<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 21:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทันควัน! กองทัพภาค 2 แจ้งความ &#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039; ใช้เอกสารเท็จปั่นขบวนการไอโอ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.64 - พลตรีสวราชย์ แสงผล โฆษกกองทัพภาคที่ 2 ขอชี้แจงต่อกรณี ผู้อภิปราย นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อ 31 สิงหาคม 2564 ใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยนำเสนอข้อมูลเรื่อง &amp;quot;ปฏิบัติการไอโอของกองทัพบก โดย นายณัฐชาฯ ได้เปิดเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการ ไอโอโดยกล่าวอ้างว่าใช้เอกสารของกองทัพภาคที่ 2 เป็นหลักฐานประกอบการอภิปรายกองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กรณีการนำเอกสารมาประกอบการอภิปราย จากการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นพบว่า ไม่ใช่เอกสารจริงโดยพบพิรุธว่า 1) หนังสือที่นำมาแสดงเป็นหนังสือที่ทำขึ้นในห้วงเดือน มีนาคม ถึงเดือน กรกฎาคม 2564 ลายมือชื่อของแม่ทัพภาคที่ 2 ท่านปัจจุบันในหนังสือทั้ง 2 ฉบับ ไม่ตรงกับลายมือชื่อจริง
2) นามสกุลของ แม่ทัพภาคที่ 2 ท่านปัจจุบันในหนังสือฉบับหนึ่งพิมพ์ไม่ถูกต้อง 3) ลายมือชื่อของ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ไม่ตรงกับลายมือชื่อจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มีลายมือชื่อของผู้อำนวยการกองยุทธการกองทัพภาคที่ 2 ที่ลงนามในหนังสือฉบับนั้นซึ่งปัจจุบัน ท่านดังกล่าวได้ปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งใหม่แล้วเป็นเวลากว่า 2 ปีเศษตั้งแต่ ตุลาคม 2561 และนามสกุลสะกดไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) กำลังพลที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าไม่เคยมีการจัดทำหนังสือดังกล่าว โดยเมื่อตรวจสอบการออกเลขที่หนังสือแล้วเป็นของ กองยุทธการกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งเลขหนังสือที่ออกจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 มีเลขหนังสือถึงแค่ลำดับที่ 851 ยังไม่ถึงลำดับที่ 1121 ตามเอกสารที่ผู้อภิปรายนำมาแสดงแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6) ตามเลขที่คำสั่งที่ปรากฏ (เลขที่ 1107/2564) หน่วยมิได้เคยออกคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ฯแต่อย่างใด อีกทั้ง รายชื่อคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการสารสนเทศ กองทัพภาคที่ 2 (ศปสท.ทภ. 2) ชั้นยศไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น ระดับผู้อำนวยการกอง ซึ่งต้องมีชั้นยศ พันเอก แต่ในเอกสารมีชั้นยศเป็น พันโท ในส่วนของแม่ทัพน้อยที่ 2 ต้องมีชั้นยศ พลโท ไม่ใช่ พลตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7) การพิมพ์หนังสือราชการตามระเบียบงานสารบรรณปกติจะมีการตรวจสอบความถูกต้อง ความเป็นระเบียบ รวมถึงการสะกดคำให้ถูกต้องตามหลัก แต่หนังสือฉบับดังกล่าวมีคำผิด แม้กระทั่งชื่อ นามสกุลของผู้ที่ต้องลงนาม
จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันว่าเอกสารดังกล่าวข้างต้นถือเป็นเอกสารอันเป็นเท็จ ที่ได้มีการปลอมแปลงทั้งรูปแบบไม่เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ รวมทั้งการลงลายมือชื่อไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง หน่วยจึงได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เป็นหลักฐานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กรณีมีการอภิปรายว่ามีการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงกำลังพลพร้อมทั้งมีคลิปเสียงและรูปภาพประกอบ กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันว่า หน่วยไม่เคยได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด รวมทั้งไม่ทราบที่มาของคลิปเสียงโดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปภาพการยืนต่อแถวรับเบี้ยเลี้ยงตามที่กล่าวอ้างนั้น เป็นภาพเก่าของการจ่ายเบี้ยเลี้ยงตามปกติของหน่วยก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 สังเกตได้จากกำลังพล ไม่มีการสวมหน้ากากอนามัยตามมาตรการที่กองทัพภาคที่ 2 กำหนดจึงเรียนมาเพื่อทราบในข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ต่อการดำเนินการของหน่วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115346</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, พล.