<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.แย้มกทม.ติดเชื้อชะลอตัว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดเชื้อใหม่ลดต่ำกว่า 2หมื่น เสียชีวิตเพิ่ม 138 ราย รักษาหาย 1.8 หมื่นราย สธ.ชี้โควิด กทม.เริ่มชะลอตัว ขณะที่ต่างจังหวัดคาด 1 เดือนคุมอยู่ นายกฯ ชื่นชมแพทย์ชนบทระดม 38 ทีมช่วยคัดกรองเชิงรุกเมืองหลวง บุรีรัมย์สั่งล็อกดาวน์หมู่บ้านหลังเจอคลัสเตอร์ฝรั่งกิมจู&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 19,983 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 19,627 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 16,780 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 2,847ราย, จากเรือนจำและที่ต้องขัง 350 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 6 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 756,505 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 18,503 ราย ยอดรวมหายป่วยแล้ว 535,515 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 214,786 ราย อาการหนัก 5,157 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,070 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 138 ราย เป็นชาย 68 ราย หญิง 70 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้เสียชีวิตที่บ้าน 1 ราย คือที่ จ.ยะลา ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 6,204 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 202,978,883 ราย เสียชีวิตสะสม 4,299,649 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 3,080 ราย, ชลบุรี 1,476 ราย, สมุทรสาคร 1,391 ราย, สมุทรปราการ 1,137 ราย, นนทบุรี 757 ราย, ปทุมธานี 662 ราย, นครปฐม 578 ราย, ฉะเชิงเทรา 449 ราย, สระบุรี 396 ราย, พระนครศรีอยุธยา 393 ราย พบคลัสเตอร์ในต่างจังหวัด 8 แห่ง ประกอบด้วย ที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 2 แห่งคือ บริษัทภาชนะพลาสติก พบผู้ติดเชื้อ 10 ราย และโรงงานเสื้อผ้าเด็ก 16 ราย, บริษัท อิเล็กทรอนิกส์ ต.บางปะกง อ.เมืองฯ จ.ชลบุรี 19 ราย, บริษัทรองเท้า อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร 65 ราย, บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้า อ.เมืองฯ จ.ปทุมธานี 9 ราย, โรงงานไก่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา 10 ราย, บริษัทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ &amp;nbsp;อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา 11 ราย, &amp;nbsp;โรงงานชำแหละเนื้อสัตว์ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 31 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ที่มีแต่ผู้ป่วยนำเข้า เป็นการติดเชื้อจากจังหวัดอื่นและกลับภูมิลำเนา ส่วนใหญ่บริหารจัดการได้ดี ผู้ป่วยรายงานตัวนำเข้าระบบรักษาและไม่แพร่เชื้อต่อ จังหวัดเหล่านี้สถานการณ์น่าจะดีขึ้น ส่วนจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อในพื้นที่อยู่บ้าง อาจต้องใช้เวลาป้องกันและควบคุมให้โรคสงบลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากประสบการณ์ของเรา หากไม่ใช่การระบาดในวงกว้างมาก การควบคุมให้ไม่มากเกินขีดความสามารถการรักษาพยาบาลในพื้นที่ คาดว่าใช้เวลา 1 เดือน เช่น ภาคอีสานตอนบน ภาคกลางตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง และภาคใต้ &amp;nbsp;ส่วนพื้นที่น่าเป็นห่วงจริงๆ น่าจะยังเป็นกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดย กรุงเทพฯ มีสัญญาณว่าอาจเริ่มชะลอตัว จากจำนวนผู้เสียชีวิตจำนวนไม่พุ่งก้าวกระโดด จำนวนไม่เกิน 100 รายต่อวัน ส่วนข้อมูลการตรวจหาเชื้อด้วยแอนติเจนเทสต์คิต (ATK) ตัวเลขใน 2 วันนี้ไม่เกินร้อยละ 10 แสดงว่าการติดเชื้อค่อนข้างคงที่ รวมถึงฉีดวัคซีนไปเยอะแล้ว ผู้สูงอายุตามทะเบียนบ้านฉีด ร้อยละ 80 แล้วอีก 2-3 วัน คงเกินร้อยละ 90 รวมถึงที่ไม่มีทะเบียนบ้านอีก 2 แสนคน ทยอยฉีดไปเรื่อยๆ ดังนั้น เมื่อมีภูมิคุ้มกัน โอกาสป่วยหนักและเสียชีวิตก็น้อยลง แต่ปริมณฑลจะต่อไปอีกหน่อยหนึ่ง เพราะเกิดขึ้นทีหลัง และวัคซีนยังได้ไม่เท่ากับกรุงเทพฯ แต่เร่งในกลุ่ม 608 (ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป/ผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง/หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป) ให้บรรลุในปลายเดือนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชื่นชมความเสียสละและอุทิศตนของทีมแพทย์ชนบท 38 ทีมจากทั่วประเทศ ร่วมดำเนินการเชิงรุกในพื้นที่ กทม. ระหว่างวันที่ 4-10 ส.ค. ตามแนวทางของ ศบค.และกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;คือเร่งตรวจหาเชื้อ เพื่อคัดแยกผู้ป่วยออกให้เร็วที่สุด ซึ่งผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อยจะถูกจัดระบบการดูแลรักษาที่บ้าน (Home Isolation) และที่ชุมชน (Community Isolation) พร้อมจ่ายยาฟ้าทะลายโจรหรือยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ช่วยลดการแพร่ระบาด ทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ กทม.มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ มีเป้าหมายคัดกรองผู้ป่วย จำนวน 250,000 ราย และตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ยังได้ให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีโรคเรื้อรังเพื่อให้บริการครบวงจรด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับผู้ป่วยเด็กที่พบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้น ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับ สธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าให้การดูแล รวมถึงกรณีเด็กกำพร้าเนื่องจากพ่อแม่หรือผู้ดูแลเสียชีวิตทั้งหมดจากโรคโควิด-19 นอกจากนี้ ยังร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต และองค์การยูนิเซฟประเทศไทย จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 หากประชาชนพบเห็นเด็กกำพร้าหรือกลุ่มเปราะบางกำลังประสบปัญหาทางสังคมและความเดือดร้อนจากผลกระทบของโรคโควิด-19 สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ 1.ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร.1300 2.สายด่วนคนพิการ โทร.1479 &amp;nbsp;3.สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทั่วประเทศ และ 4.อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นำคณะไปตรวจความพร้อมศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ เขตบางแค แห่งที่ 1 ตั้งอยู่ที่ศูนย์สร้างสุขทุกวัยบางแค (เรืองสอน) ซึ่งเป็นศูนย์พักคอย 1 ใน &amp;nbsp;7 แห่ง ที่กรุงเทพมหานครเตรียมขยายศักยภาพในการรองรับผู้ป่วย และแห่งที่ 2 บริเวณโรงเรียนคลองหนองใหญ่ ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม.ระบุว่าขณะนี้ กทม.ได้จัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อแล้ว 65 แห่ง สามารถเปิดรับผู้ป่วยได้แล้ว 50 แห่ง รองรับผู้ป่วยได้ 8,597 ราย และยังมีศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อซึ่งดำเนินการโดยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานประกอบการ และประชาชนทั่วไป อีก 5 แห่ง สามารถรับผู้ป่วยได้ 960 ราย นอกจากนี้ ยังมีศูนย์พักคอยแบบ Semi Community Isolation อีก 23 แห่ง สามารถรับผู้ป่วยได้ 527 ราย รวมจำนวนศูนย์พักคอยฯ ในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวนทั้งสิ้น 93 แห่ง สามารถรับผู้ป่วยได้ 10,084 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.อ.อัศวินได้เดินทางไปตรวจความคืบหน้าการสร้างห้องความดันลบ หรือโมดูลาร์ไอซียู สำหรับรองรับผู้ป่วยโควิดที่อาการรุนแรง (สีแดง) ที่ชั้น 1 โรงพยาบาลสนามราชพิพัฒน์ 1 &amp;nbsp;พร้อมกล่าวว่า กทม.ได้ปรับระบบการรักษาและพื้นที่บริเวณ ชั้น 1 ของโรงพยาบาลสนามราชพิพัฒน์ 1 จากเดิมใช้สำหรับดูแลผู้ป่วยสีเหลือง สร้างเป็นห้องความดันลบ เพื่อรองรับผู้ป่วยสีแดงเพิ่มเติมได้ 40 เตียง ขณะนี้การดำเนินการแล้วเสร็จแล้ว จะเปิดรับผู้ป่วยโควิดที่อาการรุนแรง (สีแดง) ในช่วงบ่าย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เปิดบริการโมดูลาร์ไอซียู แล้ว 4 อาคาร (ICU 1, 2, 3, 4) รองรับผู้ป่วยได้ 40 เตียง ผู้ป่วยเข้าพักเต็มแล้ว โดยมีแพทย์และพยาบาลจาก รพ.ราชพิพัฒน์ และ รพ.ธนบุรี ร่วมดูแลผู้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สมุทรปราการ นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 1,137 ราย เสียชีวิต 2 &amp;nbsp;ราย เป็นเพศหญิงอายุ 74 ปี และอายุ 68 ปี มีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง รวมเสียชีวิตสะสม &amp;nbsp;466 ราย รวมผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. จนถึงปัจจุบันจำนวน 48,091 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลของรัฐ 2,140 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลเอกชน 2,801 ราย รักษาใน Hospitel มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีสมุทรปราการ 1,267 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานว่า สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง พบผู้ป่วยรายใหม่ 352 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 6,572 ราย เสียชีวิตสะสม 12 ราย รักษาหายแล้ว 874 ราย ยังรักษาอยู่ 5,686 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด ทั้งนี้ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกคำสั่งล็อกดาวน์บ้านหนองปรือน้อย &amp;nbsp;ต.สวายจีก อ.เมืองบุรีรัมย์ เป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่ 7-20 ส.ค. หลังพบคลัสเตอร์ใหม่จากกรณีที่ชาวบ้านในหมู่บ้านนำฝรั่งกิมจูไปขายที่ตลาดแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์ แล้วตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 ก่อนจะมาแพร่กระจายสู่สมาชิกในครอบครัวและคนในหมู่บ้านรวมจำนวน 8 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา พบผู้ป่วยใหม่เริ่มลดลง แต่ยังเป็นตัวเลขที่สูงอยู่ที่ 237 ราย และเสียชีวิตเพิ่ม 4 ราย รวมผู้เสียชีวิตสะสม 81 ราย และผู้ป่วยสะสมทั้งหมดทะลุยอดหลักหมื่นจำนวน 10,353 ราย รักษาหายแล้วจำนวน 4,270 ราย ยังรักษาอยู่จำนวน 6,002 ราย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลา เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 365 คน เสียชีวิต 1 คน ทั้งนี้ การใช้มาตรการหมู่บ้านป้องกันโควิดจะเป็นมาตรการหนึ่งที่ลดการแพร่เชื้อโควิด ขณะนี้กรรมการหมู่บ้านได้มีการตั้งกติกาในการดูแลกันเอง ประกาศหมู่บ้านสีฟ้าไปแล้ว 569 หมู่บ้าน จาก 900 หมู่บ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี ติดเชื้อรายใหม่ 219 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตาก เจ้าหน้าที่ทีมสอบสวนโรคโรงพยาบาลอุ้มผาง ได้ใช้รถโฟร์วีลเดินทางด้วยความยากลำบากกว่า 7 ชั่วโมง ไปยังหมู่บ้านบ้านเลตองคุ (หมู่บ้านกะเหรี่ยงลัทธิฤาษีผมยาว) ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง ซึ่งชาวบ้านสวนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยงที่นับถือลัทธิฤาษี โดยมีข่าวว่าติดเชื้อโควิดแล้ว 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงเร่งตรวจหาเชื้อจากผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและแจ้งให้ชาวบ้านแยกกันอยู่ทันที. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112640</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อใหม่ลดต่ำกว่า 2หมื่น, ทีมช่วยคัดกรองเชิงรุกเมืองหลวง, บุรีรัมย์สั่งล็อกดาวน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f2c2eec66b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อปรับเกณฑ์ซื้ออาหารในห้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 18,901 ราย เสียชีวิต 147 ราย ทำยอดติดเชื้อสะสมทะลุ 6.5 แสนแล้ว สธ.ร่วมมือแพทย์ชนบทลุยตรวจเชิงรุก กทม. 4-10 ส.ค. คาดเจอผู้ป่วยเพิ่ม 32,500 ราย! ยัน &amp;ldquo;ฟาวิพิราเวียร์&amp;rdquo; ไม่ขาดแคลนแต่อาจติดขัดเรื่องกระจาย &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; หยิบปัญหาสั่งอาหารในห้างถกที่ประชุม ครม. &amp;ldquo;เลขาฯ สมช.&amp;rdquo; แพลมอาจเพิ่มจุดรับสินค้าแก้ขัด จับตาประชุม 4 ส.ค.คลอดหลักเกณฑ์ใหม่อีกรอบ หลายจังหวัดตัวเลขพุ่งแห่ปิดห้าง-สถานที่ท่องเที่ยว
