<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>๕ ปีวันคล้ายวันสวรรคต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (๑๓ ตุลาคม) ครบรอบ ๕ ปี วันคล้ายวันสวรรคต &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนกลับไป ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ เสด็จออกมหาสมาคมนอกพระนครครั้งแรก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนับเป็นการเสด็จออกมหาสมาคมครั้งสุดท้ายในรัชสมัยของพระองค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำรัสแก่ปวงชนชาวไทยในการพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม ในศุภวารมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ ณ ท้องพระโรง ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน &amp;nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอขอบพระทัย และขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง ที่มีไมตรีจิต พรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด รวมทั้งให้คำมั่นสัญญาโดยประการต่างๆ ข้าพเจ้าขอแสดงสนองพร และไมตรีจิตทั้งนั้น ด้วยใจจริงเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านเมืองของเราเป็นสุขสืบมาช้านาน เพราะเรามีความปึกแผ่นในชาติ และต่างบำเพ็ญกรณียกิจตามหน้าที่ให้สอดคล้องเกื้อกูลกัน เพื่อประโยชน์ของชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยทุกคนจึงควรจะตระหนักในข้อนี้ให้มาก และตั้งใจประพฤติตัวปฏิบัติงานให้สมฐานะและหน้าที่ เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ ความมั่นคงปลอดภัยของชาติบ้านเมืองไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคน ให้มีแต่ความผาสุก ร่มเย็นตลอดไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๗ เสด็จฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช โดยมีพระอาการไข้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดระยะเวลาที่ประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช จนถึงเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๙ พระอาการประชวรได้ดีขึ้นแลทรุดลงเป็นครั้งคราว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพระราชกรณียกิจครั้งสุดท้ายของพระองค์ คือ การพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ผู้พิพากษาประจำศาลต่างๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๘
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และการปรากฏพระองค์ครั้งสุดท้าย คือ การเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสภาพภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๙
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นพระอาการประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ จนเสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๙ เวลา &amp;nbsp;๑๕.๕๒ น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิริพระชนมพรรษา ๘๘ ปี ๓๑๓ วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงครองราชย์ ๗๐ ปี ๑๒๖ วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...คนไทยส่วนใหญ่ในประเทศนี้ยังไม่ลืม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และระลึกถึงพระองค์อยู่เสมอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็มีคนไทยจำนวนหนึ่ง ปลุกขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ขึ้นมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขบวนการนี้เคลื่อนไหวผ่านพรรคการเมือง ผ่านมวลชน โดยใช้สื่อโซเชียล บิดเบือนข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุดข้อมูลเดิมถูกทำให้ผิดเพี้ยน โดยนักการเมือง และนักวิชาการ ที่คั่งแค้นสถาบันพระมหากษัตริย์มานานหลายสิบปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยชุดข้อมูลใหม่ที่เพิ่งจะแต่งเติมช่วงปีสองปีที่ผ่านมา ปั่นหัวคนรุ่นใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และได้ผล...