<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 00:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปี68ได้ใช้รถไฟ3สนามบิน ซีพีทุ่ม1.4แสนล.มักกะสัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ ปลื้มเซ็นสัญญาไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินฉลุย เล็งตอกเสาเข็มปลายปีหน้า เปิดใช้ปลายปี 68 กระตุ้นเศรษฐกิจเอเชียสร้างอาชีพกว่าแสนตำแหน่ง ซีพีทุ่มลงทุนมักกะสัน 1.4 แสนล้าน เนรมิตอสังหาริมทรัพย์ไฮเอนด์ รัฐบาลเดินหน้ารถไฟเร็วสูงอีก 2 เส้นทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม เวลา 13.30 น.&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาร่วมทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กิโลเมตร มูลค่า 2.24 แสนล้านบาท ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยนายวราวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจบริหารทรัพย์สิน รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประไทย และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร หรือกลุ่มซีพีเอช) โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) &amp;nbsp;หรืออีอีซี &amp;nbsp;โดยนายคณิตศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ สกพอ. รฟท. โดยนายวรวุฒิ และกลุ่มซีพีเอช โดยนายศุภชัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในบริษัทพันธมิตรของกลุ่มซีพีเอช ได้เข้าร่วมในพิธีดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการเซ็นสัญญา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ดีใจกับความก้าวหน้าของโครงการ เพราะเห็นว่าเราทำงานขับเคลื่อนเรื่องนี้มากว่า 2 ปีแล้ว วันนี้ถือเป็นการนับหนึ่งลงนามสัญญาในการเริ่มก่อสร้าง โดยมีหลายภาคส่วนมาร่วมมือกัน ซึ่งประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นไม่เพียงแต่เป็นการเชื่อมทั้ง 3 สนามบิน ยังเชื่อมต่อโครงการความร่วมมือรถไฟไทย-จีน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงสามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศอื่นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภาพรวมในการลงทุนขั้นต้นกว่า 2 แสนล้านบาท โดยเราจำเป็นต้องพัฒนาประเทศไทย ทั้งในเรื่องทางบก รถไฟฟ้าความเร็วสูง ทางอากาศ รวมถึงท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุด ทั้งหมดคือการช่วยสร้างงานสร้างอาชีพ และวางอนาคตที่เป็นความร่วมมือของ 3 ประเทศร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีอิตาลีมาร่วมด้วยในส่วนของการเดินรถ ตามสัญญาการร่วมทุน PPP ซึ่งเป็นการลงทุนใหม่ของเราที่มีกฎหมายกำกับควบคุมทุกตัว ขอให้เชื่อมั่นไว้วางใจว่าเราเดินมาก้าวหนึ่งแล้ว และขอให้ทุกคนสนับสนุนให้เดินไปสู่ก้าวที่สองให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการก่อสร้างคาดว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามสัญญา แต่ทั้งนี้ได้หาทางออกไว้แล้วในกรณีที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย อย่างกรณีการรื้อย้ายสาธารณูปโภคเดิมที่กีดขวางในเส้นทางการก่อสร้าง จำเป็นต้องแก้ปัญหาให้ในฐานะความรับผิดชอบของรัฐบาล โดยกระทรวงมหาดไทยได้เป็นเจ้าภาพในการประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผลงานนี้ถือว่าเป็นผลงานของรัฐบาลชุดที่แล้วที่ปัญหายังไม่จบ และรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ได้สานต่อในการเรื่องการลงนามสัญญาก่อสร้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความมุ่งหมายเราจะต้องมองไปยังอนาคตข้างหน้า เพราะถ้ามองปัจจุบันก็จะเห็นแต่ปัญหาของเรา เห็นถึงการที่จะต้องดูแลประชาชนของเรา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีรายได้เพิ่ม อาจไม่เร็วนัก เพราะจะต้องใช้เวลาก่อสร้าง แต่สิ่งสำคัญเมื่อสำเร็จ จะเกิดผลหลายอย่าง ทั้งผลต่อเศรษฐกิจ การจ้างงาน การขยายเมืองใหม่ การเพิ่มพื้นที่เขตเศรษฐกิจใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็จะต้องลดผลกระทบที่จะเกิดต่อประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวด้วย โดยทุกสถานีที่รถไฟจอดล้วนมีโอกาสเติบโตทั้งสิ้น ทำให้เกิดการเชื่อมต่อเส้นทางและเปิดพื้นที่เชื่อมต่อพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคกลาง ทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศการขนส่งสินค้า เกี่ยวข้องการโลจิสติกส์ของไทย ตลอดจนรถไฟรางคู่ เครื่องบินก็จะมาจอดยังพื้นที่ดังกล่าว โดยไม่ต้องห่วง เชื่อว่ารัฐบาลสามารถขับเคลื่อนได้&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงนามรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินอีอีซี (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กิโลเมตร 2.24 แสนล้านบาท เป็นโครงการประวัติศาสตร์ที่จะพลิกโฉมไปสู่ยุคใหม่ของระบบรางประเทศไทย สนับสนุนการเดินทางแบบไร้รอยต่อระหว่างระบบขนส่งคมนาคม ไปพร้อมกับยกระดับไทยไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว &amp;nbsp;ซึ่งโครงการนี้มีมูลค่าสูงที่สุดตั้งแต่ไทยเคยพัฒนาระบบขนส่งมวลชน แน่นอนว่าไม่เพียงเกิดประโยชน์ต่อประชาชนไทย ทั้งการจ้างงานในธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับโครงการไม่ต่ำกว่า 100,000 ตำแหน่ง แต่ยังเกิดประโยชน์กับประชากรเอเชียที่สามารถเดินทางถึงกันได้แบบไร้รอยต่อ ผ่านเส้นทางรถไฟไฮสปีดในไทย 2 สาย ได้แก่ ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย และช่วงดอนเมือง-อู่ตะเภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวว่า หลังจากนี้จะมีการลงนามสัญญาและเริ่มก่อสร้างอีกหลายโครงการมูลค่ารวมหลายแสนล้านบาท เช่น เมืองการบินอู่ตะเภา วงเงิน 2 แสนล้านบาท และโครงการท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 วงเงิน 8.4 หมื่นล้านบาท เป็นต้น ซึ่งโครงการนี้จะสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนที่จะเข้ามาในไทย ถือเป็นเรื่องที่ดีในการพัฒนาอีอีซี ผลักดันประเทศไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ สร้างงานสร้างอาชีพให้คนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายหยาง จินจุน รองประธานบริษัท China Railway Construction Corporation หรือ CRCC กล่าวว่า โครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนในประเทศไทย ในวันที่การเดินทางสะดวกมากขึ้น ย่อมเป็นสิ่งจูงใจให้โอกาสไหลเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งผลประโยชน์ยังกระจายโอกาสไปยังเพื่อนบ้านในอาเซียนและมีส่วนช่วยผลักดันเศรษฐกิจในทวีปเอเชียได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม รู้สึกยินดีมากที่ได้ร่วมลงทุนระหว่างจีน-ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อทุกคนอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศุภชัยกล่าวว่า โครงการนี้ต้องเริ่มการก่อสร้างภายใน 12 เดือน และแล้วเสร็จภายใน 5 ปี คือเริ่มต้นก่อสร้างในช่วง ต.