<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>8 ชนเผ่านครพนม ฟ้อนบูชาพระธาตุพนม ก่อนไหลเรือไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ต.ค.61-เมื่อเวลา 08.00 น.. ณ บริเวณลานกว้างหน้าวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม โดยพระเทพวรมุนี เจ้าคณะจังหวัดนครพนม เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมฯ เป็นประธานสงฆ์ นายสยาม ศิริมงคล &amp;nbsp;ผวจ.นครพนม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมกับนางวิไลวรรณ ไกรโสดา นายรังสรรค์ คัมภิรานนท์ รอง ผวจ.ฯ พล.ต.ปราโมทย์ นาคจันทึก ผู้บัญชาการ มณฑลทหารบกที่ 210(มทบ.210) และหัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา พ่อค้า ประชาชน ร่วมกันประกอบพิธีทางศาสนาในพิธีฟ้อนบูชาพระธาตุพนม ซึ่งจังหวัดนครพนม คณะสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดนครพนม ยึดถือปฏิบัติจัดขึ้น ก่อนจะเริ่มไหลเรือไฟในค่ำวันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในวันนี้ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นวันออกพรรษา ได้มีมีพิธีการฟ้อนบูชาพระธาตุพนม &amp;nbsp;โดยการฟ้อนรำบูชาองค์พระธาตุพนมถือเป็นตำนานแล้ว มีมาตั้งแต่สร้างพระธาตุพนมในยุคแรก คือสมัยของพระมหากัสสปะเถระ และพญาทั้ง 5 แห่งอาณาจักรศรีโคตรบูร กาลต่อมาได้ปรากฏหลักฐานว่า มีการฟ้อนรำบูชาพระธาตุพนมเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนจะเริ่มการฟ้อนบูชาพระธาตุพนม &amp;nbsp;มีพิธีแห่เครื่องสักการบูชา โดยการนำของนายสยาม ศิริมงคล ผวจ.ถวายเครื่องสักการบูชา กล่าวนำไหว้พระธาตุ ประกอบพิธีทางศาสนา และกล่าวเปิดงาน โดยพิธีฟ้อนบูชาพระธาตุพนม จำนวน 6 ชุด มีตามลำดับดังนี้ คือ 1.ฟ้อนตำนานพระธาตุพนม(อ.ธาตุพนม) เป็นการฟ้อนบูชาพระธาตุพนม 2.ฟ้อนศรีโคตรบูร(อ.ปลาปาก อ.ศรีสงคราม) โดยฟ้อนชุดนี้ถูกปรับปรุงให้เป็นชุดรำประจำจังหวัดนครพนม เพื่อแสดงให้ระลึกถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต ถือเป็นการฟ้อนอีกชุดหนึ่ง ในการฟ้อนบูชาพระธาตุพนมในเทศกาลไหลเรือไฟทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ฟ้อนผู้ไทย หรือภูไท (อ.เรณูนคร อ.บ้านแพง) ได้พัฒนาและดัดแปลงมาจากศิลปะการฟ้อน ซึ่งแสดงในงานเทศกาลต่างๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ฟ้อนหางนกยูง(อ.เมืองฯ อ.นาทม) ถือกำเนิดมากว่า 100 ปี เดิมใช้สำหรับฟ้อนบวงสรวงสักการะ เจ้าพ่อหลักเมืองอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อประทานพรให้มีชัยชนะและแคล้วคลาดจากภยันตราย ในการเข้าแข่งขันชิงชัยต่างๆ โดยเฉพาะในการแข่งขันเรือยาวในเทศกาลออกพรรษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ฟ้อนไทญ้อ(อ.ท่าอุเทน อ.นาหว้า อ.โพนสวรรค์) ซึ่งเป็นชนเผ่าอีกกลุ่มหนึ่งที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในเขต อ.ท่าอุเทน นาหว้า และโพนสวรรค์ โดยปกติการฟ้อนไทญ้อจะพบเห็นในเทศกาลสงกรานต์ และเทศกาลที่สำคัญเท่านั้น &amp;nbsp;6.ฟ้อนขันหมากเบ็ง(อ.นาแก อ.วังยาง) ขันหมากเบ็งเป็นเครื่องบูชาชนิดหนึ่งของภาคอีสาน คำว่า &amp;ldquo;เบ็ง&amp;rdquo; มาจาก &amp;ldquo;เบญจ&amp;rdquo; หมายถึงการบูชาพระเจ้า 5 พระองค์ คือ กกุสันโท โกนาคมโน กัสสโป โคตโม และอริยเมตตรัยโย &amp;nbsp; ส่วนในปัจจุบันนี้ชาวอีสาน โดยเฉพาะเผ่ากะเลิงใช้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ ด้วยเหตุนี้จึงได้นำมาประดิษฐ์เป็นท่าฟ้อนรำเพื่อบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในการแสดงครั้งนี้ หมายถึงพญาทั้ง 5 แห่งอาณาจักรศรีโคตรบูร ได้นำขันหมากเบ็งมาถวายองค์พระธาตุพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้่งนี้ค่ำคืนของวันเดียวกัน ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม การไหลเรือไฟ จำนวน 12 ลำ จะเริ่มลอยโชว์กลางสายน้ำโขง &amp;nbsp;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20581</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครพนม, ฟ้อน8ชนเผ่า, สยาม ผู้ว่าฯนครพนม, หน้าวัดพระธาตุพนม, ออกพรรษา, ไหลเรือไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bcfe26d23c5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19942</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครพนม บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนเริ่มงานเทศกาลไหลเรือไฟ17-25ต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.61 - เมื่อเวลา 08.09 น. นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.