<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกัดขนไอซ์ส่งออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจร่วมกับทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ศปก.ตร.สน.สนธิกำลังขยายผลร่วมกันจับกุม 5 ผู้ต้องหาขนไอซ์หนักกว่า &amp;nbsp;1,000 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท พร้อมของกลางหลายรายการ ในชายแดนภาคใต้ก่อนจะส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 ส.ค.64 ที่ลานด้านหน้าศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) อ.เมืองยะลา จ.ยะลา พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9, พล.ต.ท.ดํารัส วิริยะกุล ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร.รรท.รอง ผบช.ภ.9 นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รอง ผวจ.ยะลา, นายพงศธร ธรรมชาติ &amp;nbsp;ผอ.ป.ป.ส.ภาค 9 และเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ศปก.ตร.สน. ได้ร่วมแถลงข่าวการจับกุมยาเสพติดประเภทไอซ์ น้ำหนักประมาณ &amp;nbsp;1,000 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหา 5 ราย มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท &amp;nbsp;และของกลางหลายรายการ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ให้เร่งรัดการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยให้ถือเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นแหล่งแพร่ระบาด เป็นจุดพักยา และเป็นเส้นทางลําเลียงไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น สํานักงานตํารวจแห่งชาติและ กอ.รมน.ภาค &amp;nbsp;4 พร้อมด้วยหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ จึงได้ระดมสรรพกําลังเพื่อขับเคลื่อนนโยบายในการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง และได้ร่วมกันจับกุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.นายอับดุล รอมัน หรือมัง เจ๊ะและ อายุ 40 ปี ที่อยู่ 139/5 ม.5 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส 2.นายยาฮารี หรือยี เจ๊ะฮะ อายุ 33 ปี ที่อยู่ 11/1 ม.1 ต.เอราวัณ อ.แว้ง จ.นราธิวาส 3. นายซุลกิฟลี เจ๊ะเงาะ อายุ 34 ปี ที่อยู่ 245/4 ม.2 ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส 4.นายกูอาฟิส ต่วนสะมะแอ อายุ 25 ปี ที่อยู่ &amp;nbsp;345/1 ม.1 ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส 5.นายอาดินนันท์ เจ๊ะมิ อายุ 25 ปี ที่อยู่ 35 ม.3 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส พร้อมด้วยของกลาไอซ์น้ำหนักประมาณ 1,000 กิโลกรัม รถยนต์บรรทุกสิบล้อ อีซูซุ ทะเบียน 71-1374 เพชรบุรี จํานวน 1 คัน รถยนต์กระบะ อีซูซุ ทะเบียน 3 ฒฌ 8363 กรุงเทพมหานคร จํานวน &amp;nbsp;1 คัน รถยนต์กระบะ นิสสัน ทะเบียน บท 8562 ปัตตานี จํานวน 1 &amp;nbsp;คัน โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจําหน่ายโดยผิดกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุเกิดที่ริมถนนสายเอเชีย (บริเวณหน้าบริษัท อนันต์มอเตอร์เซลส์) ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม &amp;nbsp;2564 เวลาประมาณ 02.30 น. (จุดเกิดเหตุที่ 1) และบริเวณภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ริมถนนสายเอเชีย ม.2 ต.นาหม่อม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ &amp;nbsp;02.40 น. (จุดเกิดเหตุที่ 2) และบริเวณข้างประตูน้ำริมถนนเลียบคลองมูโนะ ม.5 ต.พร่อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 13 &amp;nbsp;สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 21.51 น. (จุดเกิดเหตุที่ 3) ต่อเนื่องกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พฤติการณ์ในการจับกุม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 กันยายน &amp;nbsp;2563 เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.สส.2 บก.สส.จชต.