<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปปช.&#039; ชี้ &#039;ปารีณา&#039; ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. หากศาลฎีกาประทับรับฟ้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;10 ก.พ.64 - เวลา 14.00 น.ที่สำนักงาน​คณะกรรมการ​ป้องกัน​และ​ปราบปราม​การ​ทุจริต​แห่งชาติ​ (ป.ป.ช.)​ นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการป.ป.ช.แถลงว่า ป.ป.ช.มีมติว่ากรณีที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ยึดถือ ครอบครอง และใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบดังกล่าว เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีเป็น ส.ส.กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรง และกรณีเป็น ส.ส.กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรงตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 11&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อ 17 ประกอบ ข้อ 27 วรรคสอง&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายนิวัติไชย กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;โดยจากการไต่สวนปรากฏว่า น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ได้ร่วมกับนายทวี&amp;nbsp;ไกรคุปต์ บิดา เข้ายึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ พื้นที่จำนวน 711 -&amp;nbsp;2 -&amp;nbsp;93 ไร่ โดยมีพฤติการณ์ตั้งแค่ปี 2546 มีการขอใช้ไฟฟ้าต่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจอมบึง และชำระภาษีโรงเรือนและที่ดินต่อ อบต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เพื่อประกอบกิจการปศุสัตว์&amp;nbsp;ในปี พ.ศ. 2549-2556&amp;nbsp;มีการชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) ทั้ง 29 แปลง ต่อ อบต.รางบัว ซึ่งมีการกระจายการถือครองที่ดินดังกล่าวโดยอาศัยชื่อบุคคลอื่นซึ่งเป้นแรงงานที่อยู่ฟาร์มมาถือครองที่ดินในเอกสาร ภ.บ.ท. 5&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;จากนั้นในปี พ.ศ.2555 ได้มีการโอนกลับมาเป็นชื่อของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ทั้งหมด&amp;nbsp;และในปี พ.ศ.2557 อบต.รางบัวได้ยกเลิกการเก็บภาษีบำรุงท้องที่ดังกล่าว แต่ น.ส.ปารีณาก็ยังคงยึดถือ ครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว โดยไม่มีสิทธิครอบครองและมิได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ และ ส.ป.ก. แต่อย่างใด&amp;nbsp;กระทั่งในปี พ.ศ. 2555-2562 น.ส.ปารีณา ได้มีการขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต่อ อบต.รางบัว และใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม &amp;quot;เขาสนฟาร์ม&amp;quot;&amp;nbsp;และ &amp;quot;เขาสนฟาร์ม 2&amp;quot;&amp;nbsp;บนที่ดินดังกล่าวต่อกรมปศุสัตว์ และในปี พ.ศ.2561 ได้ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ปารีณา&amp;nbsp;ไกรคุปต