<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หาม’น้านงค์’ส่งไอซียู ด้านคู่ซี้‘โย่ง เชิญยิ้ม’เฝ้าหน้าห้องไม่ห่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำเอาแฟนคลับตกใจ เมื่อเฟซบุ๊ก โย่ง เชิญยิ้ม ได้ออกมาแจ้งข่าวว่า นงค์ เชิญยิ้ม หรือ น้านงค์ &amp;nbsp;กำลังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู หลังจากที่เจ้าตัวได้เผลอดื่มน้ำยาล้างเครื่องเงินเข้าไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย โย่ง เชิญยิ้ม ได้โพสต์ภาพขณะนั่งอยู่หน้าห้องไอซียู พร้อมเขียนข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;ไอ้นงค์มึงต้องไม่เป็นอะไรนะ กูไม่อนุญาตให้มึงเป็นแบบนี้ มึงรีบตื่นขึ้นมาคุยกับกูเดี๋ยวนี้(ระหว่างพิมพ์มีน้ำตาซึมออกมา) #น้านงค์หยิบผิดเผลอดื่มน้ำยาล้างเครื่องเงิน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99571</URL_LINK>
                <HASHTAG>นงค์ เชิญยิ้ม, น้านงค์, โย่ง เชิญยิ้ม, ไอซียู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077f29e54d98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2019 19:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ชาคริต&#039;เชื่อแม่สู้เต็มที่แล้ว ก่อนจากไปอย่างสงบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังเสร็จสิ้นพิธีรดน้ำศพคุณแม่สมลักษณ์ แย้มนาม คุณแม่ของพระเอกหนุ่ม ชาคริต แย้มนาม ที่เสียชีวิตลงเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา ด้วยอาการป่วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ และเป็นภูมิแพ้อย่างหนัก หนุ่มชาคริต ก็ได้เปิดใจถึงการจากไปของคุณแม่ว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ท่านก็ป่วยมาจะครบ 4 ปี ผมเชื่อว่าในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่เจ็บปวดต้องอยู่กับการรักษาเยียวยามายาว ผมเชื่อว่าท่านสู้เต็มที่แล้ว ทำให้เราอย่างที่สุด เราในฐานะลูกก็ทำดีที่สุดแล้วเหมือนกัน ต่างคนก็ต่างทำดีที่สุดในระยะเวลาที่เรายังมีเหลืออยู่ ได้ดูแลกันมา ก็รู้สึกว่าเราทำได้เต็มที่ ดีใจที่เขาได้เจอหลาน อย่างน้อยในสภาพร่างกายที่เขาไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เขาก็ได้กอด ได้ยินเสียงหลาน หลานก็ได้ยินเสียงย่า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราก็ไม่อยากจะทรมานท่านไปกว่านี้ ท่านหมดสังขารแล้วก็หลับไปอย่างสงบ ก็สโตรกมา 4 ปี ด้วยความที่แม่มีโรคประจำตัวคือทั้งภูมิแพ้ ทั้งไซนัส พอเข้าช่วงอากาศเปลี่ยนระบบทางเดินหายใจมันก็ติดขัด มีเสมหะอะไรต่างๆ ไปลงปอด ออกซิเจนเลยขึ้นไปเลี้ยงสมองไม่ทัน เหมือนคนวูบสลบไป ประมาณอาทิตย์กว่าที่ท่านไปอยู่ในการดูแลของคุณหมอ&amp;nbsp; คุณหมอก็ทำกันเต็มที่ ก็ถึงบอกว่าถึงที่สุด เกินกว่าที่เขาจะไปเอง เขาก็ไปอย่างสงบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยอายุของคุณแม่แล้วเราก็พยายามทำให้ดีที่สุด พูดจริงๆ เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันเป็นเรื่องปกติ เราก็รู้อยู่แล้วว่ามันต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว แต่ในช่วงเวลาที่เขายังมีลมหายใจอยู่หรือเรายังหายใจอยู่ ก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ทดแทนบุญคุณชาตินี้ผมว่าบุญคุณพ่อแม่ไม่สามารถที่จะทดแทนให้หมดได้ มันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก ในฐานะลูกเราก็ทำให้ได้เต็มที่ ไม่ต้องมีอะไรที่มาขอโทษขอโพยกัน ไม่มีอะไรที่ต้องมานั่งเสียดายกันว่าอันนี้เราไม่ได้ทำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่านได้สั่งเสียอะไรไหม คือท่านพูดไม่ได้มานานแล้วครับ เราก็ต้องแปลเอาว่าอันนี้ถูกใจไหม ชอบใจไหม แต่ด้วยชีวิตคุณแม่ผมไม่ได้เป็นคนที่ซับซ้อนอะไร สิ่งที่เขาชอบที่เขาต้องการก็มีไม่กี่อย่าง