีที่มาเปลี่ยนเครื่องที่กรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ติดเชื้อโควิด-19 โดยเมื่อวันพุธ ผู้โดยสารที่หลงเหลือซึ่งอยู่บนเรือมานาน 18 วัน ได้รับอนุญาตให้ลงจากเรือทุกคนแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคียง เพียรัม โฆษกจังหวัดพระสีหนุ กล่าวว่า ผู้โดยสารกลุ่มสุดท้าย 233 คน จะเดินทางด้วยรถบัสต่อไปยังกรุงพนมเปญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท ฮอลแลนด์ อเมริกา ซึ่งอยู่ในเครือของบริษัท คาร์นิวัล คอร์ป ยืนยันผ่านแถลงการณ์ว่า ผู้โดยสารชุดสุดท้ายนี้ผ่านการตรวจและไม่พบการติดเชื้อ จึงสามารถลงจากเรือเพื่อเดินทางกลับบ้านได้ ส่วนเรือลำนี้จะยังเทียบท่าที่เมืองสีหนุวิลล์ต่อไประหว่างรอผลตรวจลูกเรือหลายร้อยคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของซุน จันทอล รัฐมนตรีคมนาคมกัมพูชา ระบุว่า ผู้โดยสารเหล่านี้จะพักที่โรงแรมในกรุงพนมเปญ 1 คืน จากนั้นจะเดินทางกลับประเทศในวันพฤหัสบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชายืนกรานว่า ผลตรวจตัวอย่างผู้โดยสารมากกว่า 700 คนในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ไม่พบการติดเชื้อ ทุกคนมีสภาพร่างกายปกติ ไม่มีปัญหาที่สังเกตได้และไม่มีไข้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านจำนวนผู้ติดเชื้อในจีนตามคำแถลงของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนเมื่อวันพุธระบุว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันอังคาร 1,749 ราย ลดลงจาก 1,886 รายของวันก่อนหน้านั้น และเป็นการเพิ่มจำนวนที่ต่ำที่สุดนับแต่วันที่ 29 มกราคม ส่วนยอดรวมผู้ติดเชื้อในจีนแผ่นดินใหญ่ถึงวันอังคารอยู่ที่ 74,185 ราย ขณะที่ผู้เสียชีวิตมีเพิ่มขึ้น 136 คนเมื่อวันอังคาร จำนวนรวมเพิ่มเป็น 2,004 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ญี่ปุ่น ผู้โดยสารของเรือสำราญไดมอนด์ปรินเซสที่ถูกกักกันนอกชายฝั่งโยโกฮามาได้รับอนุญาตให้ลงจากเรือแล้ว 500 รายเมื่อวันพุธ ภายหลังผลตรวจไม่พบการติดเชื้อโควิด-19 และผ่านระยะการกักกันเชื้อโรค 14 วันแล้ว ผู้โดยสารที่เหลือยังต้องรอผลตรวจต่อไป โดยในวันพุธตรวจพบติดเชื้อเพิ่มอีก 79 คน ยอดรวมเพิ่มเป็น 621 คน เรือลำนี้มีผู้โดยสารและลูกเรือรวมประมาณ 3,700 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายประเทศหมดความอดทนกับการกักกันพลเมืองของตนไว้บนเรือลำนี้มาตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ. และได้ส่งเครื่องบินเหมาลำมารับพลเมืองกลับ ประเทศแรกที่อพยพคนคือสหรัฐ มีชาวอเมริกันมากกว่า 300 คนถูกส่งขึ้นเครื่องบิน 2 ลำกลับประเทศ ในจำนวนนี้รวมถึง 14 รายที่ติดเชื้อซึ่งจะถูกกันโรคต่อที่สหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนฮ่องกง ซึ่งยืนยันพบผู้ติดเชื้อ 62 ราย มีรายงานผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเป็นรายที่ 2 เมื่อวันพุธ ผู้ป่วยรายนี้เป็นชายอายุ 70 ปี เขาเป็นผู้ป่วยนอกจีนแผ่นดินใหญ่รายที่ 6 ที่เสียชีวิต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57669</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คนไทยจากอู่ฮั่น, ปลอดภัยกลับบ้าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อย่าตื่นตระหนก, เวสเตอร์ดัม, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4d3def11855.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กัมพูชาตรวจ‘เวสเตอร์ดัม’ สธ.ห้ามผดส.ต่างชาติผ่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สธ.เผยพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน รวมติดเชื้อ &amp;nbsp;35 ราย ลั่นไม่ให้ต่างชาติจากเรือเวสเตอร์ดัมเข้าไทย หากจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคของไทยอย่างเคร่งครัด &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ขู่สายการบินใดนำผู้โดยสารบนเรือเวสเตอร์ดัมเข้าไทยต้องรับผิดชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และคณะแถลงความคืบหน้าสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า วันนี้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ 3 ฝ่ายได้รายงานผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่ม 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวจีน เพศหญิง อายุ 68 &amp;nbsp;ปี ซึ่งเป็นผู้สัมผัสของผู้ป่วยยืนยันรายที่ 22 และอยู่ระหว่างการติดตามเฝ้าระวังมาตั้งแต่แรกอย่างต่อเนื่อง เมื่อพบว่ามีไข้ ไอ จึงรับเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษา (เป็นผู้ป่วยรายที่ 4 ในครอบครัวเดียวกัน) นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 35 ของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุมกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ขยายการเฝ้าระวังเพื่อให้สามารถค้นพบผู้ป่วยได้มากขึ้นใน 3 กลุ่ม ดังนี้ 1.ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบที่หาสาเหตุไม่ได้ และผู้ป่วยที่เป็นผู้ประกอบอาชีพที่สัมผัสใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวที่มาจากพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;2.เพิ่มการคัดกรองที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและในโรงพยาบาล หากเป็นผู้เดินทางจากประเทศจีน ฮ่องกง มาเก๊า จีนไทเป ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และประเทศที่มีรายงานการระบาด รวมถึงระบาดในชุมชน 3.ในส่วนของโรงพยาบาลให้เพิ่มการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ กรณีที่ผู้ป่วยมีประวัติเดินทางกลับมาจากประเทศที่มีรายงานพบการแพร่เชื้อในชุมชนภายในประเทศนั้นๆ (local transmission)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีเรือสำราญเวสเตอร์ดัม เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยง สธ.จึงมีมาตรการ 2 ส่วน คือ 1.กรณีคนไทยกลับบ้านมีการดูแลติดตามเฝ้าระวังต่อเนื่องจนครบ 14 วันตามมาตรฐานป้องกันควบคุมโรค &amp;nbsp;หากจะเดินทางต่อมีการคัดกรองก่อนขึ้นเครื่อง หากมีไข้ไม่อนุญาตให้ขึ้นเครื่อง และส่งเข้ารักษาตามระบบ 2.คนต่างชาติจะไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ ทั้งการต่อเครื่องและเปลี่ยนเครื่อง โดย สธ.