<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 17:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มอีก 33 คน ยอดรวมสะสมติดเชื้อ 147 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การเผยแพร่ของโรคติดต่อเชื้อไวรัส 2019 &amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาล นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวงและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้แถลงสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;ประจำวัน &amp;nbsp;ถึงวันที่ 16 มี.ค. 2563 ณ เวลา 08.00 น.&amp;nbsp; ว่ามีผู้ป่วยยืนยันรักษาหายกลับบ้านได้ 1 ราย เป็นหญิงชาวจีน อายุ 32 ปี&amp;nbsp;และพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่ม 33 ราย นับเป็นรายที่ 115-147 &amp;nbsp;จากการขยายการตรวจคัดกรองกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง แนะประชาชนปฏิบัติตัวตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดช่วยป้องกันการแพร่กระจายวงกว้าง &amp;nbsp;โดยจำแนกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 1. ผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ จำนวน 16 คน จาก กลุ่มสนามมวย 7 คน, กลุ่มสถานบันเทิง 3 คน, สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานมาแล้ว 6 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 2. ผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ จำนวน 17 คน จาก กลุ่มผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ 6 คน,กลุ่มทำงานใกล้ชิดสัมผัสต่างชาติ 6 คน, การระบาดเป็นกลุ่มก้อน 3 คน และกลุ่มผู้ร่วมพิธีทางศาสนา ในมาเลเซีย 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนโรค และ/หรือ รอผลทางห้องปฏิบัติการ จำนวน 27 ราย สรุปมีผู้ป่วยยืนยันที่รักษาหายกลับบ้านแล้ว 38 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 108 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยสะสมในประเทศไทยขณะนี้ 147 ราย สำหรับผู้ป่วยอาการหนัก 1 ราย ที่รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มที่เดินทางมาจากประเทศอิตาลีที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี จำนวน &amp;nbsp;83 คน ในจำนวนนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มี 6 คน รับตัวไว้สังเกตอาการที่โรงพยาบาล ทั้งหมดไม่มีไข้ ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่เหลือ 77 คน (ผู้ชาย 24 คน ผู้หญิง 53 คน) ทุกคนไม่มีไข้ ยังต้องอยู่ในการเฝ้าระวังสังเกตอาการ จนครบ 14 วัน ที่อาคารรับรองฐานทัพเรือสัตหีบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;nbsp; ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยผู้ที่เดินทางกลับจากพื้นที่มีการระบาดของโรคขอให้กักกันตัวเองที่บ้านให้ครบ 14 วัน แยกของใช้ส่วนตัว สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อไม่แพร่เชื้อให้คนในครอบครัว งดกิจกรรมทางสังคม ส่วนประชาชนทั่วไปขอให้หมั่นล้างมือบ่อยๆ &amp;nbsp;สวมหน้ากากอนามัย ไม่ไปในที่ที่มีคนแออัด หากมีไข้ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ไอ มีน้ำมูก ปวดเมื่อย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง/ประวัติความเสี่ยง เพื่อเข้าสู่ระบบการตรวจวินิจฉัย การรักษา และเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคไม่ให้แพร่กระจายในวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/ &amp;nbsp; &amp;nbsp;และ&amp;ldquo;ไทยรู้ สู้โควิด&amp;rdquo; ทาง Twitter, Facebook, Line official, TikTok และChatBot 1422 ทาง ID : @COVID-19 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง อย่าเชื่อข่าวลือ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59946</URL_LINK>