อย่างสีที่เรารู้ว่าเขาชอบสีม่วงเราก็เลือกดอกไม้สีม่วง เขาชอบนกยูง เราก็เอานกยูงมาให้ ท่านเองก็ทรมานมาเยอะแล้วกับการป่วย และท่านก็เป็นคนที่เรียบง่าย ก็เลยเลือกที่จะสวดอภิธรรมแค่ 3 วันน่าจะพอแล้ว ไม่อยากจะยื้อดวงจิตท่านไว้นานกว่านี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่ที่แม่ป่วยมา เราก็ได้คุยกันเรื่อยเปื่อย เหมือนเป็นการคุยกันมากกว่าว่า และเราก็เป็นคนดีที่สำนึกในคำสอนแม่มาตลอด ก็บอกแม่ไม่ต้องห่วง อะไรที่เคยดื้อมา เราก็ขอโทษ มันก็เป็นบทเรียนและคอยสอนให้โอกาสเรามาตลอด มันเป็นสิ่งที่แม่ลูกคุยกันมากกว่าครับ ส่วนน้องโพธิ์ทราบไหมว่าคุณย่าไม่อยู่แล้ว เขาบอกคุณย่าหลับครับ ความตั้งใจคือเราบอกคุณย่าไว้ว่าไม่ต้องห่วง เพราะเขาได้เจอกัน และเราจะทำอย่างเต็มที่ให้โพธิ์เขาจำคุณย่าเขาได้ เพราะตอนนี้เขาอยู่ในวัยที่ยังเด็ก แต่หน้าที่ของเราคือต้องการให้เขารู้ว่าเขามีย่าที่ดีมากๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากเมื่อพิธีเสร็จ ก็จะเก็บอัฐิท่านไว้ที่บ้าน เพราะยังมีญาติหลายคนที่ต้องเดินทางมาจากต่างจังหวัด จะได้กราบไหว้ เอาไว้สักร้อยวัน และคิดว่าน่าจะเอาไปฝังไว้อยู่ใกล้ๆ เพราะใช้ชีวิตอยู่ที่สวน เลยจะเอาไปฝังไว้อยู่ด้วยกันที่สวน ให้อยู่กับธรรมชาติ เพราะเราได้ทำพิธีเผาเรียบร้อยแล้ว มันก็อยู่ที่เราเลือกจะฝังหรือลอยอังคาร จึงคิดว่าน่าจะให้ไปอยู่ใกล้ๆ กันที่บ้านสวนครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ กำหนดสวดพระอภิธรรม คุณแม่สมลักษณ์ แย้มนาม ทางครอบครัวได้กำหนดตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม - 25 ธันวาคม และพิธีฌาปณกิจ ในวันที่ 26 ธันวาคม ณ ศาลาทองคำ วัดยาง อ่อนนุช 23&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53119</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาคริต แย้มนาม, ภูมิแพ้, เสียคุณแม่, โรคเส้นเลือดในสมองตีบ, ไอซียู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191223/image_big_5e00ae5191d97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2019 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดเศร้า&#039;ชาคริต แย้มนาม&#039;สูญเสียคุณแม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้มป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ (strokes) และได้รักษาตัวมา 4 ปี จนกระทั่งช่วงนี้เกิดภาวะแทรกซ้อน แถมอากาศเปลี่ยนแปลง ทำให้คุณแม่สมลักษณ์ คุณแม่ของหนุ่มชาคริต แย้มนาม เกิดอาการภูมิแพ้หนักจนต้องเข้ารักษาตัวในห้องไอซียู หลับไม่รู้สึกตัวมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว และเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา ก็ได้จากไปอย่างสงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า Christopher Washington ซึ่งเพื่อนสนิทของหนุ่มชาคริต ได้โพสต์ข้อความไว้อาลัยและแจ้งการจากไปของ คุณแม่ โดยระบุว่า &amp;ldquo;คุณแม่สมลักษณ์ แย้มนาม (คุณแม่ของชาคริต แย้มนาม) ได้จากพวกเราไปอย่างสงบ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นำพาดวงวิญญาณสู่สุขติ สู่ภพภูมิที่ดี และขอให้เวียนวนกลับมาเป็นแม่-เป็นลูกกันทุกชาติไป ด้วยรักและอาลัย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ กำหนดสวดพระอภิธรรม คุณแม่สมลักษณ์ แย้มนาม ทางครอบครัวได้กำหนดตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม - 25 ธันวาคม และพิธีฌาปณกิจ ในวันที่ 26 ธันวาคม ณ ศาลาทองคำ วัดยาง อ่อนนุช 23 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @shahkrit&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53084</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาคริต แย้มนาม, ภูมิแพ้, เสียคุณแม่, โรคเส้นเลือดในสมองตีบ, ไอซียู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191223/image_big_5e004dd0184dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หามแม่&#039;บอล เชิญยิ้ม&#039;เข้าไอซียู หลังติดเหล้าหนัก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณแม่ติดเหล้าหนักทำให้ร่างกายทรุดจนต้องเข้าไอซียู แต่ลูกชายอย่าง ชัชชัย จำเนียรกุล หรือ &amp;quot;บอล เชิญยิ้ม&amp;quot; ตลกหนุ่มชื่อดังก็เข้ามาดูแลไม่ห่าง โดยเจ้าตัวโพสต์ภาพและคลิปวีดีโอคุณแม่บนเตียงในโรงพยาบาลพร้อมเผยถึงอาการคุณแม่ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;อาทิตย์กว่า ที่แม่เข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ว่างจากงานต้องเดินทางมาหาและให้กำลังใจ ที่ลูกคนนึงทำได้ เพื่อให้แม่กลับมาเหมือนเดิม ใครที่มีพ่อแม่หรือคนในครอบครัว ที่กำลังติดเหล้าอย่างหนัก ต้องหาทางรักษานะครับก่อนที่จะแย่และต้องเป็นแบบแม่ผม ตอนนี้ข้างในระบบร่างกายแย่ แค่ให้ทรงตัวกลับมาเดินและพูดได้เหมือนเดิมแค่นี้ผมก็ดีใจแล้ว ขอบคุณ พี่วันชัย สมุทรสาคร ที่จัดการทุกอย่างเรื่อง รพ. ให้กับแม่ผม ขอบคุณ คุณหมอพี่น้องพยาบาลทุกคนที่ดูแลแม่ผม ถึงแม้จะไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่อย่างน้อย แม่ผมก็ยังอยู่ต่อได้ครับ นี่แหละชีวิตคน ไม่ได้มีความสุขทุกเรื่องครับยังมีอีกหลายชีวิตที่ต้องดูแล ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจผมครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม่จะเป็นยังไง แม่ก็คือแม่ของผม จะเคยห้ามไม่ให้กินเหล้ามาเป็นปีๆ จนวันนี้แม่ต้องเข้า ไอซียู ภายในร่างกาย มันจะหมดและเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร ผมก็ต้องดูแลแม่ให้ถึงที่สุด เท่าที่ลูกคนนึงจะทำได้ ต้องกลับมาฟื้นฟู สภาพร่างกายกันใหม่ ถึงแม้จะไม่เหมือนเดิม เราก็ต้องดูแลกันต่อไป ตัดอะไรตัดได้ แต่ คำว่าแม่ลูก ไม่มีอะไรมาตัดได้ครับ ขอบคุณทุกกำลังใจและคำอวยพรครับ ผมได้ดูทุกอันซาบซึ้งใจมากๆครับ ขอบคุณแทนแม่ผมด้วยนะครับ พี่น้องทุกท่าน เข้มแข็งสุดๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจากอินสตาแกรม ballyim_uri&lt;/p&gt;

&amp;nbsp;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45616</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดาราตลก, ติดเหล้า, บอล เชิญยิ้ม, ไอซียู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d7a0ed5c97d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เนม เก็ตสึโนวา’น้ำตาร่วง ลูกสาววัย 1 เดือนเข้าไอซียู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพิ่งดีอกดีใจที่ได้รับขวัญน้องเรน ลูกสาวตัวน้อยไปเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา คุณพ่อมือใหม่ เนม เก็ตสึโนวา หรือ ปราการ ไรวา ก็ต้องน้ำตาร่วง เมื่อลูกน้อยเกิดอาการเจ็บป่วยจนต้องเข้ารักษาตัวที่ห้องไอซียู โดยนักร้องคนดังได้โพสต์ภาพลูกสาวพร้อมข้อความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บันทึกของวันที่ 24/04/19 : วันที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิตของเนมและป้อ ลูกสาวไม่สบายมากๆ ร้องเจ็บปวดครางๆ ตั้งแต่เช้าหลายชั่วโมงจึงตัดสินใจไปโรงพยาบาล แต่ดูก็รู้เลยว่าลูกร้องอิดออดๆ เหมือนไม่สบายท้องคือดูรู้เลยว่าปวดท้องมากๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมอประจำตัวลูกหลังจาก x ray สันนิษฐานว่ามีความเป็นไปได้สูงที่น้องมีอาการไส้เป็นรูหรือไส้แตกเพราะมีลมออกมาเต็มท้องเลย บวกกับปอดติดเชื้อด้วย มีความจำเป็นที่จะต้องเข้า ICU เพื่อผ่าตัดฉุกเฉิน ...