<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐ-รัสเซียฉีกสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางถึงกาลอวสานอย่างเป็นทางการ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐและรัสเซียพร้อมใจกันประกาศถอนตัวจากข้อตกลงสมัยสงครามเย็นฉบับนี้อย่างพร้อมเพรียงเมื่อวันศุกร์ ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีสหรัฐโทษรัสเซียคือผู้รับผิดชอบล้วนๆ เพียงชาติเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวสุนทรพจน์ที่สยามสมาคม เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2562 / AFP / POOL / JONATHAN ERNST&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2562 กล่าวว่า ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ประกาศการถอนตัวอย่างเป็นทางการของสหรัฐจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) ขณะมาร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่กรุงเทพฯ วันเดียวกันนี้ ไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้น กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียก็ประกาศเช่นกันว่าไอเอ็นเอฟนั้น &amp;quot;ตายแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนธิสัญญาปี 2530 นี้มีเพื่อจำกัดการใช้มิสไซล์พิสัยกลางของมหาอำนาจ 2 ชาตินี้ ทั้งที่เป็นอาวุธตามแบบและอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งสหรัฐและรัสเซียต่างแสดงเจตนาว่าจะถอนตัวจากไอเอ็นเอฟเมื่อหลายเดือนก่อน โดยกล่าวหาอีกฝ่ายว่าละเมิดสัญญาฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอมเปโอกล่าวโทษรัสเซียไว้ในแถลงการณ์ว่า รัสเซียคือผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อการอวสานของสนธิสัญญานี้ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียแถลงที่กรุงมอสโกก่อนหน้านั้นไม่นานว่า ข้อตกลงฉบับนี้จบสิ้นลงตาม &amp;quot;ความริเริ่มของสหรัฐ&amp;quot; กระนั้น เซอร์เกย์ เรียบคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ยังเรียกร้องให้สหรัฐระงับการวางกำลังอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางเป็นการชั่วคราวภายหลังการถอนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายปีมานี้ สหรัฐกล่าวหารัสเซียว่าพัฒนามิสไซล์ชนิดใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า 9 เอ็ม 729 ซึ่งถือว่าละเมิดไอเอ็นเอฟ องค์การนาโตก็สนับสนุนคำกล่าวหานี้ของสหรัฐ โดยระบุว่ามิสไซล์ชนิดนี้มีพิสัยประมาณ 1,500 กิโลเมตร แต่รัสเซียอ้างว่ามีพิสัยเพียง 480 กิโลเมตร ข้อกำหนดของไอเอ็นเอฟนั้นจำกัดการใช้มิสไซล์ที่มีพิสัยระหว่าง 500-5,500 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังคำประกาศของสหรัฐเมื่อวันศุกร์ องค์การนาโตที่มี 29 ชาติสมาชิก แสดงจุดยืนหนุนหลังสหรัฐ โดยกล่าวโทษรัสเซียเป็นต้นเหตุและปฏิญาณว่าจะตอบโต้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเสียใจที่รัสเซียไม่ได้แสดงความเต็มใจหรือดำเนินการที่แสดงให้เห็นได้ว่ารัสเซียจะกลับไปปฏิบัติตามพันธสัญญาระหว่างประเทศ&amp;quot; แถลงการณ์ของนาโตกล่าว และว่า นาโตจะตอบสนองกับอันตรายของมิสไซล์ 9 เอ็ม 729 ของรัสเซียที่มีต่อกลุ่มประเทศนาโต ด้วยวิธีที่รับผิดชอบและรอบคอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบขาวแจ้งล่วงหน้า 6 เดือน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ว่าสหรัฐจะถอนตัวจากไอเอ็นเอฟ ซึ่งประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน และประธานาธิบดีมิฮาอิล กอร์บาชอฟ ของสหภาพโซเวียตเดิม ลงนามไว้เมื่อปี 2530 ไม่นานหลังคำประกาศของทำเนียบขาว รัสเซียก็ถอนตัวเช่นกัน และเดือนก่อน ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ได้สั่งระงับการปฏิบัติตามสนธิสัญญานี้อย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากสหรัฐจะอ้างว่ารัสเซียผิดคำสัญญาแล้ว สหรัฐยังต้องการให้ประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะจีน มีส่วนร่วมกับสนธิสัญญาควบคุมอาวุธแบบนี้ด้วย เมื่อวันศุกร์ปอมเปโอกล่าวถึงจีนด้วยว่า สหรัฐต้องการเห็นการควบคุมของยุคสมัยใหม่ที่ไม่ได้จำกัดแค่ทวิภาคีเหมือนในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอเอ็นเอฟถูกมองว่าเป็น 1 ใน 2 ของข้อตกลงควบคุมอาวุธฉบับสำคัญระหว่างสหรัฐกับรัสเซีย ข้อตกลงอีกฉบับคือสนธิสัญญานิวสตาร์ท ที่จำกัดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ของสองประเทศให้อยู่ระดับต่ำกว่าระดับสูงสุดสมัยสงครามเย็น นิวสตาร์ทจะหมดอายุในปี 2564 และทั้งสหรัฐและรัสเซียไม่มีความกระตือรือร้นจะต่ออายุ ส่วนจีนก็ปฏิเสธข้อเรียกร้องจะเข้าร่วมนิวสตาร์ทในอนาคตเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42578</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีกสัญญา, รัสเซีย, สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง, สหรัฐ, ไอเอ็นเอฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d44444e0de35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปูติน&#039; ขู่ติดตั้งมิสไซล์เล็งเป้ายุโรป ตอบโต้ท่าทีสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวเตือนยุโรประหว่างการแถลงนโยบายประจำปีเมื่อวันพุธ ว่ารัสเซียจะวางกำลังมิสไซล์ใหม่โดยเล็งเป้าหมายไปที่ศูนย์กลางการตัดสินใจต่างๆ ของยุโรป หากว่าสหรัฐส่งมิสไซล์มาวางกำลังที่ภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แถลงนโยบายประจำปี เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการแถลงนโยบายประจำปีที่กรุงมอสโกเมื่อวันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 ปูตินยืนกรานว่า รัสเซียไม่ได้มีเจตนาจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นการวางกำลังมิสไซล์เหล่านี้ในยุโรปก่อน แต่หากสหรัฐพัฒนาและวางกำลังมิสไซล์ของสหรัฐในยุโรป ก็จะทำให้สถานการณ์ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศแย่ลงอย่างรวดเร็ว และก่อภัยคุกคามร้ายแรงต่อรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมกำลังพูดถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจนและเปิดเผย ว่ารัสเซียจะถูกบังคับให้ต้องวางกำลังอาวุธที่จะสามารถใช้จัดการกับศูนย์กลางการตัดสินใจต่างๆ ที่อยู่เบื้องหลังระบบมิสไซล์ที่คุกคามเรา&amp;quot; ปูตินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า คำประกาศของประธานาธิบดีปูตินครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) โดยกล่าวหารัสเซียว่าละเมิดสนธิสัญญายุคสงครามเย็นฉบับนี้ ซึ่งทำให้รัสเซียประกาศถอนตัวบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำรัสเซียยังได้กล่าวโทษสหรัฐว่า ตั้งข้อกล่าวหารัสเซียอย่างเลยเถิดเกินจริง เพื่อถอนตัวจากไอเอ็นเอฟปี 2530 ซึ่งลงนามโดยประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐ และประธานาธิบดีมิฮาอิล กอร์บาชอฟ ของสหภาพโซเวียตในเวลานั้น สนธิสัญญาฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อคลี่คลายวิกฤติที่โซเวียตวางกำลังขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์เล็งเป้ามายังเมืองหลวงของหลายประเทศในยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินบอกว่า เขาเข้าใจความวิตกเรื่องที่ไอเอ็นเอฟเป็นเพียงความตกลงระหว่างสองประเทศ ซึ่งไม่ได้ครอบคลุมถึงประเทศอื่นๆ ที่ยังคงเดินหน้าพัฒนาอาวุธชนิดนี้ ในขณะที่สหรัฐและรัสเซียถูกห้าม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29588</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขู่ติดตั้งมิสไซล์, ประธานาธิบดีรัสเซีย, วลาดิมีร์ ปูติน, สหรัฐ, เล็งเป้ายุโรป, ไอเอ็นเอฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190220/image_big_5c6d56d8e6b0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2019 22:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2019 21:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียลุยพัฒนาระบบมิสไซล์ชนิดใหม่ภายใน 