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทําการสืบสวน ติดตามจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสําคัญในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งมีพฤติการณ์ร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่ 3 &amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลักลอบลําเลียงยาเสพติดชนิดยาบ้าและไอซ์ จากพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง เพื่อส่งจําหน่ายให้เครือข่ายในพื้นที่ 3 &amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ และส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ได้พร้อมของกลางยาเสพติดชนิดยาบ้า จํานวน 2,018,000 เม็ด เหตุเกิดที่ด่านตรวจเกาะหม้อแกง ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นได้ร่วมกันทําการสืบสวนขยายผลเพื่อทําลายเครือข่ายนักค้ายาเสพติดเครือข่ายดังกล่าว และสามารถจับกุมบุคคลในเครือข่ายมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร่วมกันสืบสวนทราบว่า มีนักค้ายาเสพติดเครือข่ายดังกล่าวซึ่งเป็นคนพื้นที่ จ.นราธิวาส ร่วมกันลักลอบลําเลียงยาเสพติดชนิดไอซ์จากพื้นที่ภาคกลาง เพื่อส่งให้เครือข่ายในพื้นที่ จ.นราธิวาสและประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้ร่วมประชุมวางแผนติดตามจับกุมกระทั่งสามารถจับกุมเครือข่ายนี้ได้ ในการนี้ได้ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทําผิด เพื่อดําเนินการตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทําผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 &amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่าจํานวน 11 รายการ ประมาณ 8,000,000 บาท และจะได้สืบสวนขยายผลติดตามยึดทรัพย์ของผู้ต้องหา และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดําเนินการตามกฎหมายกับเครือข่ายที่ร่วมกระทําผิดและยังไม่ถูกจับกุมต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113388</URL_LINK>
                <HASHTAG>1000 กิโลกรัม, 300 ล้านบาท, จับกุม 5 ผู้ต้องหา, ตำรวจร่วมกับทหาร, สกัดขนไอซ์ส่งออก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6118ff08a4ba4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ขยายผล สกัดยาไอซ์ส่งชายแดนใต้กว่า 300 ล้าน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.64- &amp;nbsp;ที่ลานด้านหน้า ศูนย์ปฎิบัติการณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า อ.เมือง จ.ยะลา พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดํารัส วิริยะกุล ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร.รรท.รอง ผบช.ภ. 9นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รอง ผวจ.ยะลา, นายพงศธร ธรรมชาติ ผอ.ป.ป.ส.ภาค 9 และเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ศชต. ได้ร่วมแถลงข่าว การจับกุม ยาเสพติด ยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 1,000 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหา 5 ราย มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท และของกลางหลายรายการ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;ทั้งนี้ &amp;nbsp;เป็นไปตามตามนโยบายรัฐบาลให้มีการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยให้ถือเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นแหล่งแพร่ระบาด เป็นจุดพักยาและเป็น เส้นทางลําเลียงไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ทาง สํานักงานตํารวจแห่งชาติและกอ.รมน.ภาค 4 และหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ ได้ระดมสรรพกําลังเพื่อขับเคลื่อนนโยบายในการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง &amp;nbsp;ได้ร่วมกันจับกุม1.นายอับดุลรอมัน หรือมังเจ๊ะแล๊ะ อายุ 40 ปี ที่อยู่ &amp;nbsp;139/5 &amp;nbsp;ม.5 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จว.