<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2020 07:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2020 07:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เหยื่อ&quot;โควิด-19&quot;ทั่วโลกเสียชีวิต 431,728 ติดเชื้อ 7,855,400 ราย อินเดียขึ้นอันดับ 4 จีนกลับมาระบาดที่ปักกิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 2563 เว็บไซต์ worldometers รายงานสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยตามรายงานเมื่อเวลา 07.32 น.ของวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย.63 ตามวันเวลาในไทย ระบุว่า เชื้อไวรัสฯ ได้ลุกลามไปแล้ว 213 ประเทศ ส่งผลให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นจำนวน7,855,400 ราย ผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 431,728 ราย และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายมีจำนวนสะสม 4,019,917 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยอันดับ 1 &amp;nbsp;จำนวน &amp;nbsp;2,142,159 ราย ตามด้วยบราซิล &amp;nbsp;850,796 ราย และรัสเชีย 520,129 และอินเดียขึ้นมาเป็นอันดับ 4 &amp;nbsp;321,626 โดยใน 4 ประเทศมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่า 8,000 ราย ขณะที่ประเทศจีน ต้นกำเนิดของไวรัสพบผู้ติดเชื้อรอบใหม่มากกว่า 50 คน ในพื้นที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งจีนเริ่มดำเนินการล็อกดาวน์หลายพื้นที่เพื่อสะกัดการระบาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68623</URL_LINK>
                <HASHTAG>โควิด-19, ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200614/image_big_5ee5718faee49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 07:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วโลกทะลุ 2.9 ล้านราย ลาตินอเมริกาน่าห่วง เอกวาดอร์ บราซิล เปรู ยอดผู้ติดเชื้อพุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 เมษายน 2563 &amp;nbsp;สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยตามรายงานของเว็บไซต์ Worldometer อัพเดทเวลา 23:54 น. ของวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ระบุว่า เชื้อไวรัสฯ ได้ลุกลามไปแล้ว 210 ประเทศ ส่งผลให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นจำนวน 2,917,353 ราย ผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 203,111 ราย และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายมีจำนวนสะสม 834,525 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากกว่า 1 ,000 รายประกอบไปด้วย &amp;nbsp;
- สหรัฐฯ +33,911&amp;nbsp;
- เอกวาดอร์ +11,536
- สเปน +3,995
- รัสเซีย +5,966
- อังกฤษ +4,913
- บราซิล +6,002
- ตุรกี +2,961
- อิตาลี +2,357
- เยอรมัน +1,419
- ฝรั่งเศส +1,660
- เบลเยียม +1,032
- อินเดีย +1,836
-เปรู +3,683
-ซาอุดิอาระเบีย + 1,197
เม็กซิโก &amp;nbsp;+ 1,239&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64257</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ป่วยโควิด 19, ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea4d176c8e77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58445</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2020 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2020 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แบงก์ชาติสั่งสถาบันการเงินพักหนี้ช่วยเหลือลูกหนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 ก.พ. 63 นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ต่างๆ รวมทั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ COVID-19 ที่มีแนวโน้มลุกลามและส่งผลกระทบรุนแรงในวงกว้างต่อธุรกิจและประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธปท. ได้ติดตามสถานการณ์และมีความห่วงใยมาโดยตลอด จึงได้ร่วมกับสถาบันการเงิน กำหนดมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ลูกหนี้ธุรกิจทุกประเภทและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวในเชิงรุก โดยเน้นการให้ความช่วยเหลือด้านสภาพคล่องและเร่งปรับโครงสร้างหนี้ อาทิ ให้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่ม พักชำระหนี้เป็นการชั่วคราว ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ ลดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ผ่อนชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตได้ต่ำกว่าร้อยละ 10 เพิ่มวงเงินชั่วคราวสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อช่วยให้ลูกหนี้สามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤตินี้ไปได้ โดยกำหนดเป็นมาตรการชั่วคราวระยะเวลา 2 ปี ระหว่าง 1 มกราคม 