<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 22:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 22:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นไวรัสดื้อ อินโดฯเผยมีบุคลากรแพทย์350คนติดโควิดแม้ฉีดวัคซีนแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียเผย มีแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์มากกว่า 350 คนติดเชื้อโควิด-19 แม้ได้รับวัคซีนของซิโนแวคแล้ว และหลายสิบคนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ท่ามกลางความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนบางชนิดในการต้านไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่ เช่น เดลตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างการเปิดเผยของบาได อิสโมโย หัวหน้าสำนักงานสาธารณสุขเมืองคูดัสในจังหวัดชวากลาง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายนว่า บุคลากรทางการแพทย์ที่ติดโควิด-19 จำนวนมากกว่า 350 คนนี้ ส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการของโรค แต่มีหลายสิบคนที่มีไข้สูงและระดับการอิ่มตัวของออกซิเจนในร่างกายลดลง จนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองคูดัสมีบุคลากรทางการแพทย์ราว 5,000 คนที่กำลังต่อสู้กับการระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่เชื่อว่าเป็นเชื้อเดลตาซึ่งพบครั้งแรกที่อินเดีย และเป็นเชื้อกลายพันธุ์ที่แพร่เชื้อได้ง่าย ทำให้ขณะนี้อัตราครองเตียงของผู้ป่วยมากกว่า 90%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มแรกที่รับการฉีดวัคซีนก่อนประชากรกลุ่มอื่น จากโครงการฉีดวัคซีนของอินโดนีเซียที่เริ่มเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ข้อมูลของสมาคมแพทย์อินโดนีเซียเผยว่า บุคลากรทางการแพทย์ของอินโดนีเซียรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของซิโนแวคไปแล้วเกือบทั้งหมด และจากข้อมูลของกลุ่มลาปอร์โควิด-19 ระบุว่า หลังได้รับวัคซีนทำให้บุคลากรทางการแพทย์ที่เสียชีวิตจากโควิด-19 ลดลงอย่างมาก จากเดือนมกราคมมีผู้เสียชีวิต 158 รายเหลือแค่ 13 รายในเดือนพฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนแพทย์ที่รับวัคซีนแล้วแต่ยังติดโควิด-19 และต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลที่จังหวัดชวากลาง ทำให้ผู้เชี่ยวชาญสาธารณสุขมีความกังวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดิกกี บูดิแมน นักระบาดวิทยาที่มหาวิทยาลัยกริฟฟิธ ออสเตรเลีย ให้ความเห็นว่า จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่า มีไวรัสกลายพันธุ์เดลตาในเมืองคูดัส จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น บุคลากรทางการแพทย์ของอินโดนีเซียส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนซิโนแวค เรายังไม่ทราบถึงประสิทธิภาพของวัคซีนนี้กับการต่อต้านเชื้อกลายพันธุ์เดลตาในโลกของความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) อนุมัติการใช้งานฉุกเฉินสำหรับวัคซีนซิโนแวคในเดือนนี้ โดยอ้างผลการทดสอบว่า วัคซีนชนิดนี้ป้องกันโรคติดเชื้อแบบแสดงอาการได้ 51% และป้องกันโควิด-19 ระดับรุนแรงและการนอนโรงพยาบาลได้ 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานล่าสุดของดับเบิลยูเอชโอเตือนว่า อินโดนีเซียจำเป็นต้องใช้มาตรการจำกัดทางสังคมเข้มงวดขึ้น เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อกำลังเพิ่มสูงขึ้นสืบเนื่องจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่น่าวิตก ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย ก็ยอมรับระหว่างตรวจเยี่ยมศูนย์วัคซีนในเมืองหลวงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อินโดนีเซียต้องเร่งการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ที่คาดหวังว่าจะหยุดการระบาดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซียซึ่งมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 1.9 ล้านคนและเสียชีวิต 53,000 คน รวมถึงแพทย์และพยาบาล 946 คน ตั้งเป้าหมายจะฉีดวัคซีนให้ประชากรมากกว่า 181 ล้านคน จากประชากร 270 ล้านคน ภายในเดือนมีนาคมปีหน้า แต่ถึงขณะนี้เพิ่งฉีดวัคซีนครบแค่ 11.8 ล้านคน และฉีดโดสเดียวอีก 9.6 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะทำงานเฉพาะกิจโควิด-19 แห่งชาติชี้ว่า ความคืบหน้าเชื่องช้ามีปัจจัยทั้งจากการจัดส่งวัคซีนอย่างจำกัดทั่วโลก, ระบบสาธารณสุขที่ไม่พร้อม และความลังเลของประชาชน ถึงขณะนี้อินโดนีเซียได้รับวัคซีนมาแล้ว 92.2 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพฤหัสบดี กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 12,624 คน เป็นยอดเพิ่มรายวันมากที่สุดนับแต่วันที่ 30 มกราคม และมีผู้ป่วยเสียชีวิตอีก 277 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106746</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุคลากรทางการแพทย์ติดโควิด, วัคซีนซิโนแวค, อินโดนีเซีย, โควิด-19, ไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb6936a108e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2020 07:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2020 07:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลุ57ล้านแล้ว!&#039;หมอธีระ&#039;แนะต้องติดตามการพบโควิดสายพันธุ์ใหม่ในตัวมิ้งค์ที่เดนมาร์ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

