<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 00:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 00:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสือไต้ปลดโควัชเซ่นแพ้ยับ/มูรินโญ่เต็ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
บาเยิร์น มิวนิค ตัดสินใจปลดผู้จัดการทีม นิโก้ โควิช เรียบร้อย หลังจากที่ทีมยักษ์ใหญ่บุนเดสลีกา เสียฟอร์ม บุกไปโดน ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ไล่ยำใหญ่ 5-1 เมื่อคืนวันเสาร์ โซเซ่ มูรินโญ่ ที่ยังว่างงานโผล่เป็นตัวเต็งที่จะได้รับช่วงต่อจากกุนซือชาวโครเอเชียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ โควัช ที่เคยรับใช้สโมสรมา 51 เกมในช่วงปี 2001-2003 อยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดมานานหลัง บาเยิร์น แย่มาหลายนัด และการพ่ายแพ้ในเกมล่าสุด ส่งผลให้ทีมเสือใต้ หล่นลงรั้งอันดับ 4 ของตารางบุนเดสลีกา หลังเก็บไปได้แค่ 18 คะแนนจาก 10 เกมหลังสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้มีข่าวแว่วมาว่า บอสชาวโครเอเชียนจะโดนปลดถ้าผลออกมาไม่เป็นที่นาพอใจในนัดต่อไปที่จะเจอกับ ดอร์ทมุนด์ แต่ตอนนี้ไม่ต้องรอถึงแมทช์นั้นแล้วหลังทีมเสียท่าให้ แฟรงค์เฟิร์ต แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะทีมเหลือ 10 คนตั้งแต่ต้นเกมก็ตาม ฮานส์ ฟลิค ผู้ช่วยผู้จัดการทีม จะทำหน้าที่คุมทีมไปก่อนเป็นการช่วยคราวสำหรับเกมแชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กับ โอลิมเปียกอส รวมถึงบิ๊กแมทช์กับ ดอร์ทมุนด์ นัดสุดสัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน โชเซ มูรินโญ่ โค้ชมือระดับท็อปที่ว่างงานอยู่ เคยให้สัมภาษณ์เมื่อหลายเดือนก่อน บอกแค่ว่า บาเยิร์น เป็นสโมสรยักษ์ใหญ่ และไม่ขอบอกกับผู้สื่อข่าวว่าเขาจะตอบตกลงหรือไม่ถ้าได้รับข้อเสนอจากบาเยิร์น แต่ย้ำว่าเขาต้องการได้แชมป์ลีกหนที่ 9 และได้ชูถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกหนที่ 3 มูรินโญ่ ที่แม้จะมีข่าวว่าจะได้ไปคุม อาร์เซนอล กำลังถูกยกให้เป็นตัวเต็งที่จะไปรับช่วงคุมทีมเสือใต้ต่อจาก โควัช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49538</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, นิโก้ โควัช, บาเยิร์น มิวนิก, บุนเดสลีกา, ฟุตบอล, โชเซ มูรินโญ่, ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191105/image_big_5dc05e0a436fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2019 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2019 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สิงห์-ปืน&quot;ตบเท้า!ครั้งแรก4ทีมชาติเดียวกันเหมานัดชิงยุโรป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