ค.2563 และเปิดบริการในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งในส่วนของแอร์พอร์ตเรลลิงก์ เป็นส่วนการก่อสร้างได้เร็วที่สุด เนื่องจากได้เตรียมรองรับรถไฟความเร็วสูงไว้แล้ว แต่ส่วนดอนเมือง-พญาไท และพื้นที่สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา น่าจะเป็นส่วนที่มอบพื้นที่ยากที่สุด อย่างไรก็ตาม ด้านการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บนที่ดินมักกะสันนั้นจะมีการลงทุนราว 140,000 ล้านบาท เน้นพัฒนาเป็นพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ ศูนย์วิจัยฯ รวมถึงรีเทล โรงแรม เพื่อรองรับกลุ่มนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว และผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนด้านเงินกู้นั้น จะมาจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งมีธนาคารจากจีนและญี่ปุ่น รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย ขณะที่การแบ่งงานภายในกลุ่มพันธมิตร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด มหาชน และบริษัท ช.การช่าง จำกัด มหาชน มีความสามารถในการก่อสร้างด้านโยธา บริษัท China Railway construction Corporation limited จากสาธารณรัฐประชาชนจีน เชี่ยวชาญเรื่องระบบรางรถไฟความเร็วสูงและการบริหารงานเกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูง และการจัดหาดำเนินการรถไฟ สำหรับบริษัทจากประเทศอิตาลีเชี่ยวชาญการบริการหลังจากเอาระบบรถไฟขึ้น ซึ่งพาร์ตเนอร์ทั้ง 3 หน่วยงานนั้น มีความเข้มแข็ง ส่วนตัวเลขสัดส่วนผู้ถือหุ้นยังไม่สามารถบอกได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคณิตกล่าวว่า ถือเป็นโครงการแรกที่เข้าสู่กระบวนการรัฐร่วมลงทุนกับเอกชนของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ความชัดเจนในการส่งมอบพื้นที่แนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูงให้แก่เอกชนจะดำเนินการในระยะกรอบเวลาสูงสุดไม่เกิน 2 ปี 3 เดือน ส่วนกรณีที่จะผลักดันให้เข้าตลาดหลักทรัพย์ ตอนนี้กำลังคุยกับตลาดหลักทรัพย์เพื่อส่งทีมมาดูว่าโครงการพวกนี้จะนำเข้าตลาดได้เมื่อไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวุฒิกล่าวว่า ในสัญญาระบุว่าจะมีการส่งมอบพื้นที่ให้ไม่เกิน 2 ปี โดย รฟท.จะพยายามเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่ให้เร็วขึ้น ส่วนปัญหาพื้นที่เวนคืนนั้น คาดว่าจะมีการนำเรื่องเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในครั้งหน้า สำหรับประเด็นที่ทางกระทรวงคมนาคมมีนโยบาย Thai first ที่จะมีการนำวัสดุภายในประเทศมาใช้นั้น มองว่าผู้รับเหมาไทยมีความสามารถที่จะสามารถออกแบบและใช้วัสดุภายในประเทศไทยในการก่อสร้าง รวมถึงมีผู้ประกอบการของไทยหลายรายสามารถดำเนินการผลิตได้ แต่สิ่งที่ไทยยังไม่สามารถดำเนินการได้เองคือเทคโนโลยีการควบคุมการเดินรถไฟความเร็วสูง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48815</URL_LINK>
                <HASHTAG>สร้างอาชีพกว่าแสนตำแหน่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เซ็นสัญญา, เนรมิตอสังหาริมทรัพย์ไฮเอนด์, ไฮสปีดเทรน, ไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db1ad1993b4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 23:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดฯเปลี่ยนตัวรถไฟไทย-จีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;บอร์ด รฟท.ไฟเขียวเปลี่ยนรถรุ่นใหม่สัญญา 2.3ไฮสปีดเทรนไทย-จีน คาดชง ครม.ลงนามต้นเดือน พ.ย. พร้อมเห็นชอบติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณรถไฟทางคู่ 3 เส้นทาง 1.1 หมื่นล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (บอร์ด รฟท.) ที่มีนายจิรุตม์ &amp;nbsp;วิศาลจิตร เป็นประธาน ว่าที่ประชุมอนุมัติวาระสำคัญ 2 เรื่อง ประกอบด้วย ได้อนุมัติการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของงานในสัญญา 2.3 โครงการรถไฟความเร็วสูงความร่วมมือไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กิโลเมตร ในส่วนของสัญญา 2.3 (งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและฝึกอบรมบุคลากร) ที่มีการปรับจาก 38,558.38 ล้านบาท เป็น 50,633.50 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะลงนามกับจีนได้ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ช่วงต้นเดือน พ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสัญญาดังกล่าวเปลี่ยนแปลงตัวรถไฟความเร็วสูงให้เป็นรุ่นที่ทันสมัยมากขึ้น รวมทั้งรายละเอียดงานก่อสร้างอุโมงค์ แม้จะเปลี่ยนสัญญา 2.3 ยืนยันว่าจะไม่กระทบวงเงินก่อสร้างทั้งโครงการกว่า 179,412 ล้านบาท หลังจากบอร์ดอนุมัติการแก้ไขสัญญา 2.3 แล้วจะเสนอไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดวงเงินและเนื้องานจากที่เคยเสนอ ครม.ไว้ จากมีการปรับเปลี่ยนรถไฟความเร็วสูง จากรุ่นเหอเสีย (Hexia) เป็นรุ่นฟู่ซิ่ง (Fuxing) ที่ใหม่กว่า มีเทคโนโลยีทันสมัยและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และปรับการก่อสร้างโดยเฉพาะช่วงอุโมงค์ และโยกเนื้องานจากสัญญาโยธา เช่น โรงเชื่อมราง รถซ่อมบำรุง รถตรวจสภาพทาง โดยการปรับเพิ่มวงเงินสัญญา 2.3 ดังกล่าว จะไม่กระทบต่อกรอบวงเงินโครงการลงทุน&amp;rdquo; นายวรวุฒิระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบผลการประมูลโครงการจัดหาและติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณรถไฟทางคู่ตามที่บอร์ดชุดที่แล้วตั้งอนุกรรมการศึกษารายละเอียดเสร็จเรียบร้อย โดยโครงการลงทุนระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 3 เส้นทาง รวมมูลค่า 11,494.271 ล้านบาท ประกอบด้วย สายเหนือ ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 148 กิโลเมตร จำนวน 20 สถานี ราคากลาง 2,782.843 ล้านบาท, สายอีสาน ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กิโลเมตร จำนวน 20 สถานี ราคากลาง 2,460.738 ล้านบาท และสายใต้ ช่วงนครปฐม-ชุมพร ระยะทาง 169 กิโลเมตร จำนวน 59 สถานี ราคากลาง 6,250.65 ล้านบาท หลังจากบอร์ดอนุมัติและเตรียมลงทุนกับเอกชนที่ชนะการประมูล คาดว่าจะสามารถลงนามปี 2562 ถึงต้นปี 2563 เพื่อเร่งรัดโครงการที่ช้ามาระยะหนึ่งให้คืบหน้าได้อย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กำหนดการก่อสร้างรถไฟทางคู่เส้นทางต่างๆ รฟท.