ได้ประสานงานกับสายการบิน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงการต่างประเทศ และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หากจำเป็นต้องเดินทางเข้าประเทศไทยต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคของไทยอย่างเคร่งครัด เช่น สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ พร้อมแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองก่อนขึ้นเครื่อง และหากตรวจพบเข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง เช่น มีไข้ ไอ จะถูกส่งเข้าระบบเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคของประเทศไทยทันที ทั้งนี้การป้องกันควบคุมโรคกรณีคนบนเรือเวสเตอร์ดัมที่จะมาเมืองไทยเกิดขึ้นภายหลังมีการยืนยันว่ามีคนบนเรือติดเชื้อ COVID-19 แล้ว 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้เพิ่มศักยภาพและพัฒนาการตรวจด้วยชุดน้ำยาสำเร็จรูปแบบ real time RT-PCR รู้ผลเร็ว มีความแม่นยำสูง ในระยะต่อไปจะขยายไปยังโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปให้ตรวจวินิจฉัยเชื้อได้ นอกจากนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จึงรับประเมินชุดน้ำยาสำเร็จรูปแบบ real time RT-PCR &amp;nbsp;เพื่อขึ้นบัญชีชุดน้ำยาที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน เป็นข้อมูลช่วยให้โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป รวมทั้งภาคเอกชนเลือกซื้อชุดน้ำยาสำหรับตรวจวินิจฉัยเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มีความแม่นยำสร้างความมั่นใจประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปลัด สธ.กล่าวว่า ที่ฐานทัพเรือสัตหีบคนไทยกลับบ้านที่อาคารรับรองสัตหีบจำนวน 137 คน ทุกคนไม่มีไข้และไม่มีผู้ที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค ส่วนผู้ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรี 1 คน อาการปกติไม่มีไข้ ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก โดยทั้งหมดอยู่ระหว่างการเตรียมการก่อนที่จะอนุญาตให้กลับบ้านในวันที่ &amp;nbsp;19 กุมภาพันธ์ 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีผู้โดยสารบนเรือสำราญเวสเตอร์ดัมเกิดการติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้ว ถือเป็นการติดเชื้อบนเรือลำนั้นแน่นอน ไม่ใช่การติดบนผืนแผ่นดิน ดังนั้นจึงเป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคขั้นสูงสุด ซึ่งตน รมช.สาธารณสุขและผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เห็นตรงกันว่าห้ามผู้โดยสารบนเรือสำราญเวสเตอร์ดัมเข้าประเทศไทยโดยเด็ดขาด จนกว่าจะพ้นระยะฟักตัวของโรค 14 วัน เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.เป็นต้นมา &amp;nbsp;เพราะถ้าให้เข้ามาไม่ใช่ว่าเราต้องดูแลแค่ผู้โดยสารที่มีชื่อบนเรือลำนั้นเท่านั้น แต่ต้องดูแลคนที่ร่วมเดินทางเข้ามาไทยเพิ่มเติมอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้กรมควบคุมโรคจะออกประกาศคำสั่งต่อไป ส่วนคนไทยที่อยู่บนเรือลำนั้นเราไม่ห้าม เพราะว่าเข้ามาแล้วเราสามารถตรวจ ติดตามได้ เมื่อเราห้ามไม่ให้เข้าประเทศแล้ว หากสายการบินใดยังมีการนำผู้โดยสารบนเรือเวสเตอร์ดัมเข้ามาในประเทศ จะต้องรับผิดชอบสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนั้นทั้งหมด รวมไปถึงผู้โดยสารคนอื่นๆ ด้วยเพราะเราบอกแล้วว่าห้าม&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลมาเลเซียแถลงอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ผู้โดยสารจากเรือเวสเตอร์ดัมมากกว่า 130 &amp;nbsp;คนที่ขึ้นเครื่องบินจากกรุงพนมเปญมายังกรุงกัวลาลัมเปอร์พร้อมกับหญิงชาวอเมริกันวัย 83 ปีที่ติดเชื้อนั้น ได้เดินทางกลับปลายทางแล้วทั้งที่สหรัฐฯ, ยุโรป, ออสเตรเลีย และฮ่องกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านบริษัท ฮอลแลนด์อเมริกา ผู้ดำเนินกิจการเรือสำราญลำนี้ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า บริษัทกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ของมาเลเซียและกัมพูชา รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐฯ (ซีดีซี) โดย ดร.แกรนต์ ทาร์ลิง หัวหน้าเจ้าหน้าที่แพทย์ ชี้แจงด้วยว่าบริษัทกำลังร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของประเทศนั้นๆ เพื่อสอบสวนและติดตามบุคคลที่อาจสัมผัสใกล้ชิดหญิงชาวอเมริกันรายนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันจันทร์ โฆษกของจังหวัดพระสีหนุกล่าวว่า เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างของผู้โดยสารทุกคนบนเรือไปตรวจสอบแล้วเพื่อความชัดเจน และผู้โดยสารจะไม่ได้รับอนุญาตให้ลงจากเรือจนกว่าจะรู้ผลการตรวจ ส่วนผู้โดยสารอีกหลายร้อยคนที่ลงจากเรือไปแล้วและกำลังรอขึ้นเครื่องบินกลับประเทศนั้น ผู้โดยสารชื่อ ฮอลลีย์ เราเอน เผยกับรอยเตอร์ว่า พวกเขายังพักรออยู่ที่โรงแรมและถูกตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาด้วยเมื่อวันจันทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานด้วยว่า ช่วงบ่ายวันจันทร์ผู้โดยสารของเวสเตอร์ดัมหลายสิบคนที่กำลังรอขึ้นเครื่องบิน ได้รับการเอาอกเอาใจด้วยการพาขึ้นรถบัสทัวร์รอบกรุงพนมเปญ โดยภาพที่สื่อมวลชนกัมพูชาเผยแพร่นั้นผู้โดยสารเหล่านี้ยิ้มแย้ม บางคนชูนิ้วโป้ง แต่ไม่มีใครสวมหน้ากากอนามัยเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คริสตินา เคอร์บี ซึ่งทวีตเกี่ยวกับชะตากรรมบนเรือลำนี้จนเรียกความสนใจจากผู้คนได้ในวงกว้าง &amp;nbsp;ยอมรับว่าเธอประหลาดใจที่ได้รับอนุญาตให้นั่งรถบัสทัวร์รอบเมืองหลวงของกัมพูชา ทั้งที่ยังไม่รู้ผลตรวจว่าปลอดจากการติดเชื้อ เธอกล่าวกับเอเอฟพีว่าเธอมีลูกเล็กๆ รออยู่ที่บ้านในสหรัฐฯ และเธอก็ไม่อยากเสี่ยงกับการแพร่เชื้อสู่ลูกๆ หรือคนรอบตัวถ้าหากเธอติดไวรัสนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐมนตรีต่างประเทศ หวัง อี้ ของจีน มีกำหนดพบปะกับรัฐมนตรีต่างประเทศของชาติอาเซียนที่ลาวในสัปดาห์นี้เพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤติโควิด-19 ซึ่งกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วภูมิภาคนี้ &amp;nbsp;รวมถึงการถูกจำกัดด้านการเดินทางด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจีนเมื่อวันจันทร์เพิ่มเป็น 70,548 รายแล้ว โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ &amp;nbsp;2,048 รายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในจำนวนนี้อยู่ในมณฑลหูเป่ย์ 1,933 ราย นอกหูเป่ย์ 115 ราย ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่นอกหูเป่ย์ลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 13 ส่วนผู้เสียชีวิตเฉพาะในจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มขึ้น &amp;nbsp;105 ราย รวมเป็น 1,770 ราย และมีผู้ติดเชื้อที่หายดีแล้วมากกว่า 11,000 ราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57478</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กัมพูชา, นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน, ผู้ป่วยติดเชื้อ, มาตรการควบคุมป้องกันโรคของไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรือเวสเตอร์ดัม, เวสเตอร์ดัม, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4aad69d0b66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่น!ไวรัสแพร่หนักอีกระลอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สัญญาณอันตราย! กรมควบคุมโรคชี้ไทยมีความเสี่ยงไวรัสโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้น จากนักท่องเที่ยวเข้ามาหลังพบหลายประเทศเชื้อระบาดในชุมชนต่อเนื่อง ขณะเรือสำราญเจอปัญหาหนัก หลายประเทศปฏิเสธให้เทียบท่า มาเลเซียตบหน้าฉาดใหญ่ &amp;quot;ฮุน เซน&amp;quot; ยกเกณฑ์คัดกรองระดับเวิลด์คลาส ยันผลตรวจหญิงอเมริกันโดยสารเวสเตอร์ดัมติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค &amp;nbsp;และ นพ.