<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไวรัสเขย่าโลก! จีนตายแล้ว41ติดเชื้่อ1,287คน/วัคซีนต้องรออีก3เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โลกตกอยู่ในความหวาดกลัวจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อย่างหนัก หลังเริ่มระบาดออกจีนไปหลายประเทศแล้ว ยอดในจีนตายไปแล้ว 41 คน ติดเชื้อ 1,287 คน ทางการส่งแพทย์ทหาร 450 นายเข้าอู่ฮั่น ขณะที่ &amp;quot;นพ.เหลียง&amp;quot; เป็นบุคลากรทางการแพทย์คนแรกที่เสียชีวิต สถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อสหรัฐเตรียมทดสอบวัคซีนในคนอีก 3 เดือนข้างหน้า สำหรับสถานการณ์ในไทยตั้งรับเต็มที่ &amp;quot;เสี่ยหนู&amp;quot; ยันไม่ประมาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทั่วทั้งโลกยังตื่นตระหนกกับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า จีนได้ส่งคณะเจ้าหน้าที่แพทย์ของกองทัพ 450 นาย ไปยังเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ทางภาคกลางของประเทศที่เป็นต้นตอระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานระบุว่า คณะเจ้าหน้าที่แพทย์ชุดนี้เดินทางด้วยเครื่องบินกองทัพถึงเมืองอู่ฮั่นแล้วตั้งแต่เย็นวันศุกร์ และจะกระจายกันไปตามโรงพยาบาลที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลกลางในการเข้าไปควบคุมไวรัสที่คร่าชีวิตคนในจีนไปแล้ว 41 คน ติดเชื้อ 1,287 คนทั่วประเทศ หลังจากพบผู้ป่วยครั้งแรกเมื่อกลางเดือน ธ.ค.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะเจ้าหน้าที่แพทย์ชุดนี้ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านโรคทางเดินหายใจ โรคติดเชื้อ การควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล และการดูแลผู้ป่วยวิกฤติ บางนายมีประสบการณ์รับมือกับโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือซาร์ส และโรคอีโบลามาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เว็บไซต์เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ สื่อยักษ์ใหญ่ของฮ่องกง รายงานว่า นพ.เหลียง อู่ตง ศัลยแพทย์โรงพยาบาลซินหัว ในมณฑลหูเป่ย์ ซึ่งต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนาเสียชีวิตแล้วในช่วงเช้าวันเสาร์ เป็นการสูญเสียบุคลากรการแพทย์คนแรกตั้งแต่ไวรัสโคโรนาตัวใหม่เริ่มแพร่เมื่อปลายเดือนที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เหลียงเสียชีวิตเมื่อเวลา 07.00 น. ขณะอายุ 62 ปี และคุณหมอท่านนี้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อน และถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลจินยินตัน ในเมืองอู่ฮั่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองอู่ฮั่นมีประชากร 11 ล้านคน ทางการได้สั่งปิดเมืองแล้ว เที่ยวบินขาเข้าขาออกทั้งหมดถูกยกเลิก มีด่านตามถนนสายหลักห้ามคนเข้า-ออกเมือง ขณะที่เมืองโดยรอบกว่า 10 เมืองก็ถูกปิดเช่นเดียวกัน เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านผู้ป่วยในต่างประเทศ พบผู้ป่วยรายใหม่ 3 คนในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นครั้งแรกของทวีปยุโรปที่พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสตัวนี้ สหรัฐอเมริกาพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นรายที่ 2 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคได้ยกระดับการเตือนภัยเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นระดับ 3 คือหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปยังมณฑลหูเป่ย์ นอกจากนั้นมีการยืนยันแล้วในไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐ สิงคโปร์ เวียดนาม ฝรั่งเศส เนปาล และออสเตรเลีย อย่างไรก็ดี สถานการณ์ของโรคในต่างประเทศยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทางการมาเลเซียเปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 3 รายแรกในรัฐยะโฮร์ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนของสิงคโปร์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดลูคฟลาย อาหมัด รมว.สาธารณสุขของมาเลเซีย เปิดเผยว่า ผู้ที่ติดเชื้อ 3 รายดังกล่าวเป็นชาวจีน ซึ่งเป็นภรรยาและหลาน 2 คนของชายวัย 66 ปีที่ได้รับการตรวจสอบพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาในประเทศสิงคโปร์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดลูคฟลายชี้แจงว่า เนื่องจากทางการสิงคโปร์และมาเลเซียได้แบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน จึงได้มีการติดตามเฝ้าดูอาการของบุคคลที่ติดเชื้อทั้ง 3 รายดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บุคคลที่ติดเชื้อทั้ง 3 รายได้ถูกย้ายออกจากรัฐยะโฮร์แล้ว และกำลังได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลซันไกบูลอร์ในรัฐสลังงอร์