นราธิวาส &amp;nbsp; 2. นายยาฮารี หรือ ยี เจ๊ะฮะ อายุ 33 ปี ที่อยู่ 11/1 ม.1 ต.เอราวัณ อ.แว้ง จว.นราธิวาส ) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;3. นายซุลกิฟลี เจ๊ะเง๊าะ อายุ 34 ปี ที่อยู่ 245/4 &amp;nbsp;ม.2 ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จว.นราธิวาส &amp;nbsp;4. นายกูอาฟิส ต่วนสะมะแอ อายุ 25 ปี ที่อยู่ 345/1 ม.1 ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จว.นราธิวาส &amp;nbsp; 5.นายอาดินนันท์ เจ๊ะมิ อายุ 25ปี ที่อยู่ 35ม.3 ต.เกาะสะทอ้น อ.ตากใบ จว.นราธิวาส &amp;nbsp;พร้อมด้วยของกลาง ไอซ์ น้ําหนักประมาณ 1,000 กิโลกรัม รถยนต์บรรทุกสิบล้อ อีซูซุ ทะเบียน71 1374 &amp;nbsp;เพชรบุรี จํานวน 1 คัน &amp;nbsp;รถยนต์กระบะ อีซูซุ ทะเบียน 3 ฒฌ 8363 &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร จํานวน 1 คัน &amp;nbsp; รถยนต์กระบะนิสสัน ทะเบียน บท 8562 &amp;nbsp;ปัตตานี จํานวน 1 คัน &amp;nbsp;.โทรศัพท์มือถือ 7เครื่อง โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) &amp;nbsp;ไว้ในครอบครองเพอื่จําหน่ายโดยผิดกฏหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยเหตุเกิดที่ ริมถนนสายเอเชีย (บริเวณหน้าบริษัทอนันต์มอเตอร์เชลส์) ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 02.30 น. (จุดเกิด เหตที่ 1)และบริเวณภายในปั้มน้ํามันปตท.ริมถนนสายเอเชีย ม.2ต.นาหม่อม อ.หาดใหญ่ จว.สงขลา เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 02.40น.(จุดเกิดเหตุที่ 2 ) และ บริเวณข้างประตูน้ําริมถนนเลียบคลองมูโน๊ะ ม. 5ต.พร่อน อ.ตากใบ จว.นราธิวาส เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ21.51น. (จุดเกิดเหตุที่ 3) ต่อเนื่องกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;พฤติการณ์ในการจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2563 เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.สส.2 บก.สส.จชต.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทําการสืบสวนติดตามจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสําคัญในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งมีพฤติการณ์ร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลักลอบลําเลียงยาเสพติด ชนิดยาบ้าและไอซ์ จากพื้นที่ภาคเหนือ และภาคกลาง เพื่อส่งจําหน่ายให้กับเครือข่ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ได้พร้อมของกลางยาเสพติดชนิดยาบ้า จํานวน 2,018,000 เม็ด&amp;nbsp;เหตุเกิดที่ด่านตรวจเกาะหม้อแกง ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังจากนั้น ได้ร่วมกันทําการสืบสวนขยายผลเพื่อทําลายเครือข่ายนักค้ายาเสพติด เครือข่ายดังกล่าวและสามารถจับกุมบุคคลในเครือข่ายมาโดยต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ ร่วมกันสืบสวนทราบว่ามีนักค้ายาเสพติดเครือข่ายดังกล่าวซึ่งเป็นคนพื้นที่จ.นราธิวาส ได้ร่วมกันลักลอบลําเลียงยาเสพติดชนิดไอซ์จากพื้นที่ภาคกลาง เพื่อส่งให้เครือในพื้นที่ จ.นราธิวาสและประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้ร่วมประชุมวางแผนติดตามจับกุมกระทั่ง สามารถจับกุมเครือข่ายนี้ได้ ในการนี้ได้ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทําผิด เพื่อดําเนินการตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทําผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 คิดเป็นมูลค่า จํานวน 11 รายการ ประมาณ 8,000,000 บาท และจะได้สืบสวนขยายผลติดตามยึดทรัพย์ ของผู้ต้องหา และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดําเนินการตามกฏหมายกับเครือข่ายที่ร่วมกระทําผิดและยังไม่ถูกจับกุมต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113350</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายแดนใต้, ไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6118b92c9a43d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ปราจีนบุรีระดมกวาดล้างยาเสพติดจับผู้ต้องหายึดยาบ้า-ไอซ์จำนวนมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64- ภายหลังจากพล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี สั่งบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ปล่อยแถวระดมกวาดล้างจับกุมยาเสพติด และดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายยาเสพติดในพื้นที่ ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จว.ปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.กบินทร์บุรี ได้ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายยาเสพติด ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จำนวน 6 เป้าหมาย โดยมีผลการปฏิบัติ 1. จับกุมนายธวัชชัย หรือเจม บุญญะอินทร์ อายุ 24 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 28 เม็ด และไอซ์ น้ำหนักสุทธิ 0.03 กรัม จึงจับกุมในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) ไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย 2. จับกุมนายอาณาจักร หรือเบ๊นซ์ น้อยศรีเกตุ อายุ 20 ปี และนายกฤษณะ หรือมิน สร้างวัด อายุ 22 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 17,053 เม็ด และไอซ์ น้ำหนักสุทธิ 0.74 กรัม และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 7 นัดจึงจับกุมในข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) ไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ครอบครองโดยผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จับกุมนายประสงค์ หรือเชะ ปานแสง อายุ 38 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 1 ถุง จึงจับกุมข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย 4. จับกุมนายพงค์เทพ ปัญญา อายุ 38 ปี พร้อมของกลาง ยาไอซ์ น้ำหนักรวมถุง 0.8 กรัม ข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย 5. จับกุมนายธนัท ก้านบัว อายุ 27 ปี ข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย 6. จับกุมนายพิชัย เนาว์ศรี อายุ 35 ปี จึงจับกุมในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. จับกุมนายวัทน์สิริ หรือเสือ อินทร์สวน อายุ 23 ปี ข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย 8. จับกุมนายสมชาย เนาว์ศรี อายุ 26 ปี จึงจับกุมในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย นายธวัชชัย หรือเจม บุญญะอินทร์ อายุ 24 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 28 เม็ด และไอซ์ น้ำหนักสุทธิ 0.03 กรัม นายอาณาจักร หรือเบ๊นซ์ น้อยศรีเกตุ อายุ 20 ปี และนายกฤษณะ หรือมิน สร้างวัด อายุ 22 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 17,053 เม็ด และไอซ์ น้ำหนักสุทธิ 0.74 กรัม และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 7 นัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105630</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ปราจีนบุรี, ยาบ้า, ระดมกวาดล้างยาเสพติด, ไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bed1a7911ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!เคนมผง ระบาดวัยรุ่น คืนเดียวดับ6</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กปั๊ด&amp;rdquo; สั่งตรวจสอบ &amp;quot;เคนมผง&amp;quot; ยาเสพติดรูปแบบใหม่แพร่ระบาดกลุ่มวัยรุ่น หลังพบหนุ่ม-สาวเสียชีวิตรวดเดียวถึง 6 ศพ &amp;quot;ผบช.ปส.&amp;quot; ชี้มีส่วนผสมของ &amp;quot;เฮโรอีน-เคตามีน-ไอซ์-ยานอนหลับ&amp;quot; ฤทธิ์แรงเสพครั้งเดียวถึงตาย เร่งส่งตัวอย่างให้ อย.แยกสารประกอบชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้เกิดเหตุวัยรุ่นทั้งชาย-หญิงเสียชีวิตต่อเนื่องกันถึง 6 ราย ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 10 ม.ค. มาถึงช่วงเช้าวันที่ 11 ม.