เมื่อวันอังคารที่ 3 ส.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.รายงานสถานการณ์ประจำวันว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 18,901 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 18,151 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 15,176 &amp;nbsp;ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 2,975 ราย มาจากเรือนจำ 743 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 7 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 652,185 &amp;nbsp;ราย หายป่วยเพิ่มเติม 18,590 ราย หายป่วยสะสม 437,831 ราย อยู่ระหว่างรักษา 209,039 ราย อาการหนัก 4,893 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,046 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 147 ราย เป็นชาย &amp;nbsp;84 ราย หญิง 63 ราย อยู่ใน กทม.มากที่สุด 55 ราย รองลงมาคือ &amp;nbsp;ปทุมธานี 11 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตที่บ้าน 2 ราย อยู่ใน กทม. 1 ราย และปทุมธานี 1 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 5,315 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมียอดผู้ติดเชื้อสะสม 199,595,039 ราย เสียชีวิตสะสม &amp;nbsp;4,248,886 ราย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดได้แก่ กทม. 3,566 ราย, &amp;nbsp;สมุทรปราการ 1,361 ราย, ชลบุรี 1,359 ราย, สมุทรสาคร 1,282 ราย, &amp;nbsp;นนทบุรี 565 ราย, ปทุมธานี 465 ราย, นครราชสีมา 454 ราย, &amp;nbsp;อุบลราชธานี 448 ราย, บุรีรัมย์ 405 ราย และสระแก้ว 382 ราย โดยมีคลัสเตอร์ใหม่ 4 แห่ง ประกอบด้วย ที่ อ.เมืองสมุทรสาคร 2 แห่ง คือ &amp;nbsp;โรงงานถุงพลาสติก พบผู้ติดเชื้อ 19 ราย และโรงงานบรรจุอาหารกระป๋อง 11 ราย, บริษัทคอนกรีต อ.บางเลน จ.นครปฐม 10 ราย และโรงงานข้าวโพด อ.เมืองกาญจนบุรี 24 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) &amp;nbsp;กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีจำนวนมาก แม้ขยายเตียงรองรับกว่า 1.85 แสนเตียงก็ยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะพื้นที่ กทม.ในกลุ่มผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย ได้จัดระบบการดูแลรักษาที่บ้าน (Home Isolation) และที่ชุมชน (Community &amp;nbsp;Isolation) โดยมีศูนย์บริการสาธารณสุข กทม.และคลินิกชุมชนอบอุ่นดูแลติดตามอาการ และมีหน่วยเชิงรุกในชุมชน หรือ CCR &amp;nbsp;Team สนับสนุนการดำเนินงาน ใน กทม.มีแล้วประมาณ 200 ทีม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า ในช่วงล็อกดาวน์ 2 สัปดาห์นี้ สธ.ร่วมกับชมรมแพทย์ชนบทจัดหน่วย CCR Team โดยบุคลากรสาธารณสุขจิตอาสาหลายสาขาวิชาชีพในภูมิภาค 39 ทีมภูธร ตรวจเชิงรุกในพื้นที่ กทม. ระหว่างวันที่ 4-10 ส.ค.และคาดว่าจะมีเพิ่มเติมอีกรวมกว่า 40 ทีม ซึ่งหน่วยเชิงรุก CCR Team มีความสำคัญในการช่วยควบคุมสถานการณ์การระบาดในพื้นที่ กทม. เนื่องจากช่วยแยกผู้ติดเชื้อในชุมชนไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อต่อ โดยตรวจคัดกรองหาผู้ติดเชื้อในชุมชนด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) โดย &amp;nbsp;สธ.ได้สนับสนุนชุดตรวจ ATK 3 แสนชุด ตั้งเป้าหมายตรวจคัดกรองวันละ 35,000 ราย โดยภายใน 7 วันจะตรวจคัดกรองให้ได้ไม่น้อยกว่า 250,000 ราย คาดว่าอาจพบผลบวก 15% หรือ 32,500 &amp;nbsp;ราย และประมาณ 1 ใน 3 ต้องการยาฟาวิพิราเวียร์ จึงสนับสนุนยาฟาวิพิราเวียร์อย่างน้อย 6 แสนเม็ด เริ่มดำเนินการวันที่ 4 ส.ค.เป็นวันแรก
ฟาวิพิราเวียร์ไม่ขาดแคลน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด &amp;nbsp;สปสช.) มีมติเห็นชอบให้ยา วัคซีน เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ &amp;nbsp;และชุดตรวจทางห้องปฏิบัติการสำหรับการตรวจคัดกรอง ตรวจยืนยัน การดูแลรักษาที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 ที่ถูกกำหนดโดยกรมการแพทย์ สธ. หรือหน่วยงานที่ ศบค.มอบหมายทุกรายการ เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และยังเห็นชอบให้เพิ่มรายการยาฟาวิพิราเวียร์ในแผนการจัดหาเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วนในปี &amp;nbsp;2564 จำนวนไม่เกิน 27 ล้านเม็ด วงเงินไม่เกิน 891 ล้านบาท จากงบค่าบริการโควิด-19 และต่อเนื่องไปปี 2565 รองรับกรณีหน่วยบริการไม่สามารถหายาฟาวิพิราเวียร์ได้เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งถึงข้อกังวลปริมาณยาฟาวิพิราเวียร์ที่อาจมีไม่เพียงพอต่อการรักษา จะพิจารณาอนุญาตให้โรงงานผลิตยาเอกชนร่วมผลิตหรือไม่ว่า สธ.คาดการณ์ว่ายาฟาวิพิราเวียร์ไม่ขาด และในเดือน ส.ค.นี้องค์การเภสัชกรรมจะผลิตยาได้เดือนละ 2-3 &amp;nbsp;ล้านเม็ด และได้สั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศด้วย โดยเดือน ต.ค.จะขยายกำลังการผลิตถึงเดือนละ 30 ล้านเม็ด จึงคาดการณ์ว่าน่าจะมีปริมาณยาที่เพียงพอ แต่อาจมีปัญหาการกระจายทั้ง รพ.หลัก รพ.สนาม หรือแต่ละจุด ซึ่งกำลังปรับกันอยู่และคาดว่าเร็วๆ นี้จะดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด (กลุ่มสีเขียว) กลับภูมิลำเนาว่า ตั้งแต่ 29 ก.ค. ถึง 3 ส.ค.ได้ใช้เครื่องบินลำเลียงแบบ C295 บินส่งผู้ป่วยโควิดกลับภูมิลำเนาไปแล้ว 4 เที่ยวบิน รวม 84 คน และล่าสุดจัดเที่ยวบินด้วย ฮ.ท.17 &amp;nbsp;เป็นเที่ยวบินแรกใน 2 เส้นทางบิน โดยออกเดินทางจาก กทม.ไป จ.ตาก &amp;nbsp;และรับผู้ป่วยโควิดจาก จ.ตากไปส่งต่อที่ จ.พิษณุโลก รวม 11 คน นอกจากนี้ยังได้จัดรถยนต์นำผู้ป่วยโควิด (สีเขียว) กลับภูมิลำเนาอีก 2 &amp;nbsp;จังหวัด คือ พิษณุโลก 12 คน และพิจิตรอีก 14 คน&amp;nbsp;
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ยังชี้แจงถึงกรณีเบอร์โทรศัพท์ของศูนย์ประสานงานต้านโควิด ทบ.ว่ามีการรับสายตลอด 24 ชั่วโมง และยังใช้งานได้ตามที่ประชาสัมพันธ์ แต่ที่โทร.ติดบ้างไม่ติดบ้างอาจเป็นเพราะตอนนี้มีประชาชนโทร.เข้ามาเป็นจำนวนมาก และในแต่ละเคสต้องใช้เวลาพูดคุยอย่างน้อย 10-20 นาทีต่อคน แม้จะเพิ่มคู่สายเป็น 40 คู่สายแล้วก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;(ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวถึงปัญหาเรื่องการเดินทางออกจาก จ.ภูเก็ตของนักท่องเที่ยวเพื่อมายัง กทม.ขึ้นเครื่องกลับประเทศ โดยต้องนั่งรถบัสมา กทม. เนื่องจากสนามบินใน &amp;nbsp;กทม.ปิด โดยสั่งให้กระทรวงคมนาคมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางอำนวยความสะดวก &amp;nbsp;โดยอาจเปิดสนามบินเป็นกรณีพิเศษ หรือให้ใช้สนามบินอู่ตะเภาแทน&amp;nbsp;
จ่อชงผ่อนคลายเดลิเวอรี
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้หยิบยกปัญหามาตรการผ่อนปรนให้ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าขายอาหารแบบเดลิเวอรีได้ แต่ห้ามจำหน่ายหน้าร้าน ทั้งที่ประชาชนบางส่วนสามารถเดินทางไปจับจ่ายสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างสรรพสินค้าได้ โดย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค.ชี้แจงว่า การจำหน่ายอาหารเดลิเวอรีนั้น แม้เป็นพนักงานส่งอาหารก็ไม่สามารถเดินไปรับอาหารหน้าร้านค้าได้ ต้องไปรับอาหารจุดอื่น จึงจะพิจารณาให้เพิ่มจุดรอรับอาหารสำหรับคนที่จะมาซื้ออาหารให้เป็นกิจจะลักษณะที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งตรงนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอ โดย &amp;nbsp;ศปก.ศบค.จะไปพิจารณารายละเอียดเรื่องแนวทางดังกล่าวอีกครั้ง&amp;nbsp;
มีรายงานแจ้งถึงข้อเสนอของผู้ประกอบการบางส่วน ที่เรียกร้องให้ประชาชนสั่งซื้ออาหารภายในห้างสรรพสินค้าได้ที่หน้าร้านว่า เบื้องต้นไม่สามารถอนุญาตได้ เนื่องจากทีมแพทย์เน้นย้ำว่าไม่อยากให้คน
รวมตัวกันหน้าร้าน แต่ในที่ประชุม ศปก.ศบค.ในวันที่​ 4 ส.ค.นี้จะพิจารณาหาแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม และออกเป็นมติเพื่อให้จังหวัดออกแนวทางปฏิบัติได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ เนื่องจากหลักการปฏิบัติจะสอดคล้องกับข้อกำหนดในประกาศอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบนั้น นายกฯ สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงไปติดตามการปฏิบัติตามมาตรการที่ ศบค.ได้ประกาศข้อกำหนดออกไป หากฝ่าฝืนกระทำผิดก็ให้ลงโทษ เช่นเรื่องฝ่าฝืนเคอร์ฟิว ขณะเดียวกันให้ไปดูกรณีบุคคลที่มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดหนึ่ง แต่เข้ามาทำงานอีกจังหวัดหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ถูกประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ว่าจะเยียวยาเขาอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.สุวรรณ​ชัย​ วัฒนา​ยิ่ง​เจริญ​ชัย​ อธิบดี​กรมอนามัย แถลงเรื่องร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าที่ระบุว่าให้สั่งเดลิเวอรีเท่านั้น &amp;nbsp;ทำให้ประชาชนเกิดข้อสงสัยว่าเมื่อมาซูเปอร์มาเก็ตในห้างแล้วจะสามารถไปซื้อเองที่ร้านอาหารในห้างนั้นๆ ได้หรือไม่ ว่าต้องลดการรวมตัวแออัดหน้าร้าน จึงให้ร้านที่อยู่ในห้างจัดบริการเดลิเวอรี ซึ่งเราได้ทำมาแล้วตั้งแต่ปี 2563 ที่มีการปิดห้างสรรพสินค้า หากห้างหรือศูนย์การค้า คอมมิวนิตีมอลไม่สามารถทำได้ ก็ไม่สามารถเปิดให้บริการลักษณะนี้ได้ จะต้องให้ผู้บริโภคสั่งผ่าน Food Delivery Service