อังกฤษ กลายเป็นชาติแรกที่มี 4 ทีม ผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลสโมสรยุโรป ทั้ง 2 รายการในปีเดียวกัน หลัง อาร์เซนอล กับ เชลซี ตีตั๋วเข้าไปเจอกันเองในศึกชิงดำ ยูโรป้า ลีก หลังจาก ท็อตแน่ม กับ ลิเวอร์พูล ก็โกงตาย ไปตัดสินทีมใดจะได้ครองถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก ส่งท้ายฤดูกาลนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชลซี ต้องพึ่งการดวลจุดโทษ เอาชนะ แฟรงค์เฟิร์ต ที่ สกแตมฟอร์ด บริดจ์ ขณะที่ อาร์เซนอล บุกไปถล่ม บาเลนเซีย แบบยิงกันสนุก ได้เข้าไปเปิดศึก ออล อิงลิช ไฟนอล อีกคู่ ในนัดชิงชนะเลิศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมที่ เมสตัลญ่า บาเลนเซีย ได้ประตูขึ้นนำก่อนก็จริง แต่ก็ช่วยทีมพลิกเข้ารอบจากที่แพ้ในเลกแรกไม่ได้ เควิน กาเมโร่ ทำคนเดียว 2 ประตู นาทีที่ 11, 58 ขณะที่ ทีมปืนใหญ่ ได้ ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมย็อง ทำแฮทริก น.17, 69 และ 88 โดยอีกลูกเป็นผลงานของ อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ น.50 อาร์เซนอล ชนะไป 4-2 สกอร์รวม 2 นัด 7-3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชลซี เลกแรก บุกไปเสมอ แฟรงค์เฟิร์ต มาได้ 1-1 กลับมาเตะในบ้าน เข่นทีมจากบุนเดสลีกาไม่ลง รูเบน ลอฟตัส-ชีค ยิงให้ทีมสิงห์บลูส์ ขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 28 แต่ครึ่งหลังเปิดมาได้แค่ 4 นาทีก็โดนตีเสมอจาก ลูก้า โจวิค จบเกมยังเสมอกัน 1-1 ต่อเวลาทำอะไรเพิ่มกันไม่ได้ ดวลจุดโทษ เชลซี ทำได้ดีกว่า ชนะไป 4-3
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35475</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, บาเลนเซีย, ฟุตบอล, ยูโรป้า ลีก, อาร์เซนอล, เชลซี, ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd4e283b0c02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2019 23:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2019 23:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซาร์รี่ชมสิงห์คืนฟอร์มยันปีนี้ต้องมีแชมป์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมาริซิโอ ซาร์รี่ กล่าวชื่นชมนักเตะสิงห์บลูส์ คืนฟอร์มเก่งหลังฟุบมาช่วงกลางซีซั่น ยืนยัน เชลซี สมควรมีแชมป์ติดมือในฤดูกาลนี้ หลังจากบุกไปเสมอ แฟรงค์เฟิร์ต ได้ 1-1 ในเกมรอบรองฯ ศึกยูโรปา ลีก เมื่อคืนวันพฤหัสฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชลซี บุกไปเสมอยอดทีมบุนเดสลีกา ไอน์ทรัค แฟรค์เฟิร์ต ได้ด้วยสกอร์ 1-1 เมื่อคืนวันพฤหัสฯ ไม่เพียงแต่จะทำให้พวกเขามีสถานการณ์ที่ได้เปรียบขึ้นมาก่อนเกมเลกสองสัปดาห์หน้า แต่ยังทำให้ทีมสิงห์บลูส์สร้างสถิติในยูโรป้าลีกได้อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชลซี ในตอนนี้ไม่แพ้ใครในศึกยูโรปาลีก 16 เกมหลังสุด นับเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดในการแข่งขันนับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อรายการมาในฤดูกาล 2009-10
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีมชอง เมาริซิโอ ซาร์รี่ แม้ผลงานในรายการอื่นจะไม่ได้ดีอะไรมากนัก แต่กับรายการนี้พวกเขาผ่านเข้ามาถึงรอบเซมิไฟนอลได้แบบไร้กังวล จากที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับ พีเอโอเค ซาโลนิก้า, โมล วีดี และ บาเต้ บอริซอฟ ในรอบแรก ก่อนจะทะยอยสอยคู่แข่งในรอบน็อคเอาท์มาได้ตลอดในการเจอกับ มัลโม่, ดินาโม เคียฟ และ สลาเวีย ปร๊าก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหนึ่งในเกมสำคัญของ 16 เกมหลังสุดที่พวกเขายังไม่แพ้ใคร คือชัยชนะเหนือ เบนฟิก้า ยักษ์ใหญ่โปรตุกีส ในนัดชิงชนะเลิศ ปี 2013
