<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่ากลัว&quot;ไขมันทรานส์&quot;จนใม่กล้ากินน้ำมันพืช อย.ยันไขมันธรรมชาติ ไม่เติมไฮโดรเจนไม่มีปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.61- ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังหารือกับนายไฆเม บีร์กิลิโอ นัวลาร์ต ซานเซซ &amp;nbsp;(Mr.Jaimes Virgilio Nualart Sanchez) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสหรัฐเม็กซิโกประจำประเทศไทยในโอกาสเข้ารับหน้าที่ใหม่ ว่า จากการที่ประเทศไทยประกาศควบคุมและกำกับดูแลไขมันทรานส์ในผลิตภัณฑ์อาหาร โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. 2562 เป็นต้นไปนั้น เอกอัคราชทูตเม็กซิโก ได้ชื่นชมประเทศไทยที่สามารถควบคุมการใช้ไขมันทรานส์และสามารถทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วน ทั้งนี้ขอให้ประชาชนอย่าได้กังวล เพราะน้ำมันพืชที่ใช้ตามครัวเรือนยังสามารถรับประทานได้เหมือนเดิม ไขมันที่มาจากธรรมชาติไม่มีปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ซึ่งเป็นแหล่งของกรดไขมันทรานส์ และกรดดังกล่าวก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของโลก และองค์การอนามัยโลก (WHO) มีการขอความร่วมมือจากทั่วโลกในการเลิกใช้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้จากการที่ไทยควบคุมดังกล่าว ชีวิตประชาชนไม่มีอะไรต้องเปลี่ยน เพียงแต่จะมุ้งเน้นควบคุมผู้ผลิตเพราะน้ำมันที่เติมไฮโดรเจนส่วนใหญ่อยู่ในแหล่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น &amp;nbsp;ซึ่งเบื้องต้นผู้ผลิตหลายรายที่เห็นแก่สุขภาพของประชาชนก็มีการปรับเปลี่ยนสูตรไปบ้างแล้ว และขอย้ำว่าการราคาสินค้าก็ไม่ได้ปรับขึ้น สามารถรับประทานอาหารก็ทำได้ตามปกติ และหากกังวลก็ให้ดูที่ฉลากและส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตามหน้าที่ในการตรวจสอบควบคุม ป้องกัน ผลิตภัณฑ์ที่มีไขมันทรานส์จะเป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ดังนั้นประชาชนจะมี อย.คอยดูแลอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเติมไฮโดรเจนนั้น ใส่ลงไปเพื่อทำให้อาหารอยู่คงตัวในสภาพเดิมได้นานขึ้น แทนที่จะเหี่ยวลงก็จะช่วยให้คงรูปทำให้ขายได้แต่เป็นการขายได้จากรูปที่เห็นเท่านั้น แต่มีผลเสียกับสุขภาพและก่อโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะโรคหัวใจที่เป็นสาเหตุในการคร่าชีวิตคนไทยจำนวนมาก ซึ่งเวลาเราทำอาหารรับประทานเองก็ไม่จำเป็นต้องใส่ เช่นเดียวกับกล้วยแขกก็ไม่ได้ใช้น้ำมันทรานส์อยู่แล้ว ซึ่งการควบคุมการควบคุมไขมันทรานส์ ครั้งนี้ก็เพื่อปกป้องสุขภาพคนไทยทุกคน&amp;rdquo;รมว.สธ. กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13706</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ไขมันทรานส์, กฎหมายควบคุมไขมันทรานส์, น้ำมันพืฃ, สุขภาพโรคหัวใจและหลอดเลือด, ไฮโดรเจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180702/image_big_5b39cead5f8dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2018 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2018 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรงไฟฟ้าไฮบริด&quot;กังหันลม -ไฮโดรเจน &quot; นวัตกรรมใหม่เรียนรู้พลังงานทดแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุโมงค์ที่ทอดยาว&amp;nbsp; &amp;nbsp;175 เมตร&amp;nbsp; ลึกจากยอดเขายายเที่ยง เขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา 380 