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้สถาบันการเงินช่วยเหลือด้านสภาพคล่องและปรับโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้ได้อย่างทั่วถึงและทันท่วงที ธปท. จึงได้ปรับปรุงกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดชั้นและการกันเงินสำรอง รวมทั้งการรายงานข้อมูลเครดิตของลูกหนี้เพื่อให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธปท. คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าลูกหนี้จะได้รับประโยชน์จากการดำเนินการตามมาตรการข้างต้น และส่งผลให้ลูกหนี้ที่มีศักยภาพสามารถพลิกฟื้นธุรกิจได้ทันท่วงที ทั้งนี้สามารถติดตามมาตรการการให้ความช่วยเหลือต่างๆ ของแต่ละสถาบันการเงินผ่านเว็บไซต์ของสถาบันการเงินนั้นๆ และ ธปท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58445</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), รณดล นุ่มนนท์, ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180831/image_big_5b88e2c277b01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2020 06:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2020 06:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนส่วนใหญ่หนุนรัฐบาลจัดการข่าวลวง-ปลอมไวรัสโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;8 ก.พ.63 - กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 คนไทยรับมืออย่างไร&amp;rdquo;โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,199 คน พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นพิเศษจากการติดตามข่าวและสถานการณ์&amp;ldquo;ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019&amp;rdquo; ร้อยละ 76.8 คือวิธีป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อ รองลงมาร้อยละ 48.9 คือ แนวทางการรักษาและควบคุมการติดเชื้อ และร้อยละ 43.2 คือ จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความวิตกกังวล/กลัวการติดเชื้อ &amp;ldquo;ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019&amp;rdquo; เพียงใด พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 42.0 ระบุว่า กังวลระดับปานกลาง รองลงมาร้อยละ 37.4 ระบุว่า กังวลระดับน้อยถึงน้อยที่สุด และร้อยละ 20.6 ระบุว่า กังวลระดับมากถึงมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการรับมือกับสถานการณ์จากข่าวการติดเชื้อ &amp;ldquo;ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019&amp;rdquo; &amp;nbsp;นั้นประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 70.6 ระบุว่า รับมือโดยการสวมใส่หน้ากากอนามัยเวลาออกนอกบ้าน รองลงมาร้อยละ 68.5 ระบุว่า ติดตามข่าวสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และร้อยละ 61.6 ระบุว่า ระมัดระวังตัวเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีคนเยอะๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสิ่งที่รัฐบาลควรทำมากที่สุด จากสถานการณ์ &amp;ldquo;ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019&amp;rdquo;ที่เกิดขึ้นในประเทศขณะนี้ ประชาชนร้อยละ 66.7ระบุว่า ควรให้ข้อเท็จจริงแก่ประชาชนขจัดข่าวลวงที่สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชน รองลงมาร้อยละ 54.2 ระบุว่า ควรเปิดโอกาสให้บุคลากรทางการแพทย์มีบทบาทในการออกมาให้ข้อมูลกับประชาชนและร้อยละ 53.1 ระบุว่า ควรให้ข้อปฏิบัติเรื่องการป้องกันที่ถูกต้องกับประชาชนอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความมั่นใจในฝีมือของทีมแพทย์และสาธารณสุขของไทยในการรับมือกับสถานการณ์ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 68.0 ระบุว่า มั่นใจมากถึงมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 26.5 ระบุว่ามั่นใจปานกลาง และร้อยละ 5.5 เท่านั้นที่ระบุว่ามั่นใจน้อยถึงน้อยที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56591</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพโพลล์, อู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา, ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200208/image_big_5e3df6491e6d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัวเลขล่าสุด&#039;ไวรัสโคโรนา&#039;คร่าชีวิตชาวจีนแล้ว 106 ราย ติดเชื้อพุ่งเป็น 4,515 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.63- &amp;nbsp;คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC) แถลงจำนวนผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ &amp;nbsp;ในภูมิภาคระดับมณฑล 30 แห่ง อยู่ที่ 4,515 ราย เมื่อนับถึงวันจันทร์ที่ &amp;nbsp;27 มกราคม &amp;nbsp;โดยมีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งสิ้น 106 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คณะกรรมการฯ ระบุในรายงานประจำวันว่าผู้ป่วย 976 รายอยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่จำนวนผู้ป่วยสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสฯ รวมอยู่ที่ 6,973 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55678</URL_LINK>