                <HASHTAG>โควิด-19, ไวรัสโคโรน่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200316/image_big_5e6f485fef383.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 15:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพบูลย์&#039; ขวางฝ่ายค้านเสนอเปิดประชุมสภาฯถกโควิด 19  อ้าง 500 ส.ส.-ครม.อยู่ในห้องประชุมเดียวกันเสี่ยงติดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.63 - นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ มีความเห็นคัดค้านไม่เห็นด้วยกับกรณีที่พรรคเพื่อไทย จะเสนอญัตติเปิดสมัยประชุมวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 123 เพื่อพิจารณาการแก้ไขปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และการแก้ไขปัญหาการชุมนุมของนักศึกษาในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความคิดเห็นจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ กล่าวว่าขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างปฏิบัติการป้องกันการแพร่ระบาดของ ไวรัสโควิด-19 กำหนดให้มีมาตรการระยะเร่งด่วน สำหรับการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 14 ข้อ ซึ่งหนึ่งในมาตรการได้แก่การให้ส่วนราชการและหน่วยงานอื่นของรัฐขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการภาคเอกชนให้หลีกเลี่ยง หรือเลื่อนการจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของประชาชนจำนวนมาก และอาจมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโดยไม่จำเป็น เช่น การแข่งขันกีฬา การจัดคอนเสิร์ต และการจัดมหรสพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นหากมีการเปิดสมัยประชุมวิสามัญเพื่อให้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะกลายเป็นการนำ ส.ส.จำนวน 500 คนและคณะรัฐมนตรีไปร่วมประชุมในที่เดียวกัน ทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19ในการประชุมสภาฯโดยไม่จำเป็น และยังเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อภาคเอกชนที่รัฐบาลขอความร่วมให้หลีกเลี่ยงหรือเลื่อนการจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของประชาชนจำนวนมาก&amp;quot;นายไพบูลย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า ในขณะนี้รัฐบาลและประชาชนทั้งประเทศ ได้ตื่นตัวร่วมกันปฏิบัติการป้องกันการแพร่ระบาดของ ไวรัสโควิด-19 อย่างเต็มที่ ทำให้เดิมช่วงแรก ข้อมูล ณ 23 ม.ค.63 ไทยเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อลำดับที่ 2 รองจากประเทศจีน แต่ปัจจุบันไทยมีผู้ติดเชื้อ 75 คนเสียชีวิต 1 คนอยู่ในลำดับที่ 44 โดยมีประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากกว่าไทย เช่นอิตาลี อิหร่าน เกาหลีใต้ สเปน เยอรมัน ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา สวิสเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นตนในฐานะเป็น ส.ส.จึงเห็นว่าไม่ควรมีการเปิดสมัยประชุมวิสามัญเพื่อให้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรขึ้น เพราะจะกลายเป็นการฝ่าฝืนมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เเละจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อสังคมไทย ส่วนการแสดงความคิดเห็น เพื่อสะท้อนปัญหาการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สื่อมวลชนและประชาชนทั้งประเทศก็ได้ตื่นตัว แสดงความคิดเห็นไปให้รัฐบาลโดยตรงอยู่แล้ว ซึ่งรัฐบาลก็รับฟังและนำไปปรับปรุงปฏิบัติการแก้ไขปัญหาวิกฤติการระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเต็มที่ ดังนั้น ส.ส. ก็สามารถเสนอความเห็นโดยตรงหรือผ่านสื่อมวลชนไปยังรัฐบาลได้เช่นเดียวกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59743</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ไพบูลย์ นิติตะวัน, ไวรัสโคโรน่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200314/image_big_5e6c8df54d03a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีผลบังคับใช้แล้ว!ตั้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ  มีอำนาจเรียกบุคคลต้องสงสัยติดเชื้อโควิด-19ให้ข้อมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.63 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน เห็นชอบให้ปรับมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้ผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ที่ผ่านกระบวนการคัดกรองแล้วไม่พบไข้ ให้กลับไปเฝ้าดูอาการ 14 วัน ยังบ้านพักตามภูมิลำเนา โดยจะมีบุคลากรทางการแพทย์ ไปตรวจเยี่ยมเป็นประจำทุกวันจนครบ 14&amp;nbsp; วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกฯ กล่าวว่า ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุข แต่งตั้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ฉบับที่ 3 และ 4 พ.ศ.2563 มีผลบังคับใช้แล้ววันที่14 มี.