<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 07:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 07:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอซีโอเริ่มคึกคัก ไทย-เทศ แห่สอบถามหวังใช้ระดมทุน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก.ล.ต.เผยไอซีโอเริ่มคึกคัก ไทย-เทศ แห่สอบถาม 50 ราย พร้อมออกประกาศการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฉบับใหม่ ดูแลนักลงทุน สั่งผู้ที่เกี่ยวข้องต้องรายงานสัดส่วนการถือหุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้สนใจระดมทุนด้วยวิธีเสนอขายเหรียญดิจิทัลให้คนทั่วไป (ไอซีโอ) ทั้งคนไทย และเป็นบริษัทร่วมทุนคนไทยและต่างชาติมาติดต่อและสอบถามถึงข้อกฎหมายในการออกไอซีโอแล้ว 50 ราย รวมถึงต้องการเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ไอซีโอพอร์ทัล) ที่ยื่นเอกสารเข้ามาให้พิจารณาแล้ว 3 ราย จากที่แจ้งความจำนง 5 ราย และต้องการสมัครเป็นศูนย์ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี่ (เอ็กซ์เชนจ์) แล้ว 20 ราย สะท้อนให้เห็นว่ามีผู้ที่สนใจต้องการระดมทุนผ่านไอซีโอเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เบื้องต้นยังเป็นเพียงการติดต่อสอบถามถึงขั้นตอนกฎหมายและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ แต่จะผ่านการพิจารณาหรือไม่ ก็ต้องตรวจสอบตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะรายละเอียดเอกสารการระดมทุน (ไวท์ เปเปอร์) ที่ต้องเขียนให้กับผุ้ลงทุนสามารถอ่านและเข้าใจ รวมถึงมีความน่าเชื่อถือหรือไม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประกิด บุณยัษฐิติ รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต.ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์การจัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฉบับใหม่ โดยขยายขอบเขตผู้มีหน้าที่ต้องรายงานและประเภทหลักทรัพย์ให้ครอบคลุม เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลที่ชัดเจนและติดตามความเคลื่อนไหวในการถือหลักทรัพย์ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ได้ดีขึ้น และอำนวยความสะดวกการรายงานผ่านระบบออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.61 เป็นต้นไป
สำหรับผู้มีหน้าที่รายงานได้แก่ กรรมการ ผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี และกรณี บจ. อยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการให้รวมถึงผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน และผู้บริหารแผนชั่วคราว โดยการรายงานของบุคคลกลุ่มดังกล่าว ต้องรวมถึงคู่สมรสหรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และนิติบุคคล ซึ่งบุคคลดังกล่าวถือหุ้นรวมกันเกินกว่า 30% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดและมีสัดส่วนการถือหุ้นมากที่สุดในนิติบุคคลนั้นด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15027</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต., ขายเหรียญดิจิทัล, รพี สุจริตกุล, ศูนย์ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี่, ไอซีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180218/image_big_5a8970cd26dc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2018 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2018 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ล.ต.คลอดเกณฑ์คุมไอซีโอป้องกันโกง-แชร์ลูกโซ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ด ก.ล.ต.ไฟเขียวเกณฑ์ดูแลไอซีโอ ลดโอกาสประชาชนถูกหลอกลวง ป้องกันเกิดแชร์ลูกโซ่ คาดประกาศ มิ.ย.นี้ &amp;nbsp;พร้อมเปิด 7 คริปโทเคอร์เรนซีใช้แลกเปลี่ยนในศูนย์ซื้อขาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางทิพยสุดา ถาวรามร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบแนวทางกำกับดูแลการระดมทุนด้วยวิธีเสนอขายเหรียญดิจิทัลให้คนทั่วไป (ไอซีโอ) และการประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขาย นายหน้า และผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล ถือเป็นแนวทางที่ช่วยลดโอกาสที่ประชาชนจะถูกหลอกลวง ป้องกันการเกิดแชร์ลูกโซ่ หรือถูกเอาเปรียบ รวมทั้งช่วยให้ภาครัฐติดตามและป้องปรามการฟอกเงิน โดยคาดว่าจะออกประกาศได้ ภายในเดือน มิ.