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชลซี แพ้ครั้งสุดท้ายในยูโรป้า ลีก เกิดขึ้นในปีที่พวกเขากรุยทางเข้าไปคว้าแชมป์ ที่แพ้ รูบิน คาซาน ที่รัสเซีย 3-2 ก่อนจะเข้ารอบไปด้วยสกอร์รวมชนะ 5-4 หลังเลกแรกชนะมาแล้วที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ 3-1 ในรอบควอร์เตอร์ไฟนอล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกมเมื่อคืนวันพฤหัสฯ เชลซี ทำท่าจะแย่อยู่เหมือนกันหลังโดนยิงนำไปก่อนตั้งแต่ช่วงกลางครึ่งแรกจาก ลูก้า โจวิช ก่อนที่ เปโดร จะมาช่วยยิงตีเสมอให้ทีมของ ซาร์รี่ นาทีสุดท้ายก่อนพักครึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซาร์รี่ กล่าวหลังเกม &amp;quot;ผมมีความสุขมากกับฟอร์มการเเล่นของเราแต่ไม่ใช่กับผลการแข่งขันที่ออกมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;หลัง 25 แรก เราเริ่มเริ่มกันได้ เราเล่นดีมากในช่วง 20 นาทีสุดท้าย เราเล่นดีมากๆช่วง 35 นาทีแรกองครึ่งหลังและผมคิดว่าในท้ายที่สุดเราสมควรเป็นฝ่ายชนะ แต่เรายังมีเลกสองที่ต้องเตะกันต่อ ดังนั้นการออกมาเสมอนอกบ้านด้วยสกอร์ 1-1 ก็ไม่ถือว่าแย่อะไรนัก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซาร์รี่ ยังกล่าวชมทีมของตน หลังจากฟื้นกลับมาได้จากช่วงกลางซีซั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังความพ่ายแพ้ในศึกคาราบาว คัพ นัดชิงชนะเลิศ โดยเขายืนยันว่า เชลซี สมควรจบฤดูกาลโดยมีแชมป์ติดมือได้สักรายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ผมต้องการไปถึงนัดชิงชนะเลิศไปเจอทีมไหนก็ได้ อาร์เซนอล หรือ บาเลนเซีย ไม่มีความตกต่างสำหรับผม ผมต้องการแค่ได้เล่นในรอบชิงชนะเลิศ ผมต้องการได้แชมป์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;3 เดือนที่แล้ว เราประสบปัญหาอย่างหนักในการทำอันดับเพื่อลุ้นแชมป์ ตอนนี้เราเข้าสู่ช่วง 15 วันสุดท้ายของซีซั่น เรายังต้องสู้เต็มที่เพื่อท็อปโฟร์ และเพื่อนัดชิงชนะเลิศ ยูโรป้า ลีก ผมคิดว่าเราสมควรได้แชมป์สักรายการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35027</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟุตบอล, ยูโรป้า ลีก, เชลซี, เมาริซิโอ ซาร์รี่, ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190503/image_big_5ccc7053a5981.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2018 22:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2018 22:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฮน์เกสแก้ตัวเสือใต้ชิ่งก่อนแฟรงเฟิร์ตรับแชมป์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
