<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 22:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่านโดยพลัน! &#039;หมอแก้ว&#039; สรุปเหตุการณ์สำคัญ 500 วันกับโรคติดเชื้อโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.64 -นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;หมอแก้ว ผลิพัฒน์&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้ 500&amp;nbsp;วันกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 การวิ่งมาราธอนที่คนไทยทุกคนต้องวิ่งไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากวันที่ 31&amp;nbsp;ธันวาคม 2562&amp;nbsp;(นับเป็นวันที่ 0 หรือ Day 0) ซึ่งเป็นวันที่เราเริ่มได้ยินข่าวว่ามีโรคอะรูก็ไม่ไร้ (อะไรก็ไม่รู้) เกิดขึ้นที่เมืองอู่ฮั่น มาถึงวันนี้นับได้ 500&amp;nbsp;วันพอดี ประเทศไทยเราได้ผ่านเรื่องราวต่างๆ มามากมาย ขอใช้โอกาสครบรอบ 500 วัน สรุปเหตุการณ์ที่ผมคิดว่าสำคัญที่เกิดขึ้น เพื่อให้หลายท่านได้ทบทวนและเรียนรู้กันพอสังเขปแล้วกันครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธันวาคม 2562 จีนรายงานการพบผู้ป่วยปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุเป็นกลุ่มก้อน ต่อองค์การอนามัยโลก โดยพบผู้ป่วยแล้ว 27 คน ทั้ง 27 คน มีประวัติเกี่ยวข้องกับ Wuhan Huanan Seafood Market และระบุว่าไม่มีการแพร่โรคจากคนสู่คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มกราคม 2563&amp;nbsp;ได้แจ้งคำสั่งในเริ่มดำเนินการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินของกรมควบคุมโรคสำหรับโรคปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ และได้แต่งตั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์ ท่ามกลางเสียงบ่นเล็กน้อยๆ ของพวกน้องๆ ที่รู้ว่าต้องเร่ิมมาทำงานกันในวันเสาร์อาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มกราคม - มีข่าวว่าเชื้อก่อโรคคือ bat SARS-like coronavirus&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มกราคม &amp;nbsp;- พบผู้ป่วยสงสัยเป็นผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ผลการตรวจเบื้องต้นพบการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ที่ไม่สามารถระบุสายพันธุ์ได้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มกราคม - ห้องปฏิบัติการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตรวจพบเชื้อ bat SARS-like coronavirus ในผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มกราคม - จีนเปิดตัวเชื้อก่อโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มกราคม - ไทยรายงานการพบผู้ป่วยรายแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มกราคม &amp;ndash; ทางการจีนประกาศว่าโรคโควิด 19 สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มกราคม - จีนเริ่มมาตรการล็อกดาวน์เมือง Wuhan ห้ามประชาชนออกจากบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มกราคม - รัฐบาลได้ยกระดับให้ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ติดตามและประเมินสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มกราคม - องค์การอนามัยโลกประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มกราคม - รายงานผู้ป่วยคนไทยติดเชื้อในประเทศเป็นรายแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 กุมภาพันธ์ - รับคนไทย 138 คนจากเมืองอู่ฮั่นกลับประเทศไทย โดยได้รับตัวไว้สังเกตอาการในสถานที่รัฐจัดให้เป็นเวลา 14 วัน พบผู้ติดเชื้อ 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 กุมภาพันธ์ - ญี่ปุ่นบริจาค Favipiravir ให้ประเทศไทยจำนวน 200 เม็ด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 กุมภาพันธ์ - ยา Favipiravir ล็อตแรก 5,000 เม็ดส่งถึงกรมควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 กุมภาพันธ์ - ยา Remdesivir ล็อตแรกส่งถึงกรมควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 กุมภาพันธ์ - คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นโรคติดต่ออันตราย และประเทศไทยรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เสียชีวิตเป็นรายแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มีนาคม - มีข่าวแรงงานไทยในประเทศเกาหลีใต้เดินทางกลับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มีนาคม - ประกาศพื้นที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6, 8 มีนาคม - รายการมวยที่สนามมวยลุมพินี และสนามมวยราชดำเนิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มีนาคม - สำนักนายกรัฐมนตรีออกคำสั่งจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มีนาคม &amp;ndash; ผู้มีชื่อเสียงที่ทำหน้าที่พิธีกรในสนามมวยประกาศตัวว่าติดเชื้อโควิด 19
13 มีนาคม - สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ประกาศขอให้คนไทยที่เข้าร่วมงานดาวะห์ และผู้ติดตามใกล้ชิดเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวไปพบแพทย์ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มีนาคม - คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการเร่งด่วน และให้ปิดมหาวิทยาลัย โรงเรียนนาชาติ สถาบันกวดวิชา ผับ สถานบันเทิง สถานบริการ นวดแผนโบราณและโรงมหรสพ ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล และงดการจัดกิจกรรมรวมคนจำนวนมากที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มีนาคม - ผู้ว่าฯ กทม. ประกาศกิจการและสถานที่เสี่ยงบางประเภททั่วกรุงเทพฯ เป็นเวลา 22 วัน ทำให้ผู้คนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก และพบการรายงานผู้ป่วยในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นเป็นช่วงสั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มีนาคม - รายงานผู้ป่วยยืนยันสูงสุดของการระบาดในระลอกแรก จำนวน 188 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มีนาคม - ประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดยให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 26 มีนาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มีนาคม &amp;ndash; ประกาศให้สิทธิการรับบริการสาธารณสุขกรณีโรคโควิด 19 อยู่ในขอบเขตบริการสาธารณสุขตาม พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เมษายน - ประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานทั่วราชอาณาจักร (เคอร์ฟิว) และสั่งห้ามไม่ให้คนต่างชาติและคนไทยเดินทางเข้าประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เมษายน - สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศ ห้ามเครื่องบินทุกประเทศและผู้โดยสารเข้าประเทศไทย 3 วัน และได้ห้ามต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เมษายน - คณะรัฐมนตรีมีมติเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1/2563 เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 63 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เมษายน - กระทรวงวัฒนธรรมออกประกาศห้ามจัดงานสงกรานต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เมษายน - กรุงเทพมหานคร และหลายจังหวัดเริ่มประกาศห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอด 24 ชั่วโมง ในวันเดียวกันกระทรวงสาธารณสุขรายงานจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ 54 คน และหลังจากวันที่ 9 เมษายนเป็นต้นมา จำนวนผู้ป่วยรายใหม่มีจำนวนน้อยกว่า 100 คนมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เมษายน - ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศไทย ได้พิจารณาออกคำสั่งปิดร้านค้าและสถานประกอบการจำหน่ายสุราเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18-20 เมษายน - เริ่มเกิดกระแสสังคมเกี่ยวกับผู้มีจิตอาสาแจกสิ่งของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เมษายน - บางจังหวัดในไทย (นครราชสีมา น่าน) เริ่มผ่อนปรนมาตรการ ปลดล็อคสถานที่ ธุรกิจบางประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เมษายน - รายงานผู้ป่วยเป็นเลขหลักเดียว (9 ราย) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดในเดือนมีนาคมเป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พฤษภาคม - เริ่มมาตรการผ่อนปรน โดยเริ่มจากกิจการที่มีความเสี่ยงต่ำก่อน และประเมินทุก ๒ สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พฤษภาคม - ไทยไม่พบผู้ป่วย (0 ราย) ในรอบเกือบ 4 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พฤษภาคม - เริ่มมาตรการผ่อนปรน หรือมาตรการคลายล็อกระยะที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พฤษภาคม - รายงานผู้ติดเชื้อในประเทศคนสุดท้ายของการระบาดระลอกที่ 1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิถุนายน - เกิดเหตุการณ์ประชาชน ออกไปเที่ยวหาดบางแสนจนล้นหาด ทำให้เทศบาลเมืองแสนสุข &amp;nbsp;ต้องออกประกาศปิดถนน และห้ามเข้าพื้นที่ชายหาดในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิถุนายน - กระทรวงคมนาคม ได้แจ้งให้หน่วยงานในสังกัดที่ให้บริการขนส่งสาธารณะทุกระบบสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ 100 % ทั้งรถโดยสารสาธารณะ (รถทัวร์) ทั่วประเทศ รถไฟทางไกลและเครื่องบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9-10 กรกฎาคม &amp;ndash; คณะผู้บัญชาการทหารบก สหรัฐอเมริกา เดินทางมาประเทศไทย และสามารถเข้ามาปฏิบัติภารกิจได้โดยไม่ต้องกักกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 กรกฎาคม - ศบค. เห็นชอบมาตรการ ผ่อนคลายผู้ไม่มีสัญชาติไทย เข้ามาในราชอาณาจักรไทย สำหรับกลุ่ม Medical Program (medical quarantine) โดยกำหนดเกณฑ์การเข้ามาและเลือกประเทศที่เสี่ยงต่ำถึงปานกลางก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 กรกฎาคม &amp;ndash; เกิดเหตุการณ์ทหารอียิปต์ติดเชื้อ ไม่ให้ความร่วมมือตรวจหาเชื้อ และยังออกนอกโรงแรมกักกันโรค ที่จังหวัดระยอง และพบว่ามีการออกไปเดินห้างสรรพสินค้า และเด็กหญิงอายุ 9 ขวบลูกสาวอุปทูตติดเชื้อและเดินทางเข้ามาพักที่คอนโดส่วนตัวใน กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 - 24 กรกฎาคม - องค์การอนามัยโลกและองค์กรเครือข่ายดำเนินการสรุปบทเรียนการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของประเทศไทย และดำเนินการถ่ายทำสารคดีสะท้อนความสำเร็จในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกที่ 1 ของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 สิงหาคม &amp;ndash; เกิดกรณีที่มีชายชาวญี่ปุ่นติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หลังเดินทางกลับจากไทย เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ซึ่งการตรวจหาเชื้อของประเทศญี่ปุ่น เป็นการตรวจที่สนามบิน โดยใช้วิธี CLEIA (ChemiLuminescent Enzyme ImmunoAssay) โดยใช้ตัวอย่างน้ำลาย ซึ่งต่อมาเมื่อทำการตรวจยืนยันก็พบว่าผู้เดินทางคนดังกล่าวไม่ได้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 สิงหาคม &amp;ndash; เกิดกรณีชาวมาเลเซียติดเชื้อโควิด 19 หลังเดินทางกลับจากไทย ในประเทศไทยได้ดำเนินการสอบสวนโรคและติดตามผู้สัมผัส พบว่าผู้สัมผัสทุกรายไม่มีผู้ใดติดเชื้อ  15 กันยายน - ครม. อนุมัติหลักการแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist VISA (STV) ให้คนต่างด้าวที่มีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ที่กำหนด ในขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานและ ศบค. อนุมัติให้จังหวัดจันทบุรีเป็นจังหวัดนำร่องเปิดรับแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานเพื่อแก้ปัญหาความต้องการแรงงาน และอนุญาตแรงงานกัมพูชาเป็นชุดแรกจำนวน 500 ราย ผ่านจุดผ่านแดนถาวรหมู่บ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 กันยายน - ศบค. มีมติอนุญาตบุคคล 6 กลุ่ม เดินทางเข้าไทย เช่น