<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูถือพาสปอร์ตเขมร สื่อฮ่องกงแฉหลักฐาน/ลิ่วล้อแม้วฉะป้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อฮ่องกง &amp;quot;เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์&amp;quot; แฉ &amp;quot;ยิ่งลักษณ์&amp;quot; ถือพาสปอร์ตกัมพูชาใช้หลบออกจากไทย หนีคดีจำนำข้าวปี 2560 หลังพบเอกสารขอจดทะเบียนตั้งบริษัท พี.ที. คอร์ปอเรชัน ในฮ่องกง ระบุชัด &amp;quot;ลิ่วล้อแม้ว&amp;quot; ฉุน &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เรียก &amp;quot;ไอ้ทักษิณ&amp;quot; อ้างคำไม่สุภาพเรียกอดีตผู้บังคับบัญชาเก่า &amp;quot;อนุสรณ์&amp;quot; ห่วงเป็นตัวอย่างไม่ดีแก่เด็ก &amp;quot;เพื่อชาติ&amp;quot; ตามขยี้แฮชแท็กยุติธรรมแบบป้อมๆ &amp;quot;ยงยุทธ&amp;quot; ปัดเสนอตั้งโต๊ะเจรจาเอาทักษิณกลับ อ้างแค่ขอพื้นที่พูดคุยแก้ปัญหาขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 ม.ค.2562 หนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ของฮ่องกงรายงานว่า เอกสารการยื่นขอจดทะเบียนบริษัทในฮ่องกงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงของไทยวัย 51 ปี ซึ่งเธอยื่นขอเป็นผู้อำนวยการแต่เพียงผู้เดียวของบริษัท พี.ที. คอร์ปอเรชัน ที่เปิดดำเนินกิจการในฮ่องกงเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2561 น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุในช่องหนังสือเดินทางว่า &amp;quot;ราชอาณาจักรกัมพูชา&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลในเอกสารนี้ขัดแย้งคำกล่าวอ้างของรัฐบาลกัมพูชา ที่ยืนกรานปฏิเสธว่ากัมพูชาไม่ได้ออกหนังสือเดินทางให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อครั้งที่เธอหลบหนีออกนอกประเทศอย่างลึกลับ ทั้งที่ถูกรัฐบาลทหารของไทยจับตาอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง การหลบหนีนั้นเกิดขึ้นก่อนที่ศาลจะพิพากษาว่าเธอมีความผิดในคดีจำนำข้าวและตัดสินจำคุก 5 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีออกจากไทยนั้น หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์เคยรายงานอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของกรมหนังสือเดินทางของกัมพูชาว่า &amp;quot;น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นคนไทย ไม่ใช่คนกัมพูชา ผมไม่ออกหนังสือเดินทางให้คนต่างชาติ&amp;quot; และกรมตรวจคนเข้าเมืองของกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาก็กล่าวไว้ในตอนนั้นด้วยว่า ไม่มีรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปสิงคโปร์โดยใช้กัมพูชาเป็นทางผ่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของหนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ระบุว่า เอกสารที่ใช้ยื่นจดทะเบียนบริษัทครั้งนี้เปิดเผยรายละเอียดการทำธุรกิจของอดีตนายกฯ หญิงผู้นี้ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกนับแต่เธอหลบหนีจากไทยและหลีกเลี่ยงการตกเป็นเป้าความสนใจ ยังไม่แน่ชัดว่าบริษัทนี้ทำธุรกิจอะไร แต่เพียง 4 เดือนหลังก่อตั้งบริษัทนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานของบริษัท ซัวเถาคอนเทนเนอร์เทอร์มินัล ผู้ดำเนินกิจการท่าเรือที่มีสำนักงานในมณฑลกวางตุ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานระบุด้วยว่า เอกสารการยื่นขอจดทะเบียนบริษัทฮ่องกงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์นี้ ยังเปิดเผยเกี่ยวกับเครือข่ายธุรกิจของตระกูลชินวัตรด้วยว่า ยังมีอีกบริษัทหนึ่งซึ่งระบุที่ตั้งในไทย แต่ใช้ชื่อเดียวกับบริษัทฮ่องกงที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นผู้อำนวยการ โดยบริษัทชื่อ พี.