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สายพันธุ์เดลตาแพร่ระบาดได้ง่ายและเร็วขึ้น ทุกร้านต้องประเมินมาตรฐานสุขภาพลักษณะของสถานที่ Thai Stop Covid &amp;nbsp;Plus เพื่อให้ สธ.ติดตามกำกับและประเมินผล ส่วนพนักงานเดลิเวอรี &amp;nbsp;ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มการจัดส่งอาหารต้องประเมิน Thai Stop &amp;nbsp;Covid เช่นกัน ต้องคัดกรองพนักงาน ทั้ง Full Time และ &amp;nbsp;Part Time&amp;rdquo;&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า เนื่องจากมีรายงานพบเห็นพนักงานส่งสินค้ามีการรวมตัวกันระหว่างรอคำสั่ง บางครั้งจับกลุ่มคุยกันโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย จะมีแนวทางจัดการอย่างไร นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า ส่วนนี้เป็นสาเหตุของโอกาสแพร่เชื้อและเกิดกลุ่มก้อนของการระบาด ปัญหาส่วนใหญ่จะเกิดในส่วนของ part-time ซึ่งเรื่องที่มักมีการร้องเรียนก็คือ จุดที่ไปรอรับอาหารและจุดรับส่งคำสั่งซื้อ ซึ่งแยกเป็น 2 กรณี กรณีแรกร้านอาหารภายนอกห้างต้องขอความร่วมมือควบคุมและจัดระบบด้วย จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ และกรณีที่สอง ร้านในห้างเรามีการกำหนดในข้อกำหนดฉบับที่ 30 ว่าห้างมีหน้าที่จัดระบบและควบคุมกำกับไม่ให้ไรเดอร์มารวมกลุ่ม หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการสูงสุด ส่วนจะมีการเอาผิดหรือไม่นั้น หากเป็นครั้งแรกมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท &amp;nbsp;ครั้งที่ 2 ปรับ 1,000-10,000 บาท ครั้งที่ 3 ปรับ 10,000-20,000 บาท &amp;nbsp;ซึ่งเจ้าพนักงานตามกฎหมายที่สำคัญคือคณะกรรมการโรคติดต่อของกรุงเทพฯ ทุกจังหวัดมีหน้าที่ผู้กำกับให้เป็นไปตามประกาศของแต่ละจังหวัด ถือเป็นหน้าที่ แต่ส่วนสำคัญคือประชาชนต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ เป็นหูเป็นตาสอดส่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์โควิดในพื้นที่ต่างๆ นั้น ที่ จ.สมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,361 ราย และเสียชีวิต 4 ราย เป็นเพศหญิงทั้งหมด และยังพบว่า รพ.เอกชนในจังหวัดหลายแห่งขาดแคลนน้ำเกลือแล้ว ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 66 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการนำเชื้อเข้ามาจากต่างจังหวัด
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.บุรีรัมย์ สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 234 ราย กระจายใน 13 อำเภอ &amp;nbsp;จาก 23 อำเภอ ขณะที่ จ.อำนาจเจริญ มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 54 ราย &amp;nbsp;เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย โดยจังหวัดยังมีคำสั่งให้ปิดร้านสะดวกซื้อ และมินิบิ๊กซี สาขาพนา ส่วนที่ จ.นครราชสีมา พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่นิวไฮ &amp;nbsp;412 ราย เสียชีวิตรายวันอีก 2 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 66 ราย และยังมีคลัสเตอร์ที่ต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิดและมีมาตรการเข้มข้นบับเบิลแอนซีลอีก 9 คลัสเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในพื้นที่ภาคใต้นั้น จ.กระบี่ พบผู้ป่วยใหม่อีก 15 ราย คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจึงมีมติขยายเวลาปิดศูนย์การค้าโวคกระบี่ออกไปอีก 7 วัน ส่วนที่ จ.ปัตตานี พบผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งอีก 359 ราย &amp;nbsp;เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ทำให้มีมติเห็นชอบให้ปิดห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานี &amp;nbsp;เป็นเวลา 14 วัน ไม่ต่างจาก จ.สงขลา ที่พบผู้ติดเชื้อใหม่ 122 ราย และเสียชีวิต 5 ราย สูงสุดในรอบ 4 เดือน ทำให้มีคำสั่งปิดสถานที่และชายหาดทั้งหมดในอำเภอเมืองสงขลาทั้ง 8 จุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112120</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำยอดติดเชื้อสะสม, ฟาวิพิราเวียร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หยิบปัญหาสั่งอาหารในห้าง, ไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่, ไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60ab2ef6b1e3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล็อกดาวน์ให้ถึง25% ฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยงทำยอดติดเชื้อ-ตายลดลงรวดเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปลัด มท.&amp;quot; สั่งทุกจังหวัดเข้มข้นมาตรการล็อกดาวน์ตามคำสั่ง ศบค. พร้อมเร่งให้ความรู้ ปชช.ในพื้นที่จำกัดการเคลื่อนย้าย-การรวมกลุ่ม &amp;quot;ศบค.&amp;quot; แย้มประเมินล็อกดาวน์ 2 สัปดาห์ ถ้าสถานการณ์ดีอาจมีผ่อนคลายก่อนสิ้น ส.ค. &amp;quot;สธ.&amp;quot; วอนล็อกดาวน์ให้ถึง 25% ร่วมกับการฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง จะทำให้ยอดผู้ติดเชื้อและตายลดลงรวดเร็ว เชื่อทุกคนทำพร้อมเพรียงคุมโควิดอยู่แน่ &amp;quot;อนุสรณ์&amp;quot; แนะใช้โคกขามโมเดลปฏิบัติการเชิงรุกแบบครบวงจร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 ส.ค. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) กล่าวถึงมาตรการล็อกดาวน์ว่า ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศใช้ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 30) ลงวันที่ 1 ส.ค.64 และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 11/2564 ลงวันที่ 1 ส.ค.64 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.64 กำหนดเขตพื้นที่สถานการณ์เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด 37 จังหวัด และพื้นที่ควบคุม 11 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัยกล่าวว่า ได้ประสานกรุงเทพมหานครและสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดรับทราบและถือปฏิบัติตามข้อกำหนดและคำสั่งดังกล่าวโดยเคร่งครัด พร้อมทั้งสร้างการรับรู้แก่ผู้ประกอบการ พนักงาน ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ว่ามาตรการตามข้อกำหนดดังกล่าวมีเจตนารมณ์เพื่อลดและจำกัดการเคลื่อนย้ายของประชาชน และการรวมกลุ่มของบุคคล เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่โรคติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับจังหวัดที่ได้ปรับระดับเขตพื้นที่สถานการณ์ขึ้นใหม่ตามคำสั่ง ให้เตรียมการด้านบุคลากร สถานที่ และประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อม เพื่อการดำเนินการตามมาตรการ ข้อห้าม และข้อปฏิบัติต่างๆ เป็นการล่วงหน้า โดยเฉพาะจังหวัดที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด&amp;nbsp;รวมถึงสร้างการรับรู้ให้ประชาชนปฏิบัติมาตรการ&amp;nbsp;D-M-H-T-T-A&amp;nbsp;อย่างเข้มข้น&amp;quot; นายฉัตรชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัด มท.กล่าวว่า นอกจากนี้ยังให้ผู้ว่าราชการจังหวัดวางระบบประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมอบหมาย ศปก.จังหวัด ศปก.อำเภอ ศปก.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อกำกับการปฏิบัติตามมาตรการ ประกาศ หรือคำสั่งจังหวัดให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และกรณีคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร หรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&amp;nbsp;ได้มีมติให้ออกประกาศหรือคำสั่งให้ส่งประกาศหรือคำสั่งให้ ศบค.มท.ทราบโดยเร็ว เพื่อรายงานสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบประกาศหรือคำสั่งโดยทั่วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงตอนหนึ่งว่า เป้าหมายการควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ เช่น โรงงาน แคมป์ก่อสร้าง บริษัท ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ที่มีการระบาดแล้ว แต่รวมไปถึงพื้นที่ที่ยังไม่ระบาดเป็นคลัสเตอร์ จะต้องจัดการทำงานแบบบับเบิลแอนด์ซีลอย่างเข้มงวด เพื่อลดการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาดไปยังชุมชน ไม่ใช่ว่าเปิดไม่ได้ แต่มีเงื่อนไข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับพื้นที่เหล่านั้นหากมีพนักงานอยู่หลายฝ่ายให้จัดกันเป็นกลุ่ม ไม่ให้มีการปะปนกัน แยกพื้นที่รับประทานอาหาร สถานประกอบการใดสามารถจัดหาที่พักให้คนงานได้ให้ซีลแรงงานไว้ แต่บางโรงงานที่แรงงานยังต้องเดินทาง ขอร่วมมือบริษัทศึกษาแนวทางปฏิบัติโดยละเอียด ตรงนี้กระทรวงสาธารณสุขมีความเป็นห่วง บางบริษัทที่มีคนงานจำนวนมากอาจทำตามมาตรการไม่ได้ ให้ขอความช่วยเหลือหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งจังหวัด คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด ทุกฝ่ายพร้อมให้การช่วยเหลือ และเน้นย้ำการซีลแรงงานต้องมีการดูแลเรื่องอาหาร เครื่องนุ่มห่ม และเครื่องใช้ประจำตัว เพื่อให้ 14 วันนี้แรงงานเหล่านี้จะได้ไม่ต้องไปปะปนในชุมชน หากโรงงานใดมีบริบทที่แตกต่างให้ปรึกษาคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อสามารถปรับมาตรการตามความเหมาะสมได้&amp;quot; พญ.อภิสมัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าการขยายเวลาล็อกดาวน์ครั้งนี้จะขยายถึงวันที่ 31 ส.ค.ใช่หรือไม่ ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวว่า ข้อกำหนดฉบับที่ 30 ที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้วันที่ 3 ส.ค.ให้มีผลถึงวันที่ 31 ส.ค. โดยเมื่อข้อกำหนดมีผลแล้ว ศบค.จะติดตามผลในระยะ 2 สัปดาห์ต่อจากนี้ คือวันที่ 18 ส.ค. หากผลออกมาดี ข้อกำหนดอาจผ่อนคลายได้ แต่ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นก็ยืดไปถึง 31 ส.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;14 วันหลังจากนี้หากประชาชนจำเป็นต้องเดินทางข้ามเขตจังหวัดสีแดงเข้ม เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดูหลักฐานอนุญาตการเดินทาง ดังนั้นหากไม่จำเป็นขอให้ประชาชนงดเว้นการเดินทางในช่วง 14 วันนี้ไปก่อน&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แต่ละพื้นที่มีการยกระดับมาตรการ พื้นที่สีแดงเข้มขอให้เลี่ยงหรืองดเว้นการเดินทางออกนอกเคหสถานนอกที่พักโดยไม่จำเป็น และห้ามออกจากเคหสถานเวลา 21.00-04.00 น. วันรุ่งขึ้น หากทำได้พร้อมเพรียงกันก็ลดโอกาสแพร่เชื้อในพื้นที่สาธารณะที่มีการพบกันของผู้คน, งดการให้บริการขนส่งข้ามเขตจังหวัด และตั้งด่านสกัดระหว่างจังหวัดเพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อข้ามพื้นที่ โดยต้องอาศัยความร่วมมือประชาชนด้วย, ห้ามจัดกิจกรรมรวมกันมากกว่า 5 คน เพราะโอกาสแพร่เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาเร็วขึ้นติดง่ายขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับข้อมูลโมบิลิตี ติดตามการเคลื่อนย้ายรถและการเดินเท้า หลังประกาศลดการเดินทางตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่แล้วพบว่ามีแนวโน้มลดลง แต่ยังน้อยกว่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว อย่าง กรุงเทพฯ และ จ.ชลบุรี ปีที่แล้วสามารถลดลงได้ 80% กว่า ส่วนปีนี้ทำได้เพียง 70% กว่า ต้องขอความร่วมมือเพื่อให้ความเสี่ยงลดลง เชื้อโรคจะไม่มีที่ไปต่อ ถ้าลดการเดินทาง เชื้อโรคก็ลดโอกาสแพร่เชื้อ&amp;quot; รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กราฟแสดงสถานการณ์ของไทยในปัจจุบันสัปดาห์ที่ 30 พบผู้ป่วยใหม่ยังเพิ่มขึ้น ผู้หายป่วยก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน แต่ผู้ป่วยใหม่มากกว่าผู้หายป่วย ทั้งนี้ กราฟแสดงการคาดการณ์พบว่าตัวเลขสถานการณ์จริงทั้งการติดเชื้อและเสียชีวิตใกล้เคียงตัวเลขคาดการณ์ประสิทธิภาพการล็อกดาวน์ 20% ซึ่งหากเพิ่มประสิทธิภาพการล็อกดาวน์เป็น 25% ร่วมกับการฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ จะทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตลดลงค่อนข้างมาก ดังนั้น การเพิ่มประสิทธิภาพแค่ 5% ก็จะมีผลอย่างมาก ขณะนี้เราจึงต้องร่วมกันควบคุมการติดเชื้อ ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนช่วยกันล็อกดาวน์ให้ถึง 25% ทั้งเรื่องของงดการเดินทาง การไปพบปะ การดูแลตนเองที่ต้องทำเข้มขึ้น จะทำให้ยอดผู้ป่วยติดเชื้อและเสียชีวิตลดลงรวดเร็วเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า มาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลไม่ทำให้โควิดอ่อนกำลังลงอย่างที่โฆษณา รัฐบาลควรปฏิบัติการเชิงรุกแบบครบวงจรในการตรวจค้นหา รักษาป้องกันโควิด-19 แบบโคกขามโมเดล ต.