นักกีฬาต่างชาติที่จะเข้ามาแข่งขันกีฬาจักรยานทางไกล นักบินและลูกเรือ ผู้ที่ถือวีซ่าประเภทอยู่ชั่วคราวประเภทต่างๆ ผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยวสำหรับกลุ่ม long stay &amp;nbsp; ผู้ถือบัตร APEC Card เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ตุลาคม - มีการเปลี่ยนตัวผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ที่สำคัญคือมีท่านปลัดกระทรวง อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดีกรมอนามัย และอธิบดีกรมสุขภาพจิต ท่านใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ตุลาคม - กรมควบคุมโรค เริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับการระบาดระลอกใหม่อย่างจริงจัง ด้วยการยกระดับและปรับปรุงสมรรถนะด้านต่างๆ ให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ทั้งการปรับปรุงแนวทางการควบคุมโรค การจัดสถานกักกันเพิ่มเติม การวางระบบเฝ้าระวังและตรวจจับในหลายระดับ การเพิ่มจำนวนหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรค 3 เท่าจากที่มีอยู่ 1,000 ทีม การเตรียมความพร้อมระบบบัญชาการเหตุการณ์ทุกการขยายศักยภาพด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ตุลาคม - เริ่มพบผู้ติดเชื้อโควิดที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ตุลาคม - กระทรวงสาธารณสุข สยามไบโอไซเอนซ์ เอสซีจี ประกาศความร่วมมือกับแอสตราเซเนกา และมหาวิทยาอ๊อกฟอร์ดผลิตวัคซีนโควิด-19 เป็นชาติแรกในอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ตุลาคม - ผู้ว่าราชการจังหวัดตากประกาศปิดกิจการที่มีความเสี่ยง จำกัดการเดินทางเข้าออกพื้นที่เสี่ยง เพิ่มความเข้มงวดมาตรการป้องกันควบคุมโรค ปิดด่านขนส่งสินค้า และเข้มงวดป้องกันการเดินทางเข้าออกผ่านทางช่องทางธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ตุลาคม - พบผู้ติดโรคโควิด 19 ในประเทศไทย เป็นนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส วัย 57 ปี ซึ่งได้รับการกักตัวครบ 14 วันในสถานกักกันทางเลือกแล้ว คาดว่าอาจจะเป็นการติดเชื้อระหว่างที่กักกันตัวอยู่ในสถานที่กักกันทางเลือก ซึ่งนำไปสู่การเข้มงวดวิธีปฏิบัติในสถานกักกันทางเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ตุลาคม - สถานการณ์การระบาดที่แม่สอดเริ่มดีขึ้น จังหวัดตากจึงเริ่มมาตรการผ่อนคลาย และให้สามารถกลับมาเปิดด่านแม่สอดได้ภายใต้เงื่อนไขการดำเนินมาตรการป้องกันการติดเชื้อที่เคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ตุลาคม - พบแรงงานเมียนมาเข้าเมืองผิดกฎหมายผ่านทางชายแดนไทย-มาเลเซียติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่พัทลุง 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พฤศจิกายน - กระทรวงสาธารณสุข มีแผนที่จะเริ่มนำร่องการกักตัว 10 วันในกลุ่มประเทศเสี่ยงต่ำหรือใกล้เคียงกับประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พฤศจิกายน - พบผู้ติดเชื้อในประเทศ 1 ราย อาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เพศชาย สัญชาติฮังการี อายุ 53 ปี อาชีพนักการทูต มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันที่เป็นชาวต่างชาติเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ที่โรงแรมสถานกักกันทางเลือก (ASQ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พฤศจิกายน &amp;ndash; ครม. มีมติเห็นชอบและอนุมัติงบประมาณ 6,049,723,117 บาท เพื่อจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับประชาชนไทยโดยการจองล่วงหน้า และการจัดซื้อวัคซีนกับบริษัท AstraZeneca (Thailand) จำกัด และบริษัท AstraZeneca UK จำนวนวัคซีน 26 ล้านโด๊ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พฤศจิกายน - พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ หญิงวัย 29 ปี จังหวัดเชียงใหม่ ว่า จากการสอบสวนทราบว่าได้เดินทางกลับจากทำงานที่ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา &amp;nbsp;และลักลอบเดินทางเข้าไทยผ่านทาง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย หลังจากนั้น ยังคงพบผู้ติดเชื้อเดินทางข้ามมาจากฝั่งท่าขี้เหล็กอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งทางการจัดช่องทางพิเศษให้ผู้เดินทางเข้าพักสังเกตอาการที่ local quarantine จำนวนผู้ติดเชื้อที่ลักลอบเข้าประเทศจึงค่อยๆ ลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธันวาคม &amp;ndash; ครม. มีมติอนุมัติผ่อนปรนให้ต่างด้าวที่เป็นนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (Special Tourist Visa, STV) สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้โดยไม่จำกัดประเทศ แต่ยังคงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข การขอวีซ่า พร้อมแจ้งสถานที่พำนักในไทยให้ชัดเจน และยินยอมที่จะกักตัวเป็นเวลา 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธันวาคม &amp;ndash; พบผู้ติดเชื้อรายแรกในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งจากการสอบสวนโรคในระยะต่อมาพบว่าได้มีการเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่เกิดขึ้นมาสักระยะหนึ่งแล้วในสมุทรสาคร การระบาดระลอกใหม่นี้ได้ส่งผลกระทบต่อจังหวัดที่มีผู้เดินทางเข้ามายังสมุทรสาครอย่างกว้างขวาง การแพร่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธันวาคม &amp;ndash; พบผู้ติดเชื้อยืนยันเป็นจำนวนมากจากการค้นหาผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมที่มีความเกี่ยวข้องกับตลาดกลางกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อสูงถึงร้อยละ 43 ของจำนวนตัวอย่างที่ตรวจทั้งหมด และในวันเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครได้ประกาศปิดตลาดกลางกุ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธันวาคม &amp;ndash; พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นจำนวนหลักร้อยในรอบหลายเดือน โดยได้รายงานผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 576 ราย แบ่งเป็นแรงงานต่างด้าว 516 ราย ติดเชื้อในประเทศ 19 ราย เป็นผู้ติดเชื้อที่อยู่ในสถานที่กักกันแห่งรัฐ 41 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธันวาคม - กระทรวงสาธารณสุขเปิดโรงพยาบาลสนาม บริเวณตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร โดยเริ่มเปิดให้บริการจำนวน 30 เตียง และสามารถขยายศักยภาพให้สามารถมีจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยได้สูงสุด 100 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ธันวาคม - สมุทรสาครเริ่มปฏิบัติการตรวจเชิงรุกเพื่อประเมินสถานการณ์ และควบคุมโรคโรค โดยตั้งเป้าที่จะตรวจโรงงานขนาดใหญ่ให้ได้ทุกแห่งภายใน ๒ สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธันวาคม - จังหวัดสมุทรสาครเปิดโรงพยาบาลสนามแห่งแรก ภายในวันโกรกกราก
&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;เริ่มต้นปี 2564&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;
4 มกราคม - จังหวัดสมุทราสาครเปิดโรงพยาบาลสนามแห่งที่ ๒ สนามกีฬา อบจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มกราคม - อำเภอแม่สอดพบคนไทยติดโควิด 17 คน จาก 40 คน โดยคนไทยทั้ง 40 คนเป็นผู้เดินทางข้ามมาจากเมียนมา และเข้าสู่สถานที่กักกันภายในอำเภอแม่สอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มกราคม ถึง 3 กุมภาพันธ์ - ช่วงเวลา 10 วันที่สมุทรสาครรายงานผู้ป่วยอย่างน้อย 733 คน
3 กุมภาพันธ์ - จังหวัดสมุทรสาครเริ่มดำเนินการควบคุมการระบาดและการจำกัดการแพร่ระบาดในโรงงานขนาดใหญ่ ๙ แห่ง โดยมีแผนจะปิดกั้นไม่ให้แรงงานของบริษัทออกมาปะปนกับประชาชนภายนอกเป็นเวลาอย่างน้อย ๔ สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 กุมภาพันธ์ - พบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในตลาดพรพัฒน์ ปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 กุมภาพันธ์ - &amp;nbsp;นักท่องเที่ยวจากยุโรปกลุ่มแรก 59 คน เดินทางถึง จ.ภูเก็ต พร้อมตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้ากักตัวใน Villa Quarantine ที่โรงแรมศรีพันวา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งให้กักตัวเป็นเวลา 14 วัน ภายใต้มาตรการสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 กุมภาพันธ์ &amp;ndash; วัคซีนซิโนแว็ค 200,000 โด๊สแรก ขนส่งถึงประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 กุมภาพันธ์ &amp;ndash; ประเทศไทยเริ่มการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับกลุ่มเป้าหมายจำนวน 254 คน ที่สถาบันบำราศนราดูร 95 คน และที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร 159 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มีนาคม &amp;ndash; กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ สมุทรปราการ จังหวัดสุราษฎร์ธานีเริ่มการฉีดวัคซีนเข็มแรกของจังหวัด ในขณะที่จังหวัดสมุทรสาครมีคำสั่งปิดศูนย์ห่วงใยคนสาครแห่งที่ 3 โครงการวัฒนาแฟคตอรี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มีนาคม - ครม. อนุมัติงบประมาณ 6,387,285,900 บาทเพื่อจัดซื้อวัคซีนโควิด 19 จำนวน 35 ล้านโด๊ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มีนาคม &amp;ndash; จังหวัดสมุทรสาครออกคำสั่งเรื่อง ผ่อนปรนมาตรการคุมโควิด-19 โดยลดระดับจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มีนาคม &amp;ndash; วัคซีนบริษัทแอสตราเซเนกาส่งถึงไทย จำนวน 117,000 โดส ในขณะที่จังหวัดสมุทรสาครทำการเปิดศูนย์ห่วงใหญ่คนสาคร แห่งที่ 10 ร่วมกับสภาอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มีนาคม &amp;ndash; นายกรัฐมนตรีเลื่อนฉีดวัคซีน เนื่องจากมีกระแสข่าวกระทรวงสาธารณสุขเดนมาร์กประกาศระงับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตราเซเนกาเป็นการชั่วคราว หลังมีรายงานกรณีการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในผู้ที่ได้รับวัคซีนบางราย ในวันเดียวกัน ในกรุงเทพมหานครได้มีการตรวจพบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในตลาดบางแค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มีนาคม &amp;ndash; นายกรัฐมนตรีได้รับการฉีดวัคซีนของบริษัทแอสตราเซเนกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มีนาคม &amp;ndash; อนุมัติและเริ่มฉีดวัคซีนฉุกเฉินในกลุ่มเสี่ยงที่มีความเกี่ยวข้องกับ Cluster บางแค โดยได้มีการเตรียมวัคซีนรองรับไว้ 6,000 โด๊ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เมษายน - สำนักอนามัย &amp;nbsp;กทม. เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 13 คน ที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านทองหล่อ 3 แห่ง ได้แก่ Krystal Club, ลาบลาบาร์ และเบียร์เฮ้าส์ย่านทองหล่อ-เอกมัย นับเป็นการระบาดระลอกที่ ๓ ของประเทศไทย ซึ่งการแพร่ระบาดก่อนช่วงสงกรานต์ ซึ่งต่อมาได้ก่อให้เกิดการระบาดแพร่กระจายไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว และยังคงมีสถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรงจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เมษายน - เริ่มพบการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนในชุมชนคลองเตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เมษายน - กระทรวงสาธารณสุขเปิดศูนย์แรกรับส่งผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาคารนิมิตบุตร เพื่อช่วย กทม ในการจัดการผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พฤษภาคม - เริ่มฉีดวัคซีนเพื่อหวังผลในการควบคุมโรคในชุมชนคลองเตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พฤษภาคม - วันที่ 500 - Day 500 - นายกรัฐมนตรีเปิดโรงพยาบาลสนามขนาด 5,200 เตียง ภายในอาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีอาการปานกลาง
&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;.