ประเมินว่างานโยธาสายใต้จะเสร็จปี 2564, สายเหนือปี 2565 และสายอีสานปี 2566 แต่ละเส้นทางเมื่อก่อสร้างงานโยธาจะใช้เวลาอีกเส้นทางละ 6 เดือน เพื่อติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณตามที่บอร์ดอนุมัติ&amp;rdquo; รักษาการผู้ว่าฯ รฟท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจิรุตม์กล่าวว่า หลังได้รับการแต่งตั้ง บอร์ด รฟท.ได้เร่งประชุมเพื่อพิจารณาโครงการเร่งด่วน ทั้งรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน และปัญหาคดีโฮปเวลล์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากนี้บอร์ดจะประชุมเดือนละ 1 ครั้ง แต่หากมีเรื่องเร่งด่วน จะนัดประชุมเพิ่มเติมได้ และได้ตั้งคณะกรรมการบริหาร มีนายอำนวย ปรีมนวงศ์ กรรมการ รฟท. เป็นประธาน นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ผู้เชี่ยวชาญทางการเงินและทางกฎหมาย เพื่อทำหน้าที่ในการกลั่นกรองวาระงานต่างๆ ก่อนเสนอบอร์ด รฟท.พิจารณา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48286</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอร์ด รฟท., รฟท., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปลี่ยนรถรุ่นใหม่, ไฮสปีดเทรน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190119/image_big_5c4285ff0b59d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งส่งมอบพื้นที่รถไฟเชื่อม3สนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;บอร์ดอีอีซีไฟเขียวแผนเร่งรัดโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน เคาะส่งมอบพื้นที่ 3 ระยะ เร็วสุด 1 ปี 3 เดือน เผยขยายเวลาไม่มีค่าปรับ เริ่มเปิดบริการปลายปี 66 นายกฯ สั่งภาครัฐเคลียร์ทางเอื้อซีพี พร้อมเป็นประธานลงนาม 25 ต.ค. &amp;quot;สมคิด&amp;quot; แย้มยกหูคุย &amp;quot;ศุภชัย&amp;quot; ยันเซ็นแน่ ขอดูฤกษ์ยามก่อน อาจเร็วกว่าเดิมก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่่ 16 ตุลาคม เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ดอีอีซี โดยนายกฯ กล่าวก่อนการประชุมว่า โครงการในพื้นที่อีอีซีเป็นโครงการสำคัญที่จำเป็นจะต้องเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนดการที่มีอยู่ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในเรื่องการลงทุนในอีอีซีเป็นโครงการนำร่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการบอร์ดอีอีซี เปิดเผยว่า ที่ประชุมรับทราบแผนเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ตามที่คณะอนุกรรมการบริหารที่มีนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เป็นประธานเสนอ โดยแผนการส่งมอบพื้นที่แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.สถานีพญาไท-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 28 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่แอร์พอร์ตลิงก์เดิม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ทันทีหลังจากที่มีการลงนาม 2.สถานีสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ระยะทาง 170 กิโลเมตร เร่งรัดส่งมอบพื้นที่ภายใน 1 ปี 3 เดือน แต่สามารถขยายเวลาได้ไม่เกิน 2 ปีหลังลงนามในสัญญา และ 3.สถานีพญาไท-ดอนเมือง ระยะทาง 22 กิโลเมตร เร่งรัดส่งมอบพื้นที่ภายใน 2 ปี 3 เดือน หรือไม่เกิน 4 ปีหลังลงนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้มีกำหนดจะเปิดให้บริการรถไฟฟ้าความเร็วสูง 3 สนามบิน เฉพาะสถานีพญาไท-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ช่วงปลายปี 2566 หรือต้นปี 2567 ส่วนช่วงสถานีพญาไท-ดอนเมือง ที่มีการรื้อย้ายปรับปรุงสาธารณูปโภคจำนวนมาก คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วง 2567-2568 แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ตามกำหนด ก็ไม่ได้เป็นปัญหา เพราะสามารถขยายเวลาให้เอกชนทำงานต่อไปได้ และจะไม่มีการจ่ายเงินชดเชย เนื่องจากเอกชนรับทราบเงื่อนไขในการลงทุนแล้วว่าจะต้องแบกรับต้นทุนบวกความเสี่ยงทั้งหมดแล้ว&amp;quot; นายคณิศระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่ โดยมอบหมายให้ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน เพื่อเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับงบการรื้อย้ายสาธารณูปโภค 8 หน่วยงาน เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่ต้องการทำรื้อสายไฟ ซึ่งทั้งหมดได้เตรียมงบประมาณไว้เบื้องต้น คาดจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาช่วงเดือน พ.ย.นี้ โดยงบดังกล่าวจะกระจายให้ 8 หน่วยงานเพื่อใช้ในการรื้อย้าย อย่าง กฟน. รัฐต้องใช้งประมาณจ่ายให้ทั้งหมด เพราะก่อนหน้านี้ กฟน.เคยรื้อย้ายสายไฟเพื่อหลีกเลี่ยงโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงให้แล้วเป็นงบประมาณที่สูงมาก ดังนั้นครั้งนี้รัฐจำเป็นต้องออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด สำหรับบางหน่วยงานอาจจำเป็นต้องใช้งบประมาณของตัวเอง เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ต้องมีการรื้อแนวท่อก๊าซ/แนวท่อน้ำมันใต้ดิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการ รฟท. ในฐานะรักษาการผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า หลังจากวันนี้จะรับเอามติ กพอ. เพื่อส่งให้กับคณะกรรมการคัดเลือกโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จากนั้นจะแก้ไขแนบท้ายในสัญญาตามมติ กพอ. พร้อมเตรียมลงนามกับกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร หรือกลุ่ม CPH ผู้ชนะประมูลโครงการนี้ในวันที่ 25 ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโมเดลการส่งมอบพื้นที่โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้ตั้งคณะอนุกรรมการบริหารเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่มี รมว.การคลังเป็นประธาน เพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานโครงการและโครงการอื่นด้วย