ค. เบื้องต้นสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมดมาจากยาเสพติด โดยเฉพาะย่านเจริญราษฎร์ 7 พบอุปกรณ์การเสพยาในที่เกิดเหตุ คาดว่าเกิดจากยาเคสูตรใหม่ที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นเรียกกันว่า &amp;quot;เคนมผง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำศพผู้เสียชีวิตเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมาจากสาเหตุระบบหายใจและหมุนเวียนโลหิต แต่จะเสียชีวิตจากยาเสพติดหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ให้ข้อมูลมาว่ายาตัวนี้น่าจะมาจากการผสมระหว่างเฮโรอีน เคตามีน ไอซ์ และยานนอนหลับชนิดหนึ่งซึ่งมีฤทธิ์กดประสาทและกระตุ้นประสาท ทำให้เกิดเอฟเฟ็กต์ต่อระกายประมาณหนึ่ง เป็นเรื่องการทดลองของกลุ่มผู้เสพยาอยากลองของใหม่ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายพอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยาเสพติดตัวนี้จะมีส่วนผสมอะไรบ้าง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) อยู่ระหว่างนำไปตรวจวิเคราะห์ น่าจะทราบผลในเร็วๆ นี้ ภายหลังทราบเรื่อง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ บช.ปส.แม่งานเรื่องยาเสพติดไปสุ่มตรวจสอบตามสถานที่ที่คาดว่ายาเสพติดตัวนี้จะแพร่ระบาด พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ตรวจสอบสถานบริการที่คาดว่ายาเสพติดตัวนี้จะแพร่ระบาด และให้เร่งดำเนินการกวาดล้างทันที&amp;quot; พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากลุ่มผู้เสพยาที่เสียชีวิตหลายคนรู้จักคุ้นเคยกันหรือไม่ โฆษก ตร.กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ อยู่ระหว่างการสอบสวนของ บช.ปส. ที่ต้องสอบพยานแวดล้อม คือผู้เสพที่ยังไม่เสียชีวิต แต่ขอฝากไปยังกลุ่มวัยรุ่น ยาเสพติดจะผสมอะไรหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีอยู่แล้ว มันทำลายสุขภาพตัวเองและผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) กล่าวว่า นมผงตัวดังกล่าวเป็นยาที่ผสมขึ้นเองในหมู่ของผู้เสพเฉพาะกลุ่ม เพื่อให้ยามีฤทธิ์แรงขึ้น สนุกมากขึ้น และเพิ่มมูลค่าของตัวยาให้มีราคาสูงมากขึ้น ทั้งนี้พบว่ายาตัวดังกล่าวน่าจะมีที่มาจากแหล่งในจังหวัดปทุมธานี เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นแหล่งพักยาและสามารถหาส่วนผสมทั้งหมดได้ง่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนผสมของยาดังกล่าวมี 4 ตัว คือเฮโรอีน เคตามีน ไอซ์ และยานอนหลับ จากการวิเคราะห์ในเบื้องต้นพบว่าตัวยาที่อันตรายที่สุดคือเฮโรอีน เนื่องจากยาเสพติดชนิดดังกล่าวมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอาการโอเวอร์โดส จนถึงขั้นเสียชีวิตได้มากที่สุด โดยมียานอนหลับเป็นตัวประสานตัวยาและตัวเร่งฤทธิ์ของยาทั้งหมด โดยผู้เสพจะมีอาการมึนเมาเหมือนคนเมาเหล้า แต่จะไม่มีกลิ่นสุรา และจะมีอาการสะลึมสะลือ โดยอาการที่อันตรายที่สุดคืออาการปากเขียวคล้ำ และมีเลือดออกทางจมูก เนื่องจากอาการดังกล่าวแปลว่าผู้เสพมีอาการเสพยาเกินขนาดจนร่างกายไม่สามารถรับได้ หรือน็อกยา หากพบอาการดังกล่าวให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ยาเสพติดประเภทดังกล่าวหากเสพเพียงครั้งเดียวก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ เพราะเป็นยาที่มีขนาดค่อนข้างรุนแรง&amp;quot; พล.ต.ท.มนตรีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ปส.ระบุด้วยว่า ส่วนสาเหตุที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร จากการวิเคราะห์ของชุดสืบสวนเชื่อว่าในจุดดังกล่าวเป็นจุดที่มีอพาร์ตเมนต์ แหล่งท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก จึงเป็นจุดที่ผู้ใช้ยาแต่ละคนนำยากลับมาเสพในที่พักของตนเอง ทั้งนี้คาดว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดน่าจะมีความเชื่อมโยงกันไม่ทางตรงก็ทางอ้อม จึงสามารถนำยาชนิดดังกล่าวมาเสพในกลุ่มและกระจายกลับไปในพื้นที่ของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ขอตัวอย่างยาที่พบในที่เกิดเหตุส่งให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.