ฯ และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม และนางวิไลวรรณ ไกรโสดา นายรังสรรค์ คัมภิรานนท์ รอง ผวจ.ฯ นำหัวหน้าส่วนราชการ บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดนครพนม เพื่อความเป็นสิริมงคล ในการจัดงานประเพณีไหลเรือไฟ และงานกาชาดประจำปี 2561 ตามคติความเชื่อและศรัทธาของคนลุ่มแม่น้ำโขง กราบไหว้ขอพรก่อนเปิดงานประเพณีไหลเรือไฟ เพื่อให้งานดำเนินการไปด้วยความราบรื่นตลอดงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเริ่มต้นจากศาลหลักเมือง ถนนอภิบาลบัญชา ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัดฯ จากนั้นก็เดินไปที่พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 &amp;nbsp;บริเวณหน้าหอสมุดเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จากนั้นเดินทางไปยังจวนผู้ว่าราชการจังหวัด(หลังเก่า) ริมฝั่งโขง ถนนสุนทรวิจิตร ไหว้ศาลพระภูมิบริเวณหน้าจวน และศาลเจ้าที่บริเวณหลังจวน,ศาลเจ้าพ่อคำแดง ผู้ปกปักดูแลลูกหลานตามริมแม่น้ำโขง,พระติ้ว พระเทียม วัดโอกาสศรีบัวบาน,ศาลเจ้าพ่อหมื่น ศาลปู่-ย่า,พญาศรีสัตตนาคราช,หลวงปู่จันทร์ พระแสง วัดศรีเทพประดิษฐาราม และศาลเจ้าพ่อสัมมาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้งานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-25 ต.ค.61(9 วัน 9 คืน) บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม เป็นสถานที่จัดงานกาชาด และริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม เป็นสถานที่ไหลเรือไฟอันยิ่งใหญ่ คาดจะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศจำนวนเรือนแสน มาชมประเพณีโบราณ จัดขึ้นในช่วงทศกาลออกพรรษาของทุกปี เพื่อบูชารอยพระพุทธบาท ตลอดจนเป็นการขอขมาลาโทษต่อแม่น้ำโขง ที่ใช้หล่อเลี้ยงชีวิตประจำวัน ตามความเชื่อเผาทุกข์ลอยเคราะห์ไปกับสายน้ำ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19942</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานกาชาด, นครพนม, พิธิีบวงสรวง, สยาม ศิริมงคล, ไหลเรือไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc427263fc01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2026 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สืบสานประเพณีไหลเรือไฟ ต้องไป...นครพนม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การชูภาพลักษณ์ความเป็นวิถีไทย ด้วยการดึงเสน่ห์วัฒนธรรมประเพณี ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวมาเป็นจุดขายสร้างความคึกคักให้แก่การท่องเที่ยว พร้อมเชิดชูความภูมิใจให้แก่คนในชาติ ที่สำคัญยังช่วยกระจายรายได้ลงไปสู่ชุมชน และหมู่บ้านต่างๆ ที่มีกิจกรรมประเพณีอันงดงามตลอดทั้งปี ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นไปตามแนวคิด Amazing Thailand Go Local ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้กับเมืองรอง และสอดรับกับนโยบายรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสุหฤทธิ์ ชาญวนังกูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม (รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดนครพนม จังหวัดสกลนคร และจังหวัดมุกดาหาร) กล่าวว่า ในช่วงวันออกพรรษาของทุกปี จังหวัดนครพนมมีประเพณีงานไหลเรือไฟที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก และสำหรับปีนี้มีการจัดงานไหลเรือไฟ และงานกาชาดประจำปี 2561 ขึ้นระหว่างวันที่ 17-25 ตุลาคม 2561 บริเวณเขื่อนริมโขงหน้าเมืองนครพนม และบริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้ชมความตระการตาของการไหลเรือไฟโชว์ เรือไฟวิทยาศาสตร์ กระทงสาย (ไข่พญานาค) ในแม่น้ำโขงทุกคืน พร้อมชมซุ้มนิทรรศการเรือไฟของแต่ละอำเภอ ชมศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เลือกซื้อผลิตภัณฑ์โอท็อปขึ้นชื่อของแต่ละอำเภอ ลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นเมืองนครพนม ชมการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง หน้าวัดพระอินทร์แปลง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลาดไม่ได้กับไฮไลต์ในวันออกพรรษา 24 ตุลาคม 2561 ชมพิธีรำบูชาพระธาตุพนมที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม ในเวลา 08.00 น. และร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;ไหลเรือไฟโบราณ&amp;rdquo; บริเวณหน้าวัดโพธิ์ศรี ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป และมีงานพาแลงริมฝั่งโขงหรือการรับประทานอาหารเย็นริมฝั่งโขง พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ตลอดบริเวณริมเขื่อนหน้าเมืองนครพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความเป็นมาของประเพณีไหลเรือไฟ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาษาท้องถิ่นของชาวอีสานเรียกว่า &amp;ldquo;เฮือไฟ&amp;rdquo; จัดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา เพื่อเป็นการบูชารอยพระพุทธบาท โดยมีความเชื่อว่า ในครั้งพุทธกาลพระพุทธองค์ได้เสด็จไปยังฝั่งแม่น้ำนัมมทามหานที อันเป็นที่อยู่อาศัยของพญานาคและแสดงธรรมเทศนาโปรดพญานาคที่เมืองบาดาล จากนั้นพญานาคได้ทูลขอให้พระพุทธองค์ประทับรอยพระบาทไว้ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที ซึ่งต่อมาบรรดา เทวดา มนุษย์ ตลอดจนสัตว์ทั้งหลายได้มาสักการบูชารอยพระพุทธบาทดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเพณีไหลเรือไฟยังมีความเกี่ยวโยงกับความเชื่อเรื่องอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่น ถือว่าเป็นการสักการะพกาพรหมหรือท้าวมหาพรหม การบวงสรวงพระธาตุจุฬามณี การขอขมาลาโทษพระแม่คงคา เนื่องจากมนุษย์ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไปในแม่น้ำ การไหลเรือไฟยังเปรียบเสมือนการนำไฟเผาความทุกข์ให้ลอยไปกับสายน้ำ ซึ่งเป็นประเพณีที่ชาวนครพนมถือปฏิบัติมาและทำขึ้นในวันออกพรรษา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครพนม กล่าวต่อว่า นอกจากมาร่วมงานเทศกาลไหลเรือไฟแล้ว นักท่องเที่ยวอาจใช้โอกาสนี้ไปนมัสการพระธาตุประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน จำนวน 8 พระธาตุ ได้แก่ &amp;ldquo;พระธาตุพนม&amp;rdquo; ประจำวันเกิดวันอาทิตย์เป็นพระธาตุเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง เป็นที่นับถือของชาวไทยและชาวลาวสองฝั่งโขง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ต่อด้วย &amp;ldquo;พระธาตุเรณู&amp;rdquo; ประจำวันเกิดวันจันทร์ อีกหนึ่งปูชนียสถานที่สำคัญ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากพระธาตุพนมมากนัก และนับว่าเป็นพระธาตุคู่เมืองชาวเรณูนคร ที่จำลองมาจากพระธาตุพนมองค์เดิมแต่มีขนาดเล็กกว่าภายในพระธาตุเป็นโพรงบรรจุพระไตรปิฎกและพระพุทธรูปทองคา พระพุทธรูปเงิน ของมีค่า และเครื่องกกุธภัณฑ์&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถัดมา &amp;ldquo;พระธาตุศรีคุณ&amp;rdquo; ประจำวันเกิดวันอังคาร อยู่ที่อำเภอนาแก พระธาตุองค์นี้ถูกค้นพบเมื่อประมาณปี พ.ศ.2340 และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ.2486-2490 มีลักษณะคล้ายพระธาตุพนม ต่างกันที่ชั้น 1 มี 2 ตอนนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วัดพระธาตุมหาชัย&amp;rdquo; ประจำวันเกิดวันพุธ&amp;nbsp; ประดิษฐานอยู่ที่วัดโฆษดาราม อำเภอปลาปาก สร้างเมื่อ พ.ศ.2495 เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันต์สารีริกธาตุ&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระธาตุมรุกขนคร&amp;rdquo; ประจำวันเกิดวันพุธ (กลางคืน) ปกติไม่ค่อยได้มีคนกล่าวถึงมากนัก เนื่องจากเพิ่งก่อสร้างเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ประดิษฐานอยู่วัดมรุกขนคร อำเภอธาตุพนม องค์พระธาตุมีลักษณะรูปทรงที่คล้ายองค์พระธาตุพนม มีความสูงประมาณ 40 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;พระธาตุประสิทธิ์&amp;rdquo; ประจำวันเกิดวันพฤหัสบดี ตั้งอยู่ที่วัดธาตุประสิทธิ์ อำเภอนาหว้า&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์ เดิมเป็นเจดีย์เก่าแก่ ชำรุดทรุดโทรม มีเถาวัลย์ปกคลุม ภายในอุโมงค์มีพระพุทธรูปเก่าแก่หลายองค์ ผู้ค้นพบคือ ชนเผ่าญ้อ ที่หนีภัยสงครามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระธาตุท่าอุเทน&amp;rdquo; ประจำวันเกิดวันศุกร์ ตั้งอยู่ภายในวัดท่าอุเทน อำเภอท่าอุเทน สร้างเมื่อปี พ.