เมตร&amp;nbsp; เป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าพลังน้ำลำตะคองชลภาวัฒนา ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำระบบสูบกลับ ของการไฟฟ่าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นอกจากนี้ที่นี่ ยังมีโครงการ กังหันลมผลิตไฟฟ้า&amp;nbsp; ที่นำพลังงานจากไฟฟ้าที่ผลิตได้จากกังหันลม&amp;nbsp; มาแปรรูปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าไฮโดรเจน&amp;nbsp; และนับว่าเป็นการกักเก็บพลังงานแบบไฮบริดจากพลังงานลมแห่งแรกในเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปากทางเข้าอุโมงค์ที่อยู่ลึก380 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โรงไฟฟ้าพลังน้ำลำตะคองชลภาวัฒนา เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับใต้ดินแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่นับว่าเป็นความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและบริเวณใกล้เคียง&amp;nbsp; ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ดำาเนินการก่อสร้างเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2537 เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าเสริมระบบในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด มีกำลังผลิตรวม 1,000 เมกะวัตต์ แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ คือ&amp;nbsp; ระยะที่ 1 ติดตั้งอุปกรณ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบสูบกลับ จำนวน 2 เครื่องมีกำลังผลิตรวมขนาด 500 เมกะวัตต์หรือเครื่องละ 250 เมกะวัตต์&amp;nbsp; ซึ่งแล้วเสร็จ เปิดดำเนินการเมื่อปี 2547 และขณะนี้ กำลังอยู่ในขั้นตอนระยะที่ 2&amp;nbsp; ของการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบสูบกลับเครื่องที่ 3-4 ซึ่งมีกำลังผลิตรวมขนาด 500 เมกะวัตต์ หรือขนาดเครื่องละ 250 เมกะวัตต์&amp;nbsp; ตามกำหนดการจะแล้วเสร็จในเดือน พ.ย. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างทางเข้าอุโมงค์สู่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทคโนโลยีโรงไฟฟ้าประเภทพลังน้ำแบบสูบกลับมีการพัฒนามากว่า 70 &amp;ndash; 80 ปี จัดเป็นแหล่งเก็บสำรองไฟฟ้าอีกประเภทหนึ่ง&amp;nbsp; มีการเพิ่มการใช้ทั่วโลก&amp;nbsp; ประเทศที่มีการนำมาใช้มากกว่า 2 หมื่นเมกะวัตต์ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน และสหรัฐอเมริกา โดยการนำมาใช้จะพิจารณาให้สอดคล้องกับสภาวะของระบบไฟฟ้านั้น ดังนั้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบบสูบกลับจึงเปรียบเสมือนเหมือนแบตเตอร์รี่อีกรูปแบบหนึ่งก็ว่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการทำงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ&amp;nbsp; เป็นระบบที่ดีในการกักเก็บพลังงานรูปแบบหนึ่งที่นับว่ามีต้นทุนต่ำที่สุดในปัจจุบัน โดยจะมีการนำกระแสไฟฟ้าจากระบบการผลิตในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าน้อย คือช่วงหลังเที่ยงคืนจนถึงเช้ามาใช้สูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง ไปเก็บพักไว้ในอ่างพักน้ำที่อยู่ยอดเขายายเที่ยง&amp;nbsp; แล้วปล่อยน้าลงมาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงในแต่ละวัน วิธีการแบบสูบกลับดังกล่าว&amp;nbsp; การการทำงานของระบบสูบกลับ&amp;nbsp; จึงมีความเหมาะสมกับระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Grid