นายกฯ ปธ.ลงนาม 25 ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่มีการปรับเงื่อนไขเล็กน้อย ซึ่งเชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย และนายกฯ ได้กำชับว่าภาครัฐต้องอำนวยความสะดวก เพื่อให้การดำเนินการโครงการนี้เป็นไปด้วยความราบรื่น ไม่มีอุปสรรคใดๆ โดยรัฐต้องออกแรงด้วย ไม่ใช่ปล่อยเอกชนออกแรงอย่างเดียว ตรงนี้น่าจะเป็นความเข้าใจที่ตรงกัน และรับทราบจะมีการลงนามสัญญา ซึ่งร่างสัญญาหลักมีอยู่แล้ว จึงไม่น่ามีอุปสรรคในการลงนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รายละเอียดในการปรับเงื่อนไขคืออะไร นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นการปรับความเข้าใจในเรื่องการส่งมอบพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องเข้ามาทำการรื้อย้ายสาธารณูปโภค ซึ่งทาง รมว.มหาดไทยได้ไล่ถามทีละหน่วยงาน ทุกคนยืนยันว่าพร้อมและปฏิบัติได้ ขณะที่? รฟท.ต้องไปรับภาระการเวนคืนที่ดินบางส่วน และหาที่อยู่ให้กับชาวบ้านตามแนวรถไฟ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน โดยเลื่อนระยะเวลาจาก 1 ปี 3 เดือน เป็น 2 ปี เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นมากขึ้น ถึงเวลานั้นถ้ามีอุปสรรค ก็ต้องว่ากันในเรื่องการขยายเวลาให้กับเอกชน อย่างไรก็ตาม? เราเข้ามาต้องการสนับสนุนทุกอย่างเพื่อให้เขาทำเสร็จ ตนได้กำชับ รมว.คมนาคมตลอดเวลา หากทางเอกชนขอสิ่งใดมา ที่เราทำได้ อยู่ในกรอบกฎหมายและทีโออาร์ เราต้องทำทุกอย่าง ถือเป็นภารกิจและหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า การทำสัญญากับรัฐจะชดเชยในเรื่องระยะเวลา ไม่ใช่เงิน หากชดเชยด้วยเงิน ทุกสัญญาที่รัฐทำกับเอกชนก็ต้องชดเชยตามไปด้วย ทั้งนี้ การก่อสร้างทุกอย่างต้องมีอุปสรรคอยู่แล้ว หากเอกชนติดอุปสรรคขอขยายสัญญา หรือหากรัฐติดอุปสรรค ก็ขอขยายสัญญาได้โดยไม่มีค่าปรับ ถือว่ายุติธรรม เพียงแค่อย่าใช้อคติหรือความลำเอียงในการดำเนินสัญญา จะทำให้ไม่มีปัญหา เพราะเชื่อว่าทุกคนต้องการให้ประเทศมีรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน จะเป็นการสร้างความเข้าใจให้ทั้งโลกว่าโครงการอีอีซีเกิดแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในวันที่ 25 ต.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์จะไปเป็นประธานการลงนาม โดย รมว.คมนาคมได้กราบเรียนเชิญเรียบร้อยแล้ว เพราะถือเป็นงานใหญ่ อีอีซีถือเป็นตำนานของ พล.อ.ประยุทธ์ สมัยก่อนเรามีอีสเทิร์นซีบอร์ด เป็นของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ วันนี้อีอีซีก็เป็นผลงาน เป็นสิ่งที่จะต้องกล่าวขานถึงความมุ่งมั่นของ พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกฯ กำชับว่าให้ทำเสร็จเร็วๆ อะไรช่วยเขาได้ก็ช่วย อะไรยืดหยุ่นได้ก็ยืดหยุ่น โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้พูดในที่ประชุมว่า อย่าไปแน่นหรือตึงมาก ผ่อนได้ก็ผ่อนแต่อย่าให้ผิดกฎหมาย และอย่าให้รัฐเสียประโยชน์ ซึ่งกระทรวงคมนาคมพร้อมอยู่แล้ว ยิ่งทำเสร็จเร็ว ส่งมอบพื้นที่เร็ว จะเป็นผลงานของกระทรวงคมนาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นห่วงการส่งมอบพื้นที่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า มีการส่งมอบพื้นที่ที่เป็นนัยสำคัญหลักอยู่แล้วกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ สามารถส่งมอบโดยไม่มีอุปสรรค และในระยะเวลา 2 ปีเราก็ไปแก้ไขปัญหาส่วนที่เหลือ กว่าจะได้สร้างจริงๆ ใช้เวลาเป็นปี ขอเรียนนายศุภชัยได้เลยไม่ต้องห่วง สัปดาห์ที่แล้วก็ได้มาพบตน และยืนยันไปว่าอย่าได้กังวล ตราบใดที่ตนยังอยู่ตรงนี้ พร้อมที่จะสนับสนุนให้เอกชนทำงานได้อย่างราบรื่นที่สุด ตนเองก็พอจะมีความรู้เรื่องนี้อยู่บ้าง ไม่ใช่ไม่มี ตนก็โดนอะไรมาก็รู้ และจะนำสิ่งที่โดนมามาช่วย และมานั่งเถียงแทนเขาด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ซีพีการันตีเซ็นแน่ดูฤกษ์ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายฮิโรชิ ซากิ ประธานสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมโอซากา ประเทศญี่ปุ่น สภาหอการค้าและนักธุรกิจของญี่ปุ่นได้เข้ามาหารือและสอบถามถึงความคืบหน้าของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ว่าได้ยืนยันให้นักลงทุนญี่ปุ่นมั่นใจว่าโครงการนี้จะมีการก่อสร้างได้ตามกำหนด และจะมีการลงนามในสัญญากับภาคเอกชนเร็วๆ นี้ ซึ่งกลุ่มซีพีจะต้องดูฤกษ์ยามก่อนว่าจะลงนามในวันไหน อาจจะเร็วกว่าวันที่ 25 ต.ค.ก็ได้ เพราะได้ยกหูคุยกับนายศุภชัย โดยบอกว่าจะเซ็นสัญญาแน่นอน อาจจะก่อนวันที่ 25 ต.ค.ก็ได้ ขอไปดูฤกษ์ยามก่อน แต่ไม่เกินวันที่ 25 ต.ค.แน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนทำเนียบรัฐบาล สหภาพรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) นำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ได้เดินทางมายื่นหนังสือและแถลงการณ์เพื่อขอให้รัฐบาลใช้ความรอบคอบในการพิจารณาการลงนามสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับมอบแถลงการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาวิทย์กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ระยะทาง 220 กิโลเมตร มูลค่า 2.24 แสนล้านบาท เป็นโครงการสืบเนื่องจากรัฐบาล คสช.จนถึงรัฐบาลปัจจุบัน เป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐบาลกับเอกชน หรือ PPP และผู้ที่ชนะการประมูลโครงการ กลุ่ม CPH ซึ่งการลงนามในสัญญามีการเลื่อนมาหลายครั้ง และมีการกำหนดเงื่อนไขหลายข้อ ล่าสุดมีการกำหนดว่า รฟท.จะต้องส่งมอบพื้นที่ได้ 82% ของพื้นที่ทั้งหมดภายในระยะเวลา 15 เดือน หรือภายใน 1 ปี 3 เดือน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เมื่อดูจากข้อตกลงที่กำหนดว่า รฟท.จะต้องส่งมอบพื้นที่ทั้งหมด 100% ภายใน 5 ปี ถือว่ายากและเสี่ยงเช่นกัน เนื่องจากในเส้นทางที่ต้องส่งมอบมีทั้งประชาชนที่อยู่อาศัยโดยถูกต้องและไม่ถูกต้องอีกเป็นจำนวนมาก และยังมีสัญญาทางธุรกิจระหว่างรฟท.กับเอกชนประมาณ 300 สัญญา รวมทั้งการรื้อย้ายสาธารณูปโภคไฟฟ้า ประปา ท่อก๊าซ ท่อส่งน้ำมัน ฯลฯ ทำให้ต้องมีการรื้อย้ายสถานที่ราชการอีกหลายแห่ง และจะกำหนดจุดที่เวนคืนที่ดินเพิ่มอีก ซึ่งไม่แน่ว่าหน่วยงานราชการต่างๆ ได้เตรียมงบประมาณไว้พร้อมหรือไม่ และหากไม่สามารถทำได้ ก็อาจมีการเรียกร้องค่าเสียหายจาก รฟท.