500 วันผ่านไปแล้ว สถานการณ์เดินมาจนถึงวันนี้ วันที่สถานการณ์การระบาดในประเทศไทยถือได้ว่า อยู่ในระดับที่ &amp;ldquo;รุนแรงที่สุด&amp;rdquo; เท่าที่เราเผชิญมา ผมคิดว่า ถึงเวลาแล้วครับที่ทุกคนจะต้องลุกขึ้นสู้กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่
&amp;hellip;..
ตอนที่ไฟไหม้ เราควรจะเร่งรีบดับไฟ ไม่ใช่ไปยืนด่าไฟที่กำลังไหม้&amp;nbsp; หรือกล่าวโทษใครบางคนหรืออะไรบางอย่างที่เราคิดไปเองว่าอาจจะทำให้เกิดไฟไหม้&amp;nbsp; หากการทะเลาะกัน ทำให้การดับไฟทำได้ช้าลง&amp;nbsp; หยุดทะเลาะกันแล้วหันมาร่วมมือกันดับไฟก่อนดีกว่ามั้ยครับ น้ำลายดับไฟไม่ได้ครับ หยุดพูดแล้วเริ่มลงมือทำ&amp;nbsp;บางคนอาจต้องวางมือจากสิ่งที่กำลังจดจ่ออยู่ตรงหน้า มาช่วยกันดับไฟก่อนเถอะครับ ละทิ้งตัวตน ละทิ้งอัตตา แล้วมาช่วยกัน
&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;.
จริงๆ แล้วคนไทยทุกคนกำลังอยู่ในช่วงสงคราม และเราก็มีศัตรูตัวเดียวกัน&amp;nbsp; แม้บางคนอาจจะหลงลืมความจริงข้อนี้ไปชั่วขณะ แทนที่จะจัดการศัตรู กลับหันไปส่งเสริมศัตรู-หยุดเถอะครับ จะทำอย่างไรจึงจะจัดการกับศัตรูได้ มาถึงวันนี้ แทบไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้ครับ เหลือแค่ลงมือทำ เริ่มที่ตัวเรา ทำในส่วนที่เราทำได้ ทำให้ดีที่สุด จากนั้น จึงเริ่มสนับสนุนคนอื่นที่กำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ถึงเวลาต้องรวมใจเป็นหนึ่ง ถึงเวลาที่เราต้องรวมแรงร่วมใจกันอีกครั้งครับ
&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;.
ผมมั่นใจเสมอว่าถ้าเราสามัคคีกัน ช่วยกันจริงๆ #เราจะชนะไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102952</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, หมอแก้ว, หมอแก้ว ผลิพัฒน์, โควิด19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea81f78637cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กัมพูชาติดโควิด-19รายใหม่730คน ทำสถิติต่อวันสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขของกัมพูชารายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายใหม่ในรอบ 1 วันที่ผ่านมา 730 คน มากเป็นสถิติใหม่ของประเทศ ยอดรวมมากกว่า 14,500 คนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประชาชนในพื้นที่สีแดงของกรุงพนมเปญนั่งรอคิวตรวจโควิด-19 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2564 (Photo by Andy Ball/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กัมพูชาซึ่งเคยเป็นประเทศหนึ่งที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 น้อยที่สุดในโลก กำลังพยายามควบคุมการแพร่เชื้อของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ที่เริ่มกลับมาแพร่เชื้อประเทศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และทำให้รัฐบาลประกาศใช้มาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด รวมถึงการล็อกดาวน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานอ้างคำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขกัมพูชาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม ว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 750 คน และทำให้จำนวนสะสมของประเทศเพิ่มเป็น 14,520 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิต 103 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกระทรวงที่เผยแพร่ทางเฟซบุ๊กกล่าวเตือนประชาชนว่า โควิด-19 ยังคงเป็นภัยคุกคามในประเทศนี้ และขอให้ประชาชนระมัดระวังตนเองด้วยการรักษาสุขอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม และอย่าออกจากบ้าน เพราะไวรัสนี้กำลังแพร่ระบาดรุนแรงภายในชุมชนในประเทศนี้ ในประเทศเพื่อนบ้านและทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงพนมเปญซึ่งพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากที่สุด อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ถึงวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ และได้ประกาศให้บางเขตเป็น &amp;quot;พื้นที่สีแดง&amp;quot; ห้ามประชาชนออกจากเคหสถาน ยกเว้นด้วยเหตุผลทางการแพทย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101502</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ผู้ติดเชื้อรายใหม่, ล็อกดาวน์พนมเปญ, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e59d92adb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 18:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่นประกาศภาวะฉุกเฉินโควิดที่โตเกียวกับ3จังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินโควิด-19 ที่กรุงโตเกียวและอีก 3 จังหวัดเมื่อวันศุกร์ เริ่มมีผลตั้งแต่วันอาทิตย์ถึง 11 พ.