<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2019 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2019 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อารัมโก&#039; บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่แห่งซาอุฯ ประกาศแผนไอพีโอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อารัมโก บริษัทน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลกของทางการซาอุดีอาระเบีย ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า บริษัทเริ่มกระบวนการขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนครั้งแรกแล้ว ตามแผนที่นักลงทุนเฝ้ารอมาเนิ่นนานและเป็นหมุดหมายสำคัญของแผนยกเครื่องเศรษฐกิจพึ่งพาน้ำมันของซาอุดีอาระเบียตามพระราชดำริของมกุฎราชกุมาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อามิน นัสเซอร์ ประธานและซีอีโอของอารัมโก แถลงเมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ของบริษัทน้ำมันซาอุดีอาระเบีย (อารัมโก) อาจเป็นไอพีโอครั้งใหญ่ที่สุดในโลกหากคำนึงมูลค่าของอารัมโก ซึ่งผลิตน้ำมันราว 10% ของทั้งโลก คำแถลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน 2562 ยังไม่ได้เปิดเผยกรอบเวลา หรือระบุว่าบริษัทจะขายหุ้นในจำนวนเท่าใด แต่ข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อารัมโกอาจจะเสนอขายหุ้น 1-2% แก่นักลงทุนในประเทศก่อน โดยคาดว่าจะเป็นมูลค่าระหว่าง 20,000-40,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเอเอฟพีรายงานว่า เดิมนั้นคาดกันว่าอารัมโกจะขายหุ้น 5% โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก 2% เสนอไอพีโอในตลาดหลักทรัพย์ซาอุฯ ที่เหลืออีก 3% จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นอกประเทศ แต่คำแถลงเมื่อวันอาทิตย์ยืนยันแล้วว่า ขณะนี้บริษัทยังไม่มีแผนจดทะเบียนในตลาดหุ้นต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวว่า บริษัทจะเสนอไอพีโอแยกเป็น 2 ส่วน โดยแบ่งเป็นนักลงทุนประเภทสถาบัน กับนักลงทุนรายย่อย เปอร์เซ็นต์ของหุ้นที่จะขายและราคาขายจะกำหนดภายหลังการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (book-building) แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การยืนยันนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นของอารัมโกเกิดขึ้นราว 7 สัปดาห์หลังจากโรงงานน้ำมันขนาดใหญ่ 2 แห่งของอารัมโกถูกโจมตีเมื่อวันที่ 14 กันยายน ทำให้ต้องระงับการผลิตน้ำมันชั่วคราววันละ 5.7 ล้านบาร์เรล หรือมากกว่า 5% ของโลก ครั้งนั้นอารัมโกยืนยันว่าไม่มีผลกระทบสำคัญต่อธุรกิจ, การดำเนินงานและสภาพการเงินของบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเสนอขายหุ้นครั้งแรกของบริษัทน้ำมันที่มีผลกำไรมากที่สุดในโลกแห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นหมุดหมายสำคัญของวาระการปฏิรูปเศรษฐกิจของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย โดยมุ่งหวังระดมเงินลงทุนเพื่อสร้างความหลากหลายแก่เศรษฐกิจที่พึ่งพารายได้จากน้ำมันเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2561 อารัมโกมีกำไรสุทธิถึง 111,100 ล้านดอลลาร์ มากกว่ากำไรของแอปเปิล, กูเกิล และเอ็กซอนโมบิลรวมกัน ส่วนปีนี้ผลกำไรสุทธิของอารัมโก 9 เดือนแรกถึงวันที่ 30 กันยายน อยู่ที่ 68,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อามิน นัสเซอร์ ประธานและซีอีโอของอารัมโก แถลงที่เมืองดาห์ราน ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทว่า บริษัทวางแผนจะออกหนังสือชี้ชวนไอพีโอในวันที่ 9 พฤศจิกายน ส่วนยาซีร์ อัลรูเมย์ยาน ประธานบริษัท กล่าวว่า การประเมินราคาของบริษัทจะตัดสินใจภายหลังการโรดโชว์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายซัลมาน ซึ่งเป็นองค์ประมุขโดยพฤตินัย เคยมีพระราชดำริเมื่อปี 2559 ว่าทรงต้องการนำอารัมโกเข้าตลาดหุ้น แต่การไอพีโอถูกเลื่อนมาหลายครั้ง โดยมีรายงานว่าเป็นเพราะพระองค์ไม่พอพระทัยการประเมินมูลค่าของบริษัท ซึ่งพระองค์ทรงหวังว่าจะมีมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัท เอเนอร์จีอินเทลลิเจนซ์ อ้างแหล่งข่าวหลายรายที่ระบุว่า พวกเขาคาดคะเนว่าซาอุฯ จะกำหนดมูลค่าของบริษัทไว้ที่ 1.6-1.7 ล้านล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์กล่าวว่า หากมูลค่าของอารัมโกอยู่ที่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ การเสนอขายหุ้น 1% จะระดมทุนได้แค่ราว 15,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าน้อยกว่าไอพีโอของบริษัทอาลีบาบาเมื่อปี 2557 ซึ่งระดมทุนได้ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์ เป็นสถิติโลก แต่หากอารัมโกขายหุ้น 2% ก็จะทำให้เป็นไอพีโอที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกแทนที่อาลีบาบาได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49447</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัทน้ำมันซาอุดีอาระเบีย, อารัมโก, เข้าตลาดหุ้น, ไอพีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbedbaf7c5f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 08:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 08:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ก.