จุปป์ ไฮน์เกส ยืนยัน บาเยิร์น มิวนิค ไม่ใช่ผู้แพ้ที่เลว หลัง แชมป์บุนเดสลีกา ที่เป็นฝ่ายพ่ายในนัดชิงชนะเลิศ ศึกเดเอฟเบ โพคาล เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังไม่ได้อยู่รอการขึ้นไปรับถ้วยแชมป์ของ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ตามธรรมเนีรยมปฏิบัติ โดยอ้าง่ง่ายๆว่าไม่มีใครแจ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฤดูกาลนี้ของทีม&amp;quot;เสือใต้&amp;quot;บาเยิร์น มิวนิค จบลงด้วยความผิดหวัง หลังจากพ่ายช็อค 3-1 ในเกมนัดชิงชนะเลิศ เดเอฟเบ โพคาล ที่เบอร์ลิน และ นิโก โควัช โค้ชที่จะเข้ามารับช่วงคุมทีมต่อจาก จุปป์ ไฮน์เกส ก็เป็นคนนำ แฟรงเฟิร์ต ดับความหวังของทีมเสือใต้ที่จะคว้าดับเบิ้ลแชมป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันเต้ เรบิค ทำได้ 2 ประตู ครึ่งแรก ซัดไปหนึ่ง และอีกครั้งจากจังหวะโต้กลับ ก่อนหมดเวลา 8 นาที หลังจากที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ตีเสมอให้ บาเยิร์น ในนาทีที่ 53&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงทดเวลาบาดเจ็บมีดราม่า บาเยิร์น แทนที่จะได้ประตูตีเสมอ จากจุดโทษ แต่อดได้ไปเพราะ VAR กลายเป็นผู้ตัดสินให้ คอร์นเนอร์แทน สเวน อูลริค ผู้รักษาประตูบาเยิรน ขึ้นมาช่วยลุ้นประตูจากเตะมุม แต่ แฟรงค์เฟิร์ต เคลียร์ได้ และกลายเป็นโอกาสทอง สำหรับ มิฮาท กาซิโนวิช หลุดขึ้นมาทำประตูตอกฝาโลงฝัง ยิงใส่ตาข่ายโล่ง
ๆของทีม แชมป์บุนเดสลีกา เข้าไปในนาทีที่ 96 ส่งผลให้ แฟรงค์เฟิร์ต ชนะไปท่วมท้น 3-1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฮน์เกส เฮ้ดโค้ชเสือใต้ หลังเกม ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่บอกว่า ทาง บาเยิร์น ไม่มีน้ำใจนักกีฬา และไม่อยู่ในพิธีรับถ้วยแชมป์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ทีมชนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บางทีผมก็ต้องยอมรับว่า ควรที่จะมีเจ้าหน้าที่คนไหน ไม่ว่าจะจาก สโมสร หรือ เดเอฟเบ มาแจ้งเราหน่อยว่าเราควรที่จะรอจนกว่ามอบถ้วยแชมป์กันเรียบร้อยก่อน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้เกิดเพราะความตั้งใจ ผมต้องขอบอกคุณด้วยว่าในเวลานั้นผมไม่ได้คิดอะไรเลย ไม่อย่างนั้นผมคงจะบอกให้ทีมของผมอยู่ต่อแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่จริงผู้เล่นของเราบางคนก็อยู่ต่อ ทาง ผอ.กีฬาของสโมสรเราก็เช่นกัน แต่ผมว่านี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทมัส มุลเลอร์ สตาร์ของทีมเสือใต้ ร่วมปฏิเสธข้อกล่าวหา &amp;quot;แฟรงค์เฟิร์ต ยืนแถวเป็นการ์ดออฟออนเนอร์ ผมถามซูเปอร์ไวเซอร์ของทีมว่าเราต้องทำแบบนั้นด้วยหรือเปล่า เธอบอกว่าว่า ไม่ต้อง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหลังจาก ขึ้นรับเหรียญรองแชมป์แล้ว ทาง บาเยิร์น ก็ตรงกลับเข้าห้องแต่งตัวทันที โดยไม่อยู่รอ แฟรงค์เฟิร์ต ชูถ้วยแชมป์ก่อน มีเพียง มานุเอล นอยเออร์ กัปตันทีม และผู้รักษาประตูสำรอง ทอม สตาร์ค เท่านั้นที่ยังยืนอยู่ในสนาม และปรบมือให้ตอน แฟรงค์เฟิร์ต ขึ้นรับแชมป์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9594</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, จุปป์ ไฮน์เกส, บาเยิร์น มิวนิค, ฟุตบอล, เดเอฟเบ โพคาล, เดเอฟเอ โพคาล นัดชิงชนะเลิศ, ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180520/image_big_5b019566428c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