พอได้ยินหมอพูดน้ำตาของเราก็ไหลทันที มันทรมาน สงสาร รู้สึกว่าอยากจะเจ็บแทนลูก ตัวน้อยของเราคนแรก แค่เดือนเดียวต้องทำการผ่าตัดใหญ่ ... แต่ในขณะเดียวกันเราต้องทำตัวเข้มแข็งเพื่อคุณป้อ และที่สำคัญลูกจะได้มีกำลังใจ ทั้งๆ ที่ข้างในของผมมันแตกสลายไปหมดแล้วตอนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ผมยิ่งเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่มากขึ้น เพราะมันไม่มีอะไรแย่กว่าการที่เห็นลูกเราเจ็บปวด ไม่สบาย ความเจ็บปวดที่ผ่านมาทั้งชีวิตนี้ไม่เท่ากับความทรมานจิตใจของผมเมื่อวาน ครอบครัวของเราทั้งสอง ทั้งพ่อแม่ก็บอกว่าเราต้องทำจิตใจให้เเข็งแรงเพราะลูกจะได้รับพลังจากเรา เราต้องไม่ร้องไห้ให้ลูกเห็นแต่มันยากมากๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีขั้นตอนนึงที่ลูกต้องโดนเอาหลอดลงเข้าไปในคอเพื่อพยายามเอาลมออกมาให้มากที่สุด เราก็ได้แต่ได้ยินเสียงร้องทรมานสุดๆ ของลูก ได้แต่คิดว่าทำไมลูกเราต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ทั้งๆ ที่เพิ่งจะเกิดมา ผ่าตัดใหญ่ด้วย มีความเสี่ยงมากมาย อาจารย์หมอหลายท่านปรึกษากันจากหลายๆ แผนกและสถาบันว่าจะต้องทำยังไง เพราะห้องผ่าตัดได้เตรียมพร้อมแล้ว ลองจินตนาการดูว่าสภาพผมตอนนั้นเป็นยังไง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนกระทั่ง... หมออาวุโสท่านนึงบอกให้ไป x ray อีกรอบเพื่อ ultrasound อีก เพื่อดูให้แน่ใจว่ามีแผลชัวร์ๆ มั้ย ปรากฎว่าไม่มีแผล หมอวิ่งมาบอกว่าไม่ต้องผ่าตัด จบสั้นๆ คือโล่งมากดีใจมากที่ลูกไม่ต้องผ่าตัด แต่ต้องเฝ้าดูอาการใน ICU ต่อไปเป็นอาทิตย์เพื่อหาสาเหตุของเชื้อ virus ต่อไป นี่เล่าแบบไม่ detail เลย มีหลายอย่างที่ไม่ได้เขียนระหว่างวันของขั้นตอนการรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยากจะกราบขอบพระคุณหมอทุกท่านที่มาช่วยดู case ของลูกสาวผม รวมถึง Staff ทุกคนที่ โรงพยาบาล @samitivej สุขุมวิท ครับผม &amp;ldquo;ขอบคุณกำลังใจจากทุกๆ คนที่ช่วยสวดมนต์ภาวนาให้ลูกผมพ้นขีดอันตราย&amp;rdquo; สุดท้ายนี้พ่อขอขอบคุณความอดทนของลูกรัก ที่ต่อสู้กับความเจ็บปวดที่สุดในชีวิตได้ดีแบบนี้ พ่อรักหนูเพิ่มขึ้นอีกเป็นล้านเท่า และจะดูแลหนูให้ดีที่สุดมากขึ้นไปอีกตลอดไปต่อจากนี้ อีกนิดนึงหนูก็จะหายแล้วค่ะ &amp;nbsp;@babyreynraiva&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @nameraiva&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34470</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องเรน, ลูกสาว, วงเก็ตสึโนวา, เนม ปราการ, เนม เก็ตสึโนวา, ไอซียู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1983d04c46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 17:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป๋าเต็ด&#039;เล่านาทีเฉียดตาย &#039;แพทย์&#039;ลั่นมาช้าอาจเสียชีวิต!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จู่ๆก็แน่นหน้าอกจนต้องหามส่งโรงพยาบาล แต่ล่าสุดอาการของ ป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม พ้นวิกฤตแล้ว โดยเจ้าตัวพร้อมกับ นายแพทย์ ไพฑูรย์ จองวิริยะวงศ์ ได้ออกมาแถลงข่าวถึงอาการป่วยดังกล่าว ที่เล่นเอาเจ้าตัวเกือบเอาชีวิตไม่รอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนอื่นขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วง เหตุการณ์คือเมื่อวันเสาร์ผมเพิ่งอาบน้ำเสร็จลงมาทำกิจวัตรประจำวัน คือจะลงมาชงกาแฟกิน พอลงมาถึงห้องครัว ก็รู้สึกได้ว่ามีเหงื่อซึม ทั้งที่เปิดตู้เย็นอยู่ อาการไม่ร้อน แต่ยังไม่ได้รู้สึกว่าเป็นอะไรมากนะ ก็ปิดตู้เย็น ไปเปิดเครื่องชงกาแฟ จังหวะนั้นเริ่มรู้สึกว่าแน่นหน้าอกมาก เหงื่อไหลเยอะขึ้น มีอาการวิงเวียนรู้สึกบ้านหมุน ตอนนั้นก็ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร คิดว่าคงขาดอากาศ เลยรีบเดินออกไปหน้าบ้านเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ ปรากฎไม่ดีขึ้น กลับรู้สึกแน่นหน้าอกมากขึ้น เหมือนมีคนมานั่งทับหน้าอก