ค. ซึ่งนอกจากจะมีผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ยังหมายรวมถึงข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ไม่ว่าจะเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ รวมถึงข้าราชการสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล ไม่ว่าจะเป็น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ฯลฯ เพื่อร่วมบูรณาการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ เจ้าพนักงานจะมีอำนาจออกหนังสือเรียกบุคคลใดๆ มาให้ถ้อยคำ แจ้งข้อเท็จจริง เพื่อเป็นประโยชน์ในการเฝ้าระวัง โดยมีอำนาจในการเข้าไปยังอาคารบ้านเรือนเพื่อประโยชน์ในการตรวจตรวจสอบด้วย นอกจากนี้ ในส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ อำนวยความสะดวกแก่บุคคลกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางกลับไปเฝ้าระวังอาการยังภูมิลำเนา พร้อมประชาสัมพันธ์ถึงวิธีการป้องกันตัวเองแก่คนในชุมชนด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องขอความร่วมมือสำหรับผู้ไปกลับเฝ้าสังเกตอาการไม่ให้สร้างพฤติกรรมเสี่ยงต่อสาธารณะ โดยขอความร่วมมือให้กักตัวอยู่ในที่พักอาศัยเพื่อสังเกตอาการเท่านั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59734</URL_LINK>
                <HASHTAG>โควิด-19, ไตรศุลี ไตรสรณกุล, ไวรัสโคโรน่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e393ea15752a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยป่วย &#039;โควิด-19&#039;  เพิ่มอีก 7 คน &#039;แมทธิว&#039; ติดเชื้อรายที่ 82/ประกาศรักษาฟรีรพ.ทุกแห่ง ถ้าติดเชื้อจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.63 &amp;nbsp;- ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นำแถลงสถานการณ์ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโรคโควิด-19 ในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายที่ 1 เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงผู้ป่วยยืนยันลำดับที่ 57 (กลุ่มสังสรรค์ 11 คน) เป็นหญิงไทยอายุ 63 ปี (นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 76)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รายที่ 2 &amp;ndash; 5 เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน มารับการตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนในกทม. รายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รายที่ 2 (index case) หญิงไทย 57 ปี (มารดา) เดินทางมาจากญี่ปุ่นวันที่ 4 มีนาคม 2563 มีไข้ ไอมีเสมหะ (นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 77)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รายที่ 3 หญิงไทย อายุ 30 ปี (บุตรสาว) อาชีพพนักงานบริษัท ให้ประวัติเพื่อนมาจากเกาหลีใต้ (วันที่ 2 มีนาคม 2563) และมารดามาจากญี่ปุ่น เริ่มป่วยวันที่ 9 มีนาคม 2563 ด้วยอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก มีเสมหะ (นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 78)
รายที่ 4 ชายญี่ปุ่น อายุ 33 ปี (สามีบุตรสาว) &amp;nbsp;อาชีพพนักงานบริษัท เริ่มป่วย 9 มีนาคม 2563 ด้วยอาการไข้ ไอ มีเสมหะ (นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 79)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รายที่ 5 เด็กหญิงไทย อายุ 4 ปี (หลาน) เริ่มป่วย 9 มีนาคม 2563 มีไข้ ไอ มีเสมหะ (นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 80)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รายที่ 6 เป็นหญิงไทย อายุ 20 ปี เดินทางกลับจากญี่ปุ่นถึงไทย 14 กุมภาพันธ์ 2563 เริ่มป่วยวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 ด้วยอาการไข้ ไอ หายใจเหนื่อย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ มีเสมหะ หลังมีเสมหะอาการมีไม่ดีขึ้น วันที่ 11 มีนาคม 2563 จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกทม. (นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 81)