ต.สวราชย์ แสงผล, ไอโอกองทัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f89ae9998b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 17:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณัฐชา&#039; ท้ากองทัพฟ้องศาลตัดสินเอกสารซักฟอกไอโอ หลัง &#039;บิ๊กช้าง&#039; แฉของเก๊</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงบ่าย ภาพรวม ส.ส.เพื่อไทย อภิปรายถึงการทำงานของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการแก้ไขปัญหาโรคระบาดลัมปีสกินที่ล้มเหลว ไม่ดูแลเกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเวลา 14.45 น. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นสอบถาม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า อยากให้ตอบให้ชัดอีกครั้งว่าคลิปวิดีโอ และรูปต่างๆที่ตนใช้อภิปรายถึงปฏิบัติไอโอนั้นจริงหรือไม่ การที่บอกว่าลายเซ็นไม่เหมือนบ้าง พิมพ์ชื่อผิดบ้าง ตนไม่อาจไปสอนภาษาไทยในกองทัพได้ ส่วนเรื่องเลขที่หนังสือในกองทัพ คิดว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่เหนือบ่ากว่าแรงของรมช.กลาโหม เพราะเป็นหนังสือภายในภายใต้การบังคับบัญชา แต่สิ่งที่ต้องตอบชัดๆกับประชาชนวันนี้ว่าภารกิจปลอมตัวเป็นประชาชนที่มอบหมายให้หน่วยงาน กรม กองต่างๆเป็นความจริงหรือไม่ และภารกิจหลักฐานที่ได้มาชี้แจงในสภาฯในแต่ละภาพมีบุคคลจริงๆ ชั้นยศจริง ตนไม่สามารถไหว้วานเขามาถ่ายภาพได้ และถามว่าในภาพนั้นที่เห็นชัดเจนว่าเป็นการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่ไปด้อยค่าฝ่ายตรงข้าม และสนับสนุนงานของรัฐบาล นี่คือภารกิจฝ่ายความมั่นคงใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนเอกสารที่ท่านบอกไม่จริง แต่ผมบอกว่าจริง ขอให้ไปว่ากันในชั้นศาล ผมยินดีรับผิดชอบทุกเอกสารที่นำมาเสนอในที่นี่ ยินดีให้ศาลตัดสิน และขอเชิญพยานทั้ง 100&amp;nbsp;กว่าคนในบัญชีรายชื่อ และกอ.รมน. 20 กว่าคน เพราะยกหูโทรแล้ว เขาบอกเองว่าไม่ค่อยเต็มใจทำเท่าไหร่ แต่เป็นการบังคับบัญชาตามสายงาน ดังนั้นขอให้ไปว่ากันในชั้นศาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.อ.ชัยชาญ ชี้แจงว่า ตอบไปชัดเจนแล้ว เอกสารหลักฐานที่ให้มาเป็นการตรวจสอบเบื้องต้นว่าเป็นเอกสารที่ไม่จริง&amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้กองทัพบก และกองทัพภาคที่ 2 ที่ได้รับความเสียหายกำลังตรวจสอบเอกสารทั้งหมด รวมถึงคลิปที่นำมาอภิปรายนั้นเป็นจริงหรือไม่&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายณัฐชาพยายามจะลุกขึ้นตอบโต้อีกครั้ง แต่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม ตัดบทไม่ให้มีการโต้แย้งอีก พร้อมระบุว่า นี่ไม่ใช่การอภิปรายฯรมช.กลาโหม จากนั้นได้เชิญคิวส.ส.คนต่อไปอภิปราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115315</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, บิ๊กช้าง, พรรคก้าวไกล, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล, อภิปรายไม่ไววางใจ, ไอโอกองทัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f58f47e7db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งกห.เคลียร์ชัด เฟซบุ๊กโยงไอโอ ก.ก.สอนรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งกลาโหมเคลียร์ให้ชัด กรณีเฟซบุ๊กปิดบัญชีเพจเชื่อมโยงไอโอกองทัพ ขณะที่ กอ.รมน.ปฏิเสธไม่มีนโยบายให้หน่วยงานทำ ก้าวไกลไปไกล สอนรัฐบาล การปฏิบัติการไอโอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ควรจัดทำเนื้อหาในการเทิดพระเกียรติอย่างเป็นทางการ ไม่เช่นนั้นจะระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีเฟซบุ๊กปิดบัญชีเพจที่เชื่อมโยงปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) ที่เป็นของกองทัพในประเทศไทยว่า ตอนนี้ให้กระทรวงกลาโหมไปดู ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการพูดในการอภิปรายในสภา ให้ไปดูว่าเป็นอย่างไร หลายอย่างตอนนี้ก็เป็นประเด็นทางการเมืองไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมถามว่าวันนี้เฟซบุ๊กทำเช่นนี้ มันมีหลายทาง ทุกคนทราบดี ต้องไปทำให้ความชัดเจนเกิดขึ้น เคลียร์ชัดเจนให้ได้ ผมสั่งทางกลาโหมให้ไปดูแล้ว&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. เปิดเผยว่า กอ.