นำไปตรวจสอบแยกสารประกอบและตรวจสอบองค์ประกอบว่ามีตัวยาส่วนผสมชนิดใดมากที่สุด และยาเสพติดตัวใดที่ทำให้ถึงแก่ชีวิต&amp;quot; ผบช.ปส.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เรียก พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5, พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.สส.บก.น.5 เข้ารายงานข้อมูลเหตุมีผู้เสียเสพสารเสพติดเคนมผงเสียชีวิตหลายรายในพื้นที่ บช.น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นอาจมีผู้มาจำหน่ายให้หรือมีแหล่งไปเสพร่วมกัน ต้องไปขยายผล ทั้งนี้ยังไม่ยืนยันองค์ประกอบของสารตามที่เป็นข่าวว่าเป็นเคตามีนผสมยานอนหลับ เพราะต้องรอผลรายงานแพทย์ แต่ในชั้นนี้เคตามีนเป็นยาที่ใช้ในห้องผ่าตัด เมื่อมาแปลงสภาพใช้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เราจึงได้กำชับเรื่องควบคุมการจำหน่ายให้ บช.น., ภ.1-9 บช.ปส. ต้องลงไปดูเรื่องแหล่งจำหน่าย รวมทั้งสารบางตัวนอกจากต้องใช้ใบสั่งแพทย์ อาจนำเข้ามาตามแนวชายแดน บางคนเรียกว่าโคลนาซีแพม นำไปผสมเฮโรอีน พาราเซตามอล ซึ่งอะไรที่สามารถควบคุมแหล่งจำหน่ายได้ เราก็จะเร่งดำเนินการ เช่น ตามแหล่งจำหน่ายเปิด ร้านขายยา ได้ควบคุมตามกฎหมายหรือไม่ เพราะยาบางตัวซื้อขายได้หากมีใบสั่งแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า ได้รับรายงานล่าสุดเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 6 ราย เป็นชาย 3 หญิง 3 เหตุเกิดในท้องที่ สน.วัดพระยาไกร 5 ราย และ สน.สุทธิสาร 1 ราย ผู้เสียชีวิตมีอายุระหว่าง 21-34 ปี และเชื่อว่าทั้งหมดเสียชีวิตจากยาเสพติด เนื่องจากในที่เกิดเหตุตรวจพบผงสีขาวซึ่งเชื่อว่าเป็นยาเสพติด อยู่ระหว่างส่งตรวจพิสูจน์ว่ายาเสพติดดังกล่าวประกอบด้วยอะไรบ้าง ในวันพรุ่งนี้ (12 มกราคม) จะทราบผล และยังไม่พบข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกัน อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89479</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคตามีน, เฮโรอีน, ไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210111/image_big_5ffc3bfc76cca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2020 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2020 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.สุไหงโก-ลกจับยาบ้ากว่า 6 แสนเม็ดยาไอซ์ 20 กก.มูลค่านับล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.63-​พล.ต.ต.ดุษฎี ชูสังกิจ รอง ผบช.ภ.9 พร้อมด้วยพล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.ศุภกร พึ่งรศ ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก นายพิชิต รุ่งประเสริฐ ปลัดอำเภอสุไหงโก-ลก และ พ.ท.ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม 4 ผู้ต้องหา พร้อมยาบ้า จำนวน 638,600 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 21.194 ก.ก. อาวุธปืน 2 กระบอก ซึ่งยาบ้าและยาไอซ์ที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดมาได้เป็นส่วนหนึ่ง ที่เหลือจากถูกลักลอบส่งให้เอเย่นต์ในประเทศมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ดุษฎี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.ต.เปรม คุ้มยิ้ม สวป.สภ.สุไหงโก-ลก พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดป้องกันปราบปราม กำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดที่บริเวณปากซอย 1 ถ.ประชาวิวัฒน์ เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก พบ 3 ผู้ต้องหา คือ 1.นายประสิทธิ์ สาและ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 202 ซอย 11 ถนนประชาวิวัฒน์ เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส 2.