รอวัคซีนอีก 3 เดือนข้างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า พบผู้ป่วยรายที่ 3 ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ภายในประเทศ ผู้ป่วยดังกล่าวเป็นสตรีที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นของจีน ซึ่งเป็นต้นตอการระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าว โดยเดินทางมาถึงญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกประกาศให้เชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่เป็นเหตุฉุกเฉินในจีน แต่ยังไม่ประกาศให้เป็นเหตุฉุกเฉินระดับโลก แม้ว่าพบผู้ติดเชื้อหลายประเทศมากขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แอนโทนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อสหรัฐ (National Institute of Allergy and Infectious Diseases) และแคทเทอรีน ลุส ผู้ช่วยศาสตราจารย์แผนกโรคติดเชื้อแห่งมหาวิทยาลัยเพนน์สเตต ระบุในวารสารทางการแพทย์ JAMA ว่านับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคซาร์สในปี 2003 ได้ส่งผลให้ความก้าวหน้าของวัคซีนพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยได้ถอดลำดับจีโนมของไวรัสซาร์สมาเป็นประโยชน์ในการทดสอบวัคซีนดีเอ็นเอระยะที่ 1 ภายใน 20 เดือน และย่นระยะเวลาจนเหลือ 3.25 เดือนในไวรัสอื่นๆ ดังนั้นจึงคาดว่าน่าจะสามารถพัฒนาวัคซีนต้นแบบสำหรับโคโรนาไวรัสได้ และพร้อมทดสอบกับคนในอีก 3 เดือนข้างหน้า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิจัยหวังว่าจะสามารถรับมือกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ได้เร็วขึ้น เมื่อใช้เทคโนโลยี mRNA หรือเมสเซนเจอร์ อาร์เอ็นเอ โดยระบุเพิ่มเติมว่า แอนจิโอเทนซิน-คอนเวอร์ติงเอนไซม์ 2 หรือ ACE2 เป็นตัวรับเด่นสำหรับไกลโคโปรตีนที่โรคซาร์สในมนุษย์ การวิเคราะห์นี้เองที่บ่งชี้ว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้มีความคล้ายคลึงกับกรดอะมิโนในไวรัสซาร์ส และอาจใช้เจ้า ACE2 เป็นตัวรับ นับเป็นนัยสำคัญในการคาดการณ์การแพร่ระบาดของโรคในอนาคตอีกด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแพร่ระบาดของโรคในมนุษย์ครั้งนี้ ทางสถาบันการแพทย์สหรัฐและจีนกำลังดำเนินงานร่วมกันเพื่อพัฒนาวัคซีนต่อต้าน ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ยังเร็วไปที่จะประกาศให้การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีนเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC)
&amp;quot;เสี่ยหนู&amp;quot;ยันไทยเข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ยืนยันว่า มาตรการการคัดกรองผู้ป่วย กระทรวงสาธารณสุขและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเข้มงวดมากว่า 2 สัปดาห์ ขอให้มั่นใจว่าทางการไม่เคยเพิกเฉย โดยปฏิบัติตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก และที่ผ่านมา มีประสบการณ์ในการเผชิญหน้ากับโรคระบาด ทั้งโรคไข้หวัดนก โรคเมอร์ส โรคซาร์ส ซึ่งทางการไทยจัดการได้เป็นอย่างดีเยี่ยมจนนานาชาติให้การยอมรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หลังจากทางการจีนสั่งปิดเมืองอู่ฮั่นและบางเมืองไปแล้ว ทางการไทยจะผ่อนคลายมาตรการหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทางการไทยไม่ประมาทแน่นอน และยินดีที่ทางการจีนตัดสินใจเช่นนั้น เพราะถือเป็นการลดความเสี่ยงจากการระบาดของโรค สำหรับประเทศไทย เราไม่ชะล่าใจ ล่าสุดสั่งการให้ติดตั้งเครื่องสแกนอุณหภูมิผู้โดยสารทั่วสนามบิน ในสนามบินที่ต้องรองรับผู้โดยสารที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สำหรับ GATE ขาเข้าออกจากเมืองอู่ฮั่น ขณะนี้ ไม่มีผู้โดยสาร จึงย้ายอุปกรณ์สแกนไปติดตั้งที่ GATE อื่นๆ แทน เรามั่นใจว่าสามารถสแกนผู้โดยสารได้ครบทุกคน และถ้าพบผู้โดยสารมีไข้ หากประเมินดูแล้วมีความเสี่ยง จะส่งเข้าโรงพยาบาลทันที เช่นเดียวกับผู้โดยสารขาออก หากมีไข้และมีโอกาสติดเชื้อ ปล่อยขึ้นเครื่องบินไม่ได้ ต้องถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ไม่มีสายการบินที่บินตรงจากเมืองอู่ฮั่นเข้ามายังไทย จึงไม่ได้ตั้งคัดกรองที่สายการบินที่มาจากอู่ฮั่นแล้ว โดยยืนยันว่าไม่ได้ถอนหรือยกเลิกระบบการคัดกรองที่ท่าอากาศยาน แต่ย้ายการคัดกรองมาที่ประตูเครื่องบินของสายการบินที่มาจากเมืองรอบๆ เมืองอู่ฮั่นแทน&amp;quot; รมว.สาธารณสุขกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวผู้ป่วยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า การจะประกาศว่าไทยมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาให้รอการแถลงอย่างเป็นทางการจาก สธ. ว่ามีทั้งหมดกี่ราย ซึ่งเราไม่มีการปกปิด หากพบก็จะมีการให้ข้อมูลแก่สาธารณะแน่นอน และไทยยังต้องให้ข้อมูลแก่ทางองค์การอนามัยโลก ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศด้วยว่ามีผู้ป่วยกี่ราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า กรณีผู้ป่วยที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขอทำความเข้าใจว่าเป็นผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การสอบสวนโรค (PUI) เนื่องจากเข้าเกณฑ์ทั้ง 3 ส่วน คือ มีไข้ อาการทางเดินหายใจ และมาจากอู่ฮั่น โดยผู้ป่วยมาขอรับบริการที่ รพ. เนื่องจากมีไข้ รพ.