รมน.ไม่ทราบถึงการถูกถอดบัญชี Facebook ตามที่เป็นข่าว เนื่องจากการใช้งานของเฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นบัญชีส่วนบุคคล ไม่มีความเกี่ยวข้องกับองค์กร การลบบัญชีจากเฟซบุ๊กถือเป็นการลบบัญชีส่วนบุคคล ปัจจุบันเฟซบุ๊กของ กอ.รมน.ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กอ.รมน.ไม่มีนโยบายให้หน่วยดำเนินงานตามที่เป็นข่าว จากนโยบายของ กอ.รมน. มีหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานกลางขับเคลื่อนประสานงาน ในการช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน เพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความเดือดร้อน ซึ่ง กอ.รมน.ได้ยึดถือเป็นแนวทางการปฏิบัติงานมาโดยตลอด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กอ.รมน.กล่าวว่า การใช้งานของโซเชียลมีเดียของ กอ.รมน. มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรม ผลงานของ กอ.รมน. สร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมรับทราบความต้องการของประชาชน เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้กับประชาชนได้ตรงตามความต้องการ และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ปัจจุบัน กอ.รมน.ได้มี Call Center 1374 รับแจ้งเหตุความมั่นคง เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้การดำเนินชีวิตของประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ พร้อมด้วยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมาย หรือไอลอว์ (iLaw), นายวิญญู วงศ์สุรวัฒน์ พิธีกรผู้จัดรายการ พร้อมด้วยนายสัญญา เอียดจงดี ทนายความ ได้เดินทางเข้ายื่นฟ้องกองทัพบก (ทบ.) และ พล.อ.ณรงค์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการกองทัพบก (ผบ.ทบ.) ต่อศาลปกครอง กรณีกองทัพบกปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO)&amp;nbsp; เพื่อขอให้ศาลปกครองสั่งยุติปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้องทั้งหมดนี้ทันที รวมทั้งขอให้ลบข้อมูลแบล็กลิสต์ต่างๆ ออกจากสารบบกองทัพบก และให้กองทัพขอโทษออกสื่อสาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายยิ่งชีพกล่าวว่า เนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีความขัดแย้งทางการเมือง ขณะเดียวกันก็มีหลักฐานจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ผ่านมา และการตรวจสอบของทวิตเตอร์ รวมทั้งล่าสุดการสอบสวนของเฟซบุ๊กที่พบว่ากองทัพไทยมีการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารเพื่อโจมตีประชาชนที่แสดงความคิดเห็นแตกต่างกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ได้เป็นศัตรูกับชาติ ไม่ได้เป็นศัตรูกับรัฐ การที่กองทัพเอางบประมาณของรัฐ เอาภาษีประชาชน เอาบุคลากรทหารและทรัพยากรของรัฐมาโจมตีประชาชนนั้น ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีความชอบธรรม วันนี้จึงมายื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลสั่งว่าการปฏิบัติการของกองทัพเช่นนี้เป็นสิ่งที่ผิด และให้กองทัพหยุดปฏิบัติการแบบนี้ทั้งหมด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยิ่งชีพกล่าวว่า นอกจากนั้นยังได้ยื่นจดหมายต่อผู้รายงานพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพราะบทสนทนาของประชาชนในโลกออนไลน์ควรจะเป็นบทสนทนาที่เป็นข้อเท็จจริงที่มาจากประชาชนจริงๆ รัฐมีหน้าที่ที่จะต้องรับรองและคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่รัฐเป็นผู้ผลิตข้อมูลโฆษณาชวนเชื่อและโจมตีคนเห็นต่าง นอกจากนั้นเรายังได้ยื่นหนังสือต่อเฟซบุ๊ก เพื่อขอให้สืบสวนเกี่ยวกับการกระทำนี้ของกองทัพด้วย