2 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐมนตรีกลาโหมของรัสเซียประกาศเดินหน้าพัฒนาระบบมิสไซล์ชนิดใหม่ภายในปี 2564 ภายหลังสหรัฐและรัสเซียฉีกสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางที่ทำไว้ตั้งแต่ยุคสงครามเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน (ซ้าย) ประชุมร่วมกับเซอร์เกย์ ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหม (ขวา) และเซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศ (ไม่อยู่ในภาพ) เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 ว่า เซอร์เกย์ ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมของรัสเซีย ซึ่งได้นั่งร่วมประชุมกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้กล่าวระหว่างการประชุมกับเจ้าหน้าที่ว่า เขาได้รับคำสั่งจากปูตินระหว่างการประกาศระงับสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) ให้เริ่มต้นพัฒนาอาวุธชนิดใหม่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐกล่าวโทษรัสเซียว่าละเมิดข้อตกลงฉบับนี้แบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าสหรัฐจะเริ่มกระบวนการถอนตัวจากสนธิสัญญาฉบับนี้ภายในเวลา 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวกันว่า การยกเลิกสนธิสัญญาที่ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐ และประธานาธิบดีมิฮาอิล กอร์บาชอฟ ของสหภาพโซเวียตสมัยนั้น ลงนามไว้เมื่อปี 2530 จะส่งสัญญาณเริ่มต้นการแข่งขันด้านอาวุธครั้งใหม่ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำกล่าวต่อบรรดาเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมเมื่อวันอังคาร ชอยกูกล่าวว่า รัสเซียจะต้องพัฒนาระบบมิสไซล์ชนิดใหม่ภายใน 2 ปีข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระหว่างปี 2562-2564 เราต้องพัฒนาระบบคาลิเบอร์ติดมิสไซล์ครูซพิสัยไกลที่ยิงจากทะเลซึ่งแสดงให้เห็นประสิทธิผลในซีเรีย ให้เป็นระบบมิสไซล์ชนิดยิงจากภาคพื้นดิน&amp;quot; ชอยกูกล่าวกับเจ้าหน้าที่ &amp;quot;และในช่วงเวลาเดียวกันนี้ เราจะต้องสร้างระบบมิสไซล์จากภาคพื้นดินที่ติดตั้งมิสไซล์พิสัยไกลแบบไฮเปอร์โซนิกด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีผู้นี้กล่าวด้วยว่า แผนนี้ได้รับการอนุมัติจากประธานาธิบดีปูตินแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอเอ็นเอฟนั้นห้ามมิสไซล์พิสัยสั้นและพิสัยกลางชนิดยิงจากภาคพื้นดินที่มีพิสัยระหว่าง 500-5,000 กิโลเมตร&amp;nbsp; แต่ไม่ได้ห้ามมิสไซล์ที่ยิงจากอากาศหรือทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชอยกูกล่าวถึงข้อดีของพัฒนามิสไซล์ที่ยิงจากทะเลและอากาศว่าจะช่วยลดเวลาในการผลิตมิสไซล์ใหม่ๆ ได้มาก รวมถึงลดงบประมาณที่ใช้ในการผลิตด้วย เขายังมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เพิ่มพิสัยของมิสไซล์ภาคพื้นดินที่กำลังพัฒนาอยู่ในปัจจุบันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านกลาโหมกล่าวกันว่า เพราะมิสไซล์พิสัยกลางยิงจากภาคพื้นดินนั้นถูกกว่า ในทางทฤษฎีรัสเซียอาจวางกำลังมิสไซล์ไว้ในระยะโจมตีเป้าหมายในยุโรปเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินกล่าวกับชอยกูเมื่อวันเสาร์ว่า รัสเซียจะไม่วางกำลังมิสไซล์แบบนี้ในยุโรปหรือภูมิภาคอื่นในโลก เว้นแต่สหรัฐจะวางกำลังก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28424</URL_LINK>