เมื่อตรวจสอบคัดกรองได้จึงแจ้งเข้ามา และได้นำผู้ป่วยเข้าห้องแยกโรคความดันเป็นลบตามปกติ และเก็บสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ส่วนการจะบอกว่าผู้ป่วยแต่ละรายยืนยันว่าเป็นป่วยจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือไม่ ต้องพิจารณาข้อมูล 3 ด้าน คือ 1.อาการทางคลินิกว่าน้อยมากรุนแรงแค่ไหน 2.ข้อมูลทางระบาดวิทยา ติดเชื้อจากไหน สัมผัสกับใคร และ 3.ผลแล็บ ซึ่งเราไม่ได้ตรวจเฉพาะเชื้อนี้ แต่ตรวจเชื้อตัวอื่นควบคู่ด้วย เพราะหากไม่พบโคโรนาไวรัสก็ต้องหาตัวอื่นเพื่อรักษาคนไข้ให้หาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปกติเราจะเฝ้าระวังคนที่มาจากพื้นที่ระบาดเพิ่มเติม ล่าสุดตอนนี้มีการอัพเดตข้อมูลและประกาศที่หน้าเว็บไซต์ของกรมควบคุมโรค คือเมืองเอินซือ, เสี้ยวก่าน, เสียนหนิง, หวงสือ, เซียนเถา, เฉียนเจียง, จิ่นโจว, ลีฉวน, หวงกัง, ชื่อปี้, เอ้อโจว, จือเจียง, อู่ฮั่น และเมืองกว่างโจว โดยดูข้อมูลว่ามีอาการทางเดินหายใจคือ ไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก พอกรองคนได้ตามเงื่อนไขก็จะส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานสูง 2 แห่ง ใช้เวลา 24 ชั่วโมงจึงจะทราบผล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในพื้นที่ต่างๆ ที่มีการพบเคสผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค อาจจะมีการสื่อสารเร็วเกินไปจนทำให้เกิดการเข้าใจผิดหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีเคสเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคราวๆ กว่า 50 ราย แต่ที่เข้าเกณฑ์จริงๆ เป็นเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่คือ 5 รายส่วนใหญ่พบว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ เป็นอาร์เอสวีบ้าง หรือเป็นการป่วยจากเชื้ออื่นๆ&amp;rdquo; นพ.โสภณกล่าว
ยังไม่พบผู้ติดเชื้อที่ภูเก็ต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ต้องคัดกรองเพิ่มอีก 10 เมือง เรื่องอุปกรณ์และกำลังคนเพียงพอหรือไม่ ต้องเพิ่มเติมส่วนใดอีกหรือไม่ นพ.โสภณกล่าวว่า ในส่วนของเครื่องไม้เครื่องมือยังใช้ได้อยู่ เพราะสายการบินไม่ได้ลงพร้อมกัน แต่เราจะประสานงานการท่าอากาศยานฯ ขอให้เที่ยวบินจากเมืองเสี่ยงลงจอดที่เกตเดิมหรือใกล้เคียง เพราะฉะนั้นเครื่องมือไม่จำเป็นต้องเพิ่ม แต่ในส่วนกำลังคนจะต้องหามาเพิ่ม เพราะปริมาณงานเพิ่มขึ้นประมาณ 2-3 เท่าของอัตราปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จตุชัย? มณีรัตน์? นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า แม้ตอนนี้ยังไม่พบผู้ป่วยที่ติดเชื้อ แต่ในพื้นที่เชียงใหม่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง? ส่วนผู้ป่วยต้องสงสัยรายที่? 6? ล่าสุดเด็ก?ชายชาวจีนวัย? 9? ขวบ ต้องรอผลตรวจยืนยัน? 1-2? วันนี้? พร้อมขอความร่วมมือการท่าอากาศยานเชียงใหม่จัดห้องแยกผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคที่ได้มาตรฐาน สะดวก ปลอดภัย และคัดกรองนักท่องเที่ยวด้วยเครื่อง Thermo scan เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทุกสายการบินที่เดินทางมาจากจีน แม้เมืองอู่ฮั่น?จะยกเลิกแล้วก็ตาม?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ เผยว่า? จากการปิดเมืองอู่ฮั่น?สายการบินแอร์ ไชน่า งดเที่ยวบินตรงเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค. ไปจนถึงวันที่ 4 ก.พ. มีนักท่องเที่ยวจีนตกค้างไม่สามารถกลับเมืองอู่ฮั่นในนี้ได้กว่า?? 200-300? ราย ทางท่าอากาศยานฯ ได้มีการจัดเตรียมหลุมจอดพิเศษให้กับทางสายการบินที่บินมารับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ตกค้าง โดยจากข้อมูล ทางสายการบินจะส่งเครื่องบินมารับผู้โดยสารไปลงที่เมืองปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้? จากนั้นจะให้ผู้โดยสารที่เดินทางกลับเข้าไปพักตามที่ต่างๆ ก่อน เพราะว่าเมืองอู่ฮั่นขณะนี้ไม่สามารถเดินทางเข้า-ออกได้ ซึ่งคาดว่าอีก 2-3 วันจะสามารถระบายชาวจีนที่ตกค้างได้ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวงศกร นุ่นชูคันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า &amp;nbsp;ภูเก็ตมีเที่ยวบินตรงจากเมืองอู่ฮั่นวันละ 3 เที่ยวบิน มีการตรวจคัดกรองเฝ้าระวังโรคไวรัสโคโรนาตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.63 เป็นต้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุขและจังหวัดภูเก็ต ให้ความสำคัญ ได้มอบให้นายเรวัต อารีรอบ ร่วมประชุมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เน้นย้ำในด้านต่างๆ แนวทางการคัดกรองให้เข้มข้นยิ่งขึ้น &amp;nbsp;จากนี้ไปจะมีการคัดกรองนักท่องเที่ยวทั้งขาเข้าและขาออกเพิ่มมาตรการยกระดับเข้มงวดการคัดกรองให้สูงขึ้น ยืนยันว่าทุกภาคส่วนของภูเก็ตทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างความเชื่อมั่นการท่องเที่ยว ขอให้มั่นใจว่าจะให้การดูแลอย่างดีที่สุดในการควบคุมป้องกันโรคระบาดโคโรนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า การตรวจคัดกรองผู้โดยสาร นักท่องเที่ยวท่าอากาศยานภูเก็ต ตั้งแต่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้แจ้งกักตัวนักท่องเที่ยวจีนจำนวน 12 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ได้อนุญาตไปใช้ชีวิตตามปกติแล้ว 8 ราย เนื่องจากไม่พบความผิดปกติจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือเป็นเพียงไข้หวัดใหญ่แบบ A และ B เท่านั้น ยังคงอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ 4 ราย ประกอบด้วย โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต 2 ราย, โรงพยาบาลถลาง &amp;nbsp;1 ราย และโรงพยาบาลป่าตอง 1 ราย &amp;nbsp;คาดว่าทราบผลตรวจเลือดจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์,สถาบันบำราศนราดูร และ รพ.