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ที่จะออกมาจะช่วยให้มีความชัดเจนเพิ่มขึ้น ทั้งผู้ที่จะออกไอซีโอ ต้องเป็นบริษัทตามกฎหมายไทยที่มีแผนธุรกิจชัดเจน มีงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบ ข้อกำหนดสิทธิของผู้ถือโทเคนดิจิทัลต้องชัดเจน เปิดเผยชุดรหัสทางคอมพิวเตอร์สำหรับใช้ในกระบวนการไอซีโอ(ซอร์สโค้ด) มีหนังสือชี้ชวน ข้อมูลเพิ่มเติมที่จำเป็นต่อการตัดสินใจลงทุน คำเตือนความเสี่ยงชัดเจน และรายงานความคืบหน้าของโครงการและการใช้เงินเป็นระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการออกไอซีโอแต่ละครั้งสามารถขายให้ผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ กิจการร่วมลงทุนได้ไม่จำกัด และขายผู้ลงทุนรายย่อยได้รายละไม่เกิน 300,000 บาท โดยวงเงินรวมที่ขายผู้ลงทุนรายย่อย ต้องไม่เกิน 4 เท่าของส่วนของผู้ถือหุ้น หรือไม่เกิน 70% ของมูลค่าที่เสนอขายทั้งหมด โดยผู้ลงทุนรายย่อยจะกำหนดสัดส่วนเงินลงทุนไว้ แต่ไม่ได้กำหนดจำนวนของไอซีโอแต่ละบริษัทที่จะเข้าไปลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน การเสนอขายต้องทำผ่านผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ไอซีโอพอร์ทัล) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการก.ล.ต. โดยเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งจะทำหน้าที่คัดกรองโครงการและทำความรู้จักตัวตนและสถานะผู้ลงทุน ประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยงของผู้ลงทุน โดยไอซีโอพอร์ทัลที่ปัจจุบันประกอบธุรกิจอยู่แล้ว ต้องขออนุญาตกระทรวงการคลัง ภายใน 90 วัน หลัง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล มีผลบังคับใช้หรือภายในวันที่ 14ส.ค. นี้ ส่วนรายใหม่คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณา2-3 เดือน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10993</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต., ทิพยสุดา ถาวรามร, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, ส่อแชร์ลูกโซ่, ไอซีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180609/image_big_5b1b36bba73f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2018 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โบรกเกอร์เห็นต่าง กม.ลงทุนไอซีโอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เปิดเผยว่า กรณีที่รัฐบาลกำลังเตรียมข้อกฎหมายกำกับดูแลการระดมทุนด้วยวิธีเสนอขายเหรียญดิจิทัลให้คนทั่วไป (ไอซีโอ) นั้น มองว่าไม่ควรเข้มงวดมากเกินไปจนทำให้การออกไอซีโอที่ดีเสียโอกาสไป เพราะบางบริษัทใช้วิธีการออกไอซีโอเพื่อนำไปพัฒนานวัตกรรม รวมถึงเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้ นักลงทุนไม่ควรรอให้รัฐบาลมาปกป้องเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูแลตัวเองในการพิจารณาไวท์เปเปอร์ก่อนการลงทุน เพื่อป้องกันความเสี่ยงควบคู่กันไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการคาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยสิ้นเดือนมี.ค. 61 อยู่ที่ 1,818 จุด หลังจากผลสำรวจนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่มองว่าดัชนีหุ้นไทยในระยะสั้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปมาก ด้านดัชนีหุ้นไทยในปีนี้ จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,727 จุด ส่วนจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,910 จุด และสิ้นปีนี้อยู่ที่ 1,871 จุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายกีรติ โกสีย์เจริญ ผู้แทนสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ประจำเดือนมี.ค. 61 ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (เดือนพ.ค.) อยู่ที่ 143.09 ปรับตัวลดลง 8.70% จากเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 156.62 แต่ยังคงอยู่ในภาวะร้อนแรงเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดานนายพิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำประจำเดือน มี.ค. 61 ปรับลดลงจากเดือนก.พ. อยู่ที่ระดับ 45.28 จุด ลดลง 22.11 จุด หรือ 32.81% โดยนักลงทุนคาดว่าราคาทองคำที่ปรับลดลงมามีปัจจัยหลักจากความกังวลในนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทั้งนี้ คาดกรอบราคาอยู่ที่ 1,281 - 1,380 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ด้านราคาทองคำแท่งในประเทศอยู่ที่บาทละ 19,001 - 20,500 บาท และค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.01 - 31.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม แนะนำการลงทุนทองคำในเดือนมี.ค. ให้นักลงทุนติดตามสถานการณ์ผลการประชุมของเฟดในกลางเดือนนี้อย่างใกล้ชิด โดยราคาทองคำมีแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,300 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1,350 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4852</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายลงทุน, สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน, โบรกเกอร์, ไอซีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa6adff0e014.