<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 00:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปี68ได้ใช้รถไฟ3สนามบิน ซีพีทุ่ม1.4แสนล.มักกะสัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ ปลื้มเซ็นสัญญาไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินฉลุย เล็งตอกเสาเข็มปลายปีหน้า เปิดใช้ปลายปี 68 กระตุ้นเศรษฐกิจเอเชียสร้างอาชีพกว่าแสนตำแหน่ง ซีพีทุ่มลงทุนมักกะสัน 1.4 แสนล้าน เนรมิตอสังหาริมทรัพย์ไฮเอนด์ รัฐบาลเดินหน้ารถไฟเร็วสูงอีก 2 เส้นทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม เวลา 13.30 น.&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาร่วมทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กิโลเมตร มูลค่า 2.24 แสนล้านบาท ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยนายวราวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจบริหารทรัพย์สิน รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประไทย และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร หรือกลุ่มซีพีเอช) โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) &amp;nbsp;หรืออีอีซี &amp;nbsp;โดยนายคณิตศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ สกพอ. รฟท. โดยนายวรวุฒิ และกลุ่มซีพีเอช โดยนายศุภชัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในบริษัทพันธมิตรของกลุ่มซีพีเอช ได้เข้าร่วมในพิธีดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการเซ็นสัญญา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ดีใจกับความก้าวหน้าของโครงการ เพราะเห็นว่าเราทำงานขับเคลื่อนเรื่องนี้มากว่า 2 ปีแล้ว วันนี้ถือเป็นการนับหนึ่งลงนามสัญญาในการเริ่มก่อสร้าง โดยมีหลายภาคส่วนมาร่วมมือกัน ซึ่งประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นไม่เพียงแต่เป็นการเชื่อมทั้ง 3 สนามบิน ยังเชื่อมต่อโครงการความร่วมมือรถไฟไทย-จีน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงสามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศอื่นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภาพรวมในการลงทุนขั้นต้นกว่า 2 แสนล้านบาท โดยเราจำเป็นต้องพัฒนาประเทศไทย ทั้งในเรื่องทางบก รถไฟฟ้าความเร็วสูง ทางอากาศ รวมถึงท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุด ทั้งหมดคือการช่วยสร้างงานสร้างอาชีพ และวางอนาคตที่เป็นความร่วมมือของ 3 ประเทศร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีอิตาลีมาร่วมด้วยในส่วนของการเดินรถ ตามสัญญาการร่วมทุน PPP ซึ่งเป็นการลงทุนใหม่ของเราที่มีกฎหมายกำกับควบคุมทุกตัว ขอให้เชื่อมั่นไว้วางใจว่าเราเดินมาก้าวหนึ่งแล้ว และขอให้ทุกคนสนับสนุนให้เดินไปสู่ก้าวที่สองให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการก่อสร้างคาดว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามสัญญา แต่ทั้งนี้ได้หาทางออกไว้แล้วในกรณีที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย อย่างกรณีการรื้อย้ายสาธารณูปโภคเดิมที่กีดขวางในเส้นทางการก่อสร้าง จำเป็นต้องแก้ปัญหาให้ในฐานะความรับผิดชอบของรัฐบาล โดยกระทรวงมหาดไทยได้เป็นเจ้าภาพในการประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผลงานนี้ถือว่าเป็นผลงานของรัฐบาลชุดที่แล้วที่ปัญหายังไม่จบ และรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ได้สานต่อในการเรื่องการลงนามสัญญาก่อสร้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความมุ่งหมายเราจะต้องมองไปยังอนาคตข้างหน้า เพราะถ้ามองปัจจุบันก็จะเห็นแต่ปัญหาของเรา เห็นถึงการที่จะต้องดูแลประชาชนของเรา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีรายได้เพิ่ม อาจไม่เร็วนัก เพราะจะต้องใช้เวลาก่อสร้าง แต่สิ่งสำคัญเมื่อสำเร็จ จะเกิดผลหลายอย่าง ทั้งผลต่อเศรษฐกิจ การจ้างงาน การขยายเมืองใหม่ การเพิ่มพื้นที่เขตเศรษฐกิจใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็จะต้องลดผลกระทบที่จะเกิดต่อประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวด้วย โดยทุกสถานีที่รถไฟจอดล้วนมีโอกาสเติบโตทั้งสิ้น ทำให้เกิดการเชื่อมต่อเส้นทางและเปิดพื้นที่เชื่อมต่อพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคกลาง ทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศการขนส่งสินค้า เกี่ยวข้องการโลจิสติกส์ของไทย ตลอดจนรถไฟรางคู่ เครื่องบินก็จะมาจอดยังพื้นที่ดังกล่าว โดยไม่ต้องห่วง เชื่อว่ารัฐบาลสามารถขับเคลื่อนได้&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงนามรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินอีอีซี (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กิโลเมตร 2.24 แสนล้านบาท เป็นโครงการประวัติศาสตร์ที่จะพลิกโฉมไปสู่ยุคใหม่ของระบบรางประเทศไทย