ค. หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสเพิ่มสูงขึ้นจนน่าวิตกในขณะที่ญี่ปุ่นจะจัดการแข่งขันโอลิมปิกในอีก 3 เดือนข้างหน้านี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า นายกฯ โยชิฮิเดะ ซูกะ แถลงเมื่อวันศุกร์ว่า รัฐบาลตัดสินใจประกาศภาวะฉุุกเฉินที่กรุงโตเกียว, จังหวัดเกียวโต, โอซากา และเฮียวโงะ เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อที่เกี่ยวโยงกับไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่เพิ่มมากขึ้น โดยให้เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน ไปจนถึงวันที่ 11 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มาตรการตามประกาศภาวะฉุกเฉินรอบนี้จะเข้มงวดกว่าคำประกาศเมื่อครั้งที่แล้ว ซึ่งบังคับใช้ในหลายพื้นที่ของประเทศตั้งแต่เดือนมกราคม แต่ยังไม่เข้มงวดเท่ามาตรการล็อกดาวน์ของบางประเทศ โดยทางการต้องการให้บาร์และภัตตาคารหยุดขายแอลกอฮอล์หรือปิดบริการ และขอให้สถานที่ตั้งเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์การค้า ปิดชั่วคราว การแข่งขันกีฬาจะไม่อนุญาตให้มีผู้ชมในสนาม ทั้งยังแนะนำให้ประชาชนทำงานจากบ้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของรัฐบาลญี่ปุ่นมีก่อนหน้าวันหยุดยาวสัปดาห์ทอง ที่เป็นช่วงเวลาที่ชาวญี่ปุ่นเดินทางจำนวนมากที่สุดของปี และรัฐบาลอาจลดบริการรถไฟและรถโดยสารเพื่อจำกัดการเคลื่อนย้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงแม้สถานการณ์ในญี่ปุ่นจะเบากว่าอีกหลายประเทศ แต่จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในช่วงนี้ทำให้เจ้าหน้าที่และผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ห่วงกังวล ในขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นและคณะกรรมการจัดการแข่งโอลิมปิกยืนกรานว่ามหกรรมกีฬานี้จะจัดตามกำหนดในเดือนกรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้มาตรการนี้จะยังไม่เริ่มจนกว่าจะถึงวันอาทิตย์ แต่ยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าราชการจังหวัดโตเกียว เรียกร้องประชาชนเริ่มใช้มาตรการป้องกันไว้ก่อนทันที รวมถึงเลี่ยงการดื่มริมทางภายหลังบาร์และภัตตาคารปิดเร็วขึ้น เธอยังขอให้ธุรกิจปิดไฟหรือป้ายไฟหลังเวลา 2 ทุ่ม เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนกลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญี่ปุ่นมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดสะสม 546,425 คน เสียชีวิต 9,764 คน แม้จะเป็นประเทศแรกๆ ที่พบการระบาดหนัก แต่ถือว่าญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาด ทั้งที่ไม่เคยใช้มาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวด แต่ฤดูหนาวที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อกลับมาเพิ่มขึ้นอีกนับแต่รัฐบาลยกเลิกภาวะฉุกเฉินเมื่อเดือนมีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันศุกร์ กรุงโตเกียวมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 759 คน ส่วนที่โอซากามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,162 คน ลดลงเล็กน้อยหลังจากทำสถิติเมื่อต้นสัปดาห์นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100470</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, ประกาศภาวะฉุกเฉิน, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_6082b09ea3555.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 17:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียติดโควิดเพิ่ม332,730คน สลดซ้ำไฟไหม้รพ.ผู้ป่วยดับ13ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อินเดียสร้างสถิติโลกใหม่อีกครั้งด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 1 วันมากที่สุดกว่า 330,000 คนเมื่อวันศุกร์ และมีผู้ป่วยเสียชีวิตอีก 2,263 คน ระบบสาธารณสุขหลายรัฐใกล้ล่มสลาย ผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล ออกซิเจนขาดแคลน เช้าวันศุกร์เกิดเหตุสลดไฟไหม้ห้องไอซียูทำให้ผู้ป่วยโควิดเสียชีวิต 13 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลศานติมุคุนด์ในกรุงนิวเดลีติดป้ายประกาศงดรับคนไข้นอนโรงพยาบาลเนื่องจากขาดแคลนออกซิเจนสำหรับผู้ป่วย เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2564 (Photo by Raj K Raj/Hindustan Times via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ของอินเดียเพิ่งทำลายสถิติโลกเดิมของสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดี แต่ในวันศุกร์ที่ 23 เมษายน สถิติดังกล่าวถูกสร้างขึ้นใหม่อีก โดยกระทรวงสาธารณสุขอินเดียเผยว่า จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมง มีถึง 332,730 คน มากกว่ายอด 314,835 คนของวันก่อน นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มอีก 2,263 คนในช่วงเวลาเดียวกันเป็นสถิติสูงสุดของอินเดีย และทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตรวมเป็น 186,920 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉพาะเดือนเมษายนนี้อินเดียมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 4 ล้านคนแล้ว ส่วนยอดผู้ติดเชื้อสะสมของอินเดียอยู่ที่มากกว่า 16.26 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงนิวเดลีมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 26,000 คน เสียชีวิต 306 คน หรือคิดเป็นอัตราการเสียชีวิตราว 1 คนในทุก 5 นาที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ นเรนทรา โมดี ซึ่งรัฐบาลของเขาโดนวิจารณ์ว่าผ่อนคลายข้อบังคับควบคุมไวรัสเร็วเกินไป ประชุมกับมุขมนตรีรัฐที่สถานการณ์รุนแรงที่สุด รวมถึงรัฐมหาราษฏระที่มีเดลีเป็นเมืองหลวง และรัฐคุชราต บ้านของเขา เพื่อหารือวิกฤติการขาดแคลนออกซิเจนและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายรัฐในภาคเหนือและตะวันตกของอินเดียกำลังประสบปัญหาขาดแคลนออกซิเจนและเตียงคนไข้ โรงพยาบาลขนาดใหญ่หลายแห่งประกาศเตือนว่าไม่มีเตียงสำหรับคนไข้รายใหม่อีกแล้ว และตำรวจต้องวางกำลังคุ้มครองอุปกรณ์ออกซิเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรหมา มุเคอร์จี อาจารย์ด้านชีวสถิติและวิทยาการระบาด มหาวิทยาลัยมิชิแกนในสหรัฐ กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ดูเหมือนว่าไม่มีเครือข่ายความปลอดภัยทางสังคมสำหรับชาวอินเดียอีกแล้ว