นายมะเสาตี มามะ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 ถนนวงศ์ประดิษฐ์ เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และ 3.นายอันวา มาหะมะ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 ม.2 ต.แว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส พร้อมของกลางเฮโรอีน จำนวน 1 หลอด น้ำหนัก 3.8 กรัม อาวุธปืนพก ขนาด 11 ม.ม.และอาวุธปืนพก ขนาด .38 รวม 2 กระบอก ที่ซุกซ่อนมากับรถยนต์กระบะยี่ห้อเซฟโรเลต ทะเบียน กค 5985 ปัตตานี จากนั้น พ.ต.ท.ธิติวุฒิฒ์ เพชรรักษ์ สว.สส.สภ.สุไหงโก-ลก และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารฝ่ายปกครอง ได้ร่วมสนธิกำลังในการขยายผลหลังสอบสวน 3 ผู้ต้องหา โดยเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 262 ม.1 ต.แว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นบ้านของบิดานายมะเสาตี พบยาไอซ์ น้ำหนัก 2.194 กิโลกรัม ยาบ้า จำนวน 108,000 เม็ด ที่ซุกซ่อนอยู่ตามซอกมุมต่างๆภายในบ้านพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเจ้าหน้าที่จะจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญและของกลางที่เหลือจากการลักลอบส่งจำหน่ายในประเทศมาเลเซียนั้น ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้ซักทอดยาบ้าและยาไอซ์ของกลางทั้งหมดที่นำมาส่งให้นั้น คือ นส.พิสมัย สุขภูวงศ์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/23 ถนนเอเซีย 18 เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัว น.ส.พิสมัยมาชักถามที่ สภ.สุไหงโก-ลก และได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ จนสามารถตรวจยึดยาบ้า เพิ่มเติมได้อีก จำนวน 294,000 เม็ด ยาไอซ์ อีกจำนวน 19 กิโลกรัม ที่ซุกซ่อนไว้ที่บริเวณบุ้งกี๋ของรถแบ็คโฮ ซึ่งจอดทิ้งไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่บริเวณลานหน้าสนามยิงปืน บ้านสวนมะพร้าว ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน พร้อมของกลางซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายในประเทศ เป็นเงิน 12,636,000 บาท ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76656</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ยาบ้า, ยาเสพติด, สภ.สุไหงโก-ลก, ไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200906/image_big_5f54a9dfe3567.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2020 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2020 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปต่อไม่ไหว!โยนไอซ์ทิ้งลอยน้ำโขงหนัก29กก.มูลค่าเกือบ30ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.63- นายสว่าง อุดมกันต์ ผู้ใหญ่บ้านปากห้วยม่วง หมู่ที่ 2 &amp;nbsp;ตำบลนาเข อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ได้รับแจ้งจากชาวประมงในพื้นที่ว่าพบถุงปุ๋ยจำนวน 1 ใบ ลอยปริ่มน้ำติดอยู่ในแม่น้ำโขง ด้วยความสงสัยจึงได้ลากเข้ามาไว้ที่ริมฝั่ง &amp;nbsp;แต่ไม่กล้าจะเปิดดูเพียงลำพังคนเดียว เพราะอาจจะเป็นยาเสพติด จึงได้โทรศัพท์แจ้งนายสายันต์ ดาเกษ กำนันตำบลนาเข และรายงานให้นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ นายอำเภอบ้านแพงทราบ ก่อนจะสั่งการให้นายธรรพ์นพ วังสโรจน์ ปลัดอำเภองานป้องกัน นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน(อส.) ออกไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ ริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณบันไดทางลงเขื่อนป้องกันตลิ่ง บ้านปากห้วยม่วง หมู่ที่ 2 พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ให้ร่วมกันตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ไปถึงที่เกิดเหตุ และเปิดกระสอบปุ๋ยออกดูพบห่อชาจีนสีเหลืองทอง จำนวน 29 ห่อ โดยมีสองห่อที่มีสภาพชำรุด น้ำซึมเข้าไปภายใน มองเห็นวัตถุลักษณะเป็นผลึกสีขาวอยู่ด้านในห่อชาดังกล่าว จากประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่เชื่อว่าวัตถุดังกล่าวเป็นยาเสพติดประเภท 