ที. คอร์ปอเรชัน นี้มีชื่อของนางพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และแพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ตั้งบริษัทของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในฮ่องกงนั้น ระบุที่อยู่ว่า K11 Atelier in Tsim Sha Tsui ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานสูง 66 ชั้น ที่ตั้งสำนักงานนั้นติดป้ายว่าเป็นบริษัท แปซิฟิก อินเตอร์เนชันแนล แคปิตอล ผู้อำนวยการคนหนึ่งของบริษัทนี้คือ เฉิน หวยตัน หรือเดิมรู้จักในชื่อซีลีน ถัง แต่พนักงานของบริษัทนี้บอกกับสื่อฮ่องกงฉบับนี้ว่าพวกเขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับบริษัท พี.ที. คอร์ปอเรชัน หรือความเกี่ยวข้องกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี การขุดคุ้ยของเซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์พบว่า เฉินยังมีชื่อเป็นกรรมการผู้จัดการของซิงไห่อี้กรุ๊ป บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ ข้อมูลในเว็บไซต์ของบริษัทนี้เผยว่า เฉินเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายตุลาการประจำศาลในเมืองซัวเถาก่อนปี 2538 เชื่อกันว่า เฉินและสามีของเธอ ที่ชื่อ กอร์ดอน ถัง อี้กัง มีความสนิทสนมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถึงขั้นที่อดีตนายกฯ หญิงของไทยใช้ที่อยู่คฤหาสน์หรูบนเดอะพีคของฮ่องกงที่สามีภรรยาคู่นี้ซื้อไว้เมื่อปี 2555 ในราคา 250 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เป็นที่อยู่อ้างอิงในเอกสารยื่นจดทะเบียนบริษัทและบันทึกของสำนักงานทะเบียนที่ดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;quot;Paisal Puechmongkol&amp;quot; ระบุว่า &amp;quot;ชื่อท่าเรือซัวเถา แสดงว่า บริษัทนี้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลท้องถิ่นของจีน เพราะบริษัทเอกชนไม่มีสิทธิ์ใช้ชื่อเมืองนำหน้าชื่อบริษัทตามระบบของจีน &amp;nbsp;การที่บุคคลต่างชาติ จะเป็นประธานบริษัทนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ โดยลําพังบริษัท! นัยสำคัญของเรื่องนี้จึงน่าคิดมากครับว่าอาจเป็นเรื่องส่งสัญญาณอะไรหรือไม่&amp;quot;
ลิ่วล้อแม้วฉุน&amp;#39;บิ๊กป้อม&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตอบโต้ทวีตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ระบุนาฬิกายืมเพื่อนเป็นกระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆ ด้วยการใช้คำเรียกไอ้ทักษิณนั้น ตลอดทั้งวันพุธที่ผ่านมา พรรคการเมืองที่มีความใกล้ชิดนายทักษิณ ต่างออกมาแสดงความไม่พอใจ พล.อ.ประวิตรอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมือง พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การที่พล.อ.ประวิตรตอบโต้ ดร.