เพราะถูกนำไปผสมโรงกับความไม่พอใจทางการเมือง บวกกับความขัดแย้งทางการเมืองที่มีอยู่เดิม &amp;nbsp;ประชาชนแบ่งเป็นเสื้อสี พรรคการเมืองแบ่งเป็นขั้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือความเปราะบางของสังคมไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นการเติมด้วยข้อมูลเท็จจึงไม่ใช่เรื่องยาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเห็นได้ว่าเดือนตุลาคมปีนี้ มีการแต่งข้อมูลใหม่ๆ ขึ้นและเผยแพร่ในสื่อโซเชียล เพื่อโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นการเฉพาะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือแม้กระทั่งข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับในหลวง ร.๙ เช่นโครงการหลวง โครงการพระราชดำริ ซึ่งคนในพื้นที่โครงการรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร แต่กลับมีการบิดเบือนพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญ มีคนเชื่อโดยตั้งใจ และไม่ตรวจสอบข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ ๑๔ ตุลา ก็จะมีชุดข้อมูลบิดเบือนออกมาอีกเป็นระลอก หลังใช้ข้อมูลเท็จอธิบายเหตุการณ์ ๖ ตุลา ไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิชาการรุ่นใหม่ ฟังนักวิชาการรุ่นเก่าที่เป็นปฏิปักษ์กับสถาบันฯ แล้วตีความเหตุการณ์ใหม่ นำเสนอไปสู่คนรุ่นใหม่ เข้ารกเข้าพงไปอย่างตั้งใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔ ปีที่แล้ว ประวัติศาสตร์เดินได้ในขณะนั้น คือ พลตำรวจเอกวสิษฐ เดชกุญชร พูดในวันครบรอบ ๔๔ ปีเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการพูดที่อนุสรณ์สถาน ๑๔ ตุลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพูดของ พลตำรวจเอกวสิษฐ เดชกุญชร ในฐานะนายตำรวจราชสำนักประจำ ยังตรึงความคิดผู้คนมาจนถึงทุกวันนี้ &amp;nbsp;แม้ท่านจะจากไปแล้ว เมื่อปี ๒๕๖๑&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;....วันที่ ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖ ผมมีตำแหน่งเป็นนายตำรวจราชสำนักประจำ หน้าที่ของผมไม่ได้เกี่ยวกับการบ้านการเมือง แต่เกี่ยวกับการถวายความปลอดภัยต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมพระราชินีนาถ &amp;nbsp;และพระบรมวงศานุวงศ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ท่านก็คงจะทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นเลี่ยงการเมืองไม่พ้น เพราะเหตุว่าพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นประมุขของประเทศ และเป็นพระมหากษัตริย์ที่อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์กับรัฐบาลจึงเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติตามปกติ บังคับหลีกเลี่ยงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนเที่ยงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ผมได้รับคำสั่งให้ไปคอยรับผู้แทนของนิสิตนักศึกษาที่จะเข้าเฝ้าฯ พระเจ้าอยู่หัว ผมเพิ่งรู้ตอนนั้นว่าพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฝ้าฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็ไปคอยรับผู้แทนนิสิตนักศึกษาเหล่านี้ที่ประตูพระวรุณอยู่เจน ผมคอยอยู่ตั้งแต่เที่ยงจนบ่ายสองโมงจึงมีผู้แทนนิสิตนักศึกษาจำนวนหนึ่งมาถึงที่ประตู แต่ปรากฏว่ามายังไม่ครบ ต้องรอจนถึงบ่ายสี่โมงถึงได้มากันครบ แต่ขาดไปคนหนึ่ง ที่ขาดไปคือ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็นำผู้ที่มาแล้วไปที่ศาลาดุสิดาลัย คอยอยู่จนกระทั่ง &amp;nbsp;๑๗.