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2018 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2018 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สต็อกเรดาร์ประกาศขายเงินดิจิทัล 400 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สต็อกเรดาร์ ประกาศระดมทุนไอซีโอ ภายใต้ชื่อ คาร์บอเนียม จำนวน 12 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 400 ล้านบาท ด้านบลจ.ไทยพาณิชย์แย้มสนใจลงทุนในคริปโตแอสเสท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีระชาติ ก่อตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สต็อกเรดาร์ ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น สต๊อกเรดาร์ สำหรับวิเคราะห์และติดตามราคาหุ้น เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมการระดมทุนด้วยวิธีเสนอขายเหรียญดิจิทัลให้คนทั่วไป (ไอซีโอ) ภายใต้ชื่อ คาร์บอเนียม โทเคน จำนวน 12 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 400 ล้านบาท คิดเป็น 120 ล้านโทเคน เสนอขายหน่วยละ 0.10 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณโทเคนละ 3.30 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เงินที่ระดมทุนจะนำไปใช้พัฒนาระบบโซเชียล เทรดดิ้ง ผ่านคอยน์เรดาร์ ซึ่งเป็นระบบที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลตามการซื้อขายของผู้เชี้ยวชาญด้านเทรดดิ้งโดยอัตโนมัติ และคิดค่าธรรมเนียมในการติดตามเมื่อได้กำไรในอัตรา 10% โดยจะเสนอขายวันที่ 22 มี.ค.61 และเปิดขายจริง 22 เม.ย.61 และเมื่อปิดการขายอีก 3 เดือน จะนำเข้าซื้อขายในตลาดต่าง ๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ ส่วนระบบโซเชียล เทรดดิ้งคาดว่าจะสมบูรณ์แบบและเปิดให้บริการได้ในปี 62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ข้อดีของระบบโซเชียล เทรดดิ้ง จะทำให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้ตามผู้นำ ทั้งซื้อและขายอย่างอัตโนมัติ และสามารถที่จะติดตามผู้นำ และเมื่อได้กำไรจะตัด 10% มาแบ่งผู้ที่เป็นต้นแบบในการลงทุน แต่หากขาดทุนก็จะไม่เสียค่าธรรมเนียม โดยระบบนี้จะตอบโจทย์กับนักลงทุนที่ต้องการซื้อขายตามคนอื่น หากขาดทุนต้องรับความเสี่ยงเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า มีความสนใจที่จะลงทุนในไอซีโอที่เป็นสินทรัพย์ (คริปโตแอสเสท) หากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกเกณฑ์ชัดเจน เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีความเชื่อมั่นในคริปโตเคอเรนซี่ ว่าตีมูลค่าพื้นฐานมาจากอะไร อีกทั้งราคาที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ส่งผลให้มีความเสี่ยงมากเกินไปต่อนักลงทุน ซึ่งต้องรอดูเกณฑ์ว่าก.ล.ต.จะทำอย่างไร และหากจะลงทุนจริง คาดว่าน่าจะเป็นการลงทุนในต่างประเทศมากกว่า เพราะในไทยยังมีผู้ออกไอซีโอจำนวนไม่มาก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3702</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์บอเนียม, สกุลเงินดิจิทัล, สต็อกเรดาร์, โทเคน, ไอซีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180222/image_big_5a8eb5e6be957.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2018 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2018 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ล.ต.รีรออีก 2 เดือน ออกกฎเหรียญดิจิทัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าเกณฑ์กำกับดูแลการระดมทุนด้วยวิธีเสนอขายเหรียญดิจิทัลให้คนทั่วไป (ไอซีโอ) ว่า จะสามารถประกาศเกณฑ์ดังกล่าวให้มีผลบังใช้ในไตรมาสแรก ปี 61 ภายหลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นวันสุดท้ายเมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากไอซีโอในต่างประเทศขยายตัวรวดเร็วมาก และมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดขึ้นในประเทศไทย หากไอซีโอไม่มีกฎเกณฑ์อะไรมารองรับ จะทำให้ประชาชนและนักลงทุนไม่รับรู้ไอซีโอมีสถานะและความชัดเจนที่สามารถซื้อได้หรือซื้อไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่ผ่านมาเรื่องนี้มีคำถามเข้ามาเยอะ ทั้งควรจะยอมให้มีไอซีโอ ควรจะกำกับดูแลมันในรูปแบบไหน จะห้ามเลย หรือกำกับดูแลแบบง่าย ๆ หรือกำกับดูแลแบบเบา ๆ หรือว่าต้องการที่จะไปกำกับดูแลขั้นเข้ม ๆ ซึ่งเป็นนโยบายใหญ่ของประเทศ โดยหลังจากนี้การพิจารณาจะนำผลการเปิดรับฟังที่ผ่านมา เพื่อรวบรวมเสนอให้คณะกรรมการ ก่อนประกาศเกณฑ์กำกับดูแลผ่านในสิ้นไตรมาสแรกปีนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1761</URL_LINK>
                <HASHTAG>เหรียญดิจิทัล, แบงก์ชาติ, ไอซีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180125/image_big_5a69d9ae08022.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