ล.ต.เผยไอพีโอครึ่งปีแรกวูบ 2.5 หมื่นล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ก.ล.ต.เผยสถิติสำคัญไตรมาส 2 ไอพีโอครึ่งปีแรกลดลง 2.5 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ข้อมูลสถิติสำคัญในไตรมาส 2/61 มีการเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 4 บริษัท ส่งผลให้ครึ่งปีแรกมีไอพีโอรวม 7 บริษัท คิดเป็นมูลค่าอยู่ที่ 2,482.80 ล้านบาท ลดลง 25,229.6 ล้านบาท จากครึ่งแรกปี 60 อยู่ที่ 27,712.40 ล้านบาท ขณะที่ การเสนอขายตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ ไตรมาส 2 อยู่ที่ 1.181 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 226,621 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 954,879 ล้านบาท และครึ่งปีแรกอยู่ที่ 3.533 ล้านล้าน เพิ่มขึ้น 65,993 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 1.733 ล้านลบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อมูลการรับเรื่องร้องเรียนในไตรมาส 2 จำนวน 224 เรื่อง แบ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการผู้บริหาร และการประชุมผู้ถือหุ้น จำนวน 86 เรื่อง การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ หรือ สินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 14 เรื่อง กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จำนวน 10 เรื่อง และอื่นๆ จำนวน 114 เรื่อง ทั้งนี้ มี 149 เรื่องที่ยุติ และอีก 75 เรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ขณะที่ การดำเนินคดีอาญา มีการเปรียบเทียบปรับ 8 ข้อหา จำนวนเงินค่าปรับอยู่ที่ 6.010 ล้านบาท ส่วนการดำเนินคดีทางแพ่ง มีจำนวน 4 คดี และค่าปรับจำนวน 126.32 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14486</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต., ครึ่งปี 61, ไอพีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b6108e47cfc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2018 09:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2018 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.พร้อมโอนทรัพย์สินให้โออาร์ 2 ก.ค. มั่นใจไอพีโอไตรมาส 2ปีหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.ยันโอนทรัพย์สินพีทีทีโออาร์ 2 ก.ค.นี้ ด้านบอร์ด ไฟเขียวขยายเวลาส่วนลดขายเอ็นจีวีรถเมล์ พร้อมลงนามก่อสร้างท่อก๊าซเส้นที่ 5 ระยะ 2 คาดเสร็จปี 64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค.นี้เป็นต้นไป ปตท.จะเริ่มทยอยโอนบุคลากรและทรัพย์สินในธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกของ ปตท. ไปยังบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด หรือ พีทีทีโออาร์ ซึ่งหลังจากนี้พีทีทีโออาร์จะเริ่มดำเนินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกทันที &amp;nbsp;คาดจะสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ภายในไตรมาส 4/2561 และยืนยันจะสามารถเสนอขายหุ้นครั้งแรกแก่ประชาชน (ไอพีโอ) ได้ในช่วงไตรมาส 2/2562 แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท. เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบให้ขยายเวลาการให้ส่วนลดราคาขายปลีกเอ็นจีวีสำหรับรถโดยสารสาธารณะไปอีก 6 เดือน จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2561 ภายในกรอบวงเงิน 2,900 ล้านบาท จากเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.นี้ วงเงิน 1,500 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนค่าเชื้อเพลิงให้กับผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิง ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ปตท. ได้ลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ บนบก เส้นที่ 5 ส่วนที่ 2 กับ บริษัท JSC &amp;quot;OGCC KazStroyService&amp;quot; (KSS) จำกัด ระยะทางจากฉะเชิงเทรา-นนทบุรี รวม 200 กิโลเมตร กำหนดแล้วเสร็จภายในปี 64 โดยเป็นอีกหนึ่งโครงการของกลุ่ม ปตท. ที่เข้าร่วมในโครงการข้อตกลงคุณธรรม ตั้งแต่ปี 2560 เพื่อแสดงถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่มีความโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ขอแจ้งว่าคณะกรรมการ ปตท.สผ. ในการประชุมครั้ง ที่ 10/2561/444 วันที่ 28 มิ.ย.2561 ได้มีมติแต่งตั้งนายพงศธร ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและเป็น กรรมการปตท.สผ. อีกตำแหน่งหนึ่ง แทนนายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ที่จะเกษียณอายุการทำงานในวันที่ 30ก.ย.2561โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1ต.ค.2561เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12410</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายหุ้น, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด, ปตท., พีทีทีโออาร์, เทวินทร์ วงศ์วานิช, ไอพีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d2669ec461.