จุฬาฯ ในวันที่ 27 ม.ค.นี้ ขอยืนยันยังไม่มีผู้ติดเชื้อในจังหวัดภูเก็ต ทางโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โรงพยาบาลถลาง โรงพยาบาลป่าตอง มีความพร้อมในสถานที่ห้องแยกโรคติดเชื้อ ควบคุมพิเศษ รวมทั้ง 3 แห่ง รวม 8 ห้อง มีแพทย์พยาบาลอุปกรณ์ทันสมัย สามารถให้การดูแลได้เป็นอย่างดี&amp;quot;นพ.เฉลิมพงษ์กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55475</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระบาดหลายประเทศ, วัคซีน, สถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียชีวิต, โคโรนา, ไวรัสโคโรนา, ไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200125/image_big_5e2c48148710b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55275</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาโคโรนาใหม่กลายพันธุ์ จีนติดเชื้อพุ่ง440ไทยรายที่4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่ 2019 คร่าชีวิตผู้ป่วยในจีน 9 รายแล้ว ติดเชื้อพุ่งเกิน 440 คน จีนเตือนไวรัสอาจกลายพันธุ์และแพร่กระจาย เมืองอู่ฮั่นแนะคนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า สหรัฐเจอล้มป่วยคนแรก เกาหลีเหนือปิดประเทศงดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หญิงไทยติดเชื้อจากอู่ฮั่นเป็นรายที่ 4 ในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 น่าวิตกมากขึ้น เมื่อจำนวนผู้เสียชีวิตและติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 22 มกราคม 2563 อ้างคำแถลงของหลี่ ปิน รัฐมนตรีช่วยว่าการที่กำกับดูแลคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน วันเดียวกันว่า ผู้เสียชีวิตเพราะไวรัสชนิดนี้เพิ่มเป็น 9 รายแล้ว และมีผู้ติดเชื้อทั่วประเทศจีนอย่างน้อย 440 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองอู่ฮั่นภาคกลางของจีน นอกจากนี้ยังมีประชาชนอีก 1,394 คนถูกเฝ้าสังเกตอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวด้วยว่า โรคนี้แพร่เชื้อผ่านระบบทางเดินหายใจเป็นส่วนใหญ่ และมี &amp;quot;ความเป็นไปได้ของการกลายพันธุ์ของไวรัสและการแพร่กระจายโรคมากขึ้น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เริ่มการประชุมฉุกเฉินที่นครเจนีวาในวันพุธ เพื่อลงความเห็นว่าจะประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศหรือไม่ หลังจากพบการติดเชื้อแล้วในหลายประเทศและดินแดนภายนอกจีน ทั้งไทย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, มาเก๊า, ฮ่องกง และสหรัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อรายแรกในสหรัฐนั้นเป็นผู้ที่มีถิ่นพำนักในเมืองซีแอตเติล อายุราว 30 ปีเศษ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขรัฐวอชิงตันเผยว่า เขามีพื้นเพจากเมืองอู่ฮั่น เดินทางกลับสหรัฐเมื่อวันที่ 15 มกราคม สองวันก่อนหน้าที่สนามบินหลักๆ ของสหรัฐจะเริ่มใช้มาตรการคัดกรองผู้โดยสารจากอู่ฮั่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนจำแนกการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่นี้ให้อยู่ในประเภทเดียวกับโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) ที่เคยแพร่ระบาดช่วงปี 2545-2546 คร่าชีวิตชาวจีนและฮ่องกงรวมกันเกือบ 650 คน ผู้เชี่ยวชาญจีนระบุว่าไวรัสชนิดนี้อยู่ในวงศ์เดียวกับซาร์ส แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่ามีแหล่งกำเนิดจากสัตว์ชนิดใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลี่กล่าวว่า จีนจะเร่งค้นคว้าวิจัยเพื่อระบุแหล่งต้นตอของไวรัสและการแพร่เชื้อโรค แม้ผู้เชี่ยวชาญจะเชื่อว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เชื่อมโยงถึงเมืองอู่ฮั่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองในมณฑลหูเป่ย์แห่งนี้มีประชากรราว 11 ล้านคน สื่อทางการจีนรายงานว่า ตำรวจได้ตั้งจุดตรวจรถยนต์ที่ขนย้ายสัตว์ปีกและสัตว์ป่าทั้งขาเข้าและออกจากเมือง เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิประชาชนที่เดินทางทั้งทางรถยนต์, รถไฟ และเครื่องบิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจว เซียนหวัง นายกเทศมนตรีอู่ฮั่น กล่าวกับสถานีซีซีทีวีว่า เราแนะนำประชาชนว่า หากไม่มีความจำเป็นก็อย่าเดินทางมาที่อู่ฮั่น ส่วนผู้คนในเมืองนี้ก็ได้รับคำแนะนำว่าอย่าเดินทางออกนอกเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลท้องถิ่นของเมืองนี้ประกาศยกเลิกกิจกรรมสาธารณะขนาดใหญ่หลายกิจกรรม