ทุกคนกำลังต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด และพยายามปกป้องคนที่ตนรัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเช้าวันศุกร์ ยังเกิดเหตุสลดซ้ำอีกเมื่อเกิดเพลิงไหม้ที่แผนกผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาลวิชัยวัลลภ &amp;nbsp;ชานนครมุมไบ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้แล้วและกำลังสอบสวนสาเหตุ แผนกนี้มีผู้ป่วยโควิดรักษาตัวอยู่ 17 คน เพลิงไหม้ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต 13 คน อีก 4 คนถูกย้ายไปที่อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ มีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิต 22 ราย เนื่องจากขาดออกซิเจน ภายหลังออกซิเจนรั่วที่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งในรัฐมหาราษฏระ และเมื่อเดือนที่แล้ว ก็มีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตอย่างน้อย 9 คนในเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนครมุมไบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแพร่ระบาดที่ควบคุมไม่ได้ของอินเดียทำให้หลายประเทศห้ามเที่ยวบินจากอินเดียเข้าประเทศแล้ว โดยวันพฤหัสบดี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประกาศห้ามอีกประเทศ ตามรอยสหรัฐ, อังกฤษ และสิงคโปร์ ส่วนแคนาดาระงับเที่ยวบินทั้งจากอินเดียและปากีสถานเป็นเวลา 30 วัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100461</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อทำลายสถิติโลก, ติดเชื้อเกิน3แสน, ออกซิเจนขาดแคลน, อินเดีย, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_6082a26081f0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 22:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 22:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดบุกถึงเอเวอเรสต์ นักปีนเขานอร์เวย์ยืนยันติดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักปีนเขาชาวนอร์เวย์รายหนึ่งยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะพยายามพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ในเนปาล และขณะนี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในกรุงกาฐมาณฑุ ยังไม่ชัดเจนว่ามีนักปีนเขารายอื่นติดเชื้ออีกหรือไม่ แต่สื่อนอร์เวย์เผยว่ามีชาวเชอร์ปาในคณะติดไวรัสด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การระบาดของโควิด-19 บังคับให้ทางการเนปาลต้องงดการปีนเขาเอเวอเรสต์เมื่อปีที่แล้ว แต่ในปีนี้เนปาลผ่อนคลายกฎการกักกันโรคด้วยหวังรายได้จากการท่องเที่ยว ถึงแม้จะมีความยากลำบากหากเกิดกรณีการติดเชื้อไวรัสนี้ในระดับความสูงขนาดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีอ้างคำยืนยันผ่านข้อความทางเฟซบุ๊กของเออร์เลนด์ เนสส์ นักปีนเขาชาวนอร์เวย์ว่าผลการวินิจฉัยของเขาคือเป็นโควิด-19 แต่ตอนนี้เขาดีขึ้นแล้ว โรงพยาบาลกำลังดูแลรักษาเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนสส์ถูกอพยพลงมาจากเขาด้วยเฮลิคอปเตอร์และถูกส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงกาฐมาณฑุหลังจากเขาได้ใช้เวลาอยู่ที่เบสแคมป์ ซึ่งมีความสูงมากกว่า 5,300 เมตร มีรายงานของสื่อบางสำนักก่อนหน้านี้ว่า มีความเข้าใจในตอนแรกว่าเขามีภาวะน้ำท่วมปอดจากการแพ้พื้นที่สูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีเอ็นอาร์เคของนอร์เวย์ที่สัมภาษณ์เนสส์รายงานด้วยว่า ชาวเชอร์ปาคนหนึ่งในคณะปีนเขาของเขาก็ตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนสส์กล่าวว่า เขาหวังจริงๆ ว่าจะไม่มีคนอื่นติดเชื้อไวรัสโควิดบนยอดเขา เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะอพยพคนด้วยเฮลิคอปเตอร์ที่ระดับความสูงกว่า 8,000 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การหายใจที่ระดับความสูงขนาดนั้นเป็นเรื่องยากลำบากอยู่แล้ว ฉะนั้นหากมีการแพร่เชื้อในหมู่นักปีนเขาบนนั้นก็จะเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปราติวา ปันเดย์ ผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์ของโรงพยาบาล CIWEC ในกรุงกาฐมาณฑุ ยอมรับกับเอเอฟพีว่า มีผู้ป่วยจากเอเวอเรสต์ที่ติดไวรัสโคโรนารักษาตัวอยู่ที่นี่ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่ามีกี่คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมิรา อัชรายา โฆษกกรมการท่องเที่ยวเนปาล ปฏิเสธว่า ถึงขณะนี้ไม่ได้รับรายงานว่ามีนักปีนเขาติดเชื้อโควิด-19 ส่วนนักปีนเขาที่อพยพลงมาเมื่อวันที่ 15 เมษายนนั้น ได้รับแจ้งว่าเขาเป็นโรคปอดบวมและกำลังแยกรักษาอาการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาวา สตีเวน เชอร์ปา จากบริษัท เอเชียน เทร็กกิง กล่าวว่า ตอนนี้ทุกคนบนเบสแคมป์มีความกังวล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้เนปาลออกใบอนุญาตปีนเขาแล้ว 377 ใบ คาดว่าจำนวนสุดท้ายน่าจะมากกว่า 381 ใบที่ออกให้เมื่อปี 2562.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100387</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักปีนเขาชาวนอร์เวย์, เชอร์ปา, เนปาล, เอเวอเรสต์, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_608196856f634.