ทักษิณด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ระบุกระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆ เป็นอย่างไร ก็ไปถามไอ้ทักษิณมันสิ ไปถามมันเองนั้น ต้องขอบันทึกข้อเท็จจริงไว้เบื้องแรกก่อนว่า ประเด็นการนำ ดร.ทักษิณกลับบ้าน หรือเรื่องการเปิดโต๊ะพูดคุยเจรจาอะไรก็ตาม เป็นเรื่องที่คนอื่นพูด ไม่ใช่ ดร.ทักษิณ เป็นผู้พูด แต่ พล.อ.ประวิตรกลับไปพาดพิงอดีตนายกรัฐมนตรีด้วยการใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพอย่างรุนแรง ไม่น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเด็กและเยาวชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดร.ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ในช่วงเวลาที่พล.อ.ประวิตรเป็นผู้บัญชาการทหารบก ถือเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง ดังนั้นการเรียกขานอดีตผู้บังคับบัญชาว่าไอ้ ไม่น่าจะเหมาะสม และเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อเด็กและเยาวชน ยิ่งในช่วงใกล้ถึงวันเด็กแห่งชาติ นอกจากการคิดคำขวัญวันเด็กเพื่อเป็นแนวทางให้เด็กเยาวชนของชาติยึดถือเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตแล้ว ผู้ใหญ่ในสังคมต้องประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างแก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ของประเทศด้วย ปัญหาของประเทศมีมาก แกนนำรัฐบาลและ คสช. ต้องใช้สติในการแก้ปัญหา และต้องระมัดระวังวาทกรรมที่จะเป็นเงื่อนไขนำไปสู่ความขัดแย้ง&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียง พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง อยากให้ พล.อ.ประวิตรใจเย็นๆ อย่ามีวิวาทะโต้กันไปมา จะทำให้บรรยากาศตึงเครียดเปล่าๆ อยากให้ พล.อ.ประวิตรเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกหลาน โดยเฉพาะการรู้คุณคน การรู้คุณงามความดีของคนที่ให้โอกาส รวมถึงผู้บังคับบัญชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้ พล.อ.ประวิตรดูตัวอย่าง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. รวมทั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช.บางคน ที่แสดงความรู้คุณคน ซื่อสัตย์ชัดเจน เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาประชาชนอยู่ตอนนี้&amp;quot; นายณัฐวุฒิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) กล่าวว่า ในช่วงเวลาไม่นานวลี &amp;ldquo;ยุติธรรมแบบป้อมๆ&amp;rdquo; เป็นกระแสในทวิตเตอร์ด้วย แฮชแท็กอันดับ 1 ว่า #ยุติธรรมแบบป้อมๆ ที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์รีทวีตตามเกือบแสนทวีต สะท้อนว่าสังคมไทยไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม สังคมต้องการความยุติธรรมที่แท้จริง ไม่ใช่กระบวนการยุติธรรมที่เหลื่อมล้ำเช่นปัจจุบัน ถึงเวลาหรือยังที่ทุกฝ่ายต้องมาช่วยกันแก้ไขกระบวนการยุติธรรมที่ไม่น่าเชื่อถือเช่นนี้ ก่อนจะเป็นปัญหาที่นานาชาติไม่ยอมรับ เช่น เรื่องสิทธิสภาพนอกอาณาเขต ซึ่งก็คือสิทธิพิเศษทางกฎหมาย ประเทศหนึ่งสามารถบังคับใช้กฎหมายของประเทศตนต่อบุคคลในดินแดนของประเทศอื่นได้ อย่างกรณีในอดีตเมื่อเกิดกรณีพิพาทระหว่างชาวอังกฤษในแผ่นดินไทย ไทยต้องยอมใช้กฎหมายอังกฤษในการตัดสิน อังกฤษไม่ยอมรับให้กระบวนการยุติธรรมไทยเป็นผู้ไกล่เกลี่ยหรือตัดสิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เคยอ่านข่าวพบสัญญาการร่วมลงทุนจากต่างประเทศบางสัญญาระบุว่าเมื่อเกิดข้อพิพาทไม่ขึ้นศาลไทย คณะรัฐประหาร คสช. ที่ยึดอำนาจจากประชาชนมา 4 ปีกว่าๆ โดยอ้างว่าจะปฏิรูปประเทศทุกด้าน ขอถามว่าได้ทำอะไรไปถึงไหน ทำไมกระแสแฮชแท็ก #ยุติธรรมแบบป้อมๆ ถึงเป็นกระแสสูงของสังคมในเวลารวดเร็ว ที่แปลผลได้ว่าประชาชนไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมของประเทศในปัจจุบัน&amp;rdquo; โฆษกพรรคเพื่อชาติกล่าว
ยงยุทธอ้างแค่ขอพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายยงยุทธ ติยะไพรัช กองเชียร์พรรคเพื่อชาติ ให้สัมภาษณ์รายการ &amp;ldquo;เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand&amp;rdquo; เกี่ยวกับประเด็นเรื่องการตั้งโต๊ะเจรจา และการพานายทักษิณกลับบ้านว่า ความหมายของตน คือยกตัวอย่างให้ฟังว่าการหาเสียงของพรรคการเมืองทุกครั้ง มักจะอ้างว่าจะเอานายทักษิณกลับบ้าน ผ่านมา 3 ครั้งแล้ว ครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 4 ก็ไม่เห็นว่าการเป็นรัฐบาลจะช่วยให้กลับบ้านได้ ดังนั้นการจะกลับบ้านได้ เราต้องมีพื้นที่ในการพูดคุยกันได้ เหมือนเช่นหมู่บ้านปันมุนจอมที่เกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ ใช้ในการพูดคุย ดังนั้นพรรคเพื่อชาติ เมื่อมีนโยบายแก้ไขความขัดแย้ง จึงไม่จำเป็นต้องไปใช้น้องเกี่ยวก้อย ต้องใช้มนุษย์มาคุยกัน ต้องมีพื้นที่พูดคุยกัน การพูดคุยเป็นเรื่องที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยงยุทธกล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่าเป็นรัฐบาลแล้วจะเอานายทักษิณกลับมา มันไม่ใช่ มันกลับไม่ได้ แต่สิ่งที่จะให้กลับได้ คือ 1.เราเห็นสังคมโลกทุกวันนี้ นายทักษิณบินไปไหนมาไหนได้ คือ กลุ่มที่ยึดอำนาจคงไม่มีใครบอกว่าคนที่ถูกยึดอำนาจเป็นคนดี มันก็ต้องตั้งข้อหา ดังนั้นเมื่อมีตั้งข้อหา เช่น กรณีเงินกู้เมียนมา ถูกตั้งข้อหาผลประโยชน์ทับซ้อน ทุกวันนี้เขาคืนหมด เราก็ได้ความสัมพันธ์ที่ดี อีกทั้งคดีต่างๆ เวลาขึ้นศาล ก็ยังมีความดี มีการบรรเทาโทษอยู่ สิ่งเหล่านี้เวลาเรากล่าวหากันทางการเมืองมันเป็นแรงจูงใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แล้ววันนี้ถ้านายทักษิณกลับมา คนก็กลัวว่าตัวเองจะเสียอำนาจ พูดชัดๆ นะ คือกลัวตัวเองจะเสียความนิยม ดังนั้นก็คุยกันเสียสิพี่น้องเตรียมทหาร จะบอกว่าพี่ไม่ต้องกลับมาไปอยู่ต่างประเทศ ทำโน่นนี่ก็ว่ากันไป ส่วนคดีผมเดาใจว่าเขาคงไม่กลับมา เพราะบางขั้นตอนการได้มาซึ่งหลักฐาน มันไม่ได้เป็นไปอย่างโลกสวยตามที่เราเข้าใจ เราต้องยอมรับตรงนี้ด้วยใจใสๆ ก่อน ดังนั้นมันต้องพูดคุยกัน หาหนทางที่ดีให้กับชาติบ้านเมือง&amp;rdquo; นายยงยุทธกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองเชียร์พรรคเพื่อชาติผู้นี้ ยืนยันสิ่งที่ตนพูดไม่ใช่การนำนายทักษิณกลับมาด้วยการเป็นรัฐบาล แต่หมายถึงกลับมาตามแนวทางของพรรคเพื่อชาติ คือ การมีหมู่บ้านปันมุนจอม คือต้องคุยกัน เพราะเห็นว่าแนวทาง 3 ครั้งที่ผ่านมาไม่เคยสำเร็จ คนที่ไม่เข้าใจความหมายของตน ขอให้ไปอ่านเฟซบุ๊กแล้วจะเข้าใจ เป้าหมายที่เราอยู่พรรคเพื่อชาติ เป้าหมายเดียวคือ ปัญหาความขัดแย้ง เราต้องช่วยกันขจัดให้หมดไป บางอย่างแก้ด้วยนิติศาสตร์ไม่ได้ มันต้องแก้ด้วยรัฐศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตราบใดที่คนที่ได้ประโยชน์บอกแค่ว่า