และรายที่ 7 เป็นชายไทย อายุ 41 ปี อาชีพนักแสดงและพิธีกร เริ่มป่วย 11 มีนาคม 2563 ด้วยอาการไข้ ไอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีประวัติมีเพื่อนเดินทางมาจากต่างประเทศ รักษาตัวที่โรงพยาบาลราชวิถี อยู่ระหว่างติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูง (นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 82)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ จะติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เพื่อเฝ้าระวังสังเกตอาการ ซึ่งขณะนี้มีผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังรอผลสอบสวนโรคประมาณ 36 ราย เมื่อได้รับการยืนยันจะแถลงให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สรุปมีผู้ป่วยยืนยันที่รักษาหายแล้ว 35 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 46 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยสะสมในประเทศไทยขณะนี้ 82 ราย สำหรับผู้ป่วยอาการหนัก 1 ราย ที่รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้ ผู้เดินทางกลับจากพื้นที่มีรายงานการระบาดของโรคมีความตื่นตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม แต่สิ่งสำคัญคือการกักกันตัวเองที่บ้านให้ครบ 14 วันตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข แยกของใช้ส่วนตัว เพื่อไม่ให้คนในครอบครัวติดเชื้อ เช่นกรณีผู้ป่วยรายใหม่ 4 รายในวันนี้ที่เป็นครอบครัวเดียวกัน ต้องงดกิจกรรมทางสังคม ไม่ออกไปในที่มีคนหนาแน่น เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม หากมีไข้ ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ไอ มีน้ำมูก ปวดเมื่อย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง / ประวัติความเสี่ยง เพื่อเข้าสู่ระบบการตรวจวินิจฉัย การรักษา และเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคไม่ให้แพร่กระจายในวงกว้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 ที่ถือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง คือคนในครอบครัว ผู้สัมผัสใกล้ชิดหรือมีการพูดคุยกับผู้ป่วยในระยะไม่เกิน 1 เมตร นานกว่า 5 นาที หรือถูกผู้ป่วยไอ จามใส่ โดยไม่ได้ป้องกันตนเอง หรืออยู่ในสถานที่ปิด ไม่มีการถ่ายเทอากาศ เช่น รถปรับอากาศ ห้องปรับอากาศ ร่วมกับผู้ป่วยนานกว่า 15 นาที และอยู่ห่างกับผู้ป่วยโดยไม่มีการป้องกันในระยะไม่เกิน 1 เมตร&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.สุขุมกล่าวว่า &amp;nbsp;เป็นที่สังเกตุว่าผู้ที่ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน มักอาศัยอยู่ในพื้นที่เจริญ ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพ &amp;nbsp;เป็นถิ่นคนต่างชาติ การที่ผู้ป่วยรายที่ 82( แมทธิว ดีน) ออกมาประกาศว่าติดเชื้อโควิด -19 ก่อนที่สธ.จะประกาศนั้น ถือว่าเป็นเรื่องดี ทำให้คนใกล้ชิดได้ระมัดระวังตัว &amp;nbsp; ดีกว่ารู้ตัวแล้วซ่อน อันนี้อันตราย อาจแพร่กระจาย ต้องขอบคุณ กล้าที่จะบอกสังคมต้องชื่นชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปลัดสธ.กล่าวอีกว่า บ่ายวันนี้(14มี.ค.)จะมีการประชุมนักวิชกาาร รองนายกฯ รมว.สธ. &amp;nbsp;ผู้บริหารสธ .ทั้งกระทรวง &amp;nbsp;หารือกัน &amp;nbsp; โดยอาจมีมาตรการบางอย่างออกมา มาตรการนี้เป็นผลจากข้่อมูลวิชาการ ออกเป็นกฎหมาย แนวทางคือ รพ.ทั่วประเทศต้องร่วมมือร่วมใจ และรพ.เอกชน ต้องทำตาม พ.ร.บ.โรคติดต่ออันตราย พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน ต้องช่วยกันดูแล ถ้าเจอพบผู้ป่วยติดเชื้อแล็ปครั้งแรก ให้รับไว้เลยทันที &amp;nbsp;เพื่อจัดสถานที่ให้ ไม่ใช่ไล่คนไข้กลับบ้าน &amp;nbsp;ไม่ใช่ปล่อยให้คนไข้ตกใจ ว้าเหว่ &amp;nbsp;นอกจากนี้ คนไข้ ที่มีอาการป่วยและมีประวัติใกล้ชิดสัมผัสต่างชาติ หรือเดินทางจากต่างประเทศ ถ้าขอเข้าตรวจหาเชื้่อ แล้วผลออกมาเป็นบวก ไม่ต้องจ่ายเงินเองแต่อย่างใด แต่ถ้าตรวจออกมาแล้วไม่เป็นอาจต้องจ่ายเอง และขอย้ำว่าถ้ามีอาการและมีประวัติตามที่สธ.ประกาศ ว่ามีความเสี่ยงสามารถขอตรวจได้ และสามารถตรวจได้ที่สถานพยาบาลทั้ง 34แห่ง ที่สธ.ประกาศ &amp;nbsp;เพราะถือว่าเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน รพ.ทุกแห่งรับไว้ ยกเว้นเกินศักยภาพ ก็ต้องส่งต่อผู้ป่วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเสริมว่า ทางคร.ขอย้ำว่า ให้โรงพยาบาลทุกแห่งปฎิบัติตามกฎหมายการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด ถ้าพบผู้ติดเชื้อต้องแจ้งสธ.ภายใน 3 ชั่วโมง หรือถ้ามีการรับตัวอย่างมาตรวจ ต้องแจ้งกรมฯ ภายใน 3 ชม ด้วยเช่นกัน &amp;nbsp;ซึ่งกรมควบคุมโรคจะดำเนินการตามกม.