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดอินเดียทุบสถิติรายวัน ติดเชื้อรายใหม่อีกกว่า217,000คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ของอินเดียทำลายครั้งที่ 8 ในรอบ 9 วัน ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมงอีกมากกว่า 217,000 คนในวันศุกร์ โดยพบผู้ติดเชื้อเพิ่มนับพันคนจากการเข้าร่วมพิธีทางศาสนาฮินดู ขณะนักการเมืองเดินหน้าหาเสียงไม่ฟังคำเตือนว่าอาจกระตุ้นการแพร่ระบาดเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้โดยสารรอขึ้นรถไฟที่สถานีลกมันยาติลักในนครมุมไบ รัฐมหาราษฏระ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2564 (Photo by Imtiyaz Shaikh/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อินเดียกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาระลอกที่ 2 หลายเมือง อาทิ มุมไบ, นิวเดลีและเมืองใหญ่อื่นๆ ประกาศใช้มาตรการควบคุมรอบใหม่ พร้อมกับมีเสียงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งโครงการฉีดวัคซีนท่ามกลางปัญหาผู้ป่วยใกล้ล้นโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างคำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขอินเดียวันศุกร์ที่ 16 เมษายนว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสรายใหม่อีก 217,353 คน เป็นจำนวนสูงทำลายสถิติรายวันครั้งที่ 8 ในรอบ 9 วันที่ผ่านมา และทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของอินเดียเพิ่มเป็นเกือบ 14.3 ล้านคนแล้ว มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาที่มีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 31 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินเดียมีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตในรอบ 24 ชั่วโมงอีก 1,185 คน เป็นจำนวนสูงที่สุดในรอบ 7 เดือนของอินเดีย ยอดรวมผู้เสียชีวิต 174,308 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญวิตกกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ที่แพร่เชื้อได้ง่ายชึ้นและอันตรายมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประชาชนเข้าร่วมเทศกาลทางศาสนาและการชุมนุมทางการเมืองกันอย่างกว้างขวาง การศึกษาที่เผยแพร่ทางวารสารแลนเซ็ตเดือนนี้ประเมินว่า จำนวนผู้เสียชีวิตของอินเดียจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายในเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกนนำระดับสูงและนักการเมืองฝ่ายค้านหลายคน แม้กระทั่งนายกฯ นเรนทรา โมดี และราหุล คานธี ผู้นำพรรคคองเกรส กำลังจัดการชุมนุมปราศรัยหาเสียงขนาดใหญ่ใน 5 ภูมิภาคของอินเดีย รวมถึงในรัฐเบงกอลตะวันตก ภาพที่เห็นจากการชุมนุมหลายแห่งเผยว่า มีคนนับหมื่นมารวมตัวกันโดยไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยและพากันร้องตะโกนระหว่างฟังคำปราศรัยของพวกนักการเมือง ซึ่งเป็นการละเมิดกฎเว้นระยะห่างทางสังคมและการควบคุมโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ศาสนิกชนชาวฮินดูที่เข้าร่วมเทศกาลกุมภเมลาที่จัดหลายสัปดาห์ในเมืองหริทวารทางภาคเหนือติดแม่น้ำคงคาซึ่งมีคนเข้าร่วมหลายล้านคน ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิดแล้วนับพันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้ อินเดียฉีดวัคซีนโควิดแล้ว 115 ล้านโดส มากเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐและจีน แต่ยังคิดเป็นสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับประชากรอินเดียที่มีถึง 1,400 ล้านคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99674</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน, อินเดีย, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_60794fa57af0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2021 00:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2021 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มเดนมาร์กโดนจำคุก4เดือน ฐานไอใส่หน้าตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ศาลสูงสุดของเดนมาร์กพิพากษาจำคุกชายหนุ่มคนหนึ่งเมื่อวันพฤหัสบดี เป็นเวลา 4 เดือน หลังจากเขาไอใส่ตำรวจพร้อมกับร้องตะโกนว่า &amp;quot;โคโรนา&amp;quot; ช่วงที่ประเทศกำลังล็อกดาวน์เพื่อควบคุมไวรัสเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อชายหนุ่มวัย 20 ปีคนนี้ ซึ่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อ กำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากไปร่วมงานปาร์ตี้วันเกิดที่เมืองออร์ฮุสเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว แต่โดนตำรวจเรียกหยุดเนื่องจากช่วงเวลานั้นเดนมาร์กอยู่ภายใต้มาตรการกึ่งล็อกดาวน์ครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของศาลกล่าวว่า ชายหนุ่มได้ร้องตะโกน &amp;quot;โคโรนา&amp;quot; ขณะยืนอยู่ห่างจากตำรวจ 2 นายเพียงแค่ครึ่งเมตร แล้วไอใส่หน้าของตำรวจ 2 นายนี้ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาจริงๆ แต่เขายอมรับว่าตนเองดื่มแอลกอฮอล์มาจึงโดนตำรวจที่ไม่ได้เห็นเป็นเรื่องขบขันด้วยจับกุมตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลแขวงปฏิเสธจะตัดสินว่าชายหนุ่มมีความผิด แต่ต่อมาศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุกเขา 3 เดือน ทว่าเมื่อวันพฤหัสบดี ศาลสูงสุดของเดนมาร์กตัดสินว่า การไอ บวกกับกับร้องตะโกน ถือเป็นการคุกคามใช้ความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการตัดสินเพิ่มโทษจำคุกเป็น 4 เดือนอ้างอิงจากกฎหมายที่ปรับปรุงใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93621</URL_LINK>
                <HASHTAG>เดนมาร์ก, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา, ไอใส่หน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