โคกขาม อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร ทุกคนที่มาเข้ารับบริการหลังจากผ่านกระบวนการตรวจสอบประวัติบันทึกข้อมูลในระบบเบื้องต้นแล้ว ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการ หรือขั้นตอนที่เรียกว่าตรวจค้นหารักษาป้องกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) จากนั้นนั่งรอผลประมาณ 15 นาที ถ้าผลเป็นลบก็ให้ไปต่อที่การฉีดวัคซีน เมื่อฉีดวัคซีนแล้วก็นั่งพักรอสังเกตอาการจนครบ 30 นาที เจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมแล้วกลับบ้าน ขณะที่ผู้ที่มีผลเป็นบวกจะต้องเข้าสู่ห้องแยกกักตัวชั่วคราวเพื่อคัดกรองอาการของโรคทันที และทางเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้พิจารณาว่าผู้ติดเชื้อรายนั้นต้องให้ยาหรือไม่ ถ้าต้องให้ยาควรเป็นยาฟาวิพิราเวียร์ หรือฟ้าทะลายโจร และต้องใช้วิธีการกักตัวในแบบใด Home Isolation, Community Isolation โรงพยาบาลสนาม หรือโรงพยาบาลหลัก โมเดลนี้จะทำให้สามารถฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้ครอบคลุมรวดเร็วขึ้น&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111989</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายฉัตรชัย พรหมเลิศ, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ล็อกดาวน์ตามคำสั่ง ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cea158a62bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดเชื้อใหม่ทะลุซํ้า1.8หมื่น!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยติดเชื้อทะลุ 1.8 หมื่นรายสองวันติด คร่าเพิ่ม 133 ราย เสียชีวิตที่บ้าน 3 ราย กทม.ยังครองแชมป์โควิดสูงสุดเฉียด 3 พัน &amp;quot;สมุทรสาคร-สมุทรปราการ-ชลบุรี&amp;quot; ยังหนักพุ่งเกินพันราย ขณะที่ภาคอีสานหลายจังหวัดวิกฤติป่วยนิวไฮรายวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวันว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 18,027 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 17,651 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 15,147 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุก 2,514 ราย, &amp;nbsp;มาจากเรือนจำ 374 ราย, เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 2 ราย, มาจากสหรัฐอเมริกา เป็นสัญชาติออสเตรเลีย 1 ราย และสหราชอาณาจักร 1 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 615,314 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 13,402 ราย หายป่วยสะสม 405,322 ราย อยู่ระหว่างรักษา 205,002 ราย อาการหนัก 4,765 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1,044 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 133 ราย เป็นชาย 78 ราย หญิง 55 ราย อยู่ใน กทม. 61 ราย ซึ่งในจำนวน 61 รายนี้มีผู้เสียชีวิตที่บ้าน 3 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 4,990 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ กทม. 2,899 ราย, &amp;nbsp;สมุทรสาคร 1,259 ราย, ชลบุรี 1,147 ราย, สมุทรปราการ 1,113 ราย, นนทบุรี 723 ราย, นครปฐม 426 ราย, ปทุมธานี 417 ราย, อุบลราชธานี 414 ราย, บุรีรัมย์ 360 ราย และระยอง 354 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. เปิดเผยว่า ในระยะที่ผ่านมามีประชาชนจำนวนมากโทร.เข้ามาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องการออกใบรับรองแพทย์กรณีหายจากการติดเชื้อโควิด-19 ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน จึงขอแจ้งรายละเอียดว่า กรณีรักษาตัวในโรงพยาบาล การขอออกใบรับรองแพทย์จะต้องให้แพทย์ผู้รักษาเป็นผู้ออกใบรับรองให้ อย่างไรก็ดี ในช่วงนี้เริ่มมีการใช้ระบบการดูแลรักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation) หรือในชุมชน (Community Isolation) ในกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการหรือมีอาการเล็กน้อย ในกรณีนี้ต้องให้คลินิกหรือโรงพยาบาลที่รับดูแลผู้ป่วยรายนั้นๆ เป็นคนไข้เป็นผู้ออกใบรับรองแพทย์ให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีของการขอใบรับรองผลการตรวจว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่นั้น หากตรวจจากห้องปฏิบัติการ ให้ห้องปฏิบัติการที่ทำการตรวจเป็นผู้ออกใบรับรองผลให้ สำหรับกรณีตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วย &amp;nbsp;Antigen Test Kit ตามจุดให้บริการต่างๆ ในกรณีที่พบว่ามีการติดเชื้อ จะได้ใบรับรองผลการตรวจ ณ จุดคัดกรองเลย แต่กรณีที่ผลตรวจเป็นลบและต้องการใบรับรองผล หลังจากตรวจแล้ว 1 วัน สามารถเข้าไปดาวน์โหลดใบรับรองได้ที่หน้าเว็บไซต์ของโรงพยาบาลที่ทำการตรวจ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ใช้ชุดตรวจตรวจด้วยตัวเอง ห้องปฏิบัติการไม่สามารถออกใบรับรองให้ได้ ผู้ที่ตรวจด้วยตัวเองอาจใช้การรับรองตัวเอง เช่น ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน นอกจากนี้ บริษัทต่างๆ ที่มีข้อกำหนดว่าต้องมีใบรับรองการติดโควิด-19 เพื่อประกอบการลางาน ให้เป็นการเจรจากันเองระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ทางเจ้าหน้าที่สายด่วน 1330 ไม่สามารถตอบแทนได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่มีผู้ติดเชื้อพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง เดิม สปสช.เชิญชวนเฉพาะคลินิกในพื้นที่กรุงเทพฯ จึงขอเชิญชวนคลินิกเอกชนทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ที่อยู่นอกระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เข้าร่วมดูแลผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวด้วย ขณะเดียวกันได้มีการขยายการตรวจโควิด-19 ด้วยชุดตรวจแอนติเจนฯ ซึ่งคลินิกเอกชนสามารถดำเนินการได้ จึงขอความร่วมมือสถานพยาบาลที่ไม่มีเตียงพักค้างคืนหรือคลินิกเอกชนทุกประเภทที่มีรหัสสถานพยาบาล 5 หลัก ไม่ว่าจะเป็นคลินิกเวชกรรม คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ คลินิกเทคนิคการแพทย์ ฯลฯ เป็นต้น มาร่วมเป็นกำลังสำคัญเพื่อดูแลผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มนี้ ทั้งนี้ จะมีการประชุมชี้แจงระบบบริการและการขอรับค่าใช้จ่ายบริการสาธารณสุขฯ ในการให้บริการตรวจโควิดแบบชุดตรวจ ATK และการดูแลผู้ติดเชื้อโควิดที่บ้าน ในวันที่ 3 ส.ค. 2564 ระหว่างเวลา 09.00-11.00 น. ผ่านระบบ ZOOM Meeting
บุษราคัมบิ๊กคลีนนิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุษราคัม กล่าวว่า ได้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อรับรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. ถึงวันที่ 31 ก.ค. ให้การดูแลผู้ป่วยแล้วจำนวน 13,275 ราย ซึ่งในช่วงเช้าได้จัดบิ๊กคลีนนิงทำความสะอาดครั้งใหญ่ในบริเวณจุดแรกรับผู้ป่วยทั้ง 2 จุด พร้อมปรับระบบประเมินผู้ป่วยแรกรับ โดยเพิ่มทางด่วน Fast Track สำหรับผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ป่วยที่ต้องให้ออกซิเจน เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ เป็นต้น ให้ได้รับการประเมินอาการก่อน และจัดโซนผู้ป่วยให้ง่ายต่อการดูแลรักษา เนื่องจากระยะหลังพบผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มเปราะบางเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้เตรียมนำเก้าอี้รถเข็นเข้าไปยังหอผู้ป่วยจำนวน 231 ตัว และเก้าอี้นั่งสำหรับขับถ่ายข้างเตียงผู้ป่วย จำนวน 62 ตัว เก้าอี้อาบน้ำ จำนวน 5 ตัว เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ป่วย และกำลังจัดหาเตียงลมสำหรับผู้ป่วยติดเตียงและผู้ป่วยวิกฤติเพิ่มเติม ทั้งนี้ มีผู้ป่วยที่นอนรักษาอยู่ 3,233 ราย เป็นกลุ่มสีเหลืองอ่อน 2,771 ราย, สีเหลือง 287 ราย, สีแดง 175 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และคณะ ได้ไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจในการตรวจคัดกรองค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยใช้สถานที่ของแฟลตตำรวจลือชาเป็นสถานที่ตรวจคัดกรอง มีประชาชนชุมชนซอยลือชาและข้าราชการตำรวจพร้อมครอบครัวเข้ารับการตรวจกว่า 800 ราย &amp;nbsp; จากนั้น ผบ.ตร.และคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจการตรวจคัดกรองหาเชื้อให้แก่ประชาชนในชุมชนสินทวี ย่านจอมทอง ท่าข้าม และข้าราชการตำรวจ ในพื้นที่ บก.น.9 เข้ารับการตรวจกว่า &amp;nbsp;700 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 1,113 &amp;nbsp;ราย เสียชีวิต 18 ราย เป็นเพศชายจำนวน 9 ราย ในจำนวนนี้เป็นสัญชาติจีน 1 ราย เพศหญิงจำนวน 9 ราย อายุระหว่าง 31- 86 ปี มีโรคประจำตัว 15 ราย ไม่ระบุจำนวน 3 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 390 &amp;nbsp;ราย รวมผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนจนถึงปัจจุบันจำนวน 39,686 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ข้อมูล covid 19 จ.นนทบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 606 ราย สาเหตุติดเชื้อที่สำคัญมาจากครอบครัวและชุมชน เพศหญิง 339 ราย เพศชาย 267 ราย ต่างชาติ 61 ราย (เมียนมา 30 ราย, กัมพูชา 30 ราย และลาว 1 ราย)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ จ.พิษณุโลก สถานที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพิษณุโลก ได้ประกาศปิดพระอารามเป็นเวลา 1 เดือน ตั้งแต่ 1-31 ส.ค.2564 ไม่ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเข้ามาภายในบริเวณวัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พิจิตร นายอภิชาติ ศรีม่วง นายอำเภอตะพานหิน ได้มอบหมายให้นายชนม์วิศิษฎ์ ใจโลกา ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.วังหว้า เพื่อดำเนินคดีกับผู้ติดเชื้อโควิด 2 ราย ที่ทำให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่แพร่ระบาดในเขตหมู่ 4 ต.ทับหมัน อ.ตะพานหิน ซึ่งพบว่าผู้ติดเชื้อรายที่ 369-370 ของ จ.พิจิตร วันที่ 30 มิ.ย.64 เดินทางมาจาก จ.ปทุมธานี แต่ไม่ได้แจ้งต่อผู้ใหญ่บ้านในท้องที่ และไม่กักตัว อีกทั้งยังเดินทางไปทั่วในพื้นที่ชุมชน&amp;nbsp;
อีสานหนักนิวไฮรายวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา พบผู้ป่วยรายใหม่นิวไฮ 442 ราย ผู้ป่วยเสียชีวิตอีก 3 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 60 ราย โดยในจำนวนเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 194 ราย รับผู้ป่วยกลับมารักษา 84 ราย สัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อในจังหวัด 144 ราย รวมผู้ป่วยระลอกใหม่สะสมของจังหวัดนครราชสีมา 7,051 ราย รักษาอยู่ 3,787 ราย รักษาหาย 3,204 ราย ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อมีประวัติสัมผัสเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง กทม.มากที่สุด 226 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานว่า สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ 345 ราย เป็นตัวเลขผู้ป่วยทำสถิติสูงที่สุดตั้งแต่มีการระบาดมาของ จ.บุรีรัมย์อีกครั้ง แยกเป็นพบในพื้นที่จังหวัด 10 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 335 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 4,005 ราย เสียชีวิตสะสม 7 ราย รักษาหายแล้ว 446 ราย ยังรักษาอยู่ 3,552 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า การควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เรือนจำกลางขอนแก่น ซึ่งเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ โดยพบผู้ป่วยแล้วกว่า 1,200 ราย และจัดอยู่ในกระบวนการการรักษาที่ทีมแพทย์กำหนด แต่ด้วยการที่เรือนจำกลางขอนแก่นมีประชากรภายในและเจ้าหน้าที่ที่รวมกว่า 4,480 คน และในจำนวนนี้บางส่วนได้รับการพระราชทานอภัยโทษ ทำให้ทีมแพทย์จึงต้องประสานงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ในการนำผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษชุดแรก 300 คน มาทำการตรวจคัดกรองอย่างละเอียด ขณะเดียวกันยังพบว่ามีเจ้าหน้าที่เรือนจำติดเชื้อเพิ่มอีก 5 คน ทั้งนี้ เตรียมประสานงานในการขอรับการสนับสนุนหน่วยทหารเสนารักษ์ จาก มทบ.23 และ รพ.ค่ายศรีพัชรินทร์ ในการร่วมสนธิกำลังทางการแพทย์และปรับระบบการทำงานร่วมกันในการควบคุมสถานการณ์ในเรือนจำ ส่วนคลัสเตอร์ตลาดศรีเมืองทองนั้น ได้มีการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงไปแล้วกว่า 500 คน และมีคำสั่งปิดตลาดไปจนถึงวันที่ 4 ส.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อำนาจเจริญ มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม 74 ราย เป็นผู้ติดเชื้อเดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยงและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันทีที่มาถึงจำนวน 68 ราย มีภูมิลำเนากระจายออกไปทุกอำเภอ 6 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พังงา นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา มีคำสั่งด่วนให้นายอำเภอคุระบุรีทำการล็อกดาวน์พื้นที่หมู่ 10 ต.คุระบุรี อ.คุระบุรี และให้นายอำเภอท้ายเหมืองล็อกดาวน์พื้นที่หมู่ 3 บ้านฝายท่า ต.ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง ให้มีผลทันที หลังจากมีคลัสเตอร์ใหม่ระบาด โดยเฉพาะชุมชนชาวมุสลิม นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากลุ่มบุคลากรทางแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆ หลายแห่งในพื้นที่จังหวัดพังงาเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและกลุ่มสัมผัสเสี่ยงต่ำ ทำให้ทางโรงพยาบาลพังงา โรงพยาบาลตะกั่วทุ่ง และโรงพยาบาลตะกั่วป่า มีประกาศปิดหรือหยุดให้บริการบางแผนก โดยเฉพาะโรงพยาบาลท้ายเหมืองชัยพัฒน์ หยุดให้บริการทุกแผนก เว้นกรณีผู้ป่วยอุบัติเหตุและผู้ป่วยฉุกเฉิน สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อพบผู้ป่วยรายใหม่ 14 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี สถานการณ์การติดเชื้อยังน่าห่วง พบผู้ป่วยรายใหม่มากถึง 344 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ซึ่งขณะนี้มียอดผู้ป่วยสะสม 9,303 ราย รักษาหายแล้ว 6,192 ราย และเสียชีวิตสะสม 120 ราย ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรีตระกูล โทธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ระบุว่าการห้ามออกนอกหรือเข้ามาในจังหวัดปัตตานี ยังคงมีการปฏิบัติอย่างเข้มงวด และจะต้องมีหนังสือรับรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 318 คน ติดเชื้อสะสม 12,344 คน เสียชีวิตสะสม 63 คน ขณะนี้นอนรักษาในโรง พยาบาล 3,048 คน รักษาหายแล้ว 9,233 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดโบสถ์ ต.ย่านซื่อ อ.เมืองฯ จ.อ่างทอง พระครูกิตตยาภินันท์ เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ (ย่านซื่อ) เจ้าคณะตำบลมหาดไทย ได้ขึ้นป้ายขนาดใหญ่ โดยมีข้อความว่า &amp;quot;วัดนี้รับเผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ฟรี สอบถามเพิ่มเติม 09-2562-8996 บริจาคตามกำลังศรัทธา วัดโบสถ์ ตำบลย่านซื่อ&amp;quot; โดยพระครูกิตตยาภินันท์กล่าวว่า ทางวัดโบสถ์ยินดีเผาศพให้แก่ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ฟรีทุกราย หากไม่มีที่เผาศพให้ ทางวัดก็ยินดี และเต็มใจ ถึงแม้จะไม่ใช่ชาวจังหวัดอ่างทอง โดยมีสามเณรธีรวุฒิ ปิ่นสุวรรณ์ อายุ 18 ปี ทำหน้าที่ผู้ช่วยสัปเหร่อด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111889</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลบุรี, ภาคอีสาน, ยังครองแชมป์โควิดสูงสุดเฉียด 3 พัน, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไทยติดเชื้อทะลุ, ไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_6105ef321271b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต่างจังหวัดติดเชื้อพุ่ง แซงกทม.ปริมณฑลเหตุแห่กลับบ้านไปรักษา/ป่วยเกินครึ่งล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หมอเบิร์ท&amp;rdquo; แถลงตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ 15,376 ราย ทะลุหมื่นห้า 2 วันติด ทำยอดรวมเกินครึ่งล้านแล้ว เสียชีวิตอีก 87 ราย ศบค.เผยยอดผู้ป่วยต่างจังหวัดแซงหน้า กทม.-ปริมณฑล ต้นตอจากการแห่กลับท้องถิ่นไปรักษา ทำให้สถานะเตียงในภูมิภาคเริ่มน่าห่วง บางจังหวัดใช้ไป 70% สาธารณสุขเริ่มออกอาการไม่เอาโครงการพาคนกลับบ้าน ชี้เพิ่มความเสี่ยงและอาการรุนแรง &amp;ldquo;ปากน้ำ&amp;rdquo; ส่อเค้าวิกฤติ เตียงในโรงพยาบาลเหลือแค่หลักหน่วย สุดสลด 2 หนูน้อยเฝ้าศพแม่เสียชีวิตในบ้านที่บางพลี &amp;ldquo;บึงสามพัน&amp;rdquo; ตัวเลขยังพุ่งต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 15,376 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 14,321 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 11,064 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 3,257 ราย มาจากเรือนจำและที่ต้องขัง 1,041 ราย มาจากต่างประเทศ 14 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 512,678 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 6,782 ราย หายป่วยสะสม 341,475 ราย อยู่ระหว่างรักษา 167,057 ราย อาการหนัก 4,289 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 967 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 87 ราย เป็นชาย 52 ราย หญิง 35 ราย โดยมากสุดอยู่ใน กทม. 40 ราย นอกจากนี้ยังพบผู้เสียชีวิตที่บ้าน 5 ราย โดยพบเชื้อหลังเสียชีวิต อยู่ใน จ.ปทุมธานี 4 ราย และ กทม. 1 ราย ซึ่งขณะนี้ผู้เสียชีวิตกระจายตัวในจังหวัดต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะ กทม.และปริมณฑลเท่านั้น ทำให้ปัจจุบันมียอดผู้เสียชีวิตสะสม 4,146 ราย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ได้หารือกันถึงสถานการณ์ติดเชื้อในประเทศเพื่อนบ้านที่มียอดติดเชื้อสูง จึงมีความเป็นห่วงเรื่องการเข้าประเทศ เพราะยังมีการลักลอบเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวอีกว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 2,573 ราย ซึ่งตัวเลข กทม.ยังไม่ได้รวมกลุ่มที่ตรวจหาเชื้อแบบ Rapid Antigen Test (ATK) ที่พบผลเป็นบวกอีกกว่า 1,000 ราย, สมุทรสาคร 1,074 ราย, สมุทรปราการ 970 ราย, ชลบุรี 867 ราย, นนทบุรี 719 ราย, ระยอง 411 ราย, ฉะเชิงเทรา 320 ราย, นครปฐม 311 ราย, ปทุมธานี 301 ราย และพระนครศรีอยุธยา 290 ราย ซึ่งขณะนี้พบว่าตัวเลขการติดเชื้อในต่างจังหวัดมียอดรวมกันสูงกว่า กทม.และปริมณฑล หลายจังหวัดพบว่าผู้ติดเชื้อมีประวัติเดินทางกลับจาก กทม.และปริมณฑล จึงทำให้จังหวัดเหล่านี้มีผู้ติดเชื้อสูง และทำให้บางจังหวัดมีอัตราครองเตียงสูงไปถึง 70% แล้ว สำหรับจังหวัดที่มีนโยบายรับผู้ป่วยจาก กทม.และปริมณฑลไปรักษานั้น ขอเน้นย้ำมาตรการคัดกรองอย่างเคร่งครัด และการรักษาอาจต้องใช้ระบบเดียวกับ กทม.และปริมณฑล คือ แยกกักที่ชุมชน และแยกกักตัวที่บ้าน&amp;nbsp;
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า พื้นที่ กทม.พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นผู้ป่วยระดับสีเขียวถึง 80% สำหรับผู้ป่วยที่ตรวจหาเชื้อแบบ ATK หากผลเป็นบวกให้ติดต่อโรงพยาบาลที่ทำการตรวจเพื่อนำเข้าสู่ระบบ Home Isolation หรือการกักตัวที่บ้าน และ Community Isolation (CI) หรือการแยกกักที่ชุมชน ยอมรับระบบนี้อาจมีปัญหาบ้าง แต่เราพยายามปรับปรุง นอกจากนี้ กทม.ได้รายงานการลงพื้นที่ของชุดเคลื่อนที่เร็วแบบเบ็ดเสร็จ หรือ CCRT โดยวันที่ 25 ก.ค.ได้ลงพื้นที่ 57 ชุมชน มีประชาชนเข้ารับบริการ 5,325 ราย ตรวจ ATK 896 ราย พบเชื้อ 132 ราย ให้กักตัวที่บ้าน 123 ราย ให้อยู่ศูนย์พักคอย 1 ราย ส่งโรงพยาบาล 3 ราย รวมถึงได้ฉีดวัคซีน 3,897 ราย นอกจากนี้มีการเสนอเข้ามาว่ากลุ่มที่ตรวจ ATK ในระบบก็จะเข้าสู่การรักษา แต่ผู้ที่ซื้อไปตรวจเอง หรือตรวจโดยเอ็นจีโอ หากเข้าระบบอาจต้องใช้เวลา เพราะต้องไปตรวจแบบ RT-PCR และรอผลอีก 1-2 วัน ดังนั้นจึงมีแนวคิดให้ CI รับผู้ที่ตรวจ ATK แล้วผลเป็นบวกเข้าไปดูแล แต่ให้แยกส่วนกับบุคคลอื่นที่ได้รับการดูแลอยู่ก่อนหน้า เนื่องจากบุคคลเหล่านี้ต้องรอการยืนยันผลการตรวจ RT-PCR ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมีความเป็นห่วงเรื่องการตรวจ ATK ที่มีความแม่นยำจำกัด จึงหารือกันอย่างเร่งด่วน โดยอาจอบรมให้ชุมชนสามารถสวอบโพรงจมูกได้ถูกต้อง แม่นยำมากขึ้น&amp;nbsp;
เร่งขยายเตียงรองรับ
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ที่ประชุม ศปก.ศบค. มีการหารือกันถึงเรื่องมาตรการการขยายเตียง ซึ่งเดิมมีอยู่ในโรงพยาบาลหลัก 32 แห่งทั้งรัฐและเอกชน ไอซียูสนาม 4 แห่ง โรงพยาบาลสนาม 7 แห่ง โดย รพ.เอกชนหลายแห่งได้แสดงความจำนงที่จะเข้ามาช่วยดูแลเพิ่มเติม ในส่วนของ รพ.บางปะกอก 1 จะเข้ามาช่วยเรื่อง CI และเพิ่ม 200 เตียง ในต้นเดือน ส.ค. ที่เขตทุ่งครุ นอกจากนี้ เรื่องของโฮสพิเทลจะร่วมกับ รงแรมคิน ย่านเจริญนคร เขตธนบุรี เพิ่มได้อีก 500 เตียง โรงแรมบางกอกซิตี้สวีท เขตราชเทวี อีก 300 เตียง รพ.สนามอีก 140 เตียง ในเขตราษฎร์บูรณะ เป็นเหลือง 60 เตียง เปิดวันที่ 2 ส.ค.นี้ และแดงจะเพิ่มอีก 30 เตียง เขียว 50 เตียง จะเปิดได้ ส.ค.นี้เช่นกัน นอกจากนี้ รพ.บางปะกอก 1 ร่วมกับบริษัท บิ๊กซีเบอร์รี่ยุคเกอร์ ให้ปรับวอร์ดที่มีอยู่อีก 100 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยเหลือง ประมาณเดือน ก.ย.&amp;nbsp;