                <HASHTAG>NHC, อู่ฮั่น-จีน, ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200128/image_big_5e2fadd394fba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;สั่งคุมเข้มนักโทษจีน14รายที่เข้าคุกช่วงเดือนมกราคม หวั่นติดเชื้อไวรัสโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.63- นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในเรือนจำ ว่า ได้สั่งการให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์แจ้งไปยังผู้บัญชาการเรือนจำทุกแห่ง ให้ดูแลนักโทษ โดยเฉพาะรายใหม่ซึ่งเป็นชาวจีนช่วงเดือน ม.ค.63 ที่เข้าไปใหม่จำนวน 14 ราย โดยให้ดูแลอย่างใกล้ชิดว่ามีอาการใดผิดปกติ เป็นไข้หรือมีอาการใดที่เป็นข้อสงสัยของการติดเชื้อไวรัสโคโรนาหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ยุติธรรมกล่าวว่าได้สั่งการให้เรียกประชุมผู้บัญชาการเรือนจำทั้งหมดในวันที่ 30 -31 ม.ค.นี้ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ในการป้องกันอย่างละเอียด รวมกับวาระอื่นๆด้วย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเรือนจำนั้นมีลักษณะปิด ไม่มีผู้คนเข้ามากมาย เว้นแต่นักโทษใหม่ที่จะเข้าไป &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีอาการที่จะติดเชื้อใดทั้งสิ้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55675</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักโทษจีน, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, รมว.ยุติธรรม, ราชทัณฑ์, ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200128/image_big_5e2fa73c255a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอน&#039;ยันยังไม่มีชาติไหนนำเครื่องบินเข้าไปรับคนกลับ ต้องรอให้จีนอนุญาตก่อน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.63-นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการเตรียมอพยพคนไทยออกจากอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน หลังเกิดการระบาดของไวรัสโคโรน่า ว่า ขณะนี้ได้มีการประสานกับคนไทยที่อยู่ในประเทศจีนอย่างใกล้ชิด รัฐบาลถือเป็นนโยบายและให้ความสำคัญสำหรับความเป็นอยู่ของคนไทยในต่างประเทศอยู่แล้ว เท่าที่ทราบคนไทยที่อาศัยอยู่ในอู่ฮั่นจำนวน 64 คน ยังมีสุขภาพที่แข็งแรงดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการเดินทางกลับนั้นเรามีการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว แต่ขณะเดียวกัน ทางจีนเองมีมาตรการคือ สั่งปิดประเทศ โดยเฉพาะเมืองอู่ฮั่นที่ห้ามคนเข้า &amp;ndash; ออก ถือเป็นมาตรการปกติเหมือนกับที่เกิดโรคซาร์ส เมื่อปี 2546 ซึ่งขณะนั้นตนอาศัยอยู่ในประเทศจีนและรับทราบสถานการณ์ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า เรื่องการปิดเมืองถือว่าสำคัญหากเกิดวิกฤติ เพื่อให้เกิดการจัดการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด และควบคุมการกระจายของโรคได้ จีนได้ขอความร่วมมือกับทุกประเทศ ให้ได้มีสิทธิ์ในการควบคุมสถานการณ์ ขอความร่วมมือไม่ให้คนเข้า &amp;ndash; ออก ไทยจึงควรให้ความร่วมมือ และทางจีนรับปากว่าจะดูแลคนไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในอู่ฮั่นอย่างดีที่สุด อีกทั้งเรามีความมั่นใจในการบริหารจัดการของจีน เบื้องต้นเราต้องให้จีนควบคุมสถานการณ์ให้ได้ก่อน อย่างไรก็ตาม ได้มีการจัดคณะแพทย์ที่เกี่ยวกับสุขภาพจิต สาธารณสุข เพื่อติดต่อกับคนไทยในอู่ฮั่นผ่านแอปพลิเคชันไลน์เพื่อให้เกิดความสบายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีประเทศไหนนำเครื่องบินเข้าไปรับคนของประเทศตัวเองออกจากจีน เพราะต้องให้ความร่วมมือกับจีนด้วย มีบางประเทศที่อยากเอาคนของตัวเองออกมา แต่ต้องรอให้จีนอนุญาตก่อน ทุกประเทศเป็นการเตรียมการเท่านั้น เช่นเดียวกับไทย&amp;rdquo;นายดอน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังไม่จำเป็นต้องสกัดกั้นไม่ให้คนจีนเข้าประเทศใช่หรือไม่ นายดอน กล่าวว่า เราไม่มีมาตรการสกัดกั้น เช่นเดียวกับตอนเกิดโรคซาร์สที่ขณะนั้นเรามีการบริหารจัดการที่ดี และมั่นใจว่าถึงวันนี้เราควบคุมสถานการณ์ได้ ในขณะที่คนไทยที่ติดค้างอยู่ที่อู่ฮั่นหรือสนามบินมีทางการจีนดูแลอยู่ ไม่ได้เร่งรัดที่จะกลับมาประเทศ เพราะเข้าใจสถานการณ์ดี อีกทั้งเราได้ให้สถานทูตเข้าไปดูแลและอำนวยความสะดวกแล้ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55673</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ดอน ปรมัตถ์วินัย, รมว.ต่างประเทศ, อพยพพลเมือง, ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200128/image_big_5e2fa16edd90f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
