<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทท.ลุยเปิด&#039;ซอง5&#039;ข้อเสนอโครงการแหลมฉบังเฟส3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 เมษายน 2564 เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 &amp;nbsp;ได้พิจารณาซองที่ 4 ผลประโยชน์ตอบแทนด้านการเงินของกลุ่ม GPC ประกอบด้วย บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (PTT TANK) บริษัท ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และมีมติเห็นชอบกลุ่มกิจการร่วมค้า GPC ผ่านการประเมินซองที่ 4 และได้ทำการเปิดเอกสารข้อเสนอซองที่ 5 ซองข้อเสนอแนะในการเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ต่อหน้าผู้แทนกลุ่มกิจการร่วมค้า GPC ซึ่งได้มีการตรวจสอบเอกสารว่ามีการปิดผนึกในสภาพสมบูรณ์เหมือนเดิมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในการพิจารณาซองที่ 5 นั้นคณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้มีมติตั้งคณะทำงานช่วยพิจารณาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และพิจารณาร่างสัญญาร่วมทุนฯ โดยมีผู้แทนของกรรมการคัดเลือกฯ จากสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าคณะทำงาน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ จากนั้นคณะกรรมการคัดเลือกฯ จะพิจารณาร่างสัญญาฯ และสรุปเสนอต่ออัยการสูงสุดพิจารณาได้ประมาณกลางเดือน พ.ค.นี้ คาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาร่างสัญญาประมาณ 30 วัน เนื่องจากก่อนหน้านี้อัยการสูงสุดได้เคยเห็นชอบร่างสัญญาเบื้องต้นไว้แล้ว และหลังจากอัยการสูงสุดเห็นชอบร่างสัญญาฯ คณะกรรมการคัดเลือกฯ จะประชุมพิจารณาอีกครั้ง และนำเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) กทท.รับทราบ จากนั้นจะเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เพื่ออนุมัติร่างสัญญา และประกาศผลเพื่อดำเนินการลงนามต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะมีการรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อทราบด้วย สำหรับโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F วงเงิน 84,361 ล้านบาท ระยะเวลาสัมปทาน 35 ปี ตามแผนงานโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2568 และสอดคล้องกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) โครงการเมืองการบินอู่ตะเภา ที่จะแล้วเสร็จในปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และ เรือโท ยุทธนา โมกขาว รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร พร้อมด้วยคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการฯ ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกฯ ครั้งที่ 3/2564 หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบผลประโยชน์ตอบแทนภาครัฐของโครงการฯ โดยมีค่าสัมปทานคงที่มูลค่าสุทธิที่ 29,050 ล้านบาท และให้คณะกรรมการคัดเลือกฯ ดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศฯ กฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100281</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมลศักดิ์ พรหมประยูร, การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.), โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3, ้เปิดซอง 5 ข้อเสนอเพิ่มเติม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b1806690a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