สนับสนุนการเดินทางแบบไร้รอยต่อระหว่างระบบขนส่งคมนาคม ไปพร้อมกับยกระดับไทยไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว &amp;nbsp;ซึ่งโครงการนี้มีมูลค่าสูงที่สุดตั้งแต่ไทยเคยพัฒนาระบบขนส่งมวลชน แน่นอนว่าไม่เพียงเกิดประโยชน์ต่อประชาชนไทย ทั้งการจ้างงานในธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับโครงการไม่ต่ำกว่า 100,000 ตำแหน่ง แต่ยังเกิดประโยชน์กับประชากรเอเชียที่สามารถเดินทางถึงกันได้แบบไร้รอยต่อ ผ่านเส้นทางรถไฟไฮสปีดในไทย 2 สาย ได้แก่ ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย และช่วงดอนเมือง-อู่ตะเภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวว่า หลังจากนี้จะมีการลงนามสัญญาและเริ่มก่อสร้างอีกหลายโครงการมูลค่ารวมหลายแสนล้านบาท เช่น เมืองการบินอู่ตะเภา วงเงิน 2 แสนล้านบาท และโครงการท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 วงเงิน 8.4 หมื่นล้านบาท เป็นต้น ซึ่งโครงการนี้จะสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนที่จะเข้ามาในไทย ถือเป็นเรื่องที่ดีในการพัฒนาอีอีซี ผลักดันประเทศไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ สร้างงานสร้างอาชีพให้คนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายหยาง จินจุน รองประธานบริษัท China Railway Construction Corporation หรือ CRCC กล่าวว่า โครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนในประเทศไทย ในวันที่การเดินทางสะดวกมากขึ้น ย่อมเป็นสิ่งจูงใจให้โอกาสไหลเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งผลประโยชน์ยังกระจายโอกาสไปยังเพื่อนบ้านในอาเซียนและมีส่วนช่วยผลักดันเศรษฐกิจในทวีปเอเชียได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม รู้สึกยินดีมากที่ได้ร่วมลงทุนระหว่างจีน-ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อทุกคนอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศุภชัยกล่าวว่า โครงการนี้ต้องเริ่มการก่อสร้างภายใน 12 เดือน และแล้วเสร็จภายใน 5 ปี คือเริ่มต้นก่อสร้างในช่วง ต.ค.2563 และเปิดบริการในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งในส่วนของแอร์พอร์ตเรลลิงก์ เป็นส่วนการก่อสร้างได้เร็วที่สุด เนื่องจากได้เตรียมรองรับรถไฟความเร็วสูงไว้แล้ว แต่ส่วนดอนเมือง-พญาไท และพื้นที่สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา น่าจะเป็นส่วนที่มอบพื้นที่ยากที่สุด อย่างไรก็ตาม ด้านการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บนที่ดินมักกะสันนั้นจะมีการลงทุนราว 140,000 ล้านบาท เน้นพัฒนาเป็นพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ ศูนย์วิจัยฯ รวมถึงรีเทล โรงแรม เพื่อรองรับกลุ่มนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว และผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนด้านเงินกู้นั้น จะมาจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งมีธนาคารจากจีนและญี่ปุ่น รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย ขณะที่การแบ่งงานภายในกลุ่มพันธมิตร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด มหาชน และบริษัท ช.การช่าง จำกัด มหาชน มีความสามารถในการก่อสร้างด้านโยธา บริษัท China Railway construction Corporation limited จากสาธารณรัฐประชาชนจีน เชี่ยวชาญเรื่องระบบรางรถไฟความเร็วสูงและการบริหารงานเกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูง และการจัดหาดำเนินการรถไฟ สำหรับบริษัทจากประเทศอิตาลีเชี่ยวชาญการบริการหลังจากเอาระบบรถไฟขึ้น ซึ่งพาร์ตเนอร์ทั้ง 3 หน่วยงานนั้น มีความเข้มแข็ง ส่วนตัวเลขสัดส่วนผู้ถือหุ้นยังไม่สามารถบอกได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคณิตกล่าวว่า ถือเป็นโครงการแรกที่เข้าสู่กระบวนการรัฐร่วมลงทุนกับเอกชนของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ความชัดเจนในการส่งมอบพื้นที่แนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูงให้แก่เอกชนจะดำเนินการในระยะกรอบเวลาสูงสุดไม่เกิน 2 ปี 3 เดือน ส่วนกรณีที่จะผลักดันให้เข้าตลาดหลักทรัพย์ ตอนนี้กำลังคุยกับตลาดหลักทรัพย์เพื่อส่งทีมมาดูว่าโครงการพวกนี้จะนำเข้าตลาดได้เมื่อไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวุฒิกล่าวว่า ในสัญญาระบุว่าจะมีการส่งมอบพื้นที่ให้ไม่เกิน 2 ปี โดย รฟท.จะพยายามเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่ให้เร็วขึ้น ส่วนปัญหาพื้นที่เวนคืนนั้น คาดว่าจะมีการนำเรื่องเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในครั้งหน้า สำหรับประเด็นที่ทางกระทรวงคมนาคมมีนโยบาย Thai first ที่จะมีการนำวัสดุภายในประเทศมาใช้นั้น มองว่าผู้รับเหมาไทยมีความสามารถที่จะสามารถออกแบบและใช้วัสดุภายในประเทศไทยในการก่อสร้าง รวมถึงมีผู้ประกอบการของไทยหลายรายสามารถดำเนินการผลิตได้ แต่สิ่งที่ไทยยังไม่สามารถดำเนินการได้เองคือเทคโนโลยีการควบคุมการเดินรถไฟความเร็วสูง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48815</URL_LINK>
                <HASHTAG>สร้างอาชีพกว่าแสนตำแหน่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เซ็นสัญญา, เนรมิตอสังหาริมทรัพย์ไฮเอนด์, ไฮสปีดเทรน, ไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db1ad1993b4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งส่งมอบพื้นที่รถไฟเชื่อม3สนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;บอร์ดอีอีซีไฟเขียวแผนเร่งรัดโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน เคาะส่งมอบพื้นที่ 3 ระยะ เร็วสุด 1 ปี 3 เดือน เผยขยายเวลาไม่มีค่าปรับ เริ่มเปิดบริการปลายปี 66 นายกฯ สั่งภาครัฐเคลียร์ทางเอื้อซีพี พร้อมเป็นประธานลงนาม 25 ต.ค. &amp;quot;สมคิด&amp;quot; แย้มยกหูคุย &amp;quot;ศุภชัย&amp;quot; ยันเซ็นแน่ ขอดูฤกษ์ยามก่อน อาจเร็วกว่าเดิมก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่่ 16 ตุลาคม เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ดอีอีซี โดยนายกฯ กล่าวก่อนการประชุมว่า โครงการในพื้นที่อีอีซีเป็นโครงการสำคัญที่จำเป็นจะต้องเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนดการที่มีอยู่ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในเรื่องการลงทุนในอีอีซีเป็นโครงการนำร่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการบอร์ดอีอีซี เปิดเผยว่า ที่ประชุมรับทราบแผนเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ตามที่คณะอนุกรรมการบริหารที่มีนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เป็นประธานเสนอ โดยแผนการส่งมอบพื้นที่แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.สถานีพญาไท-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 28 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่แอร์พอร์ตลิงก์เดิม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ทันทีหลังจากที่มีการลงนาม 2.สถานีสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ระยะทาง 170 กิโลเมตร เร่งรัดส่งมอบพื้นที่ภายใน 1 ปี 3 เดือน แต่สามารถขยายเวลาได้ไม่เกิน 2 ปีหลังลงนามในสัญญา และ 3.สถานีพญาไท-ดอนเมือง ระยะทาง 22 กิโลเมตร เร่งรัดส่งมอบพื้นที่ภายใน 2 ปี 3 เดือน หรือไม่เกิน 4 ปีหลังลงนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้มีกำหนดจะเปิดให้บริการรถไฟฟ้าความเร็วสูง 3 สนามบิน เฉพาะสถานีพญาไท-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ช่วงปลายปี 2566 หรือต้นปี 2567 ส่วนช่วงสถานีพญาไท-ดอนเมือง ที่มีการรื้อย้ายปรับปรุงสาธารณูปโภคจำนวนมาก คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วง 2567-2568 แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ตามกำหนด ก็ไม่ได้เป็นปัญหา เพราะสามารถขยายเวลาให้เอกชนทำงานต่อไปได้ และจะไม่มีการจ่ายเงินชดเชย เนื่องจากเอกชนรับทราบเงื่อนไขในการลงทุนแล้วว่าจะต้องแบกรับต้นทุนบวกความเสี่ยงทั้งหมดแล้ว&amp;quot; นายคณิศระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่ โดยมอบหมายให้ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน เพื่อเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับงบการรื้อย้ายสาธารณูปโภค 8 หน่วยงาน เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่ต้องการทำรื้อสายไฟ ซึ่งทั้งหมดได้เตรียมงบประมาณไว้เบื้องต้น คาดจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาช่วงเดือน พ.ย.นี้ โดยงบดังกล่าวจะกระจายให้ 8 หน่วยงานเพื่อใช้ในการรื้อย้าย อย่าง กฟน. รัฐต้องใช้งประมาณจ่ายให้ทั้งหมด เพราะก่อนหน้านี้ กฟน.เคยรื้อย้ายสายไฟเพื่อหลีกเลี่ยงโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงให้แล้วเป็นงบประมาณที่สูงมาก ดังนั้นครั้งนี้รัฐจำเป็นต้องออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด สำหรับบางหน่วยงานอาจจำเป็นต้องใช้งบประมาณของตัวเอง เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ต้องมีการรื้อแนวท่อก๊าซ/แนวท่อน้ำมันใต้ดิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการ รฟท. ในฐานะรักษาการผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า หลังจากวันนี้จะรับเอามติ กพอ. เพื่อส่งให้กับคณะกรรมการคัดเลือกโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จากนั้นจะแก้ไขแนบท้ายในสัญญาตามมติ กพอ. พร้อมเตรียมลงนามกับกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร หรือกลุ่ม CPH ผู้ชนะประมูลโครงการนี้ในวันที่ 25 ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโมเดลการส่งมอบพื้นที่โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้ตั้งคณะอนุกรรมการบริหารเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่มี รมว.การคลังเป็นประธาน เพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานโครงการและโครงการอื่นด้วย