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า รพ.ปิยะเวท กำลังสำรวจพื้นที่รองรับผู้ป่วยทั้งเหลือง-แดง ในพื้นที่สี่มุมเมือง สุขสวัสดิ์ บางบอน รามอินทรา รังสิต และร่วมกับโรงพยาบาล หน่วยงาน เอกชนในพื้นที่ หน่วยงานสำนักงานเขตในพื้นที่มีความพยายามที่จะเข้ามาเพิ่มเตียงเหลือง-แดงอีก รพ.มงกุฎวัฒนะมีแผนเพิ่มเตียงทั้งหมด 3,320 เตียง ภายในเดือนสิงหาคม ซึ่งจะสามารถเป็นเตียงในระดับที่ดูแลผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ เครื่องออกซิเจนไฮโฟร กลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคไตที่จะต้องฟอกเลือด ผู้ป่วยกลุ่มที่ต้องผ่าตัดทำคลอด รพ.พลังแผ่นดิน 2 จะเปิดเพิ่มอีก 720 เตียง รพ.พลังแผ่นดิน 3 จะเปิดได้อีก 1,800 เตียง รพ.กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานจะเพิ่มศักยภาพจาก 320 เตียง เป็น 400 เตียง โดยจะพยายามนำตัวเลขมาแสดงให้เห็นถึงภาพรวมว่ามีกระจายอยู่ในพื้นที่ใด เขตใดบ้าง ประชาชนจะเข้าถึงบริการเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง&amp;nbsp;
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.ศบค. ได้เน้นย้ำตลอดว่าขอให้เป็นความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน ประชาชน ประชาสังคม และต้องขอขอบคุณอย่างมากที่ รพ.เอกชนหลายๆ แห่งให้ความร่วมมือดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ และต้องขอขอบคุณสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขที่ช่วยกันประสานงานทำให้เห็นภาพการขยายเตียง มีความร่วมมือของโรงพยาบาลรัฐ เอกชน คาดหวังว่าประชาชนจะสามารถได้รับบริการที่เข้าถึงได้เร็วยิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการตายที่บ้านได้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เราเพิ่มศักยภาพขึ้นมาเป็นหลายพันเตียง แต่ยังทำไม่ทัน ทำไม่พอ เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อไปที่ 1.5 หมื่นแล้ว ซึ่งบุคลากรสาธารณสุขทั้งของ กทม. ปริมณฑล พื้นที่ทุกภาคส่วนก็ยังไม่ย่อท้อ แม้เราจะต้องปรับแผนเป็น CI ต้องเพิ่มศักยภาพเตียงเหลือง-แดง ในที่สุดก็คือเพื่อรักษาชีวิตประชาชน&amp;rdquo; พญ.อภิสมัยกล่าว&amp;nbsp;
ขณะเดียวกัน ทวิตเตอร์ ศปก.ศบค. ได้รายงานสรุปสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวันที่ 26 กรกฎาคม 2564 โดยระบุว่า สถานการณ์ทั่วโลกผู้ติดเชื้อคงที่ ประเทศเพื่อนบ้านยังพบผู้ติดเชื้อต่อเนื่อง ส่วนในประเทศสถานการณ์การแพร่ระบาดเพิ่มสูงขึ้น การกระจายทั่วประเทศพบมากใน กทม.และปริมณฑล รวมถึง 4 จังหวัดภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ป่วยอาการรุนแรงและต้องใส่เครื่องช่วยหายใจมีมากขึ้น เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง เตียงรองรับผู้ป่วยเริ่มขาดแคลนในหลายพื้นที่ และยังคงมีผู้ติดเชื้อเดินทางเข้าประเทศทางช่องทางบก (กัมพูชา เมียนมา มาเลเซีย) ตลาด โรงงาน ชุมชน แคมป์ก่อสร้าง ยังคงเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,041 ราย โดยพบในเรือนจำสีแดง 1,010 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 31 ราย มีผู้ป่วยที่รักษาหายสะสมแล้ว 37,069 ราย หรือ 82.8% ของผู้ติดเชื้อสะสม 44,783 ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
กลับถิ่นเท่าที่จำเป็น
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า รมว.สธ.มีความห่วงใยผู้ป่วยโควิด-​19 ต้องการให้ทุกคนได้เข้าสู่ระบบการรักษา โดยกลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อยได้รับการดูแลที่บ้านหรือในชุมชน ติดตามดูแลโดยทีมปฏิบัติการเชิงรุก Comprehensive COVID-19 Response Team (CCR Team) สำหรับดูแลผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองและสีแดงที่จำนวนเพิ่มขึ้น สธ.ได้ให้ รพ.บุษราคัมร่วมดูแล ซึ่งสัดส่วนของผู้ป่วยที่มีอาการหนักใน รพ.บุษราคัมมีจำนวนมากขึ้น ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (อีโอซี) สธ.จึงเห็นชอบให้พัฒนาพื้นที่รองรับผู้ป่วยวิกฤติสีแดงเข้มเพิ่ม 17 เตียง&amp;nbsp;
นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ทำงานอยู่ใน กทม.และปริมณฑลบางส่วนประสงค์จะเดินทางกลับไปรักษาที่โรงพยาบาลหรือกักตัวที่ภูมิลำเนาในต่างจังหวัดว่า อาจเพิ่มความเสี่ยงให้อาการป่วยเร็วหรือรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว จึงต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง และทำในกรณีที่มีความจำเป็น ทั้งนี้ ขอให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก่อน หรือขอรับคำปรึกษาได้ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพภาพแห่งชาติ (สปสช.) ทางสายด่วน 1330 กด 15 หรือแจ้งลงทะเบียนทางเว็บไซต์ https://crmdci.nhso.go.th เพื่อเข้าสู่ระบบการดูแลในพื้นที่ตามมาตรฐาน&amp;nbsp;
ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโยบายรัฐบาลที่จัดระบบการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน (Home Isolation - HI) และการดูแลผู้ป่วยในชุมชน (Community Isolation - CI) สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่มีอาการ ว่าขณะนี้ สปสช.ได้ปรับวิธีการจ่ายชดเชยค่าบริการสาธารณสุขกับหน่วยรับดูแลผู้ติดเชื้อแรกรับ (คลินิก/ศูนย์บริการสาธารณสุข/โรงพยาบาล) โดยจะได้รับการจ่ายชดเชยงวดแรกแบบเหมาจ่ายในอัตรา 3,000 บาทต่อราย โอนเงินให้ทุกสัปดาห์ และภายหลังเสร็จสิ้นสุดการดูแล หากค่าใช้จ่ายมีมากกว่าจำนวนเงินที่จ่ายแบบเหมาจ่ายไปแล้ว หน่วยบริการจะได้รับการจ่ายชดเชยเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายชดเชยตามที่กำหนด จึงขอให้หน่วยบริการมั่นใจได้ว่าจะได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สปสช.อย่างเพียงพอในการดูแลผู้ป่วย&amp;nbsp;
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ต่างๆ นั้น นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เผยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 970 ราย ทำให้ผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. จนถึงปัจจุบัน 33,698 ราย แบ่งเป็นในพื้นที่ 28,256 ราย นอกพื้นที่ 5,442 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 298 ราย ส่วนการตรวจคัดกรองเฝ้าระวังในคลินิก ARI และในชุมชน จำนวน 259,739 ราย พบเชื้อ 28,253 ราย ขณะที่ข้อมูลเตียงผู้ป่วยนั้น รพ.รัฐสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขและสังกัดอื่นๆ จำนวนเตียงคงเหลือ 5 เตียง รพ.สนามคงเหลือ 303 เตียง รพ.เอกชนเหลือ 2 เตียง โฮสพิเทลคงเหลือ 241 เตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ จ.สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้เกิดเหตุสลดพบหญิงเสียชีวิตที่ห้องเช่าไม่มีชื่อภายในซอยไฟโอเนีย แยก 2 ที่เกิดเหตุเป็นห้องชั้นเดียว ภายในห้องพบเด็กหญิงวัย 7 ขวบ และ 9 ขวบ นอนเฝ้าร่างไร้วิญญาณของนางอาภาภรณ์ สุนทราชน อายุ 44 ปี ผู้เป็นมารดาที่นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่กับพื้นห้อง ตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง โดยเบื้องต้นเชื่อว่ามาจากโควิด-19 เพราะผลตรวจสอบเด็ก 2 รายเบื้องต้นก็พบว่ามีผลเป็นบวก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ส่วนที่ จ.สมุทรสาครนั้น นพ.มงคล วณิชภักดีเดชา ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร โรงพยาบาลวิชัยเวชอินเตอร์เนชั่นแนลอ้อมน้อย ระบุว่า ดร.สมศักดิ์ ขวัญเมือง อดีตนายกเทศบาลนครอ้อมน้อย ที่อยู่ในเก้าอี้มาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ได้เสียชีวิตด้วยโควิด-19 เมื่อช่วงค่ำวันที่ &amp;nbsp;25 ก.ค.ที่ผ่านมา
บึงสามพันยังน่าห่วง
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า มีผู้ป่วยยืนยันล่าสุด 132 ราย ไม่รวมกรณีโรงงานสหฟาร์ม โดยเป็นคนในพื้นที่ 22 ราย นอกพื้นที่ขอเข้ามารักษา 110 ราย ขณะที่ความคืบหน้าการติดเชื้อโควิด-19 คลัสเตอร์โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ ทีมควบคุมโรคจังหวัดเพชรบูรณ์ และทีมควบคุมโรคของบริษัท โกลเด้นไลน์ บิสซิเนส จำกัด (ในเครือสหฟาร์ม) อ.บึงสามพัน ได้เร่งตรวจหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากแรงงาน ทั้งชาวไทย และต่างด้าวทั้งหมด 7,164 คน ผลตรวจด้วยวิธี Antigen test kit เพื่อค้นหาผู้ป่วยในเบื้องต้น พบว่ามีผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 3,481 คน แบ่งเป็นแรงงานชาวไทย 391 คน และชาวเมียนมา 3,090 คน นอกจากนี้ได้ตรวจหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในพื้นที่ชุมชนโดยรอบ ทั้งในพื้นที่หมู่ 2 บ้านหนองปล้อง และหมู่ 4 บ้านลำตะคล้อ โดยได้ตรวจหาผู้ติดเชื้อจากกลุ่มเสี่ยง 366 คน และผลออกมาเป็นบวก 80 คน
จ.นครราชสีมา คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมารายงานว่า พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มอีกจำนวน 218 ราย โดยผู้ป่วยรายใหม่เป็นผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 98 ราย ติดเชื้อมาจากการสัมผัสผู้ป่วยรายก่อนหน้า 95 ราย และป่วยโควิดเดินทางมารักษา 25 ราย รวมผู้ป่วยระลอกใหม่สะสมของจังหวัด 4,845 ราย และเสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 46 ราย&amp;nbsp;
ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 116 ราย กระจายใน 13 อำเภอ เป็นผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 2 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 116 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 2,438 ราย เสียชีวิตสะสม 5 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 381 ราย และอยู่ระหว่างรักษา 2,052 ราย
ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ รายงานสถานการณ์โควิด-19 ว่ามีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม 41 ราย เป็นผู้ติดเชื้อเดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันทีที่มาถึง จำนวน 41 ราย มีภูมิลำเนากระจายไป 7 อำเภอ รวมมีผู้ป่วยยืนยันสะสมระลอก 3 จำนวน 706 ราย แยกเป็น ติดเชื้อจากภายนอกจังหวัดสะสม 659 ราย ติดเชื้อจากภายในจังหวัดสะสม 47 ราย มีผู้เสียชีวิตสะสม 6 ราย&amp;nbsp;
ที่อาคารศูนย์กีฬาในร่ม โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าฯ พิษณุโลก พร้อมคณะได้ตรวจความพร้อมของสถานที่พักคอย จุดที่ 1 เพื่อรองรับผู้ที่แจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับมายังจังหวัดพิษณุโลก ขณะนี้ได้รับแจ้งจากผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล &amp;nbsp;มีความประสงค์จะเดินทางกลับมารับการรักษาในภูมิลำเนาในวันนี้อีก 35 ราย โดยขบวนรถบัส กองทัพภาคที่ 3 พร้อมรถนำขบวน รถพยาบาล และเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อรับกลับ โดยก่อนหน้านี้จังหวัดพิษณุโลก และ กอ.รมน.ภาค 3 พาคนกลับบ้านมาแล้ว 3 ครั้ง จำนวน 92 ราย
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้นั้น จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อ วันที่ 25 ก.ค. มีจำนวน 214 คน &amp;nbsp;ยอดสะสม 7,701 คน รักษาหายแล้ว 4,397 คน ซึ่งวันนี้มีผู้เสียชีวิตรายใหม่เพิ่มอีก 4 คน ทำให้มียอดสะสมเสียชีวิต 95 คน และยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจหลายพันคน ที่น่าเป็นห่วงคือ อ.หนองจิก ที่พบผู้ติดเชื้อมากทุกวัน เนื่องจากมาตรการที่ไม่เข้มงวด เพราะหลายพื้นที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล ขณะเดียวกันชุดกู้ชีพ-กู้ภัย มูลนิธิท่งเต็กเซี่ยงตึ๊ง จ.ปัตตานี ได้นำทีมกระจายไปทุกพื้นที่จังหวัดปัตตานี เร่งทำการฉีดพ่นยาหมู่บ้านต่างๆ เนื่องจากตอนนี้ประชาชนเกิดความกังวลมาก หวาดผวา ว่าคนในครอบครัวจะติดเชื้อ นอกจากนั้นมีรายงานว่า อุปกรณ์ทางการแพทย์ในจังหวัดไม่เพียงพอ ซึ่งล่าสุดมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งก็ได้มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยให้มูลนิธิร่วมบำเพ็ญการกุศลท่งเต็กเซี่ยงตึ๊งเป็นผู้มอบให้ รพ.ปัตตานีแล้ว