เลยตัดสินใจโทรหาเพื่อนที่เป็นหมอ ชื่อหมอเอี้ยง ซึ่งก็ทำงานที่สมิติเวชที่นี่ด้วย ผมเล่าอาการให้ฟัง หมอเขาก็บอกให้ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดและให้เขาตรวจคลื่นหัวใจทันที เพราะเชื่อว่ามีอาการผิดปกติในเรื่องหัวใจแน่ๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตอนนั้นผมวางสายปุ๊บก็ตะโกนเรียกภรรยาให้รีบขับรถไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด บ้านผมอยู่แถวสุขาภิบาล3 คือก็มีโรงพยาบาลที่ใกล้กว่านั้น แต่พอตอนนั้นผมขึ้นมาบนรถแล้วภรรยาบอกอาการผมแย่มาก หน้าซีด เดินขึ้นรถยังจะแทบไม่ไหว มองไม่ค่อยเห็น ภรรยาเลยตัดสินใจมาสมิติเวชที่สุขุมวิทแล้วกัน เพราะมีประวัติเรารักษาที่นี่เป็นประจำ ถึงแม้จะไกลหน่อย แต่โชคดีที่ มันวันหยุดยาวแล้วเส้นทางที่วิ่งมันสวนทางกับคนส่วนใหญ่ที่จะออกนอกเมือง เลยมาถึงที่นี่ในเวลาประมาณ 20 นาที ตอนแรกผมยังงงๆ ว่าตกลงเราเป็นอะไร แต่เพื่อนบอกให้มาตรวจคลื่นหัวใจเราก็มา ไม่ได้เป็นแผนกฉุกเฉินด้วยนะ เป็นแผนกหัวใจ จำได้ว่าเข้ามาตอนนั้นคนน้อย ผมอาจจะเป็นผู้ป่วยคนเดียว แล้วภรรยาอาจจะโทรมาแจ้งไว้ก่อน มาถึงปุ๊บเขาก็พาผมไปในห้องตรวจคลื่นหัวใจ เขาเอาเครื่องมือต่างๆมาติดตามตัวแล้วต่อไปที่จอ ผมรู้สึกได้ว่า เหมือนพอเขาเห็นตัวเลขบางอย่างบนจอ ทั้งภรรยาและหมอที่ดู อาการเปลี่ยนเลยจากตอนแรกที่ดูชิลชิลมาก กลายเป็นทุกอย่างรีบหมด โทรสั่งนู่นนี่เต็มไปหมด ต้องเปิดห้องนี่ ติดต่อคุณหมอคนนั่น มันเหมือนดูหนังอยู่แล้วกลายเป็นกดกรอให้เร็วขึ้น มีคนเต็มไปหมด เอาอะไรมาติดผม แล้วยกเราเปลี่ยนเตียง และเข็นผมออกจากห้องนั้นอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างที่ผมเขียนในเฟซบุ๊กว่าเหมือนรถเมล์สาย 8 เลย ผมไม่เคยเห็นเจ้าหน้าที่เข็นเตียงวิ่งสุดฝีเท้า จนตอนนั้นผมห่วงเรื่องหัวใจน้อยลง แต่ห่วงว่าเตียงจะคว่ำมากกว่า ช่วงเข้าโค้ง แล้วเขาไม่ลดความเร็วเลย ก็ปลอดภัยนะครับ เชื่อว่าพนักงานท่านนั้นมีประสบการณ์ในการทำอะไรรวดเร็วอย่างนี้อย่างดี ผมก็โดนเข็นมาที่ห้องสวนหัวใจ ตอนแรกผมก็ยังงงอยู่ว่าเขาจะทำอะไร แล้วให้ผมเซ็นเอกสารเต็มไปหมด แล้วตอนนี้ผมจะต้อบถูกทำอะไรครับ คุณหมอไพฑูรย์ก็มาบอกผมว่ากำลังจะเจาะเส้นเลือดใหญ่ที่ต้นขาเพื่อฉีดสี เพื่อดูความผิดปกติของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ถ้าเกิดมันแย่ก็ต้องทำการบอลลูน พอรู้แค่นั้นผมก็โอเคครับ เริ่มทำได้เลย ซึ่งทำอย่างรวดเร็วมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พอกระบวนการนั้นเกิดขึ้น อาการแน่นหน้าอกก็หายไปอย่างรวดเร็ว หายไปตอนอยู่บนเตียงที่ห้องผ่าตัดเลย หลังจากนั้นก็ออกมาพักที่ห้อง icu อาการดูปกติมากแค่ว่าคุณหมอไม่ให้ขยับขาขวาซึ่งเป็นช่องทางที่เครื่องมือเข้าไป เป็นเวลา8ชั่วโมง ผมถึงได้โพสต์ในเฟซบุ๊กว่าไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังผ่านช่วงเฉียดตายเลย รู้สึกแค่ว่าโชคดี โชคดีที่มีเพื่อนเป็นหมอ โทร.หาเพื่อนได้ ถ้าไม่มีเพื่อนเป็นหมอผมก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ อาจจะนั่งพักอยู่ที่บ้านเฉยๆ โชคดีที่ภรรยาตัดสินใจขับรถมาที่สมิติเวช โชคดีที่เจ้าหน้าที่ทีมโรคหัวใจของสมิติเวชทำงานเร็วมาก จนทำพิธีการบอลลูนใช้เวลาแค่ 40 กว่านาที ถ้ามันช้ากว่านั้นมันจะแย่เลยทีเดียว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เหตุการณ์นี้ค่อนข้างเตือนเราทุกอย่างมันส่งผลหมดเลยทุกสิ่งที่เราสนุกกับการทานอาหารอร่อย ข้าวขาหมูติดมันเยอะๆชอบมาก ทานก๋วยเตี๋ยวเรือต้องใส่กากหมู เราทานเนื้อกะทะก็อยากได้เนื้อที่มันมีมันแทรกอยู่ มันคือของอร่อยทั้งนั้นเลย คนที่มีอาการแบบนี้ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นคนรูปร่างใหญ่ บางคนก็รูปร่างปกติแต่ว่าก็สามารถมีคอเลเตอรอลสูงได้ มันดีกว่าแน่ถ้าเราค่อยๆปรับ ไม่ต้องรอให้โดนเตือนหนักๆ แต่อย่างที่บอกขณะที่พูดยังไม่กล้ารับปากคุณหมอต่อไปนี้จะทำได้ตามคุณหมอสั่งหรือเปล่าจะพยายามคิดสูตรว่าทานข้าวหมูไม่ติดมันให้อร่อย รับประทานก๋วยเตี๋ยวอย่างไรไม่ต้องปรุงแต่ยังอร่อยอยู่ ผมว่าต้องอยู่กับมันให้ได้ เพราะว่ามันเป็นวิธีที่ควรจะเป็น เพียงแต่ว่าเราไปทำอะไรที่มันเว่อร์โดยตลอด ซึ่งมันเลยทำให้เราติดกับการกินข้าวขาหมูต้องติดมันเยอะๆ กินนู่น กินนี่ ต้องเติมน้ำตาลเข้าไปอีกมันไม่จำเป็นหวังว่าจะทำได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เรื่องงาน ปลายอาทิตย์คงต้องเริ่มมีการประชุมอะไรที่ค้างคาอยู่ พยายามไม่เดินเยอะ ซึ่งงานส่วนใหญ่ผมคือนั่งในห้องประชุม แต่ก็จะพยายามเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับงานใหญ่ปลายปี บิ๊กเมาส์เท่น แต่อาจจะเดินน้อยกว่าปีที่แล้ว ปัจจัยเรื่องความเครียดก็มีผลทำให้หัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ แต่ในเรื่องของอาหารเราจะเห็นว่าบางคนกินเท่าเราแต่ไขมันไม่สูง อันนี้ขึ้นอยู่กับพันธุกรรม อาการของโรคนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน ฉะนั้นควรตรวจร่างกายประจำปี ถ้าไขมัน คอลเลสเตอรอล น้ำตาล สูงนิดหน่อยก็อาจจะลองปรับพฤติกรรม ลดอาหารไขมันสูงลงก่อน ถ้าตรวจไปหลายทีแล้วก็ยังสูงอยู่ก็น่าจะมีปัจจัยทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยว ถ้ามีข้อบ่งชี้ว่าต้องเริ่มใช้ยาก็เริ่มไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน หมอไพฑูรย์ ก็เล่าถึงอาการของป๋าเต็ดว่า &amp;quot;ทางทีมแพทย์เรามีคุณหมอหลายท่าน อย่างแรกตัองแสดงความดีใจกับทางคนไข้ที่ผลการรักษาเป็นไปได้ด้วยดี ถ้าพูดกันตามจริงแล้วด้วยภาวะที่คนไข้มามาด้วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แล้วก็มีภาวะช็อคมาด้วย ความดันตอนนั้นน้อยกว่า 90/60 ตอนแรกเราคุยกันว่าจะเข้าทางแขนขวาด้วยซ้ำ อาการแย่ลงแล้วความดันต่ำมากจนหมอต้องเข้าที่ตรงขาหนีบข้างขวา เพราะว่ามันจะมีอุปกรณ์บางอย่างที่สามารถเพิ่มความดันได้ ตอนนั้นชีพจรก็เริ่มช้าลงมาก พวกนี้เวลาที่คนไข้มาด้วยอาการเจ็บหน้าอก โรงพยาบาลทุกโรงพยาบาลจะมีโปรโตคอลสำหรับคนไข้ที่เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน เวลาเจ็บแน่นหน้าอกเฉียบพลัน ไม่ว่าจะมีกี่คิวก็ตาม เจ็บหน้าอกเฉียบพลันจะทำการใช้คลื่นไฟฟ้าหัวใจก่อน แล้วคุณหมอก็จะดูเลยก็ใช้เวลาประมาณ5นาที ตั้งแต่คนไข้มาเราก็วินิจฉันแล้วว่าเป็นหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แล้วเราจะมีโปรโตรคอลสำหรับสวนหัวใจทันทีเลย คนไข้มาถึง 12.30น.เราก็เริ่มทำกันตอน 13.00น. สุดท้ายเราก็เปิดสำเร็จในเวลา15นาที รวมเวลาทำเคสนี้ก็ประมาณ 45 นาที ก็ได้รับผลการรักษาที่ดีสำหรับที่จะเป็นประโยชน์ในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คนไทยเราจะมีพวกความดัน ไขมัน การสูบบุหรี่ ที่เรายังมีอยู่ แล้วก็บางทีเราจะคิดว่าความดันสูง หรือไขมันในเลือดสูง อาจจะไม่ต้องรักษา เพราะอาการมันไม่มีอะไร แต่ว่า มันก็สามารถมีอาการ เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือสมองขาดเลือดเฉียบพลันในอนาคตได้ เพราะฉะนั้น คำแนะนำในทีมของหมอก็อยากจะให้ตรวจร่างกายประจำ ดูเรื่องความดัน ไขมัน ถ้ามีการรักษาก็จะช่วยป้องกันเหตุการณ์ในอนาคตได้ เรื่องบุหรี่ด้วย ก็ต้องพยายามหยุดสูบบุหรี่ ส่วนประเด็นในเฟซบุ๊กที่บอกว่ารีบร้อนมากโกนขนแค่ครึ่งเดียว สาเหตุคือเวลาที่มันเสียไปคือกล้ามเนื้อของคนไข้ที่ตายไปเรื่อยๆ ความดันก็ต่ำลงมาก ทีมของหมอก็เป็นคนสั่งเองว่าต้องรีบแล้ว เอาแค่นี้พอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปกติ สมมติว่าเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แบบคุณยุทธนา ก็ตั้งแต่ทำคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือมาโรงพยาบาล จนถึงได้รับการสวนหัวใจ น้อยกว่า 60 นาที ในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพ ในการสวนหัวใจฉุกเฉินได้ แต่ถ้าเป็นโรงพยาบาลที่ ต้องส่งคนไข้ต่อ ก็ขอน้อยกว่า 90 นาที ถ้าคุณยุทธนามาไม่ทันโอกาสที่จะเสียชีวิตก็ 50-60 เปอร์เซ็นต์ เพราะตอนนั้นความดันต่ำมาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากนี้เราวางแผนวันพฤหัสก็จะให้คนไข้กลับบ้านได้ ส่วนต่อไปก็ต้องทานยาให้สม่ำเสมอ ในเวลาหลังใส่ขดลวดมันก็มีโอกาสเหมือนกันที่ขดลวดจะตัน ก็จะมียาต้านเกร็ดเลือด ปัจจัยเสี่ยงอื่นที่เราจะต้องป้องกันไม่ให้หัวใจขาดเลือดเฉียบพลันในอนาคต ความดันสูง ไขมันสูง แล้วก็เรื่องเบาหวาน บุหรี่ ทั้งหมดนี้เราก็พยายามงดปัจจัยของคนไข้เพื่อจะได้ไม่เป็นอีก ส่วนเรื่องกาแฟช่วงแรกอาจจะต้องงดไปก่อน หัวใจเพิ่งจะขาดเลือด หมอไม่อยากให้หัวใจเต้นเร็วอีก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;คลิกเพื่ออ่านข่าวก่อนหน้านี้ &amp;gt;&amp;nbsp;&amp;rsquo;ป๋าเต็ด&amp;rsquo;ผ่าตัดฉุกเฉินหลังเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19967</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กเมาท์เทน, ป๋าเต็ด, ป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม, สมิติเวช, โรคหัวใจขาดเลือด, โรงพยาบาลสมิติเวช, ไอซียู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc46d0d1557c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2018 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2018 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คุณแมงมุม&#039;ฝ่าวิกฤตไอซียู!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง ปลายลิ้นและฝ่ามือด้านซ้ายชา รวมไปถึงอาเจียนอย่างหนัก ทำให้ คุณแมงมุม-หม่อมราชวงศ์ศรีคำรุ้ง ยุคล ต้องรีบเข้าพบแพทย์อย่างเร่งด่วน ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวได้โพสต์ถึงเรื่องอาการป่วยผ่านอินสตาแกรม yingmangmoomofficial ว่าแพทย์สรุปว่าเป็นโรคหลอดเลือดในสมองตีบ (stroke) และได้รับการรักษาในหน่วยไอซียูนานถึง 13 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เห็นคนถามมาเยอะมากว่าแมงมุมเป็นโรคอะไร คุณหมอสรุปกันแล้วว่าเเมงมุมเป็นโรคหลอดเลือดในสมองตีบ (stroke) โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเช้ามืดของวันที่ 26 ม.ค. 2561 ขณะที่กำลังเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อไปขึ้นเครื่องบินไปสิงคโปร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาการของโรคได้มีสัญญานมาตั้งเเต่ 2-3 วันก่อนหน้านี้ โดยมีอาการปวดหัวอย่างรุนเเรงคล้ายลักษณะของ migraine คือปวดหัวข้างขวาเเละมีเเสงไฟเเปลบๆข้างนัยตา เเละได้ไปรพ.เพื่อไปพบเเพทย์มาก่อนหน้านี้เเล้ว โดยเเพทย์ดำเนินการรักษาใช้ยาเเก้ปวดชนิดต่างๆฉีดเข้าไปเพื่อบรรเทาอาการ เเต่ก็ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเกิดจากอะไร เเละคิดว่าน่าจะเป็น migraine เนื่องจากในประวัติเคยมีอาการนี้มาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คืนวันที่ 25 ม.ค. 2561 ก่อนเข้านอน มีอาการซึ่งไม่เคยเป็นมาก่อนคือ ปลายลิ้นชา เเละฝ่ามือของเเขนด้านซ้ายชา ได้โทรบอกพี่ดอลล่าร์ซึ่งทำงานอยู่ต่างจังหวัดถึงอาการดังกล่าว เเละตกลงกันว่าให้รีบนอนพักเเละหากตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นเเล้วอาการไม่ดีขึ้น ก็ให้ยกเลิกเเผนการเดินทางไปสิงคโปร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช้าวันรุ่งขึ้นเมือตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำ มีอาการเเปลกคือสายตาเริ่มมองไม่ชัด กะระยะไม่ได้ ไม่สามารถจับเเปรงสีฟันที่อยู่ในตำเเหน่งที่เคยจับทุกวันได้ เมื่อจะออกจากบ้านก็ใช้เวลานานกว่าปกติในการผูกเชือกรองเท้า