ซึ่งเป็นคนละส่วนกับที่เฟซบุ๊กเปิดเผยมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จะเกี่ยวกับคดีของนางอังคณา นีละไพจิตร อดีต กสม. ที่ยื่นฟ้องไปเมื่อเดือน พ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราทราบว่าจริงๆ แล้วมีคนที่เห็นด้วยกับรัฐบาล และเห็นต่างกับเราอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจและยอมรับได้ แต่การปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารของรัฐที่ใช้งบประมาณรัฐและคนของรัฐเป็นสิ่งผิดปกติที่ยอมรับไม่ได้ เพราะทำให้เราแยกแยะไม่ได้ว่าคอมเมนต์ในการสนทนาในโลกออนไลน์เสียไป เพราะตกลงไม่รู้ว่ากำลังคุยกับใครหรือใครเป็นใคร ทั้งนี้ หากหยุดปฏิบัติการไอโอได้ ก็จะทำให้การสนทนาในโลกออนไลน์เป็นธรรมชาติ ทุกคนไว้ใจกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเห็นต่างหรือเห็นด้วยกับรัฐบาล ก็อยากให้สนับสนุนยุติปฏิบัติการไอโอแบบนี้&amp;rdquo; นายยิ่งชีพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การถูกปิดบัญชีไอโอในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าละอายอย่างยิ่ง และเป็นความน่าละอายที่ถูกแพร่กระจายไปทั่วโลก และเป็นการทำให้เชื่อได้ว่ารัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิบัติการไอโอกับประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนเกิดความแตกแยก เกลียดชังกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์กล่าวต่อไปว่า ที่สำคัญที่สุดก็คือการปฏิบัติการไอโอ ในเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ วิธีการที่ถูกต้อง คือรัฐบาลควรจัดทำเนื้อหาในการเทิดพระเกียรติอย่างเป็นทางการ ต้องตั้งคำถามกับ พล.อ.ประยุทธ์ว่าการใช้วิธีปฏิบัติการไอโอที่ใช้บัญชีปลอมแอบอ้างเป็นบุคคลอื่นแบบนี้ เป็นวิธีการที่สมพระเกียรติหรือไม่ และการถูกเฟซบุ๊กปิดบัญชีในครั้งนี้ รวมทั้งการถูกทวิตเตอร์ปิดบัญชีในครั้งที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ไม่คิดที่จะเรียนรู้อะไรเลยใช่หรือไม่ และจะยังคงกระทำการบังอาจที่มิบังควรแบบนี้ต่อไปให้เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ออกมาประกาศปิดบัญชีผู้ใช้งานแบบนี้ไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจว่าจะระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทเลยใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอย้ำว่าการประชาสัมพันธ์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ รัฐบาลต้องทำทุกอย่างอย่างประณีต รอบคอบ เป็นทางการ ให้สมกับพระเกียรติยศ ผมขอเตือนให้ พล.อ.ประยุทธ์ ที่มักจะอ้างตนเองว่าจงรักภักดี มีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จงเลิกพฤติกรรมที่ด้อยสติปัญญาของตน นำเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาปฏิบัติการไอโอ จนถูกทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กเปิดเผย จนระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสียที การกระทำอย่างนี้ไม่ถือว่าเป็นความจงรักภักดี&amp;rdquo; นายวิโรจน์กล่าวทิ้งท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฐชา? บุญไชยอินสวัสดิ์? ส.ส.กทม. ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ถือเป็นความเลวทรามต่ำช้าและมืดบอดทางปัญญา มองเห็นประชาชนที่เห็นต่างหรือมีวิถีความเชื่อและวัฒนธรรมที่แตกต่างเป็นศัตรู ถึงเวลาแล้วที่กองทัพจะต้องกลับตัวกลับใจ หยุดทำเรื่องชั่วร้ายเลวทรามเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพราะไม่ว่ากองทัพของชาติไหน ก็ล้วนมีสำนึกว่าห้ามทำ IO กับประชาชนในชาติตัวเอง การที่ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์รัฐถือเป็นเรื่องปกติของการตรวจสอบ แต่ประชาชนจะไม่มีวันเป็นศัตรูหรือภัยต่อความมั่นคงได้ คงมีแต่คนที่ทำให้คนในชาติเกลียดกันเองเท่านั้น จึงจะถือเป็นภัยคุกคามประเทศชาติอย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95044</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคลียร์ให้ชัด, เฟซบุ๊กปิดบัญชีเพจเชื่อมโยงไอโอกองทัพ, ไอโอ, ไอโอกองทัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_6040e4ffe634c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