ภายหลัง ซึ่งจะเป็นมูลค่าอีกเท่าไหร่ก็ยังไม่สามารถประเมินได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากจะลงนามในสัญญาระหว่างรัฐกับบริษัทที่ชนะการประมูล โดยมีเงื่อนไขตามเอกสารแนบท้ายสัญญาที่จะให้การรถไฟส่งมอบฟื้นที่ 82% ในระยะเวลา 15 เดือน ซึ่งมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงว่าการรถไฟฯ จะทำไม่ได้ และจะเป็นเหตุให้เอกชนร้องเรียนค่าเสียหายได้ จึงอยากให้นายกฯ และบอร์ดอีอีซี และส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้พิจารณาอย่างรอบคอบถึงเงื่อนไขแนบท้ายสัญญาดังกล่าว รวมทั้งเงื่อนไขอื่นๆ ซึ่งสังคม ประชาชนยังไม่รับรู้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเสนออันเป็นเจตจำนงเพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน จะได้รับการพิจารณาจากท่านและคณะ และขอให้พี่น้องประชาชน สื่อมวลชน ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด&amp;quot; นายสาวิทย์ระบุ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48203</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพี, รถไฟความเร็วสูง, ส่งมอบพื้นที่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อีอีซี, ไฮสปีดเทรน, ไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190119/image_big_5c4285ff0b59d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2019 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2019 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับเงื่อนไขเอื้อ&#039;ซีพี&#039;เซ็นรถไฟเชื่่อม3สนามบิน &#039;บิ๊กตู่&#039;ปธ.ลงนาม25ต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค. 62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ถึงความคืบหน้าการเซ็นสัญญาของกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร หรือกลุ่ม CPH ที่ชนะการประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ประกอบด้วย สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่า ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้า ที่มีการปรับเงื่อนไขเล็กน้อย ซึ่งเชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้กำชับว่าภาครัฐต้องอำนวยความสะดวก เพื่อให้การดำเนินการโครงการนี้เป็นไปด้วยความราบรื่น ไม่มีอุปสรรคใดๆ โดยรัฐต้องออกแรงด้วย ไม่ใช่ปล่อยเอกชนออกแรงอย่างเดียว ตรงนี้น่าจะเป็นความเข้าใจที่ตรงกัน และรับทราบจะมีการลงนามสัญญา ซึ่งร่างสัญญาหลักมีอยู่แล้ว จึงไม่น่ามีอุปสรรคในการลงนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า รายละเอียดในการปรับเงื่อนไขคืออะไร นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นการปรับความเข้าใจในเรื่องการส่งมอบพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องเข้ามาทำการรื้อย้ายสาธารณูปโภค ซึ่งทางรมว.มหาดไทย ได้ไล่ถามทีละหน่วยงาน ทุกคนยืนยันว่าพร้อมและปฏิบัติได้ ขณะที่ รฟท.ต้องไปรับภาระการเวนคืนที่ดินบางส่วน และหาที่อยู่ให้กับชาวบ้านตามแนวรถไฟ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน โดยเลื่อนระยะเวลาจาก 1 ปี 3 เดือน เป็น 2 ปี เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นมากขึ้น ถึงเวลานั้นถ้ามีอุปสรรคก็ต้องว่ากันในเรื่องการขยายเวลาให้กับเอกชน อย่างไรก็ตาม เราเข้ามาต้องการสนับสนุนทุกอย่างเพื่อให้เขาทำเสร็จ ตนได้กำชับรมว.คมนาคมตลอดเวลา หากทางเอกชนขอสิ่งใดมาที่เราทำได้ อยู่ในกรอบกฎหมายและทีโออาร์ เราต้องทำทุกอย่าง ถือเป็นภารกิจและหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า การทำสัญญากับรัฐเราจะชดเชยในเรื่องระยะเวลา ไม่ใช่เงิน หากชดเชยด้วยเงิน ทุกสัญญาที่รัฐทำกับเอกชนก็ต้องชดเชยตามไปด้วย ทั้งนี้ การก่อสร้างทุกอย่างต้องมีอุปสรรคอยู่แล้ว หากเอกชนติดอุปสรรคก็ขอขยายสัญญา หรือหากรัฐติดอุปสรรคก็ขอขยายสัญญาได้โดยไม่มีค่าปรับ ถือว่าแฟร์และยุติธรรม เพียงแค่อย่าใช้อคติหรือความลำเอียงในการดำเนินสัญญาก็จะทำให้ไม่มีปัญหา เพราะเชื่อว่าทุกคนต้องการให้ประเทศมีรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน จะเป็นการสร้างความเข้าใจให้ทั้งโลกว่าโครงการอีอีซีเกิดแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในวันที่ 25 ต.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะไปเป็นประธานการลงนาม โดย รมว.คมนาคมได้กราบเรียนเชิญเรียบร้อยแล้ว เพราะถือเป็นงานใหญ่ อีอีซีถือเป็นตำนานของพล.อ.ประยุทธ์ สมัยก่อนเรามีอีสเทิร์นซีบอร์ด เป็นของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ วันนี้อีอีซี ก็เป็นผลงาน เป็นสิ่งที่จะต้องกล่าวขานถึงความมุ่งมั่นของพล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; นายอนุทิน ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายกฯ กำชับว่าให้ทำเสร็จเร็วๆ อะไรช่วยเขาได้ก็ช่วย อะไรยืดหยุ่นได้ก็ยืดหยุ่น โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้พูดในที่ประชุมว่า อย่าไปแน่นหรือตึงมาก ผ่อนได้ก็ผ่อนแต่อย่าให้ผิดกฎหมาย และอย่าให้รัฐเสียประโยชน์ ซึ่งทางกระทรวงคมนาคม พร้อมอยู่แล้ว ยิ่งทำเสร็จเร็ว ส่งมอบพื้นที่เร็วจะเป็นผลงานกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นห่วงการส่งมอบพื้นที่ เรื่องนี้สามารถคุยหลังเซ็นสัญญาได้หรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า มีการส่งมอบพื้นที่ที่เป็นนัยยะสำคัญหลักอยู่แล้ว 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ สามารถส่งมอบโดยไม่มีอุปสรรค และในระยะเวลา 2 ปีเราก็ไปแก้ไขปัญหาส่วนที่เหลือ กว่าจะได้สร้างจริงๆ ใช้เวลาเป็นปี ขอเรียนนายศุภชัยได้เลยไม่ต้องห่วง สัปดาห์ที่แล้วก็ได้มาพบตนและยืนยันไปว่าอย่าได้กังวล ตราบใดที่ตนยังอยู่ตรงนี้ พร้อมที่จะสนับสนุนให้เอกชนทำงานได้อย่างราบรื่นที่สุด ตนเองก็พอจะมีความรู้เรื่องนี้อยู่บ้าง ไม่ใช่ไม่มี ตนก็โดนอะไรมาก็รู้ และจะนำสิ่งที่โดนมามาช่วยและมานั่งเถียงแทนเขาด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48160</URL_LINK>