ศ.2455 โดยหลวงปู่สีทัตถ์ สุวณฺณมาโจ องค์พระธาตุก่ออิฐถือปูนเป็นผังรูปสี่เหลี่ยมคล้ายพระธาตุพนม แต่มีขนาดเล็กและสูงกว่าพระธาตุพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;พระธาตุนคร&amp;rdquo; ประจำวันเกิดวันเสาร์ ประดิษฐานที่วัดมหาธาตุ อำเภอเมืองฯ พระธาตุมีลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่อสร้างเสร็จใน พ.ศ.2465 มีรูปแบบตามพระธาตุพนมองค์เดิม ภายในบรรจุพระอรหันต์สารีริกธาตุ พร้อมกับองค์พระพุทธรูปทองคำ และของมีค่าต่างๆ ที่ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาได้ถวาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ามีเวลายังสามารถเดินทางไปชมสถานที่สำคัญๆ ที่มีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ อาทิ &amp;ldquo;หอเฉลิมพระเกียรติราชวงศ์จักรี&amp;rdquo; จัดแสดงความรู้เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองนครพนม นิทรรศการวิถีชีวิตชนเผ่า ทั้ง 7 ชนเผ่า และ 2 เชื้อชาติ ของจังหวัดนครพนม เป็นอีกทางสถานที่ไม่ควรพลาด เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์&amp;rdquo; สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ที่ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เคยลี้ภัยมาอาศัยอยู่จังหวัดนครพนม ในช่วงสงครามกู้ชาติเวียดนาม&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมหลังเก่า&amp;rdquo; เป็นสถาปัตยกรรมดีเด่นในจังหวัดนครพนม มีความสวยงามลักษณะเป็นแบบตะวันตก เพราะได้รับอิทธิพลในรูปแบบการก่อสร้างจากฝรั่งเศส ช่วงสมัยสงครามอินโดจีน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สักการะพญาศรีสัตตนาคราช&amp;rdquo; เป็นรูปปั้นพญานาคขดหาง มี 7 เศียร พ่นน้ำได้ หล่อด้วยทองเหลือง ขนาดความกว้างรวมหาง 4.49 เมตร สูง 10.90 เมตร มีความสูงจากฐาน 16.29 เมตร น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 9 ตัน เศียรพญานาคหันไปทางทิศเหนือ หางชี้ไปทางแม่น้ำโขง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทุกวันในเวลาพลบค่ำจะมีการเปิดไฟประดับรอบองค์พญาศรีสัตตนาคราช และบริเวณใกล้กันคือ ลานพนมนาคา เป็นลานคอนกรีตกว้างโล่งเหมาะกับการชมทิวเขาฝั่งเมืองท่าแขก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว&amp;nbsp; และปิดท้ายด้วย &amp;ldquo;จุดชมวิวสะพานมิตรภาพ 3&amp;rdquo; เหมาะแก่การถ่ายรูปสวยๆ เก๋ๆ มองเห็นบ้านเมืองฝั่งลาวได้อย่างสวยงามโดยเฉพาะช่วงยามเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ไหลเรือไฟถือเป็นประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนครพนม และร่วมสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณและเป็นพิธีกรรมเพื่อเป็นการบูชาแม่น้ำโขง อีกทั้งผู้มาเยือนยังได้สัมผัสพลังศรัทธาของวิถีพุทธ ผ่านการนมัสการพระธาตุประจำวันเกิดพร้อมชมแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองรองแห่งนี้ ซึ่งรับรองว่าจะได้รับความสุขกลับไปอย่างแน่นอน&amp;quot; ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครพนม กล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม (รับผิดชอบพื้นที่ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร) โทร. 0-4251-3490-1 และ Facebook Fanpage : ททท.สำนักงานนครพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;/-/-/-&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18700</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, นครพนม, ประเพณีไหลเรือไฟ, ไหลเรือไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180929/image_big_5baf7d1810616.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