ที่สนามกีฬา อบจ.นครศรีธรรมราช อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช นางกนกพร เดชเดโช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมคณะผู้บริหาร และนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. เดินทางตรวจเยี่ยมความพร้อมในการเปิดโรงพยาบาลสนามภายในสนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัด อ.ร่อนพิบูลย์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสนามขนาด 120 เตียง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111202</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่, ทำยอดรวมเกินครึ่งล้านแล้ว, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fe036eda402.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดเชื้อทะลุหมื่นห้า ทำสถิติใหม่อีกรอบ/สธ.ผวา80%ไร้อาการไม่รู้ต้นตอที่มา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุบสถิติอีก! ติดเชื้อทะลุ 1.5 หมื่นราย เสียชีวิตเพิ่ม 129 คน ยอดตายพุ่งเกิน 4 พันราย สธ.ชี้สถานการณ์วิกฤติมาก หลายเคสหาต้นตอไม่ได้ เหตุ 80% ไร้อาการ ไม่รู้คนใกล้ตัวติดเชื้อแล้วหรือยัง ขอร่วมมือล็อกดาวน์เข้มข้นก่อนถึงขั้น &amp;quot;อู่ฮั่นโมเดล&amp;quot; กรมควบคุมโรคเตือนหอพัก-บริษัทไล่ผู้ป่วยโควิดออกมีความผิด กทม.เร่งเปิดศูนย์พักคอยทั่วกรุง 52 แห่งภายใน ก.ค. &amp;nbsp;593 วัดทั่วประเทศเผาศพโควิดฟรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 15,335 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 14,675 ราย, มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 11,759 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุก 2,916 ราย, &amp;nbsp;มาจากเรือนจำและที่ต้องขัง 641 ราย, มาจากต่างประเทศ 19 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 497,302 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 6,904 ราย หายป่วยสะสม 334,693 ราย อยู่ระหว่างรักษา 158,550 ราย อาการหนัก 4,151 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 961 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 129 ราย เป็นชาย 70 ราย หญิง 59 ราย โดยมากสุดอยู่ใน กทม. 66 ราย ทำให้ปัจจุบันมียอดผู้เสียชีวิตสะสม 4,059 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 2,700 ราย, สมุทรสาคร 1,081 ราย, สมุทรปราการ 1,056 ราย, &amp;nbsp;ชลบุรี 795 ราย, นนทบุรี 585 ราย, &amp;nbsp;ฉะเชิงเทรา 571 ราย, พระนครศรีอยุธยา 379 ราย, ปทุมธานี 339 ราย, ระยอง 322 ราย, นครปฐม 308 ราย พบคลัสเตอร์ใหม่ 5 แห่ง ประกอบด้วย โรงงานอุปกรณ์สเตนเลส อ.กระทุ่มแแบน จ.สมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อ 127 ราย, โรงงานแปรรูปไก่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี 11 ราย, สถานสงเคราะห์บ้านเฟื่องฟ้า อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 8 ราย, บริษัทชิ้นส่วนยานยนต์ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา 22 ราย และบริษัทชิ้นส่วนยานยนต์ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง 21 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงว่า มีการกระจายผู้ติดเชื้อในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพบผู้ติดเชื้อทุกจังหวัด โดยเฉพาะในแถบอีสานกลางและอีสานใต้ที่รับผู้ติดเชื้อจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลกลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนา นอกจากนี้ยังพบคลัสเตอร์ในสถานประกอบการหรือโรงงานในบางจังหวัด ขณะที่ผู้เสียชีวิต 129 ราย อยู่ที่ กทม.ถึง 66 ราย ปัจจัยเสี่ยงสำคัญยังคงเป็นผู้มีโรคประจำตัว และพบหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 20 สัปดาห์เสียชีวิตด้วย และผู้เสียชีวิตมี 79 รายที่มีประวัติไม่เคยรับวัคซีน พบว่าผู้เสียชีวิต 65 คน อาศัยอยู่พื้นที่ระบาดและไม่สามารถค้นได้ว่าติดเชื้อจากใคร อย่างไรก็ตาม กลุ่ม 60 ปี คิดเป็น 70% ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงมาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปัจจัยเสี่ยงก่อนหน้านี้มาจากคนรู้จักหรือคนในครอบครัว แต่ในขณะนี้มีพื้นที่แพร่ระบาดหนักมากที่พบว่าหลายกรณีไม่สามารถตรวจสอบว่าติดเชื้อมาจากใคร เพราะวันนี้เราไม่รู้แล้วว่าคนใกล้ตัวติดเชื้อแล้วหรือไม่ เพราะ 80% เป็นการติดเชื้อแบบไม่มีอาการ ดังนั้นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อ ได้แก่ 1.ผู้ที่เดินทางไปจับจ่ายซื้อของ หรือมีความใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโดยไม่ทันระวังตัว 2.โรงงาน สถานประกอบการ 3.แคมป์คนงานและชุมชน ดังนั้นต้องเร่งมาตรการป้องกันที่สำคัญ ช่วงล็อกดาวน์ 14 วัน ทั้งในส่วนการป้องกันโรคส่วนบุคคล ต้องทำเสมือนว่าคนรอบข้างติดเชื้อแล้ว เพราะทั้งคนที่รู้จักและไม่รู้จักต่างมีความเสี่ยงมาก โดยเฉพาะการออกไปซื้อของที่ตลาดหรือออกไปซื้อของร้านสะดวกซื้อ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน การป้องกันการระบาดในโรงงานและสถานประกอบการจำเป็นมาก เพราะหลายจังหวัดเมื่อพบผู้ติดเชื้อ มีการสั่งปิดโรงงานทำให้คนงานกลับไปอยู่ที่บ้าน เข้าชุมชนหรือหางานใหม่ทำ ทำให้นำเชื้อไปแพร่ต่อยังชุมชน ดังนั้นต้องขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่แต่ละจังหวัด เร่งสื่อสารให้โรงงานและชุมชนรอบข้างเข้าใจ ปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะการบับเบิลแอนด์ซีล หากโรงงานไหนถ้ายังไม่พบผู้ติดเชื้อ ให้รีบควบคุมโรคแบบบับเบิลแอนด์ซีล จัดระบบควบคุม เพื่อป้องกันการติดเชื้อเข้าสู่โรงงาน และหากพบผู้ติดเชื้อแล้วก็ไม่จำเป็นต้องปิดโรงงาน แต่ต้องแยกกลุ่มคนที่ติดเชื้อหรือมีโอกาสเสี่ยงออกมาจากคนอื่นๆ นอกจากนี้ ป้องกันการแพร่เชื้อในตลาด ทั้งในส่วนของผู้ค้า แรงงานรับจ้างในตลาดและลูกค้า รวมทั้งมาตรการงดออกจากบ้าน และงดเดินทางข้ามจังหวัดอย่างเข้มข้น
ร่วมมือก่อนถึง&amp;quot;อู่ฮั่นโมเดล&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงสถานการณ์ที่พบผู้ติดเชื้อเกินหมื่นรายต่อเนื่องมาหลายวัน และหากยังไม่ลดลง จะต้องใช้มาตรการอู่ฮั่นโมเดลหรือไม่ ผอ.กองระบาดวิทยากล่าวว่า มาตรการตอนนี้ใกล้เคียงอู่ฮั่นโมเดลแล้ว และสถานการณ์ตอนนี้คาดว่าจะยังคงพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ &amp;nbsp;แต่สถานการณ์ในกรุงเทพฯ มีแนวโน้มคงตัวมากขึ้น และมีแนวโน้มจะดีขึ้นในช่วง 4-6 สัปดาห์ แต่ในต่างจังหวัดจะพบผู้ติดเชื้อต่อเนื่องในระยะนี้ จึงขอร่วมมือจากทุกคน เพื่อให้ไปไม่ถึงอู่ฮั่นโมเดลที่ต้องปิดทุกอย่าง เพื่อให้ใช้ชีวิตปกติที่สุด โดยเฉพาะการอยู่บ้านกันให้มาก ลดการเดินทางข้ามจังหวัดและการเดินทางไปซื้อหาอาหารต้องระมัดระวังมากที่สุด อย่างไรก็ตาม พื้นที่สีแดงเข้มภายใน 2 สัปดาห์นี้ หากตัวเลขลดลงจะมีการผ่อนคลายมากขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้เราอยู่ในสภาวะที่เรียกว่าสถานการณ์วิกฤติมากแล้ว ภาวะเตียงดูแลผู้ป่วยหนักและรุนแรงมากค่อนข้างตึงตัว แต่ สธ.เร่งดำเนินการเข้าดูแลผู้ป่วยเชิงรุกที่บ้านและเฝ้าระวังติดตามอาการโดยแพทย์และพยาบาล เพื่อดูแลรักษา และสิ่งสำคัญคือ มาตรการที่ดำเนินการต้องมีความเข้มข้น ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของประชาชนและทุกภาคส่วน ยืนยันว่าบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขทุกคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) เปิดเผยว่า เพื่อป้องกันมิให้เกิดการระบาดและการเสียชีวิตในผู้สูงอายุ สบส. จึงแจ้งแนวทางการดำเนินการและการบริหารจัดการสำหรับกิจการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงทุกแห่งที่ขึ้นทะเบียนกับกรม สบส. ให้ทุกแห่งปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากพบว่าสถานประกอบการแห่งใดย่อหย่อนมาตรฐาน จะมีคำสั่งให้แก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้องเหมาะสมภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่หากพบว่าไม่ปฏิบัติตามจะมีการดำเนินการในขั้นต่อไปคือ สั่งปิดเป็นการชั่วคราว หรืออาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่ามีลูกจ้างคนหนึ่งถูกนายจ้างไล่ออกจากงานและที่พัก พร้อมภรรยาและบุตร หลังแจ้งผลการตรวจพบเชื้อโควิดให้นายจ้างว่า การไล่ผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วยโควิด-19 จะทำให้เกิดผลเสีย และอาจเข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ เนื่องจากอาจทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายออกไปในวงกว้างยากต่อการควบคุมโรค อาจทำให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ หากพบผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคโควิด-19 ให้เจ้าของบ้านเช่า หอพัก หรือเจ้าของสถานประกอบการ รีบแจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อทราบโดยเร็ว ส่วนการหาเตียงให้ผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยที่มีหลักประกันสุขภาพ ติดต่อกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) โทร. 1330 หรือกรณีเป็นผู้ประกันตน แจ้งสำนักงานประกันสังคม (สปส.) โทร. 1506 จะมีเจ้าหน้าที่ประเมินอาการเบื้องต้น ถ้ามีอาการไม่รุนแรง จะแนะนำให้แยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) ก่อน โดยจะจัดส่งชุดเวชภัณฑ์ดูแลรักษาโรคเบื้องต้นไปให้ที่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า พบผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ 641 ราย แยกเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำสีแดง 558 ราย และห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 83 ราย โดยขณะนี้ยังมีผู้ต้องขังติดเชื้อที่อยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 6,260 ราย แบ่งเป็นกลุ่มสีเขียว 84.2 เปอร์เซ็นต์, สีเหลือง 15.4 เปอร์เซ็นต์ และสีแดง 0.4 เปอร์เซ็นต์ มีผู้ป่วยที่รักษาหายสะสมแล้ว 37,065 ราย หรือ 84.7 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ติดเชื้อสะสม 43,740 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ทำให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตสะสม 49 ราย โดยเป็นผู้ต้องขังชายอายุ 68 ปี มีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง&amp;nbsp;