และห้ามกรุ๊ปทัวร์ออกจากเมืองนี้แล้ว นอกจากนี้การแข่งขันฟุตบอลหญิงคัดเลือกโอลิมปิก ที่เดิมจะจัดที่อู่ฮั่นวันที่ 3-9 กุมภาพันธ์นี้ ก็ถูกย้ายไปจัดที่เมืองหนานจิงในภาคตะวันออกของจีนแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของบริษัทนำเที่ยวในเกาหลีเหนือ ยังไพโอเนียร์ทัวร์ ซึ่งมีฐานอยู่ในจีน เปิดเผยว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือได้ปิดพรมแดนชั่วคราว ห้ามนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าประเทศ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมทางไกลกรณี &amp;ldquo;โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019&amp;rdquo; กับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า สถานการณ์ประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 3-21 ม.ค.63 คัดกรองไปแล้วจำนวน 123 เที่ยวบินจากเมืองอู่ฮั่น ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งสิ้น 19,480 ราย โดยนักท่องเที่ยวชาวจีน 2 ราย ที่ได้รับการตรวจยืนยัน แพทย์ได้ให้การรักษาหายและส่งกลับประเทศแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในรอบสัปดาห์นี้พบผู้ป่วยอีก 2 รายรายแรกเป็นหญิงไทยมีประวัติไปเที่ยวที่เมืองอู่ฮั่น รับการตรวจรักษาที่ รพ.นครปฐม ขณะนี้อาการดีขึ้นแล้ว ส่วนรายที่ 2 เป็นนักท่องเที่ยวจีน เป็นผู้ชาย ถูกตรวจคัดกรองมีไข้สูงที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ผลการตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.สธ.กล่าวว่า ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าระบบการแพทย์และสาธารณสุขของไทยมีความทันสมัย พร้อมรับมือสถานการณ์ แม้เป็นเชื้อที่พบใหม่ ขณะนี้ไทยยังไม่มีรายงานการติดจากคนสู่คน เรามีการเฝ้าระวัง คัดแยกคนเข้าเมือง มีระบบการติดตามผู้สัมผัส ทั้งคนขับรถ แพทย์ พยาบาล คนเข็นเปล สำหรับผู้ป่วย 2 รายใหม่ที่พบหากผลแล็บไม่พบเชื้อตรงกันทั้ง 2 แห่งก็จะให้กลับบ้านได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55275</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัสโคโรนา, ผู้ป่วยในจีน, สหรัฐเจอป่วยรายแรก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไวรัสโคโรนา, ไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200122/image_big_5e2859156093a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘โคโรนาพันธุ์ใหม่’เขย่าโลก WHOประกาศภาวะฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีนยืนยันไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่แพร่จากคนสู่คนได้ ผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มเป็น 6 คน ยอดติดเชื้อในจีนพุ่งเป็นเกือบ 300 ราย ออสเตรเลียและฟิลิปปินส์รอผลตรวจผู้ต้องสงสัยติดเชื้อในประเทศ องค์การอนามัยโลกประชุมวันพุธหารือประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทางการจีนเปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่อยู่ในวงศ์เดียวกับโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) ที่เคยระบาดคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกเกือบ 800 ราย ระหว่างปี 2545-2546 ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและฮ่องกง โดยสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีนรายงานเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2563 อ้างคำกล่าวของ จง หนานซาน หัวหน้าคณะผู้เชี่ยวชาญของคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งจีน ยืนยันว่าไวรัสชนิดนี้สามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ โดยพบผู้ป่วยหลายรายติดเชื้อแม้ว่าจะไม่เคยเดินทางไปเมืองอู่ฮั่น แต่เขายังเชื่อมั่นว่าจะไม่เกิดการแพร่ระบาดแบบเดียวกับซาร์สหากมีมาตรการป้องกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ชี้ว่าแหล่งปฐมภูมิของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่น่ามาจากสัตว์ แต่ก็เตือนว่าอาจมีการแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้แบบจำกัด ดับเบิลยูเอชโอเรียกประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินในวันพุธนี้ เพื่อลงความเห็นว่าจะประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศหรือไม่ ที่ผ่านมาดับเบิลยูเอชโอประกาศภาวะฉุกเฉินแบบนี้เพียงไม่กี่ครั้ง ซึ่งรวมถึงระหว่างการแพร่ระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และการแพร่ระบาดของอีโบลาในประเทศแถบแอฟริกาตะวันตกช่วงปี 2557-2559