อย่างเคร่งคัดเพื่อให้เราสามารถติดตามผู้ป่วยได้รวดเร็ว และเป็นจริงตามสถานการณ์รายวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59732</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, โควิด-19, ไวรัสโคโรน่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200314/image_big_5e6c6fab42484.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 19:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองหนุนชักเอือม &#039;ดร.เสรี&#039; อัดหน่วยงานรับมือจัดการ โควิด-19 ขาดเอกภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.63 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า เป็นหน่วยงานที่ต้องร่วมมือกันจัดการเรื่อง COVIT 19 หากมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน ทำไมไม่คุยกันภายในเพื่อสะสางให้เป็นเอกภาพล่ะคะ จะออกมาแถลงหรือให้สัมภาษณ์สื่อเพื่ออะไรคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากให้ประชาชนแตกตื่นกังวลการจัดการของภาครัฐ แล้วก่นด่าภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรี แล้วก็บอกว่ารัฐบาลเฮงซวย จบลงด้วยข้อความว่า &amp;quot;นายกรัฐมนตรีต้องลาออก&amp;quot; ตกลงการจัดการเรื่องโรคระบาดกับการไล่นายกรัฐมนตรี อะไรคือวาระแห่งชาติที่สำคัญกว่ากันคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำงานร่วมกันแบบบูรณาการคือ
Joint planning วางแผนร่วมกัน
Joint solution แก้ปัญหาด้วยกัน
Joint issue management จัดการกับประเด็นต่างๆร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณลักษณะที่สำคัญคือ
Synergistic รวมพลัง
Coherent สอดประสานกัน
Consistent คงเส้นคงวา
Frictionless ปราศจากความขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำแบบนี้ให้ประชาชนอุ่นใจได้ไหมคะ จะออกมาแถลงหรือให้สัมภาษณ์ให้ประชาชนไม่มีความมั่นใจในการจัดการของภาครัฐที่มีความขัดแย้งไปเพื่ออะไรคะ ไม่เข้าใจเรื่องจิตวิทยามวลชนบ้างเหรอคะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59723</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.เสรี วงษ์มณฑา, หน่วยงานรัฐ, โควิด-19, ไวรัสโคโรน่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d3838b03413c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 09:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุ่งอีก! เปิดผลโพล ประชาชนเกือบครึ่ง หาซื้อหน้ากากอนามัยไม่ได้เลย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;14 มี.ค.63 - กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ &amp;nbsp;เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;วิกฤตการณ์ ตามหาหน้ากากอนามัย&amp;rdquo; โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,199 คน พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนร้อยละ 42.7 ระบุว่าปัจจุบันหาซื้อหน้ากากอนามัยไม่ได้เลย รองลงมาร้อยละ 23.2 ระบุว่า หาซื้อได้ยากถึงยากที่สุด ต้องตระเวนหาหลายร้าน หลายจุด และร้อยละ 14.8 ระบุว่าพอหาซื้อได้บ้าง ต้องซื้อ ณ จุด/ร้าน ที่รัฐประกาศขาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความเห็นต่อการจัดการปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลน โดยภาครัฐ นั้น ประชาชนร้อยละ 58.0 เห็นว่า อาจเกิดการกักตุนหน้ากากอนามัย เพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนเก็งกำไร รองลงมาร้อยละ 53.8 เห็นว่า ขาดการกระจายสินค้าไปยังร้านค้าปลีก ร้านค้าส่งต่างๆ ทั่วประเทศ และร้อยละ 32.3 เห็นว่า ระบบการจัดการ อาจกระทบต่อการสาธารณสุข / การรักษาทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อให้วัดระดับความกังวลถึงผลกระทบต่างๆ หากขาดแคลนหน้ากากอนามัย จากเต็ม 5 พบว่า ประชาชนกังวลว่าจะกระทบต่อการแพทย์ สาธารณสุข การรักษาพยาบาล สูงที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.87 ซึ่งอยู่ในระดับ &amp;ldquo;มาก&amp;rdquo; รองลงมากังวลว่าจะส่งผลกระทบให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อ COVID-19 มากขึ้น &amp;nbsp;โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.83 ซึ่งอยู่ในระดับ &amp;ldquo;มาก&amp;rdquo; และ จะส่งผลกระทบให้หน้ากากอนามัยมีราคาสูง/หาซื้อไม่ได้/ผู้มีรายได้น้อยเข้าไม่ถึงโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.80 ซึ่งอยู่ในระดับ &amp;ldquo;มาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสิ่งที่รัฐบาลควรแสดงบทบาทต่อแผนการจัดการหน้ากากอนามัย พบว่าประชาชนร้อยละ 56.4 ระบุว่ารัฐบาลควรปรับเปลี่ยนให้ผู้มีความรู้ความสามารถมาบริหารจัดการแทน รองลงมาร้อยละ 52.6 ระบุว่าให้ลงโทษผู้กักตุนหน้ากากอนามัยด้วยโทษสถานหนัก และร้อยละ 45.4 ระบุว่านายกรัฐมนตรีควรลงมาดูและแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ควรเชื่อเพียงการรายงาน.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59713</URL_LINK>