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โอสถสภา&#039;จ่อเข้าตลาดหุ้นเตรียมยื่นขายไอพีโอ 603.75 ล้านหุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอสถสภา พร้อมเข้าจดทะเบียนในตลท. ยื่นขายไอพีโอ 603.75 ล้านหุ้น หวังเงินระดมทุนขยายธุรกิจในและตปท.-คืนเงินกู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก บมจ.โอสถสภา เปิดเผยว่า บริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวนไม่เกิน 603.75 ล้านหุ้น และพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยมีวัตถุประสงค์นำเงินระดมทุนใช้เป็นเงินทุนสำหรับการขยายธุรกิจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงพัฒนาปรับปรุงการผลิต การจัดจำหน่ายสินค้า ประสิทธิภาพสินค้า และการดำเนินธุรกิจภายในของบริษัท ใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หุ้นไอพีโอที่เสนอขาย 603.75 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 20.10% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร และ บล.บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 3,003.75 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 3,003.75 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท และมีทุนชำระแล้ว 2,497 ล้านบาท แบ่งเป็น หุ้นสามัญ 2,497 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ภายหลังเสนอขายไอพีโอ บริษัทจะมีทุนชำระแล้วคิดเป็น 3,003.75 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ประกอบด้วย นายนิติ โอสถานุเคราะห์ ถือหุ้น 624.25 ล้านหุ้น คิดเป็น 25% ภายหลังจากเสนอขายไอพีโอแล้ว จะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 20.78%, โอริซอน ลิมิเต็ด ถือหุ้น 604.14 ล้านหุ้น คิดเป็น 24.19% จะลดการถือหุ้นลงเหลือ 537.14 ล้านหุ้น คิดเป็น 17.88%, นายเพชร โอสถานุเคราะห์ ถือหุ้น 149.73 ล้านหุ้น คิดเป็น 6% จะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 4.98% โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมของบริษัทหลังหักทุนสำรองต่าง ๆ ทุกประเภทที่กฎหมายและข้อบังคับของบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโอสถสภา ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล และธุรกิจให้บริการผลิตสินค้า บรรจุภัณฑ์ และจัดจำหน่ายสินค้า ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 125 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7403</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต., ขายหุ้น, จดทะเบียน, ตลาดหลักทรัพย์, เพชร โอสถานุเคราะห์, โอสถสภา, ไอพีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180419/image_big_5ad7f379741bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2018 21:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2018 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลท.ฝันมาร์เก็ตแคปแตะ 22 ล้านล้านบาทในปี 64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลท. คาดปี 64 มาร์เก็ตแคปแตะ 20-22 ล้านล้านบาท มาจากไอพีโอใหม่และบจ.เพิ่มทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค. 2561&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในปี 64 คาดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) อยู่ที่ 20-22 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 150% ของจีดีพี มาจากการเข้าจดทะเบียนหุ้นใหม่ (ไอพีโอ) และการเพิ่มทุนของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ซึ่งจะช่วยเพิ่มมาร์เก็ตแคปได้ปีละไม่ต่ำกว่า 500,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 18.7 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 120% ของจีดีพี ส่วนมูลค่าซื้อขาย คาดจะอยู่ที่ประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อวัน จากปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 73,000 ล้านบาทต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในปี 63 คาดว่าสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยจะอยู่ที่ 50% และนักลงทุนสถาบันในและต่างประเทศ อยู่ที่ 50% จากปี 60 สัดส่วนนักลงทุนรายย่อยอยู่ที่ 48% นักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศอยู่ที่ 52% นอกจากนี้ ในปีนี้การดำเนินงานของ ตลท.ยังคงมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง โดยการมุ่งสู่ดิจิทัลและการขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อก้าวเป็นผู้นำในภูมิภาคและการเติบโตอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4912</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลท., มาร์เก็ตแคป, เกศรา มัญชุศรี, ไอพีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180313/image_big_5aa7c7af65ca7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