System) และสามารถช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากส่งเสริมให้สามารถนำพลังงานหมุนเวียนที่มีความไม่แน่นอนมาผลิตไฟฟ้าได้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp; และระบบสูบกลับนี้ ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 2.6 แสนตันต่อปี&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ การผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจากกังหันลม และแปรสภาพมาเป็นการกักเก็บพลังงานในรูปของก๊าซไฮโดรเจน&amp;nbsp; ที่นับว่าเป็นนวัตกรรมพลังงานรูปแบบใหม่ (Fuel Cell)&amp;nbsp; ที่กฟผ.กำลังนำร่องให้ที่โรงไฟฟ้าลำตะคองฯ เป็นต้นแบบนำไปสู่การผลิตพลังงานในรูปเดียวกัน ที่โรงไฟฟ้าแห่งอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสหรัฐ บุญโพธิภักดั รองผู้ว่ากฟผ. ที่บรรยายถึงโรงไฟฟ้าสูบกลับ และโรงไฟฟ้ากังหันลม ไฮโดรเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสหรัฐ&amp;nbsp; บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ กฟผ. กล่าวว่านวัตกรรมต้นแบบของระบบกักเก็บพลังงานจับคู่กับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม&amp;nbsp; จะเป็นตัวช่วยลดข้อจำกัด&amp;nbsp; และแก้ปัญหาความไม่เสถียรของการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม หรือการจ่ายไฟฟ้าได้เพียงบางช่วงเวลา&amp;nbsp; จะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในอนาคตของไทย&amp;nbsp; ซึ่งโครงการกังหันลมผลิตไฟฟ้าลำตะคอง ระยะที่ 2&amp;nbsp; ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่อ่างเก็บน้ำบนเขายายเที่ยง&amp;nbsp; &amp;nbsp; นับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพพลังงานลมในการผลิตไฟฟ้ามากที่สุดในประเทศไทย&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้กฟผ.ติดตั้งกังหันลมจำนวน 12 ต้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;กำลังผลิตรวม 24 เมกะวัตต์&amp;nbsp; หรือต้นละ 2เมกะวัตต์&amp;nbsp; ซึ่งเริ่มจ่ายไฟฟ้าด้ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคมปีที่แล้ว&amp;nbsp; แต่ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากกังหันลม มีขีดจำกัด ไม่สามารถผลิตกระแสไฟได้สม่ำเสมอ ทำให้ กฟผ. ตัดสินใจต่อยอดนำระบบพัฒนาเสถียรภาพการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม&amp;nbsp; &amp;nbsp;(Wind Hydrogen Hybrid)&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานไฟฟ้าจากกังหันลมในรูปของก๊าซไฮโดรเจน เพื่อนำมาจับคู่กับเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell)&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลิตไฟฟ้าขนาด 300 กิโลวัตต์&amp;nbsp; สำหรับจ่ายไฟฟ้าให้กับศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.&amp;nbsp; ลำตะคอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กังหันลม ที่ยอดเขายายเที่ยงกำเนิดพลังงานไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกในเอเชีย&amp;nbsp; ที่นำเอานวัตกรรมดังกล่าวมาใช้กักเก็บพลังงานไฟฟ้าจากกังหันลมมาทำเป็นพลังงานไฮโดรเจนและเซลล์เชื้อเพลิง ผลิตกระแสไฟฟ้า&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะประเทศอื่นมีการนำการนำพลังงานจากโซลาร์เซล หรือพลังงานหมุนเวียน มาทำเป็นไฮโดรเจนแล้ว แต่ยังไม่มีการนำไฟฟ้าที่ได้จากกังหันลม มาทำเป็นไฮโดรเจน อย่างที่เรียกว่าไฮบริด&amp;nbsp; ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยให้สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp; รวมถึงจะใช้เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญในด้านการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานหมุนเวียน &amp;quot;รองผู้ว่ากฟผ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องทำก๊าซไฮโดรเจนที่ได้พลังงานไฟฟ้าจากกังหันลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการกังหันลมผลิตไฟฟ้าลำตะคอง ตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของอ่างพักน้ำตอนบนโรงไฟฟ้าลำาตะคอง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพพลังงานลมที่ดีมีความเร็วลมอยู่ในช่วง 6.52 &amp;ndash; 6.82 เมตรต่อวินาที แบ่งการดำเนินงานออกเป็น2 ระยะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีระชัย ลีโทชวลิต หัวหน้าโครงการกังหันลมผลิตไฟฟ้าลำตะคอง ระยะที่ 2 ให้ข้อมูลว่า&amp;nbsp; ระยะที่ 1&amp;nbsp; มีการติดตั้งกังหันลม ขนาด 1.25 เมกะวัตต์ จำนวน 2 ต้น รวมกำลังผลิต 2.5 เมกะวัตต์ จ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ได้เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2552&amp;nbsp; ส่วนใน ระยะที่ 2&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีการติดตั้งกังหันลม ขนาด 2 เมกะวัตต์ จำนวน 12 ต้น รวมกำลังผลิต 24 เมกะวัตต์&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่ายไฟเข้าระบบตั้งแต่ปี 2560 ตามแผน PDP ของ กฟผ. ระบบพัฒนาเสถียรภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม&amp;nbsp; หรือ Wind Hydrogen Hybrid System&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานไฟฟ้าจากกังหันลมในรูปของก๊าซไฮโดรเจนแห่งแรกในเอเชีย ช่วยให้สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ตลอด24 ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคร่ื่องกำเนิด Fuel Cell หรือเซลล์เชื้อเพลิงที่แปรสภาพจากไฮโดรเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าโครงการกังหันลม กล่าวอีกว่า สำหรับ ระบบ Wind Hydrogen Hybrid มีหลักการทำางานคือ เมื่อกังหันลมผลิตไฟฟ้า ส่วนหนึ่งจะจ่ายเข้าระบบโรงไฟฟ้า อีกส่วนหนึ่งจะจ่ายเข้าที่เครื่องแยกน้ำด้วยไฟฟ้า นำก๊าซไฮโดรเจน (H2) ที่ได้ไปผ่านระบบการบีบอัดด้วยแรงดัน&amp;nbsp; แล้วนำไปกักเก็บไว้ในถังกักเก็บ&amp;nbsp; เมื่อมีความต้องการใช้ไฟฟ้าก็จะนำก๊าซไฮโดรเจน ที่กลายเป็นเซลล์เชื้อเพลิงแล้ว&amp;nbsp; ในกำลังผลิต 300 กิโลวัตต์ เปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าจ่ายไฟฟ้าเข้าศูนย์การเรียนรู้ ลำตะคอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พลังงานจากไฮโดรเจนที่เป็น พลังงานเชื้อเพลิงสามารถใช้ได้ 10 ชั่วโมง&amp;nbsp; มีข้อดีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตรงที่ไม่มีการใช้สารเคมี&amp;nbsp; หรือปล่อยมลพิษทางอากาศหรือน้ำ&amp;nbsp; อุปกรณ์บางส่วนไม่ก่อให้เกิดขยะ&amp;nbsp; โดยในส่วนที่เป็นElectrolyzerมีอายุการใช้งาน&amp;nbsp; 8-10 ปี , Fuel Cell 3 ปี&amp;nbsp; เมื่อหมดอายุการรใช้งานตัว Catalyst ของ Fuel Cell สามารถปรับสภาพนำไปใช้ใหม่ได้ ทำให้ไม่ต้องกำจัดเป็นขยะ&amp;nbsp; ส่วนแผ่น Polymer Electrolyte Membrane ต้องเปลี่ยนและกำจัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถังเก็บก๊าซไฮโดรเจน ที่ผ่่านการอัีดแรงดันมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พลังงานจากลมมีข้อจำกัด&amp;nbsp; การผลิตไฟจากกังหันลมถัวเฉลี่ยจะผลิตได้ประมาณ&amp;nbsp; 30%&amp;nbsp; ของทั้งปี