1 (ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) &amp;nbsp;จึงร่วมกันตรวจยึด และนำมายังที่ว่าการอำเภอบ้านแพง ร่วมกันทำบันทึกการตรวจยึด และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สันนิษฐานว่ายาไอซ์ที่ตรวจยึดได้ &amp;nbsp;เป็นยาเสพติดที่มีการทิ้งในพื้นที่อื่น แล้วลอยน้ำมาถึงเขตอำเภอบ้านแพง เนื่องจากสภาพกระสอบปุ๋ยเก่า ชำรุด หีบห่อบรรจุภายในบางห่อเสียหาย เกิดจากน้ำซึมเข้าในห่อ และยาเสพติดได้ละลายไปบางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นคนร้ายได้ขนข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อส่งต่อไปยังพื้นที่ชั้นใน อาจพบว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง มีการลาดตระเวนอย่างแน่นหนา และกลัวความผิดจึงโยนทิ้งลงแม่น้ำโขง ปล่อยให้ลอยไปตามลำน้ำกระทั่งมีคนหาปลามาพบดังกล่าว มูลค่าซื้อขายตามตะเข็บชายแดนราคาประมาณกิโลกรัมละ 1 ล้านบาท &amp;nbsp;ถ้าหลุดไปยังพื้นที่ชั้นในจะมีราคาเพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 1 ล้าน 5 แสนบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75967</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครพนม, แม่น้ำโขง, ไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200830/image_big_5f4b59973647c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2020 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2020 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจยึดไอซ์เกือบตันทะลักเข้ากรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค.63- ที่ บช.น.พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบช.น., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิรลัย ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. และเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.6 บก.สส.บช.น. แถลงข่าวจับกุมนายคมสันต์ (สงวนนามสกุล) &amp;nbsp;พร้อมพวกรวม 6 คน โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์)ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าวว่าจากการสืบสวนทราบว่ามีกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากเครือข่ายภาคอีสานลงมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในภาคกลางและกรุงเทพมหานคร โดยใช้รถยนต์ ยี่ห้ออีซูช สีขาว ทะเบียน กฉ 1609 ชัยนาทและรถยนต์ ยี่ห้อนิสสัน มาร์ช ทะเบียน ขท 5583 ขอนแก่น จนกระทั่งเมื่อวันที่ 25 ก.ค.63 เวลาประมาณ 05.30 น.พบรถยนต์ดังกล่วจอดอยู่บริเวณลานจอดรถภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.วีเอ็ม ถนนพหลโยธิน ตำบลสนับทึบ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำวจรวจจึงแสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้นพบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไอซ์ &amp;nbsp;น้ำหนักรวมประมาณ 865 กิโลกรัม และรถยนต์ 5 คัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าวอีกว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอเรียนพี่น้องประชาชนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปฏิบัติหน้าที่ ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างเคร่งครัด พบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด เกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติด หรือสิ่งของผิดกฎหมาย ในโซเชียลมีเดีย โปรดแจ้งสายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจท้องที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72529</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำกับสืบสวน2, กองบัญชาการตำรวจนครบาล, ยาเสพติด, ไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200726/image_big_5f1d21b815d25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