เอามาติดคุกสิ มันต้องดูที่เนื้อในว่ามาสิๆ ถ้าเป็นคุณจะมาหรือเปล่า ถ้าเจอสภาพอย่างนี้ อันนี้ผมพูดชัดเลยนะ&amp;rdquo; กองเชียร์พรรคเพื่อชาติผู้นี้ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ จะเดินทางไปร่วมงานแต่งน้องสาว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ฮ่องกงว่า หากนายพานทองแท้จะขออนุญาตออกนอกประเทศ ไม่น่ามาขอที่ คสช. น่าจะต้องไปขอที่ศาล แล้วแต่ว่าศาลจะอนุญาตหรือไม่ คงไม่ใช่ คสช.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26191</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, หนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกศปรียา แก้วแสนเมือง, แพทองธาร ชินวัตร, ไอ้ทักษิณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c3613ae12ada.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยอบรม&#039;บิ๊กป้อม&#039;ไม่สุภาพเรียกอดีตผู้บังคับบัญชา&#039;ไอ้ทักษิณ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.62 - นายอนุสรณ์ &amp;nbsp;เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม พาดพิง ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ทวิตเตอร์ถึงคดีครองนาฬิกาหรูเป็นกระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆ ว่า การที่พล.อ.ประวิตร ตอบโต้ดร.ทักษิณด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ระบุกระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆ เป็นอย่างไร ก็ไปถามไอ้ทักษิณมันสิ ไปถามมันเองนั้น ต้องขอบันทึกข้อเท็จจริงไว้เบื้องแรกก่อนว่า ประเด็นการนำดร.ทักษิณ กลับบ้าน หรือเรื่องการเปิดโต๊ะพูดคุยเจรจาอะไรก็ตาม เป็นเรื่องที่คนอื่นพูด ไม่ใช่ดร.ทักษิณ เป็นผู้พูด แต่พล.อ.ประวิตร กลับไปพาดพิงอดีตนายกรัฐมนตรีด้วยการใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพอย่างรุนแรง ไม่น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเด็กและเยาวชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดร.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี ในช่วงเวลาที่พล.อ.ประวิตร เป็นผู้บัญชาการทหารบก ถือเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง ดังนั้นการเรียกขานอดีตผู้บังคับบัญชาว่าไอ้ ไม่น่าจะเหมาะสม และเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อเด็กและเยาวชน ยิ่งในช่วงใกล้ถึงวันเด็กแห่งชาติ นอกจากการคิดคำขวัญวันเด็กเพื่อเป็นแนวทางให้เด็กเยาวชนของชาติยึดถือเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตแล้ว ผู้ใหญ่ในสังคมต้องประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างแก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ของประเทศด้วย ปัญหาของประเทศมีมาก แกนนำรัฐบาลและคสช. ต้องใช้สติในการแก้ปัญหา และต้องระมัดระวังวาทกรรมที่จะเป็นเงื่อนไขนำไปสู่ความขัดแย้&amp;quot;นายอนุสรณ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26132</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, อนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด, เพื่อไทย, ไอ้ทักษิณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181002/image_big_5bb2e8e82dab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