ซึ่งก็คิดไปว่าสายตาอาจจะเปลี่ยนเเละอาจจะต้องไปวัดสายตาใหม่ หรือไม่ก็อาจจะเป็นอาการของโรค migraine กำเริบอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อออกเดินทางไปสนามบินขณะที่อยู่ในรถ เกิดอาเจียนขึ้นมาอย่างรุนเเรง เเละปวดหัวอย่างมาก โชคดีที่หม่อมเเม่อยู่ด้วย เพราะได้มาค้างคืนเป็นเพื่อนเนื่องจากพี่ดอลล่าร์อยู่ต่างจังหวัดเเละร่วมเดินทางมาส่งที่สนามบินในตอนเช้าวันนั้น จึงสั่งให้คนขับรถเปลี่ยนเส้นทางพาไปโรงพยาบาลทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้ารับการรักษาที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล ขณะที่มาถึงโรงพยาบาลนั้นมีอาการชาตั้งแต่บริเวณใบหน้าจนถึงแขนขาด้านซ้าย แขนซ้ายไม่สามารถควบคุมได้ สายตามองไม่เห็นในระยะ 1.5 เมตร แพทย์ใช้เวลามากกว่า 5 ชั่วโมงในการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทจึงได้ส่งไปทำ MRI ผลของ MRI แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นโรคหลอดเลือดในสมองตีบ (stroke) โดยมีบริเวณที่ออกซิเจนไม่ไปหล่อเลี้ยงสมองจำนวน 4 จุด (2 จุดใหญ่ เเละ 2 จุดเล็ก) จึงได้ให้การรักษาเร่งด่วนโดยการใช้ยาละลายลิ่มเลือด และการรักษาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แมงมุมเข้ารับการรักษาพยาบาลในหน่วย ICU (Stroke Unit) ของโรงพยาบาล เป็นเวลา 13 วันการให้การรักษาเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากมีโรคประจำตัวคือโรค SLE (Lupus) หรือโรคพุ่มพวง ซึ่งในกรณีนี้ส่งผลให้ไตไม่ทำงานเต็มประสิทธิภาพ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ในการบรรเทาความเจ็บปวด และยังต้องให้ยาละลายลิ่มเลือดโดยการฉีดเข้าที่หน้าท้องและการรับประทานทำงานได้เพียง 23% ดังนั้นการช่วยเหลือในด้านความเจ็บปวดจึงไม่สามารถใช้ยาในกลุ่ม NSAID (Nonsteroidal anti-inflammatory drug) เข้ารักษาได้ เนื่องจากจะมีผลต่อการทำงานของไต
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนั้นแล้วแมงมุมได้รับการบาดเจ็บที่บริเวณกล้ามเนื้อของต้นคอ หลังจากที่เข้ารับการรักษาโดยกายภาพบำบัดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูภายหลังการเป็นโรคหลอดเลือดในสมองตีบ ทำให้มีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงเมื่อขยับคอเป็นเวลาเกือบหนึ่งสัปดาห์ ได้ใช้ยาแก้ปวดประเภทมอร์ฟีนในการช่วยเหลือบรรเทาความเจ็บปวด ซึ่งเกิดขึ้นเกือบตลอดทั้งวันได้ในระดับ แต่การรักษาที่มีประสิทธิภาพนั้นจำเป็นที่จะต้องทำการฉีดยาเข้าไปที่กล้ามเนื้อ ซึ่งไม่สามารถกระทำได้เนื่องจากต้องทานยาละลายลิ่มเลือดเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำของการตีบตันของเส้นเลือดในสมอง จึงต้องทนปวดตลอดระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากอยู่ใน icu มาเป็นระยะเวลานาน แพทย์ลงความเห็นว่าถ้าได้กลับมาพักฟื้นที่บ้านโดยมีพยาบาลคอยดูแลและให้การฉีดยาเข้าเส้นเลือดตามคำสั่งของหมอน่าจะมีโอกาสที่จะหายเร็วมากขึ้น ดังนั้นจึงออกจากโรงพยาบาลและมาถึงบ้านเวลาสามทุ่มของวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2561) เป็นวันที่ 10 ของการกลับมาอยู่เกือบทุกวันและต้องใช้ยาแก้ปวดประเภทที่ฉีดเข้าเส้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจากอินสตาแกรม @yingmangmoomofficial &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3195</URL_LINK>
                <HASHTAG>ICU, คุณหญิง, คุณหญิงแมงมุม, คุณแมงมุม, ท่านมุ้ย, ป่วย, ฝ่ามือชา, ยุคล, ลิ้นชา, วิกฤต, ศรีคำรุ้ง, หม่อมราชวงศ์, หม่อมราชวงศ์ ศรีคำรุ้ง, หลอดเลือดในสมองตีบ, อาการ, อาการชา, โรคหลอดเลือดในสมองตีบ, ไอซียู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180215/image_big_5a857451d4af1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