สุวิช ธรรมปาโล รักษาการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้อำนวยการด่านควบคุมโรค แถลงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ว่า กระทรวงสาธารณสุขปฏิบัติการชะลอการแพร่ระบาดของโรคมาอย่างหนัก รวม 45 วันแล้ว ซึ่งสามารถยับยั้งการแพร่ระบาดให้อยู่ในระดับต่ำได้ ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลก มีจำนวนผู้ป่วยเข้าใกล้ 70,000 คน และมีผู้เสียชีวิตเข้าใกล้หลัก 2,000 คนแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้เริ่มเห็นการแพร่ระบาดไปในชุมชนเพิ่มสูงขึ้นในหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง เวียดนาม และญี่ปุ่น ที่ไม่สามารถหาแหล่งที่มาของการป่วยได้ ส่งผลให้สถานการณ์ในประเทศไทยกลับมามีความเสี่ยงอีกครั้ง จากการเดินทางของนักท่องเที่ยวเข้ามายังประเทศไทย โดยกรมควบคุมโรคเฝ้าระวังทั้งในประเทศและผู้ที่เดินทางมาจากต่างประทศอย่างใกล้ชิด เพิ่มการคัดกรองและให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากสิงคโปร์และฮ่องกง ขณะที่ตัวเลขยืนยันสำหรับผู้ป่วยไวรัสโคโรนาในประเทศไทยคือ 34 คน กลับบ้านได้แล้ว 15 คน และผู้ป่วยรุนแรง 2 คน รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ทีมแพทย์ให้การรักษาอย่างเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์ระบุด้วยว่า นอกจากนี้ยังเพิ่มการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นทางเรือ เมื่อเรือมาถึงฝั่งต้องตรวจคัดกรองอย่างเข้มข้น หากผู้เดินทางมากับเรือเกิดอาการไข้ จะตรวจติดตาม ตามมาตรฐานและระมัดระวังเพื่อให้ประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยระดับต่ำต่อไป&amp;quot; นพ.ธนรักษ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สุวิชกล่าวว่า ในวันที่ 17 ก.พ.63 จะมีการประชุมระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงการจัดระบบในโรงพยาบาล ป้องกันการแพร่ระบาดของโรค เนื่องจากบุคลากรทางการแพทย์ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ที่ป่วยจำนวน 1 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ รพ.แห่งหนึ่งที่ไม่ใช่ที่สถาบันบำราศนราดูร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีผู้โดยสารจากเรือสำราญเวสเตอร์ดัมกำลังทยอยเดินทางเข้ามายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านจากสนามบินพนมเปญ เข้ามาทางสนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ล่าสุดผู้โดยสารเรือสำราญเวสเตอร์ดัมเดินทางเข้ามาในไทยแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ราย โดยเดินทางมากับ 3 สายการบิน ประกอบด้วย 1.เที่ยวบินที่ TG585 ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 7 ราย 2.สายการบินเอมิเรตส์ จำนวน 2 ราย และ 3.สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จำนวน 3 รายนั้น ล่าสุดนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้สั่งการให้ยกระดับการคัดกรองทุกเที่ยวบินที่มาจากกัมพูชาจากที่ให้ดำเนินการเข้มอยู่แล้ว โดยให้สายการบินทำ exit screening ขณะที่ entry screening หน้า gate
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยามกล่าวด้วยว่า พร้อมกำชับสนามบินจัดระบบเป็นการเฉพาะ กรณีมาเปลี่ยนเครื่อง รวมถึงการทำ exit screening ก่อนออกไป ทุกคนที่มาจากเรือเวสเตอร์ดัมและมาผ่านด่านพรมแดนพร้อมติดตามอาการของคนไทย 1 ราย ที่เข้าเมืองมาแล้ว แม้จะไม่มีไข้ ไม่มีอาการป่วยเป็นประจำทุกวัน และกำชับให้ ดแลตัวเองอย่าเคร่งครัด หรือหากประเมินว่ามีความเสี่ยง ให้ไปรับตัวมาเฝ้าดูอาการทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสรุปการดำเนินงาน วันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีผู้โดยสารบนเรือเวสเตอร์ดัมบินมาประเทศไทย 9 คน แบ่งเป็นต่างชาติต่อเครื่องกลับประเทศ 8 คน และคนไทย 1 คน 1.ต่างชาติ 8 ราย ตรวจร่างกาย และวัดอุณหภูมิร่างกาย โดยแพทย์ ไม่พบไข้ทั้ง 8 ราย อุณหภูมิทางหูวัดได้อยู่ระหว่าง 36.4-36.9 องศาเซลเซียส ไม่มีอาการทางเดินหายใจ บันทึกข้อมูล ต.8 และอนุญาตให้บินต่อ 2.คนไทย อายุ 47 ปี ตรวจร่างกาย อุณหภูมิ 36.8 องศาเซลเซียส ไม่มีอาการทางเดินหายใจ เก็บตัวอย่างส่งตรวจเชื้อโควิด-19 (รอผล) บันทึกข้อมูลใน ต.8 และให้ติดตามอาการป่วย 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายในการรับมือปัญหาไวรัสโควิด-19 ดังนี้ 1.ลดโอกาสการแพร่เชื้อเข้าสู่ประเทศไทย 2.ทุกคนในประเทศไทยต้องปลอดภัยจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และ 3.ลดผลกระทบทางสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม ดังนั้นสถาบันจึงได้นำพิมพ์เขียวแนวทางวิจัยและพัฒนาขององค์การอนามัยโลก (WHO R&amp;amp;D Blueprint) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 มาเป็นประเด็นสำคัญในการระดมสมองเพื่อดำเนินการตามเป้าหมายข้างต้น และสอดรับกับภารกิจของสถาบัน ได้แก่ การพัฒนาพิมพ์เขียวของประเทศ การจัดลำดับความสำคัญในการรับมือสถานการณ์ และการหาทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาทั้งจากในและต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้แต่ละหน่วยงานกำลังดำเนินงานอย่างเข้มข้น เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สามารถเพาะเชื้อไวรัสโควิด-19 จากสารคัดหลั่งของผู้ป่วยได้สำเร็จ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการวิจัยพัฒนาวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมีศักยภาพในการวิจัยพัฒนา virus-like particle, VLP วัคซีน และอยู่ระหว่างการพัฒนาชุดตรวจหาเชื้อไวรัสเบื้องต้น ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 3-5 เดือน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำลังขอทุนสนับสนุนในการวิจัยวัคซีนชนิด mRNA องค์การเภสัชกรรมก็กำลังเตรียมการในการร่วมงานกับ ม.มหิดลเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันคณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ก็พร้อมร่วมมือสนับสนุนการนำวัคซีนไปทดสอบในสัตว์ทดลอง นอกจากจะได้รับทราบถึงความก้าวหน้าขององค์ความรู้ในหลายมิติแล้วยังได้เห็นสัญญาณของการร่วมมือเพื่อบูรณาการจัดการกับปัญหานี้อีกด้วย&amp;rdquo; นพ.