                <HASHTAG>กพอ., ซีพี, บิ๊กตู่, รถไฟเชื่อม3สนามบิน, อนุทิน, อีอีซี, ไฮสปีดเทรน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191016/image_big_5da6bbdcced70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ็นแน!ไฮสปีดเทรน25ตค. ศักดิ์สยามตั้งกก.มอบพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เซ็นแน่! 25 ต.ค.นี้ คณะกรรมการคัดเลือกฯ นัด &amp;ldquo;ซีพี&amp;rdquo; จรดปากกาลุยโครงการ &amp;quot;ไฮสปีดเทรน&amp;quot; เชื่อม 3 สนามบิน พร้อมสั่งตั้งคณะทำงานส่งมอบพื้นที่หวังช่วยเข็นโครงการเดินหน้าตามแผน &amp;ldquo;ศักดิ์สยาม&amp;rdquo; ยันไม่มีทะเลาะเบาะแว้ง ทุกฝ่ายอยากให้โครงการสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง กล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ร่วมประชุม ว่าคณะอนุกรรมการฯ เห็นชอบการส่งมอบพื้นที่สำหรับก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน พร้อมทั้งให้มีการตั้งคณะทำงานส่งมอบพื้นที่ โดยมีปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน รองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นรองประธานคณะทำงาน และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะทำงาน และจะมีการเสนอให้คณะกรรมการอีอีซี ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเห็นชอบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพื่อให้การก่อสร้างโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินเดินหน้าต่อได้ตามแผน โดยจะมีการเซ็นสัญญากับกลุ่มซีพี ซึ่งชนะการประมูลในวันที่ 25 ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยามกล่าวว่า คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมโครงการดังกล่าว ได้ทำหนังสือส่งไปยังกลุ่มบริษัทซีพีเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่าให้เตรียมพร้อมเข้ามาทำการเซ็นสัญญากันในวันที่ 25 ต.ค.นี้ โดยเลขาธิการคณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้ทำการประสานไปยังกลุ่มซีพีอย่างไม่เป็นทางการแล้ว ซึ่งทางกลุ่มซีพีได้ยืนยันว่าพร้อมที่จะเข้ามาเซ็นสัญญาตามกำหนดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.คมนาคมกล่าวว่า สำหรับปัญหาเกี่ยวกับขั้นตอนที่คณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต้องมีการรับทราบกระบวนการเซ็นสัญญา แต่ที่ผ่านมาคณะกรรมการ รฟท.ชุดเก่า ได้มีการลาออกยกชุดนั้น ขณะนี้ได้มีการแก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้ว โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการ รฟท.ชุดใหม่ตามกฎหมายแล้ว ซึ่งกระทรวงการคลังได้เห็นชอบ และส่งต่อให้กระทรวงคมนาคมดูแล้ว หลังจากนั้นได้ส่งเรื่องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการ รฟท.ได้ทันที โดยไม่ต้องมีการประชุม เพราะมีอำนาจตามตำแหน่ง และในวันที่ 15 ต.ค.นี้ จะเสนอรายชื่อคณะกรรมการ รฟท.ชุดใหม่ให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นคณะกรรมการ รฟท.จะมีการประชุมทันที เพื่อรับทราบการดำเนินการเซ็นสัญญาโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะไม่มีปัญหา เพราะคณะกรรมการ รฟท.มีหน้าที่รับทราบเท่านั้น เนื่องจากตามขั้นตอนแล้ว หากคณะกรรมการ รฟท.ไม่มีมติรับทราบ ก็จะทำให้ผู้ว่าฯ รฟท.ไม่มีอำนาจในการเซ็นสัญญาผูกพันในโครงการดังกล่าวได้ และเมื่อคณะกรรมการ รฟท.รับทราบแล้ว ก็จะเสนอเรื่องการเซ็นสัญญากับกลุ่มซีพีให้ ครม.เห็นชอบในวันที่ 22 ต.ค.2562 เพื่อให้การเซ็นสัญญาเป็นไปตามกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ทุกคนมีเจตนาที่จะทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้น เพราะเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ วันนี้ไม่มีอะไรแล้ว เพียงแต่ทำให้กระบวนการมันถูกต้องครบถ้วนเท่านั้นเอง ด้านเอกชนเองก็อยากลงนาม ยืนยันว่าไม่ได้มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน ทุกคนอย่างให้โครงการนี้สำเร็จ แต่เงื่อนไขอยู่ที่ว่าการส่งมอบพื้นที่มีความจำเป็น หากไม่มีการกำหนดเวลาชัดเจน รถไฟฟ้ากับสนามบินจะไม่เชื่อมกัน เอกชนจะมีปัญหา เพราะเป็นโครงการร่วมทุน ไม่ใช่จ้างทำ ตอนนี้คุยกับฝ่ายเอกชนแล้ว ถ้าเป็นไปตามนี้ก็สามารถลงนามได้&amp;quot; นายศักดิ์สยามกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) กล่าวว่า การส่งมอบพื้นที่โครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน สามารถดำเนินการได้แล้ว 72% ประกอบด้วย 3 ส่วนที่สำคัญ ได้แก่ 1.ระยะทางระหว่างสถานีพญาไท-สถานีสุวรรณภูมิ ระยะทาง 28 กิโลเมตร ซึ่งเป็นโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ พร้อมส่งมอบพื้นที่ได้ทันที 2.ระยะทางระหว่างสถานีสุวรรณภูมิ-สถานีอู่ตะเภา ระยะทาง 170 กิโลเมตร คณะทำงานส่งมอบพื้นที่จะสามารถดำเนินการส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดได้ภายใน 1 ปี 3 เดือน ทำให้ระยะทางตั้งแต่สถานีพญาไท-สถานีอู่ตะเภา เปิดให้บริการได้ในปี 2566-2567 3.สถานีพญาไท-ดอนเมือง ระยะทาง 22 กิโลเมตร เป็นส่วนที่ดำเนินการได้ยากที่สุด เพราะต้องมีการเคลื่อนย้ายระบบสาธารณูปโภคเกี่ยวข้องกับ 3 กระทรวง 8 หน่วยงาน คาดว่าจะใช้เวลาในการส่งมอบพื้นที่ 2 ปี 3 เดือน ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2567-2568
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การส่งมอบพื้นที่ทั้งหมด ทางผู้ชนะการประมูลได้รับทราบเงื่อนไขดังกล่าวหมดแล้ว ซึ่งไม่มีปัญหาใดๆ ในการเซ็นสัญญา เพราะว่าทุกหน่วยงานอย่างให้โครงการนี้เกิดขึ้น เพราะหากสร้างสนามบินเสร็จแล้ว แต่รถไฟไม่เสร็จ จะทำให้เกิดปัญหาในการเชื่อมต่อได้&amp;quot; นายคณิศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการส่งมอบพื้นที่เดิมมีปัญหา เนื่องจากมีจุดตัดจำนวนมากถึง 230 จุด ใน 3 กระทรวง 8 หน่วยงาน ที่ต้องปรับปรุงหรือโยกย้าย การใช้วิธีเดิมให้เอกชนเจรจาเองโดยรัฐบาลไม่ช่วยจึงไม่เหมาะสมและจะใช้เวลานานมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47800</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพี, รถไฟความเร็วสูง, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน, ไฮสปีดเทรน, ไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191010/image_big_5d9f409ee664d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2018 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.ยิ้มออก เอกชน31 รายแย่งซื้อซองเชื่อมสามสนามบินเกินคาด ตะลึงเซ็นทรัลโผล่แจมด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รฟท.