๓๐ น. พระเจ้าอยู่หัวจึงได้เสด็จลง ตอนเสด็จลงผมไม่ได้อยู่ที่ศาลาดุสิดาลัยด้วย ผมจึงไม่ทราบว่ารับสั่งว่าอะไรบ้าง &amp;nbsp;แต่มารู้ทีหลังว่าเขาเฝ้าฯ กันอยู่จนเกือบสองทุ่มจึงกลับออกมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ระหว่างที่อยู่ในวังกำลังจะออกจากสวนจิตรลดานั้น &amp;nbsp;ผมก็ได้ยินผู้แทนนิสิตนักศึกษาที่อยู่ในวังปรารภขึ้นบอกว่า เราถูกหักหลังเสียแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า เขาก็บอกว่าคุณเสกสรรค์ซึ่งไม่ได้เข้าประชุมด้วย แล้วเป็นผู้ที่คุมการชุมนุมอยู่ข้างนอกได้ทำผิดข้อตกลงที่จะไม่เคลื่อนกำลังจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมาที่ลานพระราชวังดุสิต เพราะกังวลว่าถ้ามาถึงตรงนั้นแล้วอาจจะเลยมาถึงวังสวนจิตรลดา ซึ่งเขาไม่ต้องการจะให้เกิดขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพูดกันไม่รู้เรื่องและทำท่าว่าเหตุการณ์เริ่มไม่สงบ ผู้แทนนิสิตนักศึกษาก็ไม่ยอมออกจากวัง ผมก็ต้องรับหน้าที่ออกไปตามหาตัวคุณเสกสรรค์ให้เข้ามาในวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากมันนานมาแล้ว อาจจะนึกไม่ออก แต่ผมจำได้ว่าผมใช้รถตำรวจของกองปราบปราม แล้วพาผู้แทนนิสิตนักศึกษาขึ้นรถโฟล์กตู้เพื่อจะไปรับคุณเสกสรรค์ ที่หมายของเราคือลานพระราชวังดุสิต หวังว่าจะไปเจอคุณเสกสรรค์ที่นั่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปถึงแล้วขบวนรถหลุด ตามกันไม่ทัน คนมันเยอะเหลือเกิน รถตำรวจที่ผมนั่งอยู่ไม่ทันรถตู้ที่ผู้แทนนิสิตนักศึกษานั่งมาด้วย เมื่อก่อนไม่มีโทรศัพท์มือถือ การติดต่อลำบากมาก &amp;nbsp;วิธีการหาตัวคุณเสกสรรค์คือต้องไปหาโทรศัพท์บ้านที่อยู่ใกล้เคียงหรือในวัด แล้วโทรไปอีกเครื่องที่เดาว่าอยู่ใกล้ตัวคุณเสกสรรค์ ลงท้ายหลังจากที่ทุลักทุเลกันอยู่เราก็ได้ตัวคุณเสกสรรค์เข้ามาในวัง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณเสกสรรค์ในขณะนั้นเนื่องจากพูดปราศรัยติดต่อกันมา ๗ วัน ๗ คืน พูดเกือบไม่รู้เรื่อง เข้ามาถึงในวังแล้วเขาก็พบกันกับคุณธีรยุทธ บุญมี ซึ่งเป็นหัวหน้าของฝ่ายที่เข้าใจกันผิด ทั้งสองคนเถียงกันโดยมีผมคอยตะแคงหูฟังว่าเขาพูดอะไรกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อรู้ว่าเขาเข้าใจผิดเรื่องไหน เราซึ่งรู้เหตุการณ์ที่แท้จริงก็เป็นคนชี้แจงให้เข้าใจ คุณเสกสรรค์ป่วยมากถึงขนาดต้องให้หมอหลวงมาดูอาการ แล้วฉีดยาให้ ลงท้ายเขาก็พูดกันรู้เรื่อง &amp;nbsp;แต่ในขณะที่เขาพูดกันรู้เรื่อง ข้างนอกไม่รู้เรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิสิตที่อยู่ข้างนอกที่มีคนมากระซิบว่าเขาจัดการคน &amp;nbsp;(นิสิตนักศึกษา) ในวังหมดแล้วคือคุณพีรพล ตริยะเกษม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะข่าวนี้เองทำให้คนที่ชุมนุมกันอยู่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าเคลื่อนมาที่หน้าประตูพระวรุณอยู่เจนที่สวนจิตรลดา &amp;nbsp;เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่คนจำนวนแสนมาชุมนุมกันอยู่ที่หน้าวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอเป็นอย่างนั้นผมก็ขอร้องพวกที่อยู่ในวังที่พูดกันรู้เรื่องแล้วให้ไปเจรจากับคนที่อยู่ข้างนอกหน่อยว่าบัดนี้อะไรๆ ก็เรียบร้อยหมดแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งลงมาว่ารัฐบาลยอมปล่อยผู้ต้องหาทั้ง ๑๓ คนแล้ว แล้วก็ปล่อยตัวแล้ว นอกจากจะปล่อยแล้วยังมีข้อตกลงระว่างฝ่ายรัฐบาลกับผู้แทนนักศึกษาในวังเป็นลายลักษณ์อักษร และจะขอพระราชทานรัฐธรรมนูญใหม่ภายใน ๒๐ &amp;nbsp;เดือน แทนที่จะเป็น ๓ ปีตามที่รัฐบาลเคยบอก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อขอร้องให้ผู้แทนนิสิตไปชี้แจง ผู้แทนนิสิตบอกว่าเดี๋ยวเขาไม่เชื่อ อยากได้คนในวังไปด้วย ตอนนั้นคนในวังที่เป็นผู้ใหญ่มี ๓ คน คนหนึ่งคือหม่อมราชวงศ์ทองน้อย ทองใหญ่ อีกคนคือพันเอก เทียนชัย จั่นมุกดา (ยศในเวลานั้น) &amp;nbsp;แล้วก็มีผม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราก็ถามว่ามี ๓ คน เลือกเอาว่าจะเอาใครไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณเสกสรรค์ชี้ว่าเอาพี่ ก็คือผม ที่เอาผมก็เพราะผมเคยเป็นนิสิตจุฬาฯ และผมเขียนหนังสือขาย เป็นดาราทีวีด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็ทิ้งปืน ทิ้งวิทยุไว้ในวัง ออกไปแต่ตัว คนที่พาผมออกไปยังที่ชุมนุมก็คืออาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวทีที่ใช้ปราศรัยหน้าวังเป็นรถสองแถวคันไม่ใหญ่นัก ใช้หลังคาเป็นที่ยืนพูด ผมก็ปีนขึ้นไปบนหลังคารถกับอาจารย์สมบัติ พูดผ่านเครื่องขยายเสียง ผมก็อัญเชิญพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวที่สำนักพระราชวังเขาบันทึกไว้ แล้วขึ้นไปอ่านให้ที่ชุมนุมฟัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็ขึ้นไปอ่านพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว รายละเอียดเรื่องทั้งหมดอยู่ในหนังสือชื่อ เหตุเกิดในกรุงรัตนโกสินทร์ พิมพ์ครั้งแรกใน พ.ศ.๒๕๑๖
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็อ่านสำเนาพระราชดำรัสและแถมท้ายว่า เมื่อพระเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งแบบนี้ เหตุการณ์ยุติลงแล้ว ผมเห็นว่าพวกเราสมควรยุติการชุมนุมและกลับบ้านกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมบอกว่าพระเจ้าอยู่หัวของท่านทั้งหลายไม่ได้บรรทมมา ๗ วัน ๗ คืนแล้ว เพราะเป็นห่วง รอฟังสถานการณ์บ้านเมือง พอผมพูดจบ ที่ประชุมก็ปรบมือกัน ใครก็ไม่ทราบเป็นต้นเสียงให้ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีพร้อมๆ กัน คนแสนคนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีดังกระหึ่มหันหน้าไปทางพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ผมคุกเข่าลงร้องไห้ด้วยความปีติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากความปีติอยู่ได้ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้นเอง ผมกำลังปีนกลับลงจากหลังคารถสองแถว ได้ยินเสียงระเบิดตูมขึ้นทีหนึ่ง ปรากฏว่าเป็นนักเรียนอาชีวะคนหนึ่งพกระเบิดขวดในกระเป๋าแล้วระเบิดโดยอุบัติเหตุ ทีแรกได้ยินเสียงระเบิดก็ใจหายเลย นึกว่าจะเป็นสมรภูมิที่หน้าวัง แต่พอรู้ว่าเป็นแค่นั้นก็คิดว่าคงไม่มีอะไรมากกว่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ต่อมาอีกสักประเดี๋ยวเดียวก็ได้ยินเสียงตูม ตูม คราวนี้ไม่ใช่ระเบิดขวด แต่เป็นเสียงระเบิดแก๊สน้ำตา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนผู้ชุมนุมกำลังจะกลับโดยแยกย้ายกันเดินออกไปทุกทิศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่ประสบเหตุปะทะกับตำรวจนั้นคือผู้ที่เดินกลับจากวังไปทางถนนราชวิถี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมมาทราบทีหลังว่าที่เกิดปะทะกันขึ้น เพราะตำรวจได้รับคำสั่งว่าให้ปิดทางไม่ให้ประชาชนผ่านทางนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่สั่งไม่ให้ประชาชนกลับบ้านจนเป็นเหตุให้ปะทะกันขึ้นคือ พล.ต.อ.ประจวบ สุนทรางกูร ขณะนั้นท่านเป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ ผู้รับคำสั่งคือ พ.ต.ท.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น &amp;nbsp;(ยศในเวลานั้น) ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ต่อมาท่านได้เป็นอธิบดีกรมตำรวจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอเกิดการตีกันขึ้นก็เกิดข่าวปากต่อปากแจ้งว่าตำรวจฆ่านิสิตนักศึกษาที่หน้าวัง เท่านั้นเองการจลาจลก็กระจายออกไปทั่วกรุงเทพฯ นี่คือที่มาของมหาวิปโยคที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...นี่คือสิ่งที่คนรุ่นใหม่ควรเสพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119562</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผักกาดหอม, อ่านเอาเรื่อง, ๕ ปีวันคล้ายวันสวรรคต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff3197281d0b.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