นคร กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ภายในจีนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 68,500 รายแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 แต่ยังมีข่าวดีที่ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในมณฑลหูเป่ย์เพิ่มในจำนวนที่ลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ในขณะที่ผู้ติดเชื้อนอกหูเป่ย์ลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 12 โดยคำแถลงของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (เอ็นเอชซี) กล่าวว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันเสาร์ 2,009 ราย ลดลงจาก 2,641 รายในวันก่อนหน้านั้น ยอดผู้ติดเชื้อรวมทั้งประเทศ 68,500 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตมีเพิ่มขึ้น 142 รายเมื่อวันเสาร์ ยังใกล้เคียงกับวันก่อน และเกือบทั้งหมดอยู่ในมณฑลหูเป่ย์ ยอดผู้เสียชีวิตในจีนแผ่นดินใหญ่รวมถึงวันเสาร์อยู่ที่ 1,665 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกเอ็นเอชซีกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ด้วยว่า ตัวเลขล่าสุดเป็นสัญญาณว่าจีนกำลังควบคุมการแพร่ระบาดได้ แต่ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวเตือนในที่ประชุมที่เมืองมิวนิกของเยอรมนีว่า ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะคาดคะเนว่าการแพร่ระบาดนี้จะเป็นไปในทิศทางใด และขอให้รัฐบาล, บริษัท และองค์กรสื่อทั้งหลายร่วมมือกับดับเบิลยูเอชโอในการกระตุ้นเตือนอย่างเหมาะสมโดยไม่กระพือให้เกิดความหวาดผวา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเสาร์ที่ผ่านมา มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิตในยุโรปรายแรก โดยเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนอายุ 80 ปี ผู้ป่วยรายนี้เป็นผู้เสียชีวิตนอกจีนแผ่นดินใหญ่รายที่ 4 ต่อจากผู้เสียชีวิตที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนในฟิลิปปินส์, ชาวฮ่องกง และชาวญี่ปุ่น ในวันอาทิตย์มีรายงานของรอยเตอร์ด้วยว่า กระทรวงสาธารณสุขไต้หวันยืนยันว่ามีชายวัย 60 ปีเศษ เสียชีวิตเพราะโควิด-19 รายแรกในไต้หวัน ชายคนนี้ไม่ได้เดินทางออกนอกไต้หวันในช่วงที่ผ่านมา แต่เขาเป็นโรคเบาหวานและไวรัสตับอับเสบชนิดบี ถึงขณะนี้ไต้หวันมีผู้ติดเชื้อที่ผ่านการตรวจยืนยันแล้ว 20 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายนอกจีน ประเทศที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดคือญี่ปุ่น ส่วนใหญ่อยู่บนเรือสำราญไดมอนด์ปรินเซสที่ดำเนินการโดยบริษัทคาร์นิวัล และผู้โดยสารพร้อมลูกเรือเกือบ 3,700 คนถูกกักกันอยู่นอกชายฝั่งเมืองโยโกฮามาของญี่ปุ่น เมื่อวันอาทิตย์เจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 70 ราย ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อบนเรือลำนี้เพิ่มเป็น 355 ราย ขณะที่รัฐบาลสหรัฐ, แคนาดา และฮ่องกง กำลังเตรียมการพาพลเมืองของตนบนเรือลำนี้กลับไปกักกันในประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพบผู้ติดเชื้อบนเรือสำราญก่อความวิตกกังวลแก่หลายประเทศ ทำให้ประกาศห้ามเรือสำราญเข้าเทียบท่า เมื่อวันศุกร์ทางการเวียดนามปฏิเสธเรือ 2 ลำ และในวันอาทิตย์ รัฐบาลมาเลเซียประกาศว่าจะไม่อนุญาตให้เรือสำราญที่ออกเดินทางจากจีนและเคยแวะเมืองท่าของจีนเข้ามาเทียบท่าในประเทศ ภายหลังตรวจพบผู้โดยสารบนเรือสำราญเวสเตอร์ดัมรายหนึ่งที่มาแวะเปลี่ยนเครื่องที่มาเลเซียติดเชื้อไวรัสนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือสำราญเวสเตอร์ดัมลำนี้ถูก 5 ประเทศและดินแดนปฏิเสธการเข้าเทียบท่า รวมถึงญี่ปุ่นซึ่งเป็นจุดหมายดั้งเดิมของเรือที่ออกเดินทางจากฮ่องกงลำนี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว รัฐบาลกัมพูชาอนุญาตให้เรืออเมริกันลำนี้เข้าเทียบท่า และเมื่อวันศุกร์ ผู้โดยสารส่วนหนึ่งจากทั้งหมด 1,455 คน ไม่รวมลูกเรือ 802 คน ได้รับอนุญาตให้ขึ้นฝั่งกัมพูชา โดยนายกฯ ฮุน เซน มาต้อนรับจับมือสวมกอดผู้โดยสารหลายคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ผู้โดยสารและลูกเรือบนเรือลำนี้ได้รับการตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อเทียบท่า กัมพูชาได้นำตัวอย่างของเหลวจากผู้โดยสาร 20 คนที่มีอาการป่วย ไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 แต่ผลออกมาเป็นลบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้โดยสาร 145 คนขึ้นเครื่องบินออกจากกัมพูชามายังมาเลเซีย และทางการมาเลเซียได้ตรวจสอบผู้โดยสารทุกคน ปรากฏว่า พบหญิงอเมริกันวัย 83 ปีติดเชื้อไวรัสโคโรนาชนิดนี้ คำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า หญิงรายนี้มีอาการทรงตัว ส่วนสามีของเธอแสดงอาการเช่นกัน แต่ผลตรวจออกมาเป็นลบ ทั้งคู่เป็นผู้โดยสารเพียง 2 คนจาก 145 คนที่มีอาการ ผลตรวจล่าสุดนี้ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในมาเลเซียเพิ่มเป็น 22 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบริษัท ฮอลแลนด์อเมริกา บริษัทแม่ของคาร์นิวัล ผู้ดำเนินกิจการเรือสำราญ ออกแถลงการณ์ว่า รายงานดังกล่าวเป็นผลตรวจครั้งแรก ซึ่งยังเป็นเพียงการตรวจเบื้องต้น บริษัทกำลังรอผลการตรวจครั้งที่ 2 เพื่อยืนยัน ทางการกัมพูชาก็เรียกร้องให้มาเลเซียตรวจซ้ำเพื่อยืนยันผลลัพธ์เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันอาทิตย์ รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า ยังมีผู้โดยสาร 236 คน และลูกเรือ 747 คนอยู่บนเรือเวสเตอร์ดัม ซึ่งเทียบท่าอยู่ที่จังหวัดพระสีหนุ ข่าวการตรวจพบผู้โดยสารบนเรือติดเชื้อก่อความวิตกถึงความเป็นไปได้ที่ผู้โดยสารคนอื่นๆ บนเรือลำนี้อาจติดเชื้อด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันอาซิซาห์ วัน อิสมาอิล รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยืนยันเมื่อวันอาทิตย์ว่า ผลการตรวจซ้ำครั้งที่ 2 เมื่อคืนวันเสาร์ก็ยังคงยืนยันว่าหญิงอเมริกันคนนี้ติดเชื้อ แต่ผลตรวจสามีของเธอไม่พบเชื้อ &amp;quot;เกณฑ์วิธีของเราอยู่ในระดับเวิลด์คลาส ผลออกมาเป็นบวก&amp;quot; เธอกล่าวระหว่างการแถลงข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ หญิงเปิดเผยอีกว่า สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ได้เช่าเหมาลำเครื่องบินของมาเลเซียแอร์ไลน์ 4 ลำ เพื่อนำผู้โดยสารของเรือเวสเตอร์ดัมมายังกรุงกัวลาลัมเปอร์ แต่ภายหลังตรวจพบหญิงรายนี้ติดเชื้อบนเที่ยวบินเที่ยวแรก เที่ยวบินที่เหลือจึงถูกยกเลิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างคำกล่าวของลอร์เรน โอลิเวียรา ซึ่งพำนักอยู่ในอังกฤษ ว่าบรรยากาศบนเรือเปลี่ยนจากความยินดีปรีดาเป็นความเศร้า ผู้โดยสารกังวลกันมากนับแต่รู้ว่ามีคนติดเชื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจของนายกฯ ฮุน เซน ของกัมพูชาที่ยอมให้ผู้โดยสารเวสเตอร์ดัมขึ้นฝั่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากถูกญี่ปุ่น, กวม, ไต้หวัน, ฟิลิปปินส์ และไทย ปฏิเสธให้เทียบท่า ได้รับคำชื่นชมจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยแพทริก เมอร์ฟีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงพนมเปญ ยังขึ้นเรือสำราญลำนี้ไปต้อนรับพลเมืองชาวอเมริกันด้วยตนเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57366</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, นักท่องเที่ยว, ระบาดในชุมชนต่อเนื่อง, สัญญาณอันตราย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรือสำราญ, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200216/image_big_5e4945d3bc977.