เผยเอกชนยื่นซื้อซองไฮสปีดสามสนามบินมากเกินคาด พุ่ง31ราย เร่งดันไฮสปีดอีก2เส้น 3 แสนล้านบาทเข้าประมูลภายในรัฐบาลชุดนี้ รับลูก &amp;lsquo;สมคิด&amp;rsquo; สั่งศึกษาไฮสปีดไปสุราษฎร์ธานีรับไทยแลนด์ริเวียร่า-เชื่อมรถไฟแลนด์บริดจ์อันดามัน เปิดโผรายชื่อเอกชนชิงเค้กไฮสปีดอีอีซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่า สำหรับการเปิดขายซองทีโออาร์นั้นถือว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามขั้นตอนทุกอย่างที่ได้ตั้งไว้ อีกทั้งบริษัทที่มายื่นซื้อซองถึง 31 รายนั้นถือว่าเกินกว่าเป้าหมายที่รฟท.ตั้งไว้อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะเร่งสรุปรายชื่อผู้ซื้อซองและเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปของการประกวดราคา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสำหรับโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงอีก 2 เส้นทางที่เหลืออย่าง โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงช่วงกรุงเทพ-หัวหิน วงเงิน 9.5 หมื่นล้านบาทและโครงการถไฟฟ้าความเร็วสูงกรุงเทพ-เชียงใหม่ เฟส 1 ช่วงกรุงเทพ-พิษณุโลก วงเงินราว 2.7 แสนล้านบาทนั้นขณะนี้ทั้ง2โครงการอยู่ระหว่างเสนอตามขั้นตอนทั้งการเสนอคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (บอร์ดพีพีพี) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ทั้งนี้รฟท.ตั้งเป้าว่าจะเร่งดำเนินการโครงการดังกล่าวให้เข้าสู่ขั้นตอนการประกวดราคาได้ภายในรัฐบาลชุดนี้หรือภายในช่วงกลางปีหน้าจะต้องทำให้ได้ตามแผนที่ฝ่ายนโยบายตั้งไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีต่อสายตรงถึงประธานบอร์ดรฟท.เพื่อเร่งรัดความชัดเจนของโรงการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงช่วงหัวหิน-ชุมพร-สุราษฎร์ธานีเพื่อไปเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟแลนด์บริดจ์ช่วงชุมพร-ระนอง รองรับเส้นทางท่องเที่ยวตามชายฝั่งภาคตะวันตก หรือ ไทยแลนด์ริเวียร่า นั้นเมื่อนโยบายสั่งการมารฟท.ก็จะเร่งพิจารณาแนวทางพัฒนา โดยภายในปีนี้คาดว่าจะเห็นความชัดเจนด้านการจ้างเอกชนที่ปรึกษาเพื่อศึกษารายละเอียดการออกแบบ ความเหมาะสมและความคุ้มค่าของเส้นทางดังกล่าวหากต้องต่าขยายจากโครงการเดิมในช่วงกรุงเทพ-หัวหิน ทว่าในงบประมาณปี 2562 นั้นไม่ได้ตั้งงบไว้ดังนั้นจึงอาจต้องใช้แนวทางเบิกงบกลางปีมาใช้ดำเนินการ คาดว่าจะใช้เวลาศึกษาโครงการดังกล่าวไม่น้อยกว่า 1 ปี ก่อนดำเนินการเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อถอดแบบราคาและร่างทีโออาร์ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ระบุว่าการเปิดขายซองเอกสารเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์) โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินอีอีซี วงเงิน 2.15 แสนล้านบาทระหว่างวันที่ 16 มิ.ย.-9 ก.ค. นั้นมีเอกชนรายใหญ่สนใจเข้าร่วมซื้อซองมากมายหลากหลายเจ้าทั้งกลุ่มทุนขนาดใหญ๋ในประเทศไทยหลากหลายสาขา อาทิ บิ๊กทุนรถไฟฟ้า บิ๊กอสังหาริมทรัพย์ บิ๊กทุนพลังงานและบิ๊กทุนก่อสร้าง ตลอดจนมีบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนรถไฟฟ้าไฮสปีดทั้งจากประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และฝรั่งเศสเป็นต้น ทั้งนี้สรุปรายชื่อบริษัทที่เข้าซื้อซองรวมทั้งสิ้น31 ราย ประกอบด้วย 1. บริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือBTS เป็นรายแรก2. บริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด หรือ CP 3. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD &amp;nbsp;4.บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ UNIQ 5.บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ หรือ EnCo&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.บริษัท อิโตชู คอปเปอเรชั่น จากประเทศญี่ปุ่น 7.บริษัท ชิโนไฮโดร จำกัด(มหาชน) จากประเทศจีน 8.บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC 9. บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM 10. บริษัท ฟูจิตะ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด 11.บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK 12.บริษัท China Railway Construction Corporation Limited หรือ CRCC &amp;nbsp;13.บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH 14.บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPL 15.บริษัท Chaina Railway Group limited 16. บริษัท China Resources (Holdings) Company Limited 17.บริษัท CITIC Group Corporation&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18. บริษัท Korea-Thai High-Speed Railroad Consortium Inc 19. บริษัทการรถไฟฝรั่งเศส SNCF INTERNATIONAL 20.Japan Overseas Infrastructure Investment Corporation for Transport &amp;amp; Urban Development &amp;nbsp;21.บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PLE 22.บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) หรือ CPN 23.บริษัท แอล เอ็ม ที สโตน จำกัด 24.บริษัท Wannasser Internationnal Green Hub Berhad 24.บริษัท ช.การช่าง จำหัก (มหาชน) หรือ CK 25.บริษัท China Communications Construction Corporation Limited 26.บริษัท เทอดดำริ จำกัด 27.บริษัท Salini Impregio S.p.A. 28.บริษัท ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) จำกัด 29.บริษัท TRANSDEV GROUP 30. บริษัท ไชน่า สเตท คอนสตรัคชั่น เอนยิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด 31 บริษัท MRCB Builders SDN. BHD. อย่างไรก็ตามส่งผลให้รฟท.มีรายได้จากการขายซองดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 31ล้านบาท หรือคิดเป็น 1 ล้านบาทต่อซอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายหลังจากผ่านขั้นตอนการขายซองโออาร์ไปแล้วจะจัดประชุมชี้แจงจำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกในวันที่ 23 ก.ค.2561 และ 24 ก.ย.2561 หลังจากนั้นจะเปิดให้มีการส่งข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ หรือคำถามเกี่ยวกับเอกสารการคัดเลือกเอกชน ในวันที่ 10 ก.ค.- 9 ต.ค. 2561 ตามกำหนดการรฟท.จะเปิดให้มีการรับซองข้อเสนอในวันจันทร์ที่ 12 พ.