                <HASHTAG>หน้ากากอนามัย, โควิด-19, โพลล์, ไวรัสโคโรน่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200314/image_big_5e6c31a25da99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2020 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2020 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.เผยชุมชนคุณธรรมฯ พลัง บวร บ้าน วัด โรงเรียน พร้อมร่วมทำหน้ากากอนามัย กับมหาดไทย-จังหวัด-องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า จากการที่คณะรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยจัดทำหน้ากากอนามัยแบบผ้าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผลิต 50 ล้านชิ้นนั้น ในส่วนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ทั้งส่วนกลางและภูมิภาคพร้อมบูรณาการจัดทำหน้ากากอนามัยร่วมกับกระทรวงมหาดไทยทุกพื้นที่ตามนโยบายรัฐบาล โดยมอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อรับทราบแนวทางการดำเนินงาน และเร่งสำรวจความพร้อมประชาชนในชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่มีอยู่กว่า 20,000 แห่ง ซึ่งมีการวมกลุ่มของชาวบ้าน แม่บ้าน มีวัตถุดิบผ้าท้องถิ่น ผ้าที่เป็นสินค้าวัฒนธรรมไทย (CPOT)&amp;nbsp; และมีความพร้อมให้ความร่วมมือในการผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้ากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อผลิตรองรับการใช้งานให้ทันสถานการณ์ จำกัดการระบาดของไวรัสโคโรน่า อีกทั้งยังเป็นการช่วยแก้ปัญหาหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp; อีกทั้งยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายของประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัดวธ. กล่าวต่อไปว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจากวัฒนธรรมจังหวัดว่ามีประชาชนที่มีความพร้อมจากชุมชนคุณธรรมฯต่างๆ ยินดีเข้าร่วมจัดทำหน้ากากอนามัย อาทิ ชุมชนคุณธรรมฯวัดพลา จังหวัดระยอง ชุมชนคุณธรรมฯวัดป่าธรรมดา จังหวัดนครราชสีมา ชุมชนคุณธรรมฯบ้านบางกลม จังหวัดสงขลา และชุมชนคุณธรรมฯหนองสมณะใต้ จังหวัดลำพูน เป็นต้น&amp;nbsp; นอกจากนี้ได้ย้ำเน้นให้วัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ ใช้ช่องทางไลน์ของพลัง บวร ประชาสัมพันธ์ความรู้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง จากนั้นขอให้เครือข่ายพลัง บวร ทั่วประเทศร่วมกันประชาสัมพันธ์ต่อๆกันไปตามที่กระทรวงสาธารณสุขขอความร่วมมือ เช่น คำแนะนำการป้องกันควบคุมโรค สำหรับผู้เดินทางไป-กลับจากพื้นที่การระบาด นักศึกษาและสถานศึกษาที่มีกลุ่มผู้เดินทางกลับจากพื้นที่การระบาด ความรับผิดชอบต่อสังคม วิธีการทำหน้ากากอนามัยใช้เอง เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องทันเวลา ลดความตระหนกของประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหน่วยงานในสังกัด วธ. ทั้งสำนักงานปลัด วธ. กรมศิลปากร กรมการศาสนา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.)&amp;nbsp; สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (สบศ.)&amp;nbsp; ได้ให้ความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง อาทิให้ความรู้การป้องกันของบุคลากรในเบื้องต้น สถานที่ราชการ และสถานที่ที่ให้บริการประชาชน ที่สำคัญทุกหน่วยงานในสังกัดพร้อมขอความร่วมมือเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่ทำงานใกล้ชิดประชาชนช่วยกันรณรงค์ในหมู่ประชาชน เรื่องการล้างมือเพื่อป้องกันโรค การทำความสะอาดของพื้นผิวสัมผัสในที่สาธารณะ การสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59101</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หน้ากากอนามัย, กระทรวงวัฒนธรรม, กฤษศญพงษ์ ศิริ, บ้าน วัด โรงเรียน, ไวรัสโคโรน่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200307/image_big_5e636f00212d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