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุคลากรแพทย์ไทย ติดเชื้อไวรัสโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขเผย บุคลากรทางการแพทย์ของไทยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 หลังดูแลผู้ป่วยโดยไม่สวมใส่หน้ากากขณะปฏิบัติงาน สะท้อนว่าการป้องกันโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลอาจไม่เข้มแข็ง เตรียมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ประชุมแพทย์ และ รพ.ต่างๆ ในวันจันทร์ที่ &amp;nbsp;17 ก.พ.นี้ กำชับป้องกันเคร่งครัด ผงะ! ซูเปอร์โพลเผยประชาชนส่วนใหญ่กลัวปัญหาปากท้องมากกว่าโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่า สาระสำคัญคือผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 ได้กลับบ้านอีก 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนอายุ 56 ปี ทำให้ยอดกลับบ้านมีจำนวน 14 ราย แต่ล่าสุดได้พบผู้ป่วยที่ยืนยันการติดเชื้อรายใหม่ เป็นหญิงไทยอายุ &amp;nbsp;35 ปี เป็นบุคลากรทางการแพทย์ มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ปวยที่รักษาตัวโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส และผู้ป่วยรายใหม่นี้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ที่เข้าข่ายติดตามเฝ้าระวัง ซึ่งเกิดอาการมีไข้ เลยนำตัวไว้ห้องแยกโรคตรวจหาเชื้อ ผลออกมาเป็นบวกจึงรับไว้รักษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสาเหตุที่ติดเชื้อ เนื่องจากผู้ป่วยรายใหม่นี้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ ได้สัมผัสผู้ป่วย ซึ่งปกติมีความเสี่ยงมากกว่าประชาชนทั่วไป ซึ่ง สธ.ได้มีการติดตามตรวจบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ อีก &amp;nbsp;24 ราย แต่ไม่พบเชื้อ ไม่มีอาการป่วย ประกอบกับผู้ป่วยรายใหม่ อาศัยอยู่ลำพังคนเดียว จึงไม่มีผู้สัมผัสในครอบครัวเพิ่มเติม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อเจอผู้ป่วยรายหนึ่งจะมีการสำรวจ การสัมผัสคนรอบช้าง และจะถูกนำมาแยก และติดตามผล ผู้ป่วยรายนี้ที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ มีผู้ใกล้ชิด 24 ราย ซึ่งการตรวจและติดตาม ไม่พบผิดปกติ แต่เราจะติดตาม 14 วัน และเมื่อเราสอบสวนข้อมูลเชิงลึก พบว่าผู้ป่วยรายใหม่ ไม่สวมใส่หน้ากากขณะปฏิบัติงาน สะท้อนว่าการป้องกันโรคติดเชื้อใน รพ.อาจไม่เข้มแข็ง และนี่อาจเป็นการป้องกันรายบุคคลที่ไม่ดีพอ สังเกตได้จากอีก 24 คนไม่เป็นไร แต่คนนี้อาจได้รับเชื้อทางใดทางหนึ่ง จึงขอให้แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงสูงระมัดระวังป้องกัน &amp;nbsp;โดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำชับ จะมีหนังสือสั่งการสถานพยาบาลรัฐเอกชน อบรมเข้ม จัดร่วมกัน ชมรมโรคติดเชื้่อโรงพยาบาลในประเทศไทย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัยกล่าวอีกว่า การติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์เกิดขึ้นแล้วกับประเทศจีน จากรายงานคณะกรรมการสุขภาพจีนเมื่อวันที่ 14 ก.พ. พบว่าตั้งแต่เริ่มต้นของการระบาดไวรัสโคโรนา 19 จนถึงวันที่ &amp;nbsp;11 ก.พ. จีนมีบุคลากรทางการแพทย์ 1,716 รายที่ติดเชื้อ คิดเป็น 3.8 % ของผู้ติดเชื้่อทั้งหมดของจีน และมีบุคลากรแพทย์เสียชีวิต 6 ราย คิดเป็น 0.4% &amp;nbsp;ของผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตของจีน ดังนั้น สธ. กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ ชมรมป้องกันผู้ติดเชื้อ รพ.ในประเทศ จึงเน้นให้ รพ.ดำเนินมาตรการป้องกันผู้ติดเชื้อจากผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และขอให้บุคลากรทุกระดับและทุกสถานพยาบาลที่ดูแลป่วยไวรัสโคโรนา 19 ต้องจัดให้มีอุปกรณ์ดูแลตนเองที่เหมาะสม รวมถึง รพ.เองก็ต้องมีอุปกรณ์และระบบป้องกันการติดเชื้อที่เหมาะสม และทบทวนระบบป้องกันอย่างสม่ำเสมอ สธ.จะมีการอบรมการป้องกันติดเชื้่ออีกครั้งในวันที่ &amp;nbsp;17 ก.พ. โดยเน้นสถานพยาบาลที่มีสถานที่ท่องเที่ยวให้ดำเนินการป้องกันอย่างเคร่งครัด ตลอดจนสถานพยาบาลทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือเอกชน ก็ต้องดำเนินมาตรการเคร่งครัดด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;
วิดีโอคอนเฟอเรนซ์จันทร์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศก์ และโฆษกของ สธ. กล่าวว่า หลังจากพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ ทาง สธ.จะมีการทำวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ประชุมแพทย์และ รพ.ต่างๆ ในวันจันทร์ที่ &amp;nbsp;17 ก.พ.นี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่สุดของบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าการต่อสู้เชื้อโรค และเพื่อซักซ้อมความเข้าใจ การทำงาน ซึ่งขณะนี้เรามีกำลังคนทางการแพทย์ 2 แสนทั้งประเทศ ซึ่งมีตั้งแต่ระดับเวรเปลขึ้นไปที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันโรค และการยกระดับรับมือกับ ของ สธ.ต้องทำงานล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือในการเปลี่ยนระยะของโรค เพื่อที่เราจะได้ก้าวหน้ารับมือได้ ดังนั้น ขณะนี้ผู้บริหารระดับสูงของ สธ.เห็นว่าการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ เหมือนกองทัพต่อสู้เชื้อโรค จึงได้เสนอให้มีการตั้งงบกลางตอบแทนทางการแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ที่ปฏิบัติงานล่วงเวลาขณะนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัยยังรายงานความคืบหน้าผู้ป่วยหนัก 2 ราย ที่นำพลาสมาของแท็กซี่ที่ติดเชื้อและหายแล้ว ซึ่งถือว่ามีภูมิต้านทานโรคมาใช้กับผู้ป่วยหนัก 2 รายดังกล่าว ว่าจีนก็นำวิธีการนี้มาใช้ และอยู่ในกระบวนการรักษาไปศึกษาไป โดยผู้ป่วย 2 รายนี้เราได้ร่วมกับสภากาชาดไทยเอาพลาสมาคนที่หายแล้วไปรักษา พบว่าไม่ได้ทำให้อาการดีขึ้นชัดเจน อาจจะมาจากเหตุผลว่าพลาสมาที่นำมาใช้ยังไม่รู้ภูมิคุ้มกันอยู่มากน้อยแค่ไหน และการใช้พลาสมา ที่เคยติดเชื้อ ยังไม่เคยมีรายงานผลการรักษามาก่อน แต่เพื่อประโยชน์สูงสุดผู้ป่วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้จึงได้นำเครื่องเอ็กโมหรือปอดเทียมมาใช้กับผู้ป่วยอาการหนัก เพื่อให้ระดับออกซิเจนในเลือดสูงขึ้น และเพื่อให้ผู้ป่วยมีเวลาฟื้นตัวรักษาตัวเอง ขณะเดียวกันเราก็ไม่นิ่งนอนใจ ขณะนี้ได้มีการนำเข้ายาหลายตัวที่มีการขึ้นทะเบียนในต่างประเทศ แต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนบ้านเรา สั่งนำเข้ามาใช้รักษาผู้ป่วย ในรายที่มีอาการหนัก ยาจะมาถึงได้วันนี้ ยาดังกล่าวเป็นกลุ่มต้านไวรัส &amp;nbsp;รักษาฟลาวิราเวียร์ หรือเป็นยาที่ใช้การรักษาระดับที่สอง หลังจากใช้ยารักษาอาการระดับแรกแล้วไม่ได้ผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ถึงวันที่ 15 ก.พ. เวลา 08.00 น. ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 20 ราย กลับบ้านแล้ว 14 ราย รวมสะสม 34 ราย ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม-14 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 804 ราย คัดกรองจากสนามบิน 54 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 750 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว และอยู่ระหว่างติดตามอาการ 685 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 119 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ทั่วโลกใน 27 ประเทศ และ 2 เขตบริหารพิเศษ ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม-14 กุมภาพันธ์ 2563 (07.00 น.) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 67,100 ราย เสียชีวิต 1,526 ราย ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย 66,492 ราย เสียชีวิต 1,523 ราย