เร่งเปิดศูนย์พักคอย 52 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เยี่ยมการปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 เชิงรุก (Bangkok CCRT) ในพื้นที่เขตมีนบุรี ชุมชนเคหะรามคำแหง ซอยรามคำแหง 190/3 ชุมชนรุ่งนภา 2 และคลองสอง ต้นนุ่น เขตมีนบุรี ฉีดวัคซีนให้กลุ่มเป้าหมาย และค้นหาผู้ติดเชื้อในชุมชน โดยการตรวจคัดกรองด้วยชุดตรวจแอนติเจน จากนั้น ตรวจความพร้อมเปิดศูนย์พักคอย ที่ศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อที่ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เขตมีนบุรี ซึ่งขณะนี้ได้ขยายเตียงเพิ่มอีก 200 เตียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัด กทม.กล่าวว่า กทม.ได้เร่งเปิดศูนย์พักคอยให้ครอบคลุมพื้นที่ระบาด โดยจะเปิด 52 แห่ง ภายในสิ้นเดือน ก.ค.นี้ ซึ่งจะรอรับผู้ป่วยโควิดสีเขียวได้ถึง 6,000 คน โดยขณะนี้สำนักการแพทย์ กทม. กำลังคัดเลือกกลุ่มเขตละ 1 แห่ง เพิ่มศักยภาพเพิ่มเครื่องมือแพทย์ขึ้นเป็น รพ.สนาม ซึ่งจะมีทั้งหมด 6 กลุ่มเขต &amp;nbsp;เขตละ 100 เตียง รวม 600 เตียง รองรับผู้ป่วยสีเหลือง และล่าสุด รพ.ราชพิพัฒน์ จะเพิ่มเตียงรองรับผู้ป่วยสีแดงได้อีก 40 เตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ Bangkok CCRT ลงพื้นที่ชุมชนแล้ว 1,317แห่ง มีประชาชนเข้ารับบริการ 57,767 ราย ให้บริการฉีดวัคซีนแล้ว 42,080 ราย โดยตั้งเป้าการตรวจคัดกรองเชิงรุกค้นหาผู้ติดเชื้อให้ครบ 2,016 ชุมชน ภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการให้มีการปรับปรุงพื้นที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 14 แห่งทั่วประเทศ ตามแนวชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นสถานที่กักกันโรค เพื่อเข้าสู่การคัดกรองและควบคุมโรคติดเชื้อ โดยมีจำนวนผู้ต้องกักสะสมตั้งแต่ พ.ค.-ก.ค.2564 จำนวนกว่า 1,600 คน ปัจจุบันเหลือผู้ต้องกักกว่า 200 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีหลายวัดทยอยร่วมเจตนารมณ์ &amp;quot;เผาศพโควิดฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย&amp;quot; โดยมีวัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 62 วัด, วัดในจังหวัดปริมณฑล จำนวน 124 วัด, วัดในส่วนภูมิภาค จำนวน 407 วัด รวมทั้งสิ้น 593 วัด นอกจากนี้มีวัดและสถานที่ในสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทั่วประเทศ ได้ดำเนินการปรับพื้นที่เป็นโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย และสถานที่กักตัวรอดูอาการผู้ติดเชื้อแล้ว จำนวน 118 แห่ง ซึ่งมีความพร้อมรองรับและสนับสนุนการดำเนินงานทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งได้สั่งการให้ พศ. ดูแลคณะสงฆ์และผู้ปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดอย่างเต็มที่ โดยให้พิจารณาจัดหาอุปกรณ์ป้องกันเชื้อให้ทางวัด อีกทั้งให้เร่งประสานขอฉีดวัคซีนให้พระสงฆ์ สัปเหร่อและผู้ปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดอย่างเร่งด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้กองทัพจัดกำลังลงพื้นที่ตั้ง &amp;ldquo;จุดบริการประชาชน&amp;rdquo; ในชุมชน 13 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม โดยกำลังทหารได้กระจายลงพื้นที่ชุมชนต่างๆ แล้ว รวม 110 &amp;nbsp;จุด โดยเป็นพื้นที่ใน กทม. 44 จุด เช่น ชุมชนวัดมะกอก สามพะยา วัดลาดบัวขาว วัดสะพาน สวนพลู ตลาดยิ่งเจริญ และตลาดดินแดง เป็นต้น โดยประชาชนในพื้นที่สามารถแจ้งเหตุเพื่อขอรับการช่วยเหลือได้ในทุกกรณี ซึ่งจะช่วยรองรับแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ อยู่ระหว่างเร่งจัดเตรียม รพ.สนาม โดย รพ.สนามสโมสร ทบ. รองรับผู้ป่วยได้ 300-400 ราย และ รพ.สนามสโมสร ตร. รองรับผู้ป่วยได้ 200 ราย คาดว่าจะเร่งเปิดใช้ได้ภายใน 30 ก.ค.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111097</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชี้สถานการณ์วิกฤติมาก, ติดเชื้อทะลุ, ทุบสถิติอีก, มีผู้ติดเชื้อรายใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210725/image_big_60fd194be47d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้นายกฯขอโทษแทงม้าตัวเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ชม ผอ.สถาบันวัคซีนฯ ขอโทษประชาชน เป็นเรื่องดีที่พูดข้อเท็จจริง กำชับสร้างความเข้าใจให้ทั่วถึง &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ขยี้ซ้ำเป็นใบเสร็จมัด &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ล้มเหลวตัดสินใจผิดพลาด จี้ขอโทษทำไทยตกขบวนโคแวกซ์ หยุดโยนแพะรับบาป &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ย้อนถามเมื่อไหร่จะยอมรับผิดพลาดเรื่องแทงม้าตัวเดียวทำให้ได้รับวัคซีนช้า น้อยและไม่มีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบศ. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ช่วงหนึ่ง นายกฯ กำชับผู้ว่าราชการจังหวัด อบจ. อบต. เทศบาล สื่อสารประชาชนให้ทั่วถึงสร้างความเข้าใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างเช่นที่ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติชี้แจงการจัดหาวัคซีน รวมถึงมีการขอโทษประชาชน ถือเป็นเรื่องที่ดี พูดข้อเท็จจริงกับประชาชน อยากให้พูดข้อเท็จจริงแบบนี้ทุกเรื่องกับประชาชน เพราะเวลานี้หลายเรื่องถูกนำไปบิดเบือนเมื่อไม่มีความชัดเจน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายแพทย์นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ออกมาขอโทษประชาชนที่จัดหาวัคซีนล่าช้า ทำไทยตกขบวนโคแวกซ์ว่า ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันในสภาว่าตัดสินใจถูกต้องที่ไม่เข้าร่วมโคแวกซ์ เพราะไทยไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับวัคซีนฟรี เป็นประเทศที่อยู่ในฐานะปานกลาง ถ้าเข้าร่วมต้องใช้เงินจำนวนมาก และเลือกวัคซีนไม่ได้ แต่การออกมาขอโทษของผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ และบอกว่าจะขอเข้าร่วมโคแวกซ์ เป็นใบเสร็จและหลักฐานชิ้นสำคัญมัดรัฐบาลว่าล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถจัดหาวัคซีนมาฉีดให้ประชาชนอย่างเพียงพอ จนคนติดเชื้อวอดวาย ยอดคนตายพุ่งกระฉูด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าวว่า การไม่เข้าร่วมโคแวกซ์ นอกจากจะไม่ใช่การตัดสินใจที่ถูกต้อง อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์พูด ยังเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดเสียหายรุนแรง ทำประเทศชาติและประชาชนเข้าสู่วิกฤติอย่างไม่น่าให้อภัย จึงขอถาม 3 คำถามดังนี้ 1.ในเมื่อทุกประเทศในอาเซียนเข้าร่วมโคแวกซ์ ทำไมประเทศไทยถึงไม่เข้าร่วม 2.การบอกว่าไทยเป็นประเทศฐานะปานกลาง เข้าร่วมโคแวกซ์ไม่ได้ ทำไมสิงคโปร์ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงกว่าไทยถึงเข้าร่วมได้ 3.คำแนะนำของแอสตร้าเซนเนก้า ที่แนะนำว่านอกจากจะซื้อวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้าแล้ว ควรเข้าร่วมโคแวกซ์ ทำไมจึงเพิกเฉย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติออกมาขอโทษประชาชน เป็นการออกมาขอโทษเอง หรือมีใครในรัฐบาลแอบหลบข้างหลังข้าราชการ แล้วดันให้ออกมาขอโทษแทนในความผิดพลาดล้มเหลวของนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเบี่ยงเบนประเด็น และกลบความผิดพลาดล้มเหลวของตัวเองหรือไม่ รัฐบาลตัดสินใจเชิงนโยบายผิดพลาดครั้งใหญ่ จนเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ทำผิดต้องกล้ายอมรับผิด ขอโทษประชาชนอย่างจริงใจ ไม่ใช่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และต้องสารภาพกับประชาชนว่ายังมีอะไรโกหกหรือปิดบังประชาชนหรือไม่&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือหลักฐานของความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการแก้ไขวิกฤติการระบาดของโควิด-19 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นตัวตั้ง และให้บทผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนฯ เป็นแพะรับบาปออกรับหน้าแทน หวังปัดความรับผิดชอบออกจากรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพ และลดแรงต้านของสังคมเท่านั้น วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข, ที่ปรึกษา และบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ต้องหยุดลอยตัวเหนือปัญหา ต้องออกมารับผิดชอบกับชีวิตและความสูญเสียของพี่น้องประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การบริหารของพลเอกประยุทธ์บังคับให้คนเจ๊ง บีบให้คนตาย ไม่เหลือทางให้รอด วันนี้ท่านควรถอยออกไป ไม่ใช่ดันทุรังบอกจะสู้จนกว่าจะชนะ ท่านสู้อยู่กับอะไร เหตุใดประชาชนถึงอดอยากล้มตายจากการต่อสู้ของท่านได้มากมายขนาดนี้ &amp;quot; นายชนินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส. หนองคาย และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จังหวัดหนองคาย เป็นจังหวัดชายแดนที่มีการค้าขายมากกับประเทศเพื่อนบ้าน เศรษฐกิจของหนองคายจึงขึ้นกับกำลังซื้อจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ตัวเลขผู้ได้รับวัคซีนอ้างอิงตามหมอพร้อม จ.หนองคาย มีประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีนในวันที่ 21 กรกฎาคม 2564 จำนวน 750 ราย รวมแล้วมีประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนสะสมทั้งหมด 96,392 ราย คิดเป็น 15.37% เท่านั้น ในขณะที่ในกรุงเวียงจันทน์มีประชากรลาวที่ได้รับการฉีดวัคซีนในสัดส่วนที่มาก อีกทั้งยังได้รับการฉีดวัคซีน mRNA เช่นไฟเซอร์ ที่มีคุณภาพดีกว่าวัคซีนที่ไทยใช้ ดังนั้นแล้วไทยจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์น่าจะรู้ดีถึงข้อจำกัดของตัวเองในเรื่องนี้ และไม่ควรจะดื้อรั้นอีกต่อไป ซึ่งจะสร้างปัญหาให้ประเทศมากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ทวีตข้อความบนทวิตเตอร์ส่วนตัว ระบุว่า ยอมรับผิดเรื่อง COVAX หลังจากผ่านไปแล้ว 9 เดือน แล้วเมื่อไรจะยอมรับผิดพลาดเรื่องแทงม้าตัวเดียว ที่ทำให้คนไทยได้รับวัคซีนช้า &amp;nbsp;น้อย และไม่มีประสิทธิภาพ ผมจะรอฟังคำแถลงการยอมรับความผิดพลาดอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลและคุณประยุทธ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 แถลงความคืบหน้าการประชุมกมธ. ว่าการพิจารณาในส่วนของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้มี กมธ.สอบถามเกี่ยวกับการนำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์ม ซึ่งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ชี้แจงว่า งบประมาณในการจัดซื้อวัคซีนเป็นการของบสำรองจ่ายมาจากทรัพย์สินส่วนพระองค์ ปัจจุบันหน่วยงานมีการนำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์มจำนวน 3 ล้านโดส และภายใน 2 สัปดาห์ จะได้รับการส่งมอบวัคซีนอีก 2 ล้านโดส รวมทั้งสิ้น 5 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หน่วยงานได้มีแผนดำเนินการเพื่อจัดซื้อวัคซีนซิโนฟาร์มจำนวนทั้งหมด 9 ล้านโดส ภายในเดือน ก.ค.-ส.ค.64 โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดหาวัคซีนของหน่วยงานในครั้งนี้คือ เพื่ออุดช่องว่างในช่องที่สถานการณ์ความต้องการวัคซีนในประเทศมีไม่เพียงพอ โดยมีแนวทางในการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเพื่อจัดสรรวัคซีน ได้แก่ ผู้พิการ พระ นักบวชทางศาสนา ผู้สูงอายุ และผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงการจัดสรรวัคซีนหลัก เช่น หญิงตั้งครรภ์&amp;rdquo; นายเรืองไกรกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110769</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผอ.สถาบันวัคซีนฯ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เป็นเรื่องดีที่พูดข้อเท็จจริง, ไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4d0a59ec215.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