ย.2561 เวลา 9.00 -15.00น. โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นหลักประกันซองพร้อมกับการซื้อซองเอกสารข้อเสนอ มูลค่า 2,000 ล้านบาทและต้องชำระค่าธรรมเนียมการประเมินข้อเสนอให้แก่ รฟท. เป็นจำนวนเงิน 2 ล้านบาท และกำหนดให้เปิดซองผู้ยื่นข้อเสนอวันที่ 13 พ.ย.2561 เวลา 10.00 น.ณ สำนักงานโครงการแอร์พอร์ต เรลลิงก์ มักกะสัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13112</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย, ซื้อซองประมูล, รถไฟฟ้าความเร็วสูง, รถไฟเชื่อมสามสนามบิน, ไฮสปีดเทรน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fdace07c2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 17:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขายซองไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 อีอีซีคึกเอกชนแห่ซื้อ 31บริษัท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรถไฟฯ เผยรายชื่อบริษัทแห่ซื้อเอกสารการคัดเลือกเอกชน โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน พุ่งสูงถึง 31 ราย ลุยชี้แจง-พาลงพื้นที่ภายใน ก.ค. 61 ก่อนเปิดรับซองข้อเสนอ 12 พ.ย.นี้
9 ก.ค.61-รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ระบุว่า ตามที่ได้มีการเปิดขายเอกสารการคัดเลือกเอกชนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ดอนเมือง &amp;ndash; สุวรรณภูมิ &amp;ndash; อู่ตะเภา ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. - 9 ก.ค. 2561รวมระยะเวลา 3 สัปดาห์ โดยมีเอกชนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เข้าซื้อเอกสารการคัดเลือกเอกชนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน จำนวน 31 ราย แบ่งเป็นเอกชนจากประเทศไทย 14 ราย ประกอบด้วย &amp;nbsp;1.บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด 3.บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 4.บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 5.บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด 6.บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 8.บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) 9.บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) 10.บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) 11.บริษัท เทอดดำริ จำกัด 12.บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) 13.บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) 14.บริษัท แอล เอ็ม ที สโตน จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ มีเอกชนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 7 ราย ประกอบด้วย 15.Sinohydra Corporation Limited 16.China Railway Construction Corporation Limited 17.China Railway Group Limited 18.China Communications Construction Company Limited 19.China Resources (Holdings) Company Limited 20. CITIC Group Corporation 21.China State Construction Engineering Corporation Limited ขณะที่เอกชนจากประเทศญี่ปุ่น จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย 22. ITOCHU Corporation 23.บริษัท ฟูจิตะ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด 24.บริษัท ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) จำกัด 25. Japan Overseas Infrastructure Investment Corporation for Transport &amp;amp; Urban Development&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของเอกชนจากประเทศมาเลเซีย จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย 26. Wannasser International Green Hub Berhad 27. MRCB Builders SDN. BHD. ขณะเดียวกันมีเอกชนจากประเทศฝรั่งเศส จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย 28.Transdev Group 29.SNCF International รวมถึงจากประเทศอิตาลี 1 ราย คือ 30.Salini Impregio S.p.A. และจากประเทศเกาหลีใต้ 1 ราย คือ 31.Korea-Thai High-speed Railroad Consortium Inc.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายหลังจากการขายเอกสารเสร็จสิ้นแล้ว จะจัดให้มีการประชุมชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจ จำนวน 2 ครั้ง ในวันที่ 23 ก.ค. นี้ หลังจากนั้นจะนำผู้ยื่นข้อเสนอไปดูสถานที่ก่อสร้างของโครงการ (Site Visit) ในวันที่ 24 ก.ค. และ วันที่ 26 ก.ค.นี้ โดยเข้าดูพื้นที่ของโครงการแอร์พอร์ต เรลลิงค์ มักกะสัน สถานีสุวรรณภูมิ และสถานีรายทาง , โครงการระบบรถไฟชานเมือง(สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ &amp;ndash; รังสิต สถานีกลางบางซื่อ โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ &amp;ndash; พญาไท &amp;ndash; มักกะสัน &amp;ndash; หัวหมาก และเขตทางรถไฟปัจจุบันตลอดแนวเส้นทางโครงการฯ จากสถานีดอนเมืองไปตามเส้นทางรถไฟสายตะวันออก ผ่านสถานีมักกะสัน สถานีฉะเชิงเทรา สถานีพัทยา และสิ้นสุดที่บริเวณสถานีบ้านฉาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จะเปิดให้มีการส่งข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ หรือคำถามเกี่ยวกับเอกสารการคัดเลือกเอกชน และให้มีการตรวจสอบข้อมูลหรือรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ระหว่างวันที่ 10 ก.ค. - 9 ต.ค. 2561 ณ ห้องประชุมฝ่ายโครงการพิเศษและก่องสร้างการรถไฟฯ ในเวลาราชการ
&amp;nbsp;
สำหรับกำหนดการรับซองข้อเสนอ จะมีขึ้นในวันที่ 12 พ.ย. 2561 เวลา &amp;nbsp;09.00 - 15.00 น. โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นหลักประกันซองพร้อมกับซองข้อเสนอ มูลค่า 2,000 ล้านบาท และต้องชำระค่าธรรมเนียมการประเมินข้อเสนอให้แก่ รฟท. เป็นจำนวนเงิน 2 ล้านบาท ที่สำนักงานโครงการแอร์พอร์ต เรลลิงค์ มักกะสัน และผู้ที่ยื่นเสนอผ่านการประเมินข้อเสนอจะต้องวางหลักประกันสัญญาที่ออกโดยธนาคารให้กับการรถไฟฯ ในวันที่เข้าทำสัญญาร่วมทุนเป็นมูลค่า 4,500 ล้านบาท เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาร่วมลงทุนของเอกชนคู่สัญญา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13062</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย, ดอนเมือง, สุวรรณภูมิ, อู่ตะเภา, โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน, ไฮสปีดเทรน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180625/image_big_5b30ae2a2c6c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