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของคณะกรรมการสาธารณสุขอู่ฮั่น ซึ่งเคยระบุว่าต้นตอของไวรัสน่าจะมาจากตลาดส่งขายอาหารทะเลในเมืองนี้ ยืนยันว่ามีผู้ป่วยเสียชีวิตเป็นคนที่ 4 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม ผู้ป่วยรายนี้เป็นชายอายุ 89 ปี และมีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อน รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ เขาเริ่มมีอาการป่วยวันที่ 13 มกราคม แต่เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล 5 วันหลังจากนั้น คำแถลงยังเปิดเผยด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่แพทย์ติดเชื้อด้วยแล้ว 15 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา โจว เซียนหวัง นายกเทศมนตรีอู่ฮั่น กล่าวกับซีซีทีวีในวันอังคารว่า มีผู้ป่วยที่อู่ฮั่นเสียชีวิตเพิ่มเป็น 6 รายแล้ว และผู้ติดเชื้อในเมืองนี้ 258 ราย ยังรับการรักษา 227 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนยังพบผู้ติดเชื้อในหลายเมืองนอกเหนือจากอู่ฮั่น โดยเมื่อวันอังคาร นครเซี่ยงไฮ้ยืนยันพบผู้ติดเชื้อรายที่ 2 เป็นชายวัย 35 ปีที่เดินทางไปอู่ฮั่นเมื่อต้นเดือนนี้ และกำลังเฝ้าสังเกตอาการ 4 ราย วันก่อนหน้านี้กรุงปักกิ่งยืนยันมีผู้ติดเชื้อ 5 ราย ที่มณฑลกวางตุ้งมีผู้ติดเชื้อ 14 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติของจีนแถลงล่าสุดเมื่อวันอังคารว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสคล้ายซาร์สในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 291 รายแล้ว โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ผ่านการตรวจยืนยันอีกเกือบ 80 ราย และมีผู้ที่ถูกเฝ้าสังเกตอาการอีกมากกว่า 900 ราย ในจำนวนกลุ่มที่ต้องสงสัยนี้มีกว่า 50 รายที่ถูกเฝ้าสังเกตอาการใน 14 มณฑลและเขตทั่วจีน รวมถึงมณฑลจี๋หลินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, เจ้อเจียงในภาคตะวันออก และไห่หนานในภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายนอกจีน ไทยเป็นประเทศแรกที่พบนักท่องเที่ยวชาวจีนติดเชื้อ 2 ราย ตามด้วยญี่ปุ่น 1 รายไม่ระบุสัญชาติ และเกาหลีใต้มีหญิงชาวจีนติดเชื้อ 1 ราย ทั้งหมดมีประวัติมาจากอู่ฮั่นหรือเคยเดินทางไปอู่ฮั่น ข่าวเอเอฟพีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของออสเตรเลียกำลังรอผลการตรวจชายคนหนึ่งที่แสดงอาการของโรคนี้ เขาเคยเดินทางไปอู่ฮั่นและกำลังถูกแยกกักกันโรค วันเดียวกันฟิลิปปินส์ก็รายงานว่าอาจพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศ เป็นเด็กอายุ 5 ขวบเดินทางจากอู่ฮั่นมาถึงฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 12 มกราคม และเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการไข้หวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานด้วยว่า ไต้หวันยืนยันว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสชนิดนี้รายแรก เป็นหญิงชาวไต้หวันอายุราว 50 ปีเศษ อาศัยอยู่ที่เมืองอู่ฮั่น เพิ่งเดินทางกลับถึงไต้หวันเมื่อวันจันทร์พร้อมกับอาการไข้ ไอและเจ็บคอ เธอยืนยันว่าไม่เคยไปตลาดสดหรือสัมผัสสัตว์ปีกหรือสัตว์ในธรรมชาติขณะอยู่ที่อู่ฮั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวรัสชนิดนี้ก่ออาการคล้ายกับโรคซาร์สและโรคหวัดจากไวรัสในวงศ์เดียวกัน โดยผู้ป่วยอาจมีอาการปอดอักเสบ มีไข้ และหายใจลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การยืนยันว่าไวรัสนี้แพร่จากคนสู่คนได้ เพิ่มความวิตกว่าสถานการณ์แพร่ระบาดจะรุนแรงขึ้นเนื่องจากใกล้ช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ชาวจีนหลายร้อยล้านคนจะออกเดินทางกลับภูมิลำเนา ทั้งด้วยเครื่องบิน, รถไฟและรถโดยสาร หรือเดินทางออกต่างประเทศ สนามบินของฮ่องกงและไต้หวันที่คาดว่าจะต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมาก และสนามบินของหลายประเทศ ได้วางมาตรการคัดกรองผู้โดยสาร โดยเฉพาะจากเมืองอู่ฮั่น เช่น ออสเตรเลีย, บังกลาเทศ, เนปาล, สิงคโปร์, สหรัฐ และไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร รัฐบาลจีนประกาศด้วยว่าได้จัดให้การแพร่ระบาดครั้งนี้อยู่ในหมวดเดียวกับโรคซาร์ส ซึ่งจะบังคับการแยกผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ และอาจรวมถึงการใช้มาตรการกักกันโรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถึงการระบาดเป็นครั้งแรก ย้ำว่าจะต้องควบคุมการแพร่ของไวรัสนี้ให้ได้อย่างเด็ดขาด และต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนเคยถูกตำหนิที่ปกปิดการแพร่ระบาดของโรคซาร์สเมื่อปี 2546 แต่ครั้งนี้จีนได้รับคำชมเชยจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศที่เปิดเผยข้อมูลได้เร็ว ภายหลังพบผู้ป่วยปอดอักเสบลึกลับครั้งแรกเมื่อปลายปี กระทั่งระบุได้เมื่อต้นเดือนนี้ว่าเกิดจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวการแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ของไวรัสชนิดนี้เพิ่มความกังวลว่าสถานการณ์จะเป็นเหมือนโรคซาร์ส โดยเฉพาะเกิดการแพร่ระบาดใกล้เทศกาลตรุษจีน และส่งผลให้ราคาหุ้นในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสายการบินของตลาดหุ้นทั่วเอเชียดิ่งลง ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนสกุลหยวนอ่อนค่าลงเกือบ 0.5% เป็นสถิติแย่สุดในรอบ 1 เดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55184</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปักกิ่ง, ฟิลิปปินส์, ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ออสเตรเลีย, โคโรนา, ไวรัสโคโรนา, ไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e2700caade05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. ติวเข้มแพทย์รัฐ-เอกชน รับมือโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หวั่นช่วงตรุษจีนนทท.