คัดกรองสะสม 393,788 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากเรือเวสเตอร์ดัม เมื่อวานนี้ได้เดินทางเข้าประเทศมาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งหมด 9 ราย เป็นชาวต่างชาติ 8 ราย คนไทย 1 ราย ตรวจคัดกรองไม่มีไข้ ชาวต่างชาติเดินทางกลับประเทศ ส่วนคนไทยดูแลติดตามเฝ้าระวังตามมาตรฐานป้องกันควบคุมโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการดำเนินงานที่ด่านควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 3-23 มกราคม 2563 ได้เฝ้าระวังคัดกรองผู้โดยสารเที่ยวบินตรงจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่ ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2563 ขยายเพิ่มที่ท่าอากาศยานเชียงราย และตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2563-14 กุมภาพันธ์ 2563 คัดกรองเที่ยวบินจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งขาเข้าและขาออกจากประเทศจีน สะสมทั้งสิ้น 799 เที่ยวบิน รวมคัดกรองผู้เดินทางและลูกเรือสะสม 64,357 ราย ทางกระทรวงสาธารณสุขได้จัดเจ้าหน้าที่หมุนเวียนไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ด่าน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ได้คัดกรองพื้นที่ ณ ท่าเรือ 5 แห่ง (กรุงเทพมหานคร ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ท่าเรือภูเก็ต และท่าเรือสมุย) มีผู้ได้รับการคัดกรองสะสมรวม 44,200 ราย และด่านพรมแดนทางบก มีผู้ได้รับการคัดกรองสะสม 393,788 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง การควบคุมโรคโควิด-19 กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,302 ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 9-13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงปัญหาสุขภาพของตนเองหรือคนใกล้ชิดที่ติดต่อจากไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 พบว่า เพียงร้อยละ 1.9 เท่านั้นที่คิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 รองลงมาหรือร้อยละ 30.7 ระบุไม่เกี่ยวข้องกัน และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 67.4 ระบุยังไม่มีปัญหาสุขภาพอะไรที่น่ากลัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความใส่ใจของรัฐบาลในการแก้ปัญหาโรคระบาด พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 71.2 ระบุรัฐบาลใส่ใจมากถึงมากที่สุด รองลงมาคือร้อยละ 25.2 ระบุปานกลาง ในขณะที่ร้อยละ 3.6 ระบุใส่ใจน้อยถึงไม่ใส่ใจเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.9 พอใจมากถึงมากที่สุดต่อหน่วยงานต่างๆ ในการควบคุมโรคระบาด ในขณะที่ร้อยละ 21.7 พอใจปานกลาง และร้อยละ 9.4 พอใจน้อยถึงไม่พอใจเลย
กลัวปัญหาปากท้องมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.4 กลัวปัญหาปากท้อง กลัวไม่มีจะกิน หากินขัดสน มากกว่ากลัวปัญหาโรคระบาด โคโรนา (โควิด-19) ในขณะที่ร้อยละ 22.6 กลัวโรคระบาด โคโรนา (โควิด-19) มากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า การตื่นตัวดูแลสุขภาพแต่ไม่ตื่นตระหนกเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าตื่นตระหนกเกินเหตุเป็นเรื่องที่น่ากลัวกว่าโรคระบาด เพราะอาจสร้างความเสียหายใหญ่หลวง และอาจจะซ้ำเติมความเสียหาย ความเดือดร้อนของประชาชนด้านอื่นๆ ได้ ในเวลานี้ที่ควรเน้นในการรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาหรือโควิด-19 ต่อสาธารณชนมีเพียง 3 อย่างที่ควรสื่อสารกับประชาชนต่อเนื่องคือ 1.หมั่นล้างมือ ไม่เอามือลูบหน้าปะจมูก อาบน้ำเมื่อกลับถึงบ้าน ใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่มีคนหนาแน่น 2.ถ้ารู้สึกตัวไม่สบายควรรีบรักษาหาหมอตามปกติ และ 3. หน่วยงานต่างๆ ตื่นตัวยกระดับควบคุมโรคเหมือนที่กำลังทำอยู่ได้สร้างความพอใจให้กับประชาชนแล้วจึงจะไม่ส่งผลกระทบซ้ำเติมปัญหาปากท้องและการทำมาหากินขัดสนของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนนท์ กลินทะ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายขาย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ในเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน และล่าสุดหลายประเทศได้แนะนำให้ประชาชนลดการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ โดยไม่จำเป็น ดังนั้น บริษัทจึงมีความจำเป็นต้องปรับลดเที่ยวบินเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการเดินทางและปริมาณการสำรองที่นั่งล่วงหน้าของผู้โดยสาร ดังนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ปรับลดเที่ยวบินในเส้นทางไป-กลับกรุงเทพฯ-โซล จากเดิมทำการบิน 5 เที่ยวบินต่อวัน ปรับเปลี่ยนเป็นทำการบิน 4 เที่ยวบินต่อวัน ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์-28 มีนาคม 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ยกเลิกเที่ยวบินในเส้นทางไป-กลับกรุงเทพฯ-ปูซาน ของวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 และวันที่ 5-6 มีนาคม 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ปรับลดเที่ยวบินในเส้นทางไป-กลับกรุงเทพฯ-สิงคโปร์ จากเดิมทำการบิน 5 เที่ยวบินต่อวัน ปรับเปลี่ยนเป็นทำการบิน 4 เที่ยวบินต่อวัน ระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์-27 มีนาคม 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของตารางการบินที่ปรับปรุงใหม่ รายละเอียดเที่ยวบินที่ทำการบินและเที่ยวบินที่ปรับลดได้ที่เว็บไซต์ thaiairways.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ THAI Contact Center โทร.0-2356-1111 ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57285</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ติดเชื้อไวรัสโคโรนา, บุคลากรแพทย์ไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ใส่หน้ากาก, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200215/image_big_5e47fa4192db4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!ทีมแพทย์ติดเชื้อเฉียด2พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผงะมหันตภัยไวรัสโควิด-19 คร่าบุคลากรแพทย์จีนเสียชีวิตแล้ว 6 ราย และติดเชื้ออีก 1,716 คน ตัวเลขผู้ติดเชื้อดีดขึ้นแตะกว่า 6 หมื่นราย ขณะที่ผลทดสอบพลาสมาได้ผลลัพธ์ที่ดี ด้านไทยตัวเลขยังนิ่ง สธ.