นายกฯ ปธ.ลงนาม 25 ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่มีการปรับเงื่อนไขเล็กน้อย ซึ่งเชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย และนายกฯ ได้กำชับว่าภาครัฐต้องอำนวยความสะดวก เพื่อให้การดำเนินการโครงการนี้เป็นไปด้วยความราบรื่น ไม่มีอุปสรรคใดๆ โดยรัฐต้องออกแรงด้วย ไม่ใช่ปล่อยเอกชนออกแรงอย่างเดียว ตรงนี้น่าจะเป็นความเข้าใจที่ตรงกัน และรับทราบจะมีการลงนามสัญญา ซึ่งร่างสัญญาหลักมีอยู่แล้ว จึงไม่น่ามีอุปสรรคในการลงนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รายละเอียดในการปรับเงื่อนไขคืออะไร นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นการปรับความเข้าใจในเรื่องการส่งมอบพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องเข้ามาทำการรื้อย้ายสาธารณูปโภค ซึ่งทาง รมว.มหาดไทยได้ไล่ถามทีละหน่วยงาน ทุกคนยืนยันว่าพร้อมและปฏิบัติได้ ขณะที่? รฟท.ต้องไปรับภาระการเวนคืนที่ดินบางส่วน และหาที่อยู่ให้กับชาวบ้านตามแนวรถไฟ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน โดยเลื่อนระยะเวลาจาก 1 ปี 3 เดือน เป็น 2 ปี เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นมากขึ้น ถึงเวลานั้นถ้ามีอุปสรรค ก็ต้องว่ากันในเรื่องการขยายเวลาให้กับเอกชน อย่างไรก็ตาม? เราเข้ามาต้องการสนับสนุนทุกอย่างเพื่อให้เขาทำเสร็จ ตนได้กำชับ รมว.คมนาคมตลอดเวลา หากทางเอกชนขอสิ่งใดมา ที่เราทำได้ อยู่ในกรอบกฎหมายและทีโออาร์ เราต้องทำทุกอย่าง ถือเป็นภารกิจและหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า การทำสัญญากับรัฐจะชดเชยในเรื่องระยะเวลา ไม่ใช่เงิน หากชดเชยด้วยเงิน ทุกสัญญาที่รัฐทำกับเอกชนก็ต้องชดเชยตามไปด้วย ทั้งนี้ การก่อสร้างทุกอย่างต้องมีอุปสรรคอยู่แล้ว หากเอกชนติดอุปสรรคขอขยายสัญญา หรือหากรัฐติดอุปสรรค ก็ขอขยายสัญญาได้โดยไม่มีค่าปรับ ถือว่ายุติธรรม เพียงแค่อย่าใช้อคติหรือความลำเอียงในการดำเนินสัญญา จะทำให้ไม่มีปัญหา เพราะเชื่อว่าทุกคนต้องการให้ประเทศมีรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน จะเป็นการสร้างความเข้าใจให้ทั้งโลกว่าโครงการอีอีซีเกิดแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในวันที่ 25 ต.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์จะไปเป็นประธานการลงนาม โดย รมว.คมนาคมได้กราบเรียนเชิญเรียบร้อยแล้ว เพราะถือเป็นงานใหญ่ อีอีซีถือเป็นตำนานของ พล.อ.ประยุทธ์ สมัยก่อนเรามีอีสเทิร์นซีบอร์ด เป็นของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ วันนี้อีอีซีก็เป็นผลงาน เป็นสิ่งที่จะต้องกล่าวขานถึงความมุ่งมั่นของ พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกฯ กำชับว่าให้ทำเสร็จเร็วๆ อะไรช่วยเขาได้ก็ช่วย อะไรยืดหยุ่นได้ก็ยืดหยุ่น โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้พูดในที่ประชุมว่า อย่าไปแน่นหรือตึงมาก ผ่อนได้ก็ผ่อนแต่อย่าให้ผิดกฎหมาย และอย่าให้รัฐเสียประโยชน์ ซึ่งกระทรวงคมนาคมพร้อมอยู่แล้ว ยิ่งทำเสร็จเร็ว ส่งมอบพื้นที่เร็ว จะเป็นผลงานของกระทรวงคมนาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นห่วงการส่งมอบพื้นที่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า มีการส่งมอบพื้นที่ที่เป็นนัยสำคัญหลักอยู่แล้วกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ สามารถส่งมอบโดยไม่มีอุปสรรค และในระยะเวลา 2 ปีเราก็ไปแก้ไขปัญหาส่วนที่เหลือ กว่าจะได้สร้างจริงๆ ใช้เวลาเป็นปี ขอเรียนนายศุภชัยได้เลยไม่ต้องห่วง สัปดาห์ที่แล้วก็ได้มาพบตน และยืนยันไปว่าอย่าได้กังวล ตราบใดที่ตนยังอยู่ตรงนี้ พร้อมที่จะสนับสนุนให้เอกชนทำงานได้อย่างราบรื่นที่สุด ตนเองก็พอจะมีความรู้เรื่องนี้อยู่บ้าง ไม่ใช่ไม่มี ตนก็โดนอะไรมาก็รู้ และจะนำสิ่งที่โดนมามาช่วย และมานั่งเถียงแทนเขาด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ซีพีการันตีเซ็นแน่ดูฤกษ์ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายฮิโรชิ ซากิ ประธานสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมโอซากา ประเทศญี่ปุ่น สภาหอการค้าและนักธุรกิจของญี่ปุ่นได้เข้ามาหารือและสอบถามถึงความคืบหน้าของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ว่าได้ยืนยันให้นักลงทุนญี่ปุ่นมั่นใจว่าโครงการนี้จะมีการก่อสร้างได้ตามกำหนด และจะมีการลงนามในสัญญากับภาคเอกชนเร็วๆ นี้ ซึ่งกลุ่มซีพีจะต้องดูฤกษ์ยามก่อนว่าจะลงนามในวันไหน อาจจะเร็วกว่าวันที่ 25 ต.ค.ก็ได้ เพราะได้ยกหูคุยกับนายศุภชัย โดยบอกว่าจะเซ็นสัญญาแน่นอน อาจจะก่อนวันที่ 25 ต.ค.ก็ได้ ขอไปดูฤกษ์ยามก่อน แต่ไม่เกินวันที่ 25 ต.ค.