                <HASHTAG>พัฒนาระบบมิสไซล์ใหม่, มิสไซล์, รัสเซีย, สนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง, ไอเอ็นเอฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190205/image_big_5c59a386dfd0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 21:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุโรปวิตก หวั่นสหรัฐล้มสนธิสัญญามิสไซล์รัสเซีย ปลุกแข่งขันอาวุธครั้งใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หลายชาติยุโรปแสดงความวิตก หากสหรัฐถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) ตามเส้นตายวันเสาร์นี้จะจุดชนวนการแข่งขันด้านอาวุธครั้งใหม่ เยอรมนีชี้รัสเซียละเมิดสัญญาก่อนทำให้ข้อตกลงนี้เป็นโมฆะอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซียนำมิสไซล์ครูซ 9เอ็ม729 แสดงต่อนายทหารและสื่อต่างชาติ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐขีดเส้นตายวันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 ให้รัสเซียปฏิบัติตามสนธิสัญญาที่ทำไว้ในสมัยสงครามเย็นฉบับนี้ แต่ข่าวเอเอฟพีในวันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ อ้างว่ามีรายงานว่า ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ จะประกาศถอนตัวจากไอเอ็นเอฟตั้งแต่วันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาติยุโรปตะวันตกกล่าวกันว่า ระบบมิสไซล์พิสัยกลางของรัสเซียระบบใหม่นั้นละเมิดบทบัญญัติของสนธิสัญญาปี 2530 ฉบับนี้ และทำให้เมืองในยุโรปตกอยู่ในความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ไฮโค มาส รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี ซึ่งวิ่งรอกระหว่างกรุงมอสโกและกรุงวอชิงตันในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อพยายามรักษาสนธิสัญญานี้ กล่าวว่า รัสเซียเป็นฝ่ายละเมิดไอเอ็นเอฟ และยังคงละเมิดอยู่จนถึงขณะนี้ คำร้องขอให้รัสเซียแสดงความโปร่งใสมากขึ้นและขอให้เปิดเผยข้อมูลมากขึ้นในช่วง 60 วันที่ผ่านมานั้นเปล่าประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สนธิสัญญาที่สองประเทศทำสัญญากันไว้ และฝ่ายหนึ่งละเมิดสัญญา ถือว่าสนธิสัญญาฉบับนี้เป็นโมโมฆะ&amp;quot; รัฐมนตรีเยอรมนีกล่าวขณะเดินทางมาพบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) ที่กรุงบูคาเรสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลิทัวเนียและลัตเวีย สองประเทศในกลุ่มรัฐบอลติกที่ตระหนักดีถึงภัยคุกคามจากรัสเซีย ต่างสนับสนุนให้สหรัฐถอนตัวจากไอเอ็นเอฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลินัส ลิงเควิเชียส รัฐมนตรีต่างประเทศของลิทัวเนีย กล่าวว่า สนธิสัญญาใดๆ มีความสำคัญต่อเมื่อประเทศภาคีปฏิบัติตาม แต่หากมีการละเมิด คุณค่าของสนธิสัญญานี้ก็เป็นปัญหา และมี &amp;quot;หลักฐานชัดเจน&amp;quot; ว่ารัสเซียละเมิดสนธิสัญญาฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กลาโหมของรัสเซียยืนกรานว่า ระบบมิสไซล์ของตนเป็นไปตามสนธิสัญญาฉบับนี้ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอเอ็นเอฟลงนามไว้โดยประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐ และประธานาธิบดีมิฮาอิล กอร์บาชอฟ ของสหภาพโซเวียตขณะนั้น เป็นข้อตกลงที่ห้ามมิสไซล์ภาคพื้นดินที่มีพิสัยระหว่าง 500-5,000 กิโลเมตร ที่ช่วยคลี่คลายภัยคุกคามจากหัวรบนิวเคลียร์ที่มีต่อชาติยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เคยกล่าวเตือนไว้ว่า หากสนธิสัญญาฉบับนี้ถูกล้มเลิก จะกระตุ้นให้มีการแข่งขันด้านอาวุธครั้งใหม่ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่หลายประเทศยุโรปกำลังตื่นตัว รัสเซียคาดว่าพวกเขาจะได้รับการแจ้งอย่างเป็นทางการจากสหรัฐภายในวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัสเซียเสียใจกับแผนการถอนตัวของสหรัฐ ซึ่งได้ตัดสินใจไว้ล่วงหน้ามานานมากแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเคยประกาศไว้เมื่อเดือนธันวาคมว่า สหรัฐจะเริ่มกระบวนการ 6 เดือนในการถอนตัวจากไอเอ็นเอฟ หากรัสเซียไม่ถอนระบบมิสไซล์ 9เอ็ม729 ภายในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้สมาชิกในกลุ่มนาโตทั้ง 29 ประเทศจะสนับสนุนคำกล่าวของสหรัฐที่ว่ารัสเซียละเมิดข้อตกลงนี้ แต่มุมมองในการโต้ตอบนั้นไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดิดิเยร์ เรย์นเดอร์ส รัฐมนตรีต่างประเทศของเบลเยียม กล่าวว่า การถอนตัวจากสนธิสัญญาไม่ใช่การโต้ตอบที่ถูกต้อง การถอนตัวไม่อาจช่วยเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคาริน คไนส์เซิล รัฐมนตรีต่างประเทศของออสเตรีย ซึ่งมีความใกล้ชิดกับปูติน ตอบคำถามว่าควรโทษรัสเซียว่าทำให้สนธิสัญญาฉบับนี้เสี่ยงต่อการพังครืนหรือไม่ โดยบ่ายเบี่ยงว่าเรื่องนี้มีความซับซ้อนกว่านี้ เธออ้างว่ารัสเซียกังวลเกี่ยวกับจีน ซึ่งไม่ได้อยู่ในสนธิสัญญานี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต กล่าวว่า พวกผู้บัญชาการทหารจะเริ่มเตรียมการเพื่อรับมือ &amp;quot;โลกที่ปราศจากสนธิสัญญาไอเอ็นเอฟ&amp;quot; แต่เขายืนกรานว่ากลุ่มนาโตยังยึดมั่นต่อการลดอาวุธ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28101</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยุโรปกังวล, รัสเซีย, สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง, สหรัฐ, แข่งขันด้านอาวุธ, ไอเอ็นเอฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190201/image_big_5c54541e2a6d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 21:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปูติน&#039; จวกสหรัฐโทษรัสเซีย หาข้ออ้างฉีกสัญญาจำกัดนิวเคลียร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ปฏิเสธคำกล่าวหาของสหรัฐ ที่่ว่ารัสเซียละเมิดสนธิสัญญาสมัยสงครามเย็นที่จำกัดการอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง ระบุสหรัฐอยากถอนตัวก่อน แต่พยายามหาข้ออ้างสนับสนุนการกระทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของผู้นำรัสเซียเมื่อวันพุธที่ 5 ธันวาคม 2561 มีออกมาคล้อยหลังคำแถลงเมื่อวันอังคารของไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ที่ขู่ว่าสหรัฐจะถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยปานกลาง (ไอเอ็นเอฟ) ภายใน 60 วัน หากรัสเซียไม่รื้อถอนมิสไซล์ที่ละเมิดความตกลงฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อันดับแรก ฝ่ายอเมริกาแจ้งความจำนงที่จะถอนตัวจากสนธิสัญญาฉบับนี้ แล้วจากนั้นก็เริ่มหาเหตุผลมาสนับสนุนการกระทำของพวกเขา&amp;quot; สื่อของรัสเซียรายงานคำพูดของปูติน ซึ่งระบุด้วยว่า เหตุผลแก้ตัวแรกของสหรัฐคือ หาว่ารัสเซียกำลังละเมิดข้อตกลงบางอย่าง แต่ขณะเดียวกัน สหรัฐก็ไม่ได้แสดงหลักฐานใดๆ เหมือนเช่นเคย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวตอบโต้ของปูตินเป็นไปในทิศทางเดียวกับแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ที่ปฏิเสธคำกล่าวหาของสหรัฐว่า &amp;quot;ไม่มีเหตุผล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐเคยทำให้ทั่วโลกวิตกกังวลเมื่อเดือนตุลาคม เมื่อเขาประกาศว่า สหรัฐจะถอนตัวจากความตกลงฉบับนี้ และจะเสริมสร้างคลังอาวุธนิวเคลียร์ของอเมริกาจนกว่าผู้คนจะรู้สำนึก แต่เมื่อวันจันทร์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาอยากคุยกับปูติน และประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน เพื่อดักทางไม่ให้เกิดการแข่งขันด้านอาวุธครั้งใหญ่อย่างควบคุมไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า ข้อเท็จจริงโดนบิดเบือนเพื่ออำพรางเป้าหมายของการถอนสหรัฐออกจากสนธิสัญญาฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พลเอกวาซิลี เกราซิมอฟ ประธานเสนาธิการทหารบก ประกาศว่า รัสเซียจะเพิ่มขีดความสามารถของอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ภาคพื้นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หนึ่งในปัจจัยทำลายล้างหลักที่ทำให้สถานการณ์ระหว่างประเทศยุ่งยากซับซ้อน คือการที่สหรัฐกำลังทำตัวเพื่อรักษาบทบาทครองความเป็นใหญ่ในโลกของสหรัฐเอาไว้&amp;quot; กระทรวงกลาโหมเผยแพร่คำกล่าวของเกราซิมอฟ &amp;quot;ด้วยวัตถุประสงค์นี้ รัฐบาลสหรัฐและบรรดาชาติพันธมิตรกำลังใช้มาตรการที่สอดประสานและครอบคลุม เพื่อยับยั้งรัสเซีย และดิสเครดิตบทบาทของรัสเซียในกิจการระหว่างประเทศ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23584</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำกัดอาวุธนิวเคลียร์, ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน, ปุติน, รัสเซีย, สนธิสัญญานิวเคลียร์, สหรัฐ, ไอเอ็นเอฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181205/image_mid_5c07d7cc0b80e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 22:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 22:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุโรปวอนสหรัฐ-รัสเซียเจรจา รักษาสนธิสัญญานิวเคลียร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยุโรปเสียวสันหลัง เรียกร้องสหรัฐและรัสเซียเจรจากันเพื่อรักษาสนธิสัญญานิวเคลียร์ไว้ต่อไป หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงสมัยสงครามเย็นฉบับนี้ ขณะจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาความมั่นคงทำเนียบขาวถึงมอสโกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธงชาติรัสเซีย (หน้า) และธงชาติสหรัฐ ประดับที่อาคารสถานทูตสหรัฐในกรุงมอสโก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเรียกร้องของคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อวันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม 2561 มีออกมาก่อนหน้าที่โบลตันจะเปิดการเจรจากับนิโคไล ปาทรูเชฟ เลขาธิการสภาความมั่นคงของรัสเซีย ช่วงเช้าวันจันทร์ และที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของทรัมป์ผู้นี้ยังอาจจะได้เข้าพบเจรจากับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน&amp;nbsp; ของรัสเซียด้วยในวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของคณะกรรมการบริหารของกลุ่มอียู 28 ชาติเน้นย้ำว่า สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) ฉบับนี้เป็นหลักสำคัญที่ปกป้องยุโรปในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา &amp;quot;สหรัฐและรัสเซียจำเป็นต้องเจรจากันอย่างสร้างสรรค์ต่อไปเพื่อธำรงสนธิสัญญาฉบับนี้ และรับประกันว่ามีการปฏิบัติตามอย่างเต็มที่และตรวจสอบได้&amp;quot; มายา โคซิยานชิช โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าว พร้อมกับระบุว่าข้อตกลงนี้มีความสำคัญทั้งต่อความมั่นคงของยุโรปและของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนธิสัญญาฉบับนี้ ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐ และประธานาธิบดีมิฮาอิล กอร์บาชอฟ&amp;nbsp; ผู้นำคนสุดท้ายของสหภาพโซเวียตลงนามไว้เมื่อปี 2530 ช่วงท้ายของสงครามเย็น โคซิยานชิชกล่าวว่า&amp;nbsp; เพราะข้อตกลงฉบับนี้มิสไซล์พิสัยกลางที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์และหัวรบตามแบบ เกือบ 3,000&amp;nbsp; ลูกจึงถูกเคลื่อนย้ายและทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ กอร์บาชอฟวิจารณ์การตัดสินใจของทรัมป์ว่าเป็นความผิดพลาดและแสดงให้เห็นถึงการขาดปัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์อ้างว่า เป็นเวลาหลายปีแล้วที่รัสเซียวางกำลังมิสไซล์ โนวาตอร์ 9เอ็ม729 โดยละเมิดต่อสนธิสัญญาฉบับนี้ ซึ่งห้ามสหรัฐและรัสเซียวางกำลังอาวุธมิสไซล์ที่มีพิสัยระหว่าง 500-5,500 กิโลเมตร&amp;nbsp; ทรัมป์ยังอ้างถึงจีนด้วยว่าไม่ได้ร่วมลงนาม จีนจึงสามารถพัฒนาอาวุธนี้ได้อย่างเสรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกของปูตินกล่าวว่า ผู้นำรัสเซียกำลังต้องการคำอธิบายจากโบลตันเกี่ยวกับเจตนาของรัฐบาลสหรัฐ และว่าการยกเลิกข้อตกลงฉบับนี้ &amp;quot;จะทำให้โลกอันตรายขึ้น&amp;quot; พร้อมกับปฏิเสธคำกล่าวหาของสหรัฐที่ว่ารัสเซียละเมิดข้อตกลง โดยเขาย้อนว่าสหรัฐต่างหากที่เป็นฝ่ายละเมิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนก็เรียกร้องให้สหรัฐทบทวนการตัดสินใจนี้อีกรอบ หัวชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ด้วยว่า สหรัฐไม่ควรอ้างอิงจีนอย่างผิดๆ เมื่อพูดถึงเหตุผลในการถอนตัวจากสนธิสัญญานี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20488</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์น