สั่งปิดด่านโก๊กโก่ แม่สอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนเปิดเผยข้อมูลยืนยันการสูญเสียบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากครั้งแรกในแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ โดยระบุว่า นับแต่พบการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว จนถึงวันอังคารที่ผ่านมา มีบุคลากรทางการแพทย์เสียชีวิตแล้ว 6 ราย ติดเชื้ออีก 1,716 ราย และจำนวนผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ในภาพรวมนั้น เมื่อวันพฤหัสบดี จีนมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 121 ราย ยอดรวมเป็น 1,380 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่มี 5,090 ราย จำนวนผู้ติดเชื้อภายในจีนแผ่นดินใหญ่ทั้งหมดอยู่ที่ 63,851 ราย ในจำนวนนี้ 55,748 รายกำลังรับการรักษา เจ้าหน้าที่ย้ำด้วยว่ายอดรวมล่าสุดนี้มีการปรับแก้ไขการนับซ้ำซ้อนในหูเป่ย์ลงแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดัม คัมรัดต์-สกอต ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อจากศูนย์ความมั่นคงศึกษาระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ กล่าวว่า จำนวนรวมของผู้ติดเชื้อล่าสุดนี้ไม่ได้แสดงสัญญาณว่าการแพร่ระบาดกำลังใกล้ถึงจุดสูงสุด แม้ว่าทางการจีนกำลังพยายามสุดความสามารถเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนานี้ มาตรการที่ถือว่ารุนแรงพอสมควรที่จีนใช้มาถึงขณะนี้ดูจะน้อยไปและสายเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์จีนกำลังทดสอบยาต้านไวรัส 2 ชนิดอยู่ และน่าจะได้ผลเบื้องต้นภายในไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่ผู้อำนวยการของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองอู่ฮั่นกล่าวว่า การใช้พลาสมาของผู้ป่วยที่หายดีแล้วก็ให้ผลลัพธ์เบื้องต้นที่น่าดีใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลสหรัฐ โดยแลร์รี คัดโลว์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐประจำทำเนียบขาว แถลงที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดี กล่าวหาจีนว่าขาดความโปร่งใส &amp;quot;เราผิดหวังเล็กน้อยที่เราไม่ได้รับเชิญให้เข้าไปที่นั่น และเราผิดหวังเล็กน้อยที่จีนขาดความโปร่งใส&amp;quot; เขาตำหนิจีน และว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เคยให้คำรับประกันกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าจีนจะยอมรับความช่วยเหลือของสหรัฐ แต่พวกเขากลับไม่ยอมให้เราช่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ยืนกรานว่า จีนมีทัศนคติที่เปิดกว้างและโปร่งใสต่อประชาคมโลกนับตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาด กระทรวงสาธารณสุขของจีนและสหรัฐติดต่อสื่อสารกันอย่างใกล้ชิดและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายนอกจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงมีรายงานพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม และเมื่อวันพฤหัสบดี ญี่ปุ่นยืนยันว่ามีหญิงชราชาวญี่ปุ่นวัยเกิน 80 ปีเสียชีวิต 1 ราย เพิ่มเติมจากผู้เสียชีวิตในฟิลิปปินส์และฮ่องกงแห่งละ 1 รายก่อนหน้านี้ ขณะที่ยอดรวมผู้ติดเชื้อนอกจีนเพิ่มเป็นเกือบ 450 คนแล้วในราว 24 ประเทศและดินแดน กลุ่มผู้ติดเชื้อจำนวนมากที่สุดอยู่บนเรือสำราญไดมอนด์ปริสเซส ที่ถูกกักกันนอกชายฝั่งเมืองโยโกฮามาของญี่ปุ่น ซึ่งยืนยันผู้ติดเชื้อแล้ว 218 รายที่ถูกนำลงจากเรือมารักษา ในวันศุกร์ ญี่ปุ่นอนุญาตให้ผู้โดยสารบางส่วนลงจากเรือมากักกันบนบกได้แล้ว กลุ่มที่ได้รับการโยกย้ายชุดแรกคือคนชราที่พักในห้องไร้หน้าต่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือสำราญอีกลำที่ผู้โดยสารมีชะตากรรมดีกว่าคือเวสเตอร์ดัม ซึ่งถึงแม้จะถูก 5 ประเทศและดินแดนปฏิเสธให้เทียบท่า แต่เมื่อวันพฤหัสบดี รัฐบาลกัมพูชาเปิดท่าเรือจังหวัดพระสีหนุต้อนรับเรือลำนี้ และในวันศุกร์ นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ได้เดินทางมาต้อนรับนักท่องเที่ยวลงจากเรือด้วยตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวสเตอร์ดัมมีผู้โดยสาร 1,455 คน ลูกเรือ 802 คน ออกเดินทางท่องเที่ยว 14 วันในเอเชียตะวันออก โดยเริ่มต้นที่ฮ่องกงเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และมีจุดหมายที่เมืองโยโกฮามาของญี่ปุ่นวันเสาร์นี้ แต่รัฐบาลญี่ปุ่นปฏิเสธการเทียบท่า รวมถึงเกาะกวม, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน และไทย เนื่องจากกังวลว่าอาจมีผู้ติดเชื้อ เมื่อวันพฤหัสบดีกัมพูชาเก็บตัวอย่างของเหลวของผู้โดยสาร 20 คนที่มีอาการป่วยไปตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้โดยสารชุดแรกที่ลงจากเรือมีประมาณ 100 คน ก่อนจะขึ้นรถบัสออกไป พวกเขาได้รับมอบดอกไม้และผ้าพันคอที่ระลึก บางคนแสดงความยินดีที่ได้ขึ้นฝั่งถึงกับคุกเข่าลงจูบพื้น นายกฯ ฮุน เซน จับมือต้อนรับพวกเขา โดยบางคนเข้าสวมกอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ฮุน เซน กล่าวว่า กัมพูชาให้ความเอาใจใส่ต่อสิทธิมนุษยชนมากกว่า เราเคารพสิทธิของผู้คนมากกว่า 2,000 คนบนเรือลำนี้ เราไม่ได้มั่งมีเหมือนประเทศร่ำรวย แต่เรามีความเห็นอกเห็นใจผู้โดยสารที่ติดค้างอยู่บนเรือนี้ และยืนยันว่าผู้โดยสารทุกคนจะได้รับอนุญาตให้ลงจากเรือหลังจากไม่พบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาบนเรือลำนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลต่อเรือสำราญหลายลำ ทำให้บริษัทผู้ให้บริการเดินเรือสำราญเช่นบริษัทคาร์นิวัล ที่ดำเนินการเรือไดมอนด์ปรินเซส และคู่แข่งอย่างรอยัลแคริบเบียน เตือนว่ารายได้ทั้งปีของบริษัทจะได้รับผลกระทบ รอยัลแคริบเบียนยังประกาศยกเลิกการเดินเรือ 18 เที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ดำเนินกิจการสายการบินยิ่งได้รับผลกระทบมากกว่าจากความหวาดวิตกการแพร่ระบาด โดยองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศขององค์การสหประชาชาติ เผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า รายได้ของสายการบินทั่วโลกจะลดลง 4,000-5,000 ล้านดอลลาร์จากผลกระทบของโควิด-19 โดยมีสายการบิน 70 แห่งยกเลิกเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมดทั้งขาเข้าและออกจากจีน และอีก 50 สายการบินลดการดำเนินการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์ในประเทศไทย ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงความคืบหน้าการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 หรือ โควิด-19 ว่า ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม สถานการณ์การระบาดของโรคในไทย ถือว่าดีขึ้น อยู่ในลำดับที่ 6 ของการระบาดทั่วโลก ขณะนี้ผู้ป่วยของไทยได้รักษาหายแล้วเดินทางกลับบ้านเพิ่มอีก 1 คน คือหญิงชาวจีน วัย 33 ปี ทำให้ยอดผู้รักษาหายแล้วมีรวม 13 คน เหลือนอนรักษาโรงพยาบาล 20 คน ส่วนคนที่มีอาการหนัก 2 คน รักษาที่สถาบันบำราศนราดูร อาการคงที่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุมกล่าวว่า ในส่วนของผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง 2 คน ขณะนี้เป็นที่น่ายินดีว่าได้รับความช่วยเหลือจากศิริราชพยาบาลได้มีเครื่องเอ็กซ์โมหรือปอดเทียมมาใช้ในพยุงการหายใจ ตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนในเลือดดีขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุมระบุด้วยว่า ส่วนเรื่องข้อมูลของเรือเวสเตอร์ดัม ที่ผู้โดยสารอาจต้องเดินทางมาต่อเครื่องบินที่ไทยเพื่อกลับประเทศ เบื้องต้นได้ประสานขอข้อมูล ทราบชื่อผู้โดยสาร และลูกเรือทั้งหมดกว่า 2,000 คนแล้ว ซึ่งมาตรการจากนี้จะมีการตรวจคัดกรองผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางมาจากพนมเปญ กัมพูชา ทั้งทางบกและอากาศ ที่สนามบิน เหมือนเช่นกรณีผู้ที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทินกล่าวว่า ส่วนคนไทยทั้งหมด 21 คน แบ่งเป็นลูกเรือ 19 คน ผู้โดยสาร 2 คนที่อยู่ในเรือเวสเตอร์ดัม หากต้องการเดินทางกลับไทย ก็ยินดี ขณะนี้ประสานสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญแล้วให้ดูแล ในการเดินทางกลับประเทศหากต้องการ ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องการป่วยของผู้โดยสารเรือเวสเตอร์ดัมอย่างเป็นทางการ เป็นแค่ข่าวก็ขอให้ทุกคนไม่ป่วย หรือเป็นอะไรมาก และภาวนาอย่าให้ใครติดเชื้อ แต่หากทางนั้นขอความช่วยเหลือ ประเทศไทยก็ต้องช่วย เช่นกันถ้าคนไทย ภายในเรือร้องขอให้ช่วย ทางการไทยย่อมไม่รอช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงสาธารณสุขของไทยทำงานเต็มที่ ผู้โดยสารทุกคน จากเรือทุกลำต้องผ่านด่านคัดกรอง วิงวอนว่าอย่าเปรียบเทียบมาตรการของไทยกับประเทศอื่น เพราะมีหลายปัจจัยที่ต่างกัน แต่ยืนยันว่ามาตรการคุมโรคของไทยมีประสิทธิภาพได้รับการยอมรับในระดับสูง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีเรือซีบอร์นโอเวชั่นไม่มีกำหนดการมาไทย แต่กลับได้เทียบท่าที่ จ.ภูเก็ตนั้น นายอนุทินระบุว่า เรือลำนี้มีแผนเดินทางมาที่ประเทศไทยอยู่แล้ว ไม่มีคำว่าโป๊ะแตกแน่นอน เราทราบความเคลื่อนไหวของเรือและลูกเรือ ประเมินมาอย่างดีว่าเทียบท่าได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สำหรับปัญหาข้ามพรมแดนที่โก๊กโก่ แม่สอด และเมียนมา ซึ่งใกล้กับนิคมสร้างตนเอง ที่มีคนจีนอาศัยอยู่ 20,000-30,000 คน ขณะได้สั่งการให้มีการปิดพรมแดนธรรมชาติแล้วให้มีการเข้า-ออกในด่านหลัก เพราะมีเครื่องเทอร์โมสแกนตรวจจับวัดไข้ ในการคัดกรองผู้เดินทาง เนื่องจากในช่วงเทศกาลตรุษจีนมีการข้ามพรมแดนประมาณ 6,000 คน และขณะนี้มีผู้ป่วยที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวัง 2 คน ผลตรวจยืนยันเบื้องต้นเป็นลบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) ถ.แจ้งวัฒนะ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร พร้อมด้วยนายไมเคิล ฮีธ อัครราชทูตที่ปรึกษาสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ร่วมกันแถลงรายละเอียดการฝึกคอบร้าโกลด์ 2020 โดยระบุถึงข้อกังวลที่มีกำลังพลจากประเทศจีน 32 นาย จะเดินทางมาร่วมการฝึกการช่วยเหลือประชาชนว่า ทหารจีนจำนวน 6 นายเข้ามาในไทยแล้ว และทั้งหมดไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดมากนัก และเมื่อเดินทางมาถึง ประเทศไทยก็ผ่านการคัดกรองตามมาตรฐานของ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับกรมแพทย์ทหารบก สำนักงานแพทย์กองบัญชาการกองทัพไทย ส่วนอีก 28 นาย จะเดินทางมาถึงประเทศไทย ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ที่สนามบินอู่ตะเภา ทั้งนี้ ยืนยันว่าการดำเนินการกับ 29 มิตรประเทศที่มาร่วมฝึกนั้น ทางประเทศต้นทางจะมีการตรวจคัดกรองและมีใบรับรองแพทย์กำลังพลทุกนาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ร่วมฝึก ทั้ง 9,655 นาย และให้มองว่าทหารจีนไม่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ เพราะต้องอยู่ร่วมกันและจะส่งผลให้การฝึกไม่ราบรื่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57228</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, บุคลากรแพทย์จีน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อู่ฮั่น, แพทย์จีน, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200214/image_big_5e469d4484e47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จีดีพี1/63ไม่ขยับ พิษไวรัส-ภัยแล้ง ดัชนีเชื่อมั่นลดอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หอการค้าไทยประเมินจีดีพีไตรมาส 1/63 ขยายตัวเพียง 0.5-0.8% จากผลกระทบไวรัสโควิด-19, ฝุ่น PM 2.5, ภัยแล้ง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มองว่า จีดีพีไตรมาส 4/2562 จะขยายตัวไม่ถึง 2% ตามที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีประเมินไว้ เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงโค้งสุดท้ายของปีที่รัฐบาลอัดฉีดเม็ดเงินกว่า 200,000 ล้านบาทเข้าสู่ระบบไม่เป็นผล เพราะประชาชนไม่ได้มีการใช้จ่ายมากเท่าที่ควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 มองว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.5-0.8% เนื่องจากผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 หรือไวรัสโคโรนา, ภาวะฝุ่น PM 2.5 และปัญหาภัยแล้ง ทำให้เม็ดเงินหายจากระบบประมาณ 100,000 ล้านบาท ซึ่งกระทบตัวเลขจีดีพี 1-1.5% พร้อมหวังสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จะจบลงภายในเดือน มี.ค.-เม.ย.63 และรัฐบาลต้องเร่งกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งเร่งเบิกจ่ายงบประมาณให้เข้าสู่ระบบได้ภายในเดือนเม.ย. หรือ พ.ค.63 เพื่อกระตุ้นให้ตัวเลขจีดีพีโต 2-3% ต่อไตรมาส ซึ่งจะหนุนให้จีดีพีปี 2563 โตได้ 2.8% ตามเป้าหมายที่วางไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนวรรธน์กล่าวว่า สำหรับผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยเดือน ม.ค.63 พบว่า อยู่ที่ระดับ 45.4 จุด ปรับตัวลดลง 0.3 จุด จากเดือน ธ.ค.62 โดยเป็นการปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 นับตั้งแต่เดือน มี.ค.62 โดยกลุ่มที่ความเชื่อมั่นปรับลดลงมากสุดคือ ภาคการเกษตร ภาคการบริโภค และภาคการค้า จากปัจจัยลบคือการส่งออกไทยเดือน ธ.ค.62 ลดลง 1.28%, SET Index เดือน ม.ค.63 ปรับตัวลดลง 65.70 จุด จาก 1,579.84 ณ สิ้นเดือน ธ.ค. มาอยู่ที่ 1,514.14 ณ สิ้นเดือน ม.ค.63, ค่าเงินบาทยังอยู่ในระดับอ่อนค่า, การเบิกจ่ายงบประจำปี 2563 ล่าช้าส่งผลต่อความเชื่อมั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5,การแพร่ระบาดของเชื่อโควิด-19 รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้ง ขณะที่ปัจจัยบวกเดือน ม.ค. ได้แก่ มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตยังคงอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากประชาชนและภาคธุรกิจยังไม่มีความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57146</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพี, ดัชนีความเชื่อมั่น, พิษไวรัส, ภัยแล้ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หอการค้าไทย, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e455e462e340.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