แน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนทำเนียบรัฐบาล สหภาพรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) นำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ได้เดินทางมายื่นหนังสือและแถลงการณ์เพื่อขอให้รัฐบาลใช้ความรอบคอบในการพิจารณาการลงนามสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับมอบแถลงการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาวิทย์กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ระยะทาง 220 กิโลเมตร มูลค่า 2.24 แสนล้านบาท เป็นโครงการสืบเนื่องจากรัฐบาล คสช.จนถึงรัฐบาลปัจจุบัน เป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐบาลกับเอกชน หรือ PPP และผู้ที่ชนะการประมูลโครงการ กลุ่ม CPH ซึ่งการลงนามในสัญญามีการเลื่อนมาหลายครั้ง และมีการกำหนดเงื่อนไขหลายข้อ ล่าสุดมีการกำหนดว่า รฟท.จะต้องส่งมอบพื้นที่ได้ 82% ของพื้นที่ทั้งหมดภายในระยะเวลา 15 เดือน หรือภายใน 1 ปี 3 เดือน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เมื่อดูจากข้อตกลงที่กำหนดว่า รฟท.จะต้องส่งมอบพื้นที่ทั้งหมด 100% ภายใน 5 ปี ถือว่ายากและเสี่ยงเช่นกัน เนื่องจากในเส้นทางที่ต้องส่งมอบมีทั้งประชาชนที่อยู่อาศัยโดยถูกต้องและไม่ถูกต้องอีกเป็นจำนวนมาก และยังมีสัญญาทางธุรกิจระหว่างรฟท.กับเอกชนประมาณ 300 สัญญา รวมทั้งการรื้อย้ายสาธารณูปโภคไฟฟ้า ประปา ท่อก๊าซ ท่อส่งน้ำมัน ฯลฯ ทำให้ต้องมีการรื้อย้ายสถานที่ราชการอีกหลายแห่ง และจะกำหนดจุดที่เวนคืนที่ดินเพิ่มอีก ซึ่งไม่แน่ว่าหน่วยงานราชการต่างๆ ได้เตรียมงบประมาณไว้พร้อมหรือไม่ และหากไม่สามารถทำได้ ก็อาจมีการเรียกร้องค่าเสียหายจาก รฟท.ภายหลัง ซึ่งจะเป็นมูลค่าอีกเท่าไหร่ก็ยังไม่สามารถประเมินได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากจะลงนามในสัญญาระหว่างรัฐกับบริษัทที่ชนะการประมูล โดยมีเงื่อนไขตามเอกสารแนบท้ายสัญญาที่จะให้การรถไฟส่งมอบฟื้นที่ 82% ในระยะเวลา 15 เดือน ซึ่งมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงว่าการรถไฟฯ จะทำไม่ได้ และจะเป็นเหตุให้เอกชนร้องเรียนค่าเสียหายได้ จึงอยากให้นายกฯ และบอร์ดอีอีซี และส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้พิจารณาอย่างรอบคอบถึงเงื่อนไขแนบท้ายสัญญาดังกล่าว รวมทั้งเงื่อนไขอื่นๆ ซึ่งสังคม ประชาชนยังไม่รับรู้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเสนออันเป็นเจตจำนงเพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน จะได้รับการพิจารณาจากท่านและคณะ และขอให้พี่น้องประชาชน สื่อมวลชน ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด&amp;quot; นายสาวิทย์ระบุ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48203</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพี, รถไฟความเร็วสูง, ส่งมอบพื้นที่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อีอีซี, ไฮสปีดเทรน, ไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190119/image_big_5c4285ff0b59d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ็นแน!ไฮสปีดเทรน25ตค. ศักดิ์สยามตั้งกก.มอบพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เซ็นแน่! 25 ต.ค.นี้ คณะกรรมการคัดเลือกฯ นัด &amp;ldquo;ซีพี&amp;rdquo; จรดปากกาลุยโครงการ &amp;quot;ไฮสปีดเทรน&amp;quot; เชื่อม 3 สนามบิน พร้อมสั่งตั้งคณะทำงานส่งมอบพื้นที่หวังช่วยเข็นโครงการเดินหน้าตามแผน &amp;ldquo;ศักดิ์สยาม&amp;rdquo; ยันไม่มีทะเลาะเบาะแว้ง ทุกฝ่ายอยากให้โครงการสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง กล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ร่วมประชุม ว่าคณะอนุกรรมการฯ เห็นชอบการส่งมอบพื้นที่สำหรับก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน พร้อมทั้งให้มีการตั้งคณะทำงานส่งมอบพื้นที่ โดยมีปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน รองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นรองประธานคณะทำงาน และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะทำงาน และจะมีการเสนอให้คณะกรรมการอีอีซี ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเห็นชอบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพื่อให้การก่อสร้างโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินเดินหน้าต่อได้ตามแผน โดยจะมีการเซ็นสัญญากับกลุ่มซีพี ซึ่งชนะการประมูลในวันที่ 25 ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยามกล่าวว่า คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมโครงการดังกล่าว ได้ทำหนังสือส่งไปยังกลุ่มบริษัทซีพีเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่าให้เตรียมพร้อมเข้ามาทำการเซ็นสัญญากันในวันที่ 25 ต.ค.นี้ โดยเลขาธิการคณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้ทำการประสานไปยังกลุ่มซีพีอย่างไม่เป็นทางการแล้ว ซึ่งทางกลุ่มซีพีได้ยืนยันว่าพร้อมที่จะเข้ามาเซ็นสัญญาตามกำหนดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.คมนาคมกล่าวว่า สำหรับปัญหาเกี่ยวกับขั้นตอนที่คณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต้องมีการรับทราบกระบวนการเซ็นสัญญา แต่ที่ผ่านมาคณะกรรมการ รฟท.ชุดเก่า ได้มีการลาออกยกชุดนั้น ขณะนี้ได้มีการแก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้ว โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการ รฟท.ชุดใหม่ตามกฎหมายแล้ว ซึ่งกระทรวงการคลังได้เห็นชอบ และส่งต่อให้กระทรวงคมนาคมดูแล้ว หลังจากนั้นได้ส่งเรื่องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการ รฟท.ได้ทันที โดยไม่ต้องมีการประชุม เพราะมีอำนาจตามตำแหน่ง และในวันที่ 15 ต.ค.นี้ จะเสนอรายชื่อคณะกรรมการ รฟท.ชุดใหม่ให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นคณะกรรมการ รฟท.จะมีการประชุมทันที เพื่อรับทราบการดำเนินการเซ็นสัญญาโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะไม่มีปัญหา เพราะคณะกรรมการ รฟท.มีหน้าที่รับทราบเท่านั้น เนื่องจากตามขั้นตอนแล้ว หากคณะกรรมการ รฟท.ไม่มีมติรับทราบ ก็จะทำให้ผู้ว่าฯ รฟท.ไม่มีอำนาจในการเซ็นสัญญาผูกพันในโครงการดังกล่าวได้ และเมื่อคณะกรรมการ รฟท.รับทราบแล้ว ก็จะเสนอเรื่องการเซ็นสัญญากับกลุ่มซีพีให้ ครม.เห็นชอบในวันที่ 22 ต.ค.2562 เพื่อให้การเซ็นสัญญาเป็นไปตามกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ทุกคนมีเจตนาที่จะทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้น เพราะเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ วันนี้ไม่มีอะไรแล้ว เพียงแต่ทำให้กระบวนการมันถูกต้องครบถ้วนเท่านั้นเอง ด้านเอกชนเองก็อยากลงนาม ยืนยันว่าไม่ได้มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน ทุกคนอย่างให้โครงการนี้สำเร็จ แต่เงื่อนไขอยู่ที่ว่าการส่งมอบพื้นที่มีความจำเป็น หากไม่มีการกำหนดเวลาชัดเจน รถไฟฟ้ากับสนามบินจะไม่เชื่อมกัน เอกชนจะมีปัญหา เพราะเป็นโครงการร่วมทุน ไม่ใช่จ้างทำ ตอนนี้คุยกับฝ่ายเอกชนแล้ว ถ้าเป็นไปตามนี้ก็สามารถลงนามได้&amp;quot; นายศักดิ์สยามกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) กล่าวว่า การส่งมอบพื้นที่โครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน สามารถดำเนินการได้แล้ว 72% ประกอบด้วย 3 ส่วนที่สำคัญ ได้แก่ 1.ระยะทางระหว่างสถานีพญาไท-สถานีสุวรรณภูมิ ระยะทาง 28 กิโลเมตร ซึ่งเป็นโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ พร้อมส่งมอบพื้นที่ได้ทันที 2.ระยะทางระหว่างสถานีสุวรรณภูมิ-สถานีอู่ตะเภา ระยะทาง 170 กิโลเมตร คณะทำงานส่งมอบพื้นที่จะสามารถดำเนินการส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดได้ภายใน 1 ปี 3 เดือน ทำให้ระยะทางตั้งแต่สถานีพญาไท-สถานีอู่ตะเภา เปิดให้บริการได้ในปี 2566-2567 3.สถานีพญาไท-ดอนเมือง ระยะทาง 22 กิโลเมตร เป็นส่วนที่ดำเนินการได้ยากที่สุด เพราะต้องมีการเคลื่อนย้ายระบบสาธารณูปโภคเกี่ยวข้องกับ 3 กระทรวง 8 หน่วยงาน คาดว่าจะใช้เวลาในการส่งมอบพื้นที่ 2 ปี 3 เดือน ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2567-2568
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การส่งมอบพื้นที่ทั้งหมด ทางผู้ชนะการประมูลได้รับทราบเงื่อนไขดังกล่าวหมดแล้ว ซึ่งไม่มีปัญหาใดๆ ในการเซ็นสัญญา เพราะว่าทุกหน่วยงานอย่างให้โครงการนี้เกิดขึ้น เพราะหากสร้างสนามบินเสร็จแล้ว แต่รถไฟไม่เสร็จ จะทำให้เกิดปัญหาในการเชื่อมต่อได้&amp;quot; นายคณิศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการส่งมอบพื้นที่เดิมมีปัญหา เนื่องจากมีจุดตัดจำนวนมากถึง 230 จุด ใน 3 กระทรวง 8 หน่วยงาน ที่ต้องปรับปรุงหรือโยกย้าย การใช้วิธีเดิมให้เอกชนเจรจาเองโดยรัฐบาลไม่ช่วยจึงไม่เหมาะสมและจะใช้เวลานานมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47800</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพี, รถไฟความเร็วสูง, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน, ไฮสปีดเทรน, ไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191010/image_big_5d9f409ee664d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวไฮสปีดเทรน เชื่อมเส้นทาง‘3สนามบิน’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินฉลุย! &amp;nbsp; ครม.ไฟเขียวจับมือซีพีลงทุน 1.49 แสนล้าน แบ่งจ่าย 10 ปี จ่อเซ็นสัญญา 15 มิ.ย. คาดใช้เวลาสร้าง 5 ปี รฟท.เร่งแผนส่งมอบพื้นที่-ทำรายงานอีไอเอ ภาคประชาชนห่วงไม่โปร่งใส ร้องนายกฯ ขอมีส่วนร่วมตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ &amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุม ครม.รับทราบผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 4/2562 &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2562 เรื่องโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ตามที่เสนอ และให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมลงทุนกับนิติบุคคลเฉพาะกิจ ซึ่งเอกชนที่ได้รับคัดเลือกจะจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบกิจการการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน หากไม่มีข้อทักท้วงหรือไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่า ครม.มีมติอนุมัติหรือเห็นชอบตามมติ กพอ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบให้ รฟท. ร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินกับเอกชนที่ได้รับคัดเลือกตามที่ กพอ.ได้เห็นชอบไว้ เพื่อให้เป็นการปฏิบัติตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 พร้อมทั้งเห็นชอบให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพื่อชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินตามที่ ครม. ในการประชุมเมื่อวันที่ 27 มี.ค.2561 ได้มีมติอนุมัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การจัดสรรงบประมาณดังกล่าวจะอยู่ในลักษณะการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณมากกว่าหนึ่งปีงบประมาณ สำหรับรายการงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 1 พันล้านบาทขึ้นไป ตามนัยมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2561 และอนุมัติให้ รฟท.ดำเนินการก่อหนี้ผูกพันเกินกว่าหรือนอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายได้ ตามนัยมาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2561 สำหรับดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน วงเงิน 149,650 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รฟท.จะชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินแก่เอกชนที่ได้รับคัดเลือก ด้วยการแบ่งจ่ายเป็นรายปี ปีละไม่เกิน 14,965 ล้านบาท เป็นเวลา 10 ปี หลังจากเริ่มการให้บริการโครงการเกี่ยวกับรถไฟ ตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในสัญญาร่วมลงทุน&amp;rdquo; นายณัฐพรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐพรกล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบการจัดตั้งหน่วยงานเพื่อติดตาม กำกับ และบริหารจัดการสัญญาร่วมลงทุนของโครงการ พร้อมทั้งกรอบอัตรากำลังและกรอบวงเงินค่าใช้จ่ายตามที่นำเสนอโดยให้หน่วยงานอยู่ภายใต้การกำกับของ กพอ. และให้ กพอ.จัดทำรายละเอียดหน่วยงานเพิ่มเติม รวมทั้งให้ รฟท.และ กพอ.ไปหารือสำนักงบประมาณในรายละเอียดโดยด่วน เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณต่อไป เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการตามสัญญาของโครงการที่กำหนดไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) เป็นผู้ได้รับคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กพอ.ได้เสนอโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่า 182,524 ล้านบาท ให้ที่ประชุม ครม.พิจารณา ถือเป็นโครงการแรกของ 5 เมกะโปรเจ็กต์ ของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หลังจากที่ ครม.อนุมัติแล้ว ถือเป็นขั้นตอนสุดท้าย หลังจากนี้จะมีการลงนามและเริ่มดำเนินการ เท่าที่ได้รายงานใน ครม.ตัวเลขต่างๆ เป็นไปตามทีโออาร์ ทั้งหมดจะใช้เวลา 5 ปี ในการก่อสร้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ภายหลัง ครม.เห็นชอบในร่างสัญญาให้ รฟท.ร่วมลงทุนกับเอกชนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เบื้องต้น รฟท.ยังมีกำหนดลงนามสัญญาในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ หรือไม่เกินเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งปัจจุบันยังเหลือกระบวนการสำคัญที่ รฟท.ต้องเร่งรัดคือ การจัดการแผนส่งมอบพื้นที่ของโครงการทั้งหมด และการจัดทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจาก รฟท.เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังเหลือกระบวนการสำคัญที่ รฟท.ต้องเร่งรัดคือ การจัดการแผนส่งมอบพื้นที่ของโครงการทั้งหมด โดยจะต้องแจกแจงรายละเอียดและกำหนดการส่งมอบแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจน เพื่อทำเป็นเอกสารแนบท้ายสัญญา ขณะเดียวกันยังมีเรื่องการจัดหารายงานอีไอเอ ที่ปัจจุบัน รฟท.อยู่ระหว่างส่งมอบข้อมูลเพิ่มเติมให้กับคณะผู้ชำนาญการพิจารณาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (คชก.) โดยเรื่องของอีไอเอถือเป็นประเด็นใหญ่ เพราะหากไม่ผ่านการพิจารณา จะไม่สามารถลงนามสัญญากับเอกชนได้ ทั้งนี้ โครงการจะสามารถลงนามได้ตามเป้าหมายหรือไม่ จะต้องเป็นเรื่องของกระบวนการพิจารณาอีไอเอ ซึ่ง รฟท.ไม่มีอำนาจในการเร่งรัดขั้นตอนพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนประเด็นของประกาศ กพอ.เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และกระบวนการในการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนร่วมลงทุน พ.ศ.2560 ที่กำหนดให้เมื่อมีการลงนามสัญญาระหว่างหน่วยงานเจ้าของโครงการและเอกชนแล้ว จะต้องเปิดเผยข้อมูลของโครงการต่อสาธารณะ โดยจะต้องเปิดเผยข้อมูลสาระสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนและวิธีการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบที่เข้าใจง่ายให้สาธารณะรับทราบเป็นการทั่วไปภายใน 30 วัน นับจากที่ได้ลงนาม รฟท.ก็พร้อมจะดำเนินการ แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าจะเปิดเผยสัญญาผ่านช่องทางใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนทำเนียบรัฐบาล ในช่วงเช้าระหว่างการประชุม ครม. นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ได้นำกลุ่มตัวแทนภาคประชาชนกว่า 45 กลุ่ม เช่น สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) กลุ่มสหภาพแรงงานภาคตะวันออก รวมทั้งชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการอีอีซี จำนวนกว่า 100 คน เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ดำเนินการโครงการอีอีซีและโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินอย่างโปร่งใส และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ โดยมีนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาประจำสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับหนังสือร้องเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภาคประชาชนรู้สึกกังวลและเป็นห่วงอย่างยิ่งว่าโครงการดังกล่าวอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ มากกว่าการพัฒนาที่จะสร้างความเจริญให้แก่ท้องถิ่นและประเทศชาติตามที่รัฐบาลได้มุ่งหวังไว้ โดยเฉพาะผลกระทบทางด้านชีวิตและความเป็นอยู่ ทั้งด้านเกษตรกรรม พาณิชยกรรม และอุตสาหกรรม ตลอดทั้งด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกหลายประการ ซึ่งผู้ที่ชนะการประมูลคือซีพี โครงการดังกล่าวก็ถูกตั้งคำถามมากมายถึงความไม่โปร่งใสเช่นกัน&amp;quot; นายสาวิทย์ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37079</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ไฟเขียว, ภาคประชาชนห่วงไม่โปร่งใส, รฟท.เร่งแผนส่งมอบพื้นที่-ทำรายงานอีไอเอ, หนังสือพิมพ์, ไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190528/image_big_5ced498b2e120.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถไฟสามสนามบินยังไม่จบ!!  รฟท.เจรจาซีพีรอบแรกไร้ข้อสรุปนัดคุยต่อ1 ก.พ.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค. 2562 นายวรวุฒิ มาลา รักษาการ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)เปิดเผยภายหลังการเจรจากับกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัดและพันธมิตร ว่า ครั้งนี้เป็นการเจรจารอบแรก ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจาการพิจารณา ทางคณะกรรมการคัดเลือกประมูลไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินช่วง ดอนเมือง- สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภาทาง นั้น ต้องพิจารณาตามกรอบการเจรจา 4 หัวข้อ และมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาอีก 30-40 หัวข้อหลักๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการพิจารณา พอสมควร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้พึ่งเริ่มต้นไปได้200กว่าหน้า โดยในวันศุกร์ที่1 ก.พ. จะเชิญทาง กิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัดและพันธมิตร มาเจรจากันอีกครั้ง เวลา13.00-16.00น.โดยก่อนหน้านี้จะมีการประชุม คณะกรรมการฯก่อนเบื้องต้น คาดว่าจะเจรจาและได้ข้อสรุปเรื่องกลางก.พ.62 จากนั้นเสนอสัญญาไปยังอัยการสูงสุดและเสนอต่อเข้าคณะกรรมการอีอีซี และเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติต่อไปภายในก.พ. ส่วนการลงนามสัญญาคาดว่าจะลงนามได้ภายในเดือนมี.ค.62 นี้ ตามระยะเวลาที่คณะกรรมการอีอีซี กำหนดกรอบไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวต่ออีกว่าทั้งนี้การเจรจาที่ล่าช้านั้นเนื่องจากคณะกรรมการฯจะต้องพิจารณาทุกหัวข้ออย่างถี่ถ้วน และจะเจรจาต้องรอจนกว่าทั้ง2ฝ่ายจะพี่งพอใจ ทั้งคู่เรียกได้ว่าจะต้องเจรจาให้สุดทางเพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ต้องละเอียดรอบคอบ ส่วนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอจากมิสซิ่งลิ้งค์-อู่ตะเภา นั้นจะเสนอเข้าคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(คชก.) ภายในก.พ.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27752</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพี, วรวุฒิ มาลา, เจรจายังไม่จบ, ไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b208af63ce3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