ทะลัก เฉพาะเมืองอู่ฮั่นเข้ามาวันละ1,200-1,400 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค.63- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมด้วย นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมกรณีโรคปอดอักเสบ สงสัยปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Novel Coronavirus 2019) โดยมีแพทย์ พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุขจากส่วนกลางและโรงพยาบาลเอกชน เข้าร่วมกว่า 300 คน และบุคลากรทางการแพทย์จาก 13 เขตสุขภาพทั่วประเทศ ร่วมประชุมทางไกลผ่านเว็บลิงค์ของกรมการแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า ประเทศไทยยังมีความเสี่ยงที่จะรับเชื้อเข้าประเทศผ่านผู้เดินทางที่มาจากเมืองอู่ฮั่น &amp;nbsp;ปัจจุบันมีผู้เดินทางเข้าประเทศไทยวันละ 1,200-1,400 คน และจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในช่วงตรุษจีนสัปดาห์หน้าจึงต้องเข้มข้นการเฝ้าระวังตามมาตรฐานสากล ตรวจคัดกรองเป็นพิเศษ โดยเพิ่มการคัดกรองในสนามบินอีก 1 แห่งคือ สนามบินกระบี่ (จากเดิม 4 แห่ง คือ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต) รวมทั้งเพิ่มจำนวนบุคลากรตามสัดส่วนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น นับเป็นการยกระดับการเฝ้าระวังสูงสุดทั้งประเทศ หากพบให้รายงานทุกเคส ไม่มีการปิดบัง และนำคนไข้เข้าสู่ระบบรักษา ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ต้องปลอดภัยไม่ติดเชื้อระหว่างให้บริการด้วย ส่วนประชาชนต้องป้องกันตัวเอง รักษาร่างกายให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ป่วยที่เป็นหวัด ไอ จาม ยึดหลัก กินร้อน ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ หากป่วยให้รีบไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการเดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ มีการหารือร่วมกันในระดับรัฐบาล เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการดำเนินการ ไม่ให้กระทบกับภาคส่วนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุข จะควบคุมไม่ให้มีการระบาดในวงกว้าง ยังไม่มีการห้ามการเดินทาง และเราไม่สามารถห้ามคนเดินทางมาพร้อมเชื้อโรคได้ แต่ต้องตรวจจับควบคุมให้ได้ ขอให้ประชาชนมั่นใจ อย่าตื่นตระหนก เรารับมือได้ เพราะรู้ต้นตอการเกิดโรค ผู้ป่วยทั้งหมดล้วนเป็นผู้ที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งภาครัฐ เอกชน สามารถวินิจฉัย รักษาผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อและลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น เป็นไปตามหลักการขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้ คือ คัดกรองรวดเร็ว (Early detection) ตรวจวินิจฉัยรวดเร็ว (Early Diagnosis) รักษารวดเร็ว (Early Treatment) และควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็ว (Early Containment)
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ไทยพบชาวจีนซึ่งเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น เป็นผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ รายที่2 และอยู่ระหว่างการกักตัวเพื่อรักษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54817</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, นักท่องเที่ยวจีนในช่วงตรุษจีน, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, มาตรการป้องกันโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่, ไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e218451cd87c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใกล้ตรุษจีนแล้ว&#039;หมอระวี&#039;แนะสธ.ตั้งจุดคัดกรองไวรัสโคโรนาในสนามบินเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ม.ค.63-นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีที่ประเทศไทยพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นรายแรก ว่า เป็นเรื่องที่คนไทยต้องตระหนักแต่ไม่จำเป็นต้องตระหนก เพราะจากที่ติดตามการทำงานของภาครัฐก็มีมาตรการรับมือที่ดี โดยมีการเฝ้าระวังคัดกรองผู้ป่วยที่เดินทางจากเมืองอู่ฮั่นตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา ทั้งที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และเชียงใหม่ รวมถึงมีการเฝ้าระวังที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่อยากฝากถึงกระทรวงสาธารณสุขที่รับผิดชอบเรื่องนี้คือ ไม่ควรปล่อยให้เรื่องนี้จบเพียงแค่มีมาตรการคัดกรองในช่วงที่มีการระบาดของโรคนี้เท่านั้น แต่ควรให้ความรู้ประชาชนอย่างต่อเนื่องถึงวิธีป้องกัน การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการติดเชื้อ ความรุนแรงของโรค ไปจนถึงอาการของโรค เพื่อให้ประชาชนเฝ้าระวังสุขภาพของตัวเองด้วย&amp;quot; นพ.