เพราะลมไม่ได้มาสม่ำเสมอ&amp;nbsp; มักมาช่วงหัวค่ำหรือกลางคืน หรือลมมาแรง ผลิตไฟได้มาก แต่เราก็ไม่มีที่เก็บไฟ&amp;nbsp; และถ้าลมอ่อนไป ก็ไม่สามารถผลิตกระแสไฟได้อีก ซึ่งการที่เราจะนำพลังงานที่ก็าซไฮโดรเจน นำมาเป็นไปพลังงานหมุนเวียนใช้ที่ศูนย์การเรียน&amp;nbsp; เพราะที่นี่จะใช้ไฟจากกังหันลมไม่ได้ทั้งหมด&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะไฟจากกังหันยังไม่มีความเสถียรพอ มีบางช่วงอ่อน&amp;nbsp; แต่ในศูนย์มีการแสดงวิดีทัศน์ ถ้าไฟไม่พอ&amp;nbsp; ไฟไม่สม่ำเสมอ ก็จะมีปัญหา จึงนำไปสู่การนำพลังงานไฟฟ้าบางส่วนมาผลิตเป็นก๊าซไฮโดรเจน&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนำมาใช้ที่ศูนย์การเรียนรู้ ฯ ที่จะสร้างเสร็จ และเปิดให้เข้าชมได้ประมาณเดือนพฤษภาคม ปีนี้&amp;nbsp; &amp;quot;นายธีระชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องเพิ่มแรงดันก๊าซไฮโดรเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงานก่อสร้างระบบพัฒนาเสถียรภาพการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม&amp;nbsp; หรือ Wind Hydrogen Hybrid&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะสามารถลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 109.26 ล้านลิตร/ปี 2. ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้ประมาณ 264,148 ตัน/ปี&amp;nbsp; สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 453.85 ล้านหน่วย/ปี&amp;nbsp; นับเป็นการตอบสนองนโยบายภาครัฐโดยการนำาพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่ในประเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งยังเป็นแหล่งศึกษาข้อมูลด้านพลังงานทดแทนให้กับนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าโครงการกังหันลมระยะที่ 2 กล่าวอีกว่า แม้ระบบไฮบริดจากกังหันลม จะสามารถกักเก็บพลังงานไว้ได้ในรูปของไฮโดรเจน แต่ก็ไม่สามารถขยายกังหันลมได้ มากกว่า 12 ตัว&amp;nbsp; เพราะการวางกังหันแต่ละตัว ต้องมีระยะหว่างกันพอสมควร&amp;nbsp; เนื่องจากกังหันจะหมุนรอบตัว 360 องศา หมายความว่าต้องใช้พื้นที่เยอะ และถ้ากังหันอยู่ใกล้กันเกินไป ก็จะเกิดการแย่งลม ทำให้ใบพัดไม่ทำงาน หรือทำงานได้ไม่เต็มที&amp;nbsp; ไม่แรงพอ ก็จะทำให้ไม่ได้กระแสไฟฟ้า ซึ่งทั้งหมดเป็นปัจจัยการคำณวน&amp;nbsp; ทำให้มีการวางกังหันแค่ 12 ตัว นับเป็นจำนวนที่เหมาะกับพื้นที่ และทิศทางลมแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราคาของไฟฟ้าที่ได้จากกังหันลม และไฮโดรเจนเป็นเท่าไหร่ นายสหรัฐ&amp;nbsp; รองผู้ว่ากฟผ.กล่าวยอมรับว่า ย่อมมีต้นทุนที่สูงกว่าการผลิตไฟฟ้าพื้นฐานที่เป็นอยู่ขณะนี้ โดยรวมแล้วจะมีต้นทุนอยู่ที่&amp;nbsp; 14 บาทต่อหน่วย เนื่องจาก ถ้าคิดจากไฟฟ้าพลังงานลม ก็จะมีต้นทุนที่ประมาณ 6 บาท ต่อหน่วย แต่เมื่อมีการนำพลังงานจากลม มาทำเป็นไฮโดรเจน และเซลล์เชื้อเพลิง จึงมีต้นทุนที่ต้องบวกเพิ่มเข้าไปด้วย แต่เนื่องจาก กฟผ.เองมองถึงการศึกษาเรียนรู้ ที่จะมีผลดีต่ออนาคต การมีต้นทุนระดับนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย็์การเรียนรู้ที่โรงไฟฟ้าลำตะตอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โครงการไฮบริดกังหันลม ไฮโดรเจน เป็นงานศึกษาวิจัยด้วย ผลทางอ้อมเราจะได้บทเรียน&amp;nbsp; ทั้งในเรื่องของอุปกรณ์ และการผลิตไฟฟ้า&amp;nbsp; เรื่องการป้อนเชื้อเพลิงทำอย่างไรให้ได้ไฮโดรเจน&amp;nbsp; เราลงทุน330ล้าน&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เราได้เรียนรู้เทคโนโลยีเรื่องการทำ ไฮโดรเจน&amp;nbsp; ซึ่งเทคนิคส่วนหนึ่งมาจากเบลเยี่ยม อุปกรณ์บางส่วนก็มาจากแคนาดา ส่วนตัวถังที่กักเก็บก๊าซมาจากอเมริกา&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในต่างประเทศก็มีการใช้รูปแบบนี้ เพราะตำแหน่งที่ตั้ง สะดวกไม่ต้องทำสายส่ง และที่แม่เมาะ เราก็จะทำโครงการไฮโดรเจนแบบนี้ด้วยเหมือนกัน &amp;quot;รองผู้ว่าการฯกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าพลังงานหมุนเวียน ที่เป็นพลังงานทดแทน จะมีผลต่อทิศทางการสร้างโรงไฟฟ้าในอนาคตอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ถูกต่อต้าน รองผู้ว่าการ กฟผ.กล่าวว่า การผลิตไฟฟ้าทางเลือกแบบนี้&amp;nbsp; ต้องบอกว่าพลังงานทดแทนกับถ่านหิน เป็นอะไรที่ตรงกันข้ามกัน&amp;nbsp; เวลาที่ผ่านไปนานๆ พลังงานทดแทนจะมีความนิยมมากขึ้น เพราะลดโลกร้อน เป็นพลังงานสะอาด&amp;nbsp; และราคาลดลง ขณะที่ถ่านหิน ติดขัดในเรื่องการปล่อยกําซคาร์บอน แต่เรื่องมลภาวะสามารถกำจัดได้หมด ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมทั้งเรื่องซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก็ไม่ได้เป็นประเด็นอีกแล้ว&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สำหรับ มุมมองการยอมรับของคนโดยทั่วไป ก็คือ ให้การยอมรับกับถ่านหินน้อยลงเรื่อยๆ&amp;nbsp; แต่ในความเป็นจริง ประเทศในเอเชียมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินมีแนวโน้มมากขึ้น แต่ถ้าดูทั้งโลกมีแนวโน้มลดลงโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่มีการยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินไปเยอะ&amp;nbsp; สาเหตุหลักน่าจะมาจากโรงมันเก่า&amp;nbsp; อายุ40-50 ปีแล้ว&amp;nbsp; เป็นการยกเลิกตามสภาพ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในยุโรป ก็เช่นเดียวกัน โรงไฟฟ้าถ่านหินก็มีสภาพเก่า&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับมาดูที่ประเทศจีน&amp;nbsp; &amp;nbsp; จีนก็ยังตั้งหน้าตั้งตาสร้างโรงไฟฟ้าทั้งถ่านหิน และRenewable&amp;nbsp; &amp;nbsp;Energy หรือพลังงานทดแทน&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ข่าวที่เราได้ยินมักจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน มากกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จะเงียบ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แม้แต่ญี่ปุ่น ก็ยังมีโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่ว่าข่าวทุกวันนี้ มีแต่สร้างโรงไฟฟ้า ลม แดด โน่นนี่&amp;nbsp; ถ่านหินจะเงียบกว่า&amp;nbsp; แต่ถ้าดูตัวเลขจริงแล้วในเอเชีย ยังมีโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีไอเอ ก็ยังมีการวิเคราะห์กันอยู่ &amp;quot; รองผู้ว่าการกฟผ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังน้ำตัวที่ 3 ที่อยู่ในอุโมงค์ใต้ดินและอยู่ระหว่างการติดตั้้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่างเก็บน้ำบนยอดเขายายเที่ยง ที่ได้จากระบบสูบกลับในช่วงกลางคืนและนำมาผลิตกระแสไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระบวนการกำเนิดพลังงานไฮโดรเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7103</URL_LINK>
                <HASHTAG>กังหันลม, โรงไฟฟ้าพลังน้ำระบบสูบกลับ, โรงไฟฟ้าลำตะตอง, ไฮโดรเจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180414/image_big_5ad1ed67b6ecb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