โบลตัน, ถอนตัว, ยุโรป, รัสเซีย, สนธิสัญญานิวเคลียร์, สหรัฐ, อียู, โดนัลด์ ทรัมป์, ไอเอ็นเอฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcde6f4082e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2018 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2018 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ฉีกสนธิสัญญานิวเคลียร์รัสเซียสมัยสงครามเย็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันจะถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางที่สหรัฐทำไว้กับรัสเซียตั้งแต่ยุคสงครามเย็น อ้างรัสเซียละเมิดข้อตกลงนี้มานานหลายปี ขณะรัสเซียเตือนเป็นก้าวย่างที่อันตรายมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปราศรัย &amp;quot;ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง&amp;quot; ที่สนามบินเอลโค เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์ยืนยันเมื่อวันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม 2561 ว่ารัฐบาลของเขาจะถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) ที่ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐ และประธานาธิบดีมิฮาอิล กอร์บาชอฟ ของรัสเซีย ลงนามกันไว้เมื่อปี 2530&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์อ้างว่า สหรัฐเป็นฝ่ายที่ปฏิบัติตามและเคารพข้อตกลงฉบับนี้อยู่ฝ่ายเดียว แต่น่าเสียดายที่รัสเซียไม่เคารพข้อตกลงนี้ ฉะนั้นสหรัฐจะกำจัดข้อตกลงฉบับนี้และจะถอนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัสเซียละเมิดข้อตกลง พวกเขาละเมิดมันมานานหลายปีดีดัก ผมไม่รู้ว่าทำไมโอบามา&amp;nbsp; (ประธานาธิบดีบารัค โอบามา) จึงไม่เจรจาต่อรองหรือถอนตัว เราจะไม่ยอมให้พวกเขาละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์แล้วผลิตอาวุธต่อไป ในขณะที่เราไม่ได้รับอนุญาตให้ทำเช่นนั้น&amp;quot; ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่เมืองเอลโค รัฐเนวาดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลของทรัมป์แสดงความไม่พอใจที่รัสเซียวางกำลังมิสไซล์ 9 เอ็ม 729 ที่สหรัฐระบุว่าสามารถโจมตีได้ไกลกว่า 310 ไมล์ (500 กิโลเมตร) ซึ่งถือเป็นการละเมิดสนธิสัญญาไอเอ็นเอฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนธิสัญญาฉบับนี้ ซึ่งห้ามการใช้อาวุธมิสไซล์ที่มีพิสัยระหว่าง 310-3,400 ไมล์ เกิดขึ้นสืบเนื่องจากวิกฤติในยุคทศวรรษ 1980 ที่สหภาพโซเวียตวางกำลังขีปนาวุธพิสัยกลางติดหัวรบนิวเคลียร์ เอสเอส-20 โดยพุ่งเป้าหมายมาที่เมืองหลวงของชาติตะวันตกหลายแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอาร์ไอเอโนวอสติของทางการรัสเซียอ้างคำกล่าวของแหล่งข่าวในกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียรายหนึ่ง ว่าแรงจูงใจสำคัญของรัฐบาลสหรัฐก็คือความฝันของโลกแบบขั้วเดียว ซึ่งไม่มีวันเป็นความจริงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในวันอาทิตย์ เซอร์เกย์ เรียบคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวเตือนทรัมป์ด้วยว่า การถอนตัวจากข้อตกลงไอเอ็นเอฟนี้จะเป็นการดำเนินการที่อันตรายมาก พร้อมกับกล่าวหาสหรัฐว่ายอมเสี่ยงกับการโดนนานาชาติประณามเพื่อแลกกับอำนาจเป็นใหญ่สูงสุดทางทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนกรานด้วยว่า รัสเซียทำตามสนธิสัญญาอายุเก่าแก่ 3 ทศวรรษฉบับนี้อย่างเข้มงวดที่สุด แต่สหรัฐกลับละเมิดข้อตกลงนี้อย่างโจ่งแจ้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20393</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีกสนธิสัญญา, ถอนตัว, รัสเซีย, สงครามเย็น, สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง, สหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์, ไอเอ็นเอฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181021/image_big_5bcc80f5397fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