ระวี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวด้วยว่า ใกล้เทศกาลตรุษจีนแล้ว เชื่อว่าจะมีพี่น้องชาวจีนหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้น จะต้องมีการเพิ่มจุดคัดกรองหรือเครื่องมือในการตรวจสอบเพิ่มเติมหรือไม่ กระบวนการคัดแยกเมื่อพบปัญหาและการส่งต่อไปโรงพยาบาลจะต้องทำได้อย่างทันท่วงที โดยสิ่งเหล่านี้ต้องมีการซักซ้อมทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้รับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีด้วย เพราะบางพื้นที่เช่น ภูเก็ต มีสายการบินที่บินตรงจากมณฑลอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีนมาภูเก็ตทุกวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54787</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุดคัดกรอง, น.พ.ระวี มาศฉมาดล, ไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d981128195ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2020 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2020 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่รายแรกในประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดีว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รายแรกในญี่ปุ่น ผู้ป่วยรายนี้เคยเดินทางไปอู่ฮั่น แต่ไม่เคยไปตลาดอาหารทะเลที่เป็นศูนย์กลางแพร่เชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้โดยสารเดินผ่านป้ายเตือน ที่สนามบินนาริตะ จังหวัดชิบะของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า คำแถลงยืนยันของกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2563 ถือเป็นการพบผู้ป่วยนอกจีนรายที่ 2 ต่อจากรายที่พบในไทย ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนจากเมืองอู่ฮั่น เจ้าหน้าที่ของญี่ปุ่นไม่ได้เปิดเผยว่าผู้ติดเชื้อรายนี้มีสัญชาติใด แต่บอกว่าชายคนนี้เคยเดินทางไปเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ภาคกลางของจีน ที่เป็นศูนย์กลางการระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายคนนี้เข้าโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 10 มกราคม หรือ 4 วันหลังเดินทางกลับมาญี่ปุ่น โดยมีอาการไข้เรื้อรัง เขาออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นที่บ้านแล้วเมื่อวันพุธที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นกล่าวว่า ผลการทดสอบยืนยันว่า ชายคนนี้เป็นผู้ป่วยปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รายแรกที่พบในญี่ปุ่น &amp;quot;เราจะทำการค้นคว้าวิจัยทางระบาดวิทยาต่อไปพร้อมกันกับการประสานความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลกและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินความเสี่ยง&amp;quot; คำแถลงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนรายงานพบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบลึกลับในเมืองอู่ฮั่นช่วงปลายปีที่ผ่านมา ผลการทดสอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้วยืนยันว่า ไวรัสที่ก่อโรคลึกลับนี้เป็นไวรัสโคโรนาที่อยู่ในวงศ์เดียวกับโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) ที่เคยคร่าชีวิตผู้ป่วยในจีน 349 คน และในฮ่องกง 299 คน ระหว่างปี 2545-2546&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า ชายคนนี้ไม่เคยเดินทางไปที่ตลาดขายส่งอาหารทะเลในเมืองอู่ฮั่นที่เชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการแพร่เชื้อและถูกปิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอจิ ฮิโนชิตะ เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข บอกกับนักข่าวว่า มีความเสี่ยงต่ำที่ผู้ป่วยรายนี้จะก่อให้เกิดการแพร่ระบาดในญี่ปุ่น โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับเขาอย่างระมัดระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงแนะนำให้ประชาชนที่เริ่มมีอาการไอหรือมีไข้ภายหลังเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่นว่าควรสวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮิโนชิตะกล่าวด้วยว่า ญี่ปุ่นจำเป็นต้องเพิ่มการป้องกันก่อนจะถึงเทศกาลตรุษจีน ที่เป็นช่วงที่ชาวจีนเดินทางกันจำนวนมหาศาล และคาดว่าจะมีชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีความชัดเจนว่าไวรัสลึกลับ ที่คร่าชีวิตผู้ป่วยในจีนแล้ว 1 รายจากผู้ติดเชื้อ 41 ราย สามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนหรือไม่ แต่เมื่อวันพุธ เจ้าหน้าที่จีนกล่าวว่ามีความเป็นไปได้ เนื่องจากพบผู้ป่วยในครอบครัวเดียวกัน นอกจากนี้ผู้ป่วยชาวจีนที่พบในไทย ซึ่งขณะนี้อาการทรงตัว ก็ไม่เคยไปตลาดอาหารทะเลแห่งนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54727</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซาร์ส, ญี่ปุ่น, ผู้ป่วยรายแรก, อู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200116/image_big_5e203345e77e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