20 พ.ย.63 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ความเห็น รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก 20 พฤศจิกายน 2563 มีเนื้อหาดังนี้
ทะลุ 57 ล้านไปแล้ว อเมริกาติดเกิน 12 ล้าน อินเดียเกิน 9 ล้าน ส่วนรัสเซียเลยสองล้านคนเป็นประเทศที่ 5
ลองวิเคราะห์ความเร็วในการติดเชื้อเพิ่ม 25 ล้านคนในช่วงที่ผ่านมา พบว่าการติดเชื้อเพิ่มทุก 5 ล้านคนใช้เวลาสั้นลงเรื่อยๆ จาก 17 วัน 14 วัน 10 วัน&amp;nbsp; 9 วัน และ 8.5 วันตามลำดับ
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มอีกถึง 669,842 คน รวมแล้วตอนนี้ 57,189,371 คน ตายเพิ่มอีก 10,834 คน ยอดตายรวม 1,364,479 คน
อเมริกา เกินแสนคนอย่างต่อเนื่อง ติดเพิ่ม 194,538 คน รวม 12,046,567 คน ตายเพิ่มอีกถึง 2,033 คน ยอดตายรวม 258,083 คน
อินเดีย ติดเพิ่ม 46,182 คน รวม 9,004,325 คน
บราซิล ติดเพิ่ม 34,364 คน รวม 5,981,767 คน พรุ่งนี้จะเกินหกล้านคน
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 21,150 คน รวม 2,086,288 คน
รัสเซีย ติดเพิ่มทำลายสถิติเดิมอีกครั้ง 23,610 คน รวม 2,015,608 คน หากจำไม่ผิด เคยคาดประมาณไว้ว่า ยอดติดเชื้อสูงสุดต่อวันอาจอยู่ระหว่าง 15,000-30,000 คนต่อวัน และระลอกนี้อาจมีคนติดเชื้อรวมราวเก้าแสนถึงล้านสอง เอาใจช่วยให้เค้าควบคุมโรคได้โดยเร็ว&amp;nbsp; &amp;nbsp;
อันดับ 6-10 ตอนนี้เป็น สเปน สหราชอาณาจักร อาร์เจนตินา อิตาลี และโคลอมเบีย ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลายหมื่นต่อวัน
ใน 10 อันดับแรกของโลก มีอัตราเสียชีวิต 1.5-3.7% สูงสุดตอนนี้คือ สหราชอาณาจักรและอิตาลี
เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ออสเตรีย โปแลนด์ แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และเมียนมาร์ ติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น
หลายต่อหลายประเทศในยุโรป ก็ยังติดกันหลักร้อยถึงหลักพัน
เกาหลีใต้ติดกันเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และฮ่องกงติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่สิงคโปร์ ออสเตรเลีย เวียดนาม และนิวซีแลนด์ ยังมีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ
...สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 1,560&amp;nbsp; คน ตายเพิ่มอีก 26 คน ตอนนี้ยอดรวม 74,882 คน ตายไป 1,676 คน อัตราตายตอนนี้ 2.2%
ญี่ปุ่นระลอกสามนี้น่าจะหนักหากไม่รีบจัดการ จำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดในระลอกสามนี้อาจอยู่ระหว่าง 2,229-5,994 คนต่อวัน และระบาดยาวไปถึงราวกลางมกราคม 2564 ลองประมาณโดยคร่าว คาดว่าอาจมีผู้ติดเชื้อรวมในระลอกนี้อย่างน้อย 57,318-66,870 คน
หากเราตามข่าวเรื่องการกลายพันธุ์ของไวรัสโรค COVID-19 จะพบว่าตอนนี้ที่กังวลกันก็คือ สายพันธุ์ใหม่ที่ตรวจพบในตัวมิ้งค์ที่ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งทำให้ไวรัสนั้นตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันในน้ำเลือดหรือแอนติบอดี้น้อยลง และอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรคที่เรากำลังวิจัยกัน
สายพันธุ์ดังกล่าวเกิดการระบาดในฟาร์มมิ้งค์ทางตอนเหนือของเดนมาร์ก จนเป็นสาเหตุให้ทางเดนมาร์กตัดสินใจฆ่ามิ้งค์ทั้งหมดกว่า 15-17 ล้านตัว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดต่อ
ขณะนี้ทางสวีเดน และไอร์แลนด์ ก็กำลังพิจารณาวางแผนเรื่องนี้เช่นกัน เพราะสวีเดนเพิ่งพบคนงานในฟาร์มมิ้งค์ที่ติดเชื้อด้วย
เรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่ต้องติดตาม เพราะหากปล่อยให้เกิดการระบาด อาจทำให้วัคซีนต่างๆ ที่กำลังจะออกมาใช้ควบคุมโรคอาจได้ประสิทธิภาพที่ลดลง ทั้งนี้ฟาร์มมิ้งค์มีการทำในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงอเมริกา แคนาดา และจีนด้วย
โดยรวมแล้ว สถานการณ์การระบาดทั่วโลกยังรุนแรงต่อเนื่อง มาตรการเข้มข้นที่หลายประเทศได้ทำมาหลายสัปดาห์ยังไม่เห็นผลที่ชัดเจนนัก จากที่ตดิตามมา คาดว่าประเทศที่เข้มมากๆ น่าจะสามารถกดการระบาดได้ก่อนถึงช่วงคริสตมาส แต่หลายประเทศน่าจะลำบากและอาจระบาดรุนแรงยาวไปถึงต้นปีหน้าเป็นอย่างน้อย เช่น ยุโรปตะวันออก ยูเรเชีย รัสเซีย รวมถึงญี่ปุ่น
ไทยเรา ขอให้ระมัดระวังตัวเสมอ รักตัวเอง รักครอบครัว ป้องกันตัวให้ดี
ใส่หน้ากากเสมอ...ล้างมือบ่อยๆ...อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร...พบคนน้อยๆ สั้นๆ...เลี่ยงที่แออัดที่ชุมนุมที่อโคจร...และคอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ให้หยุดเรียนหยุดงานและรีบไปตรวจ
ด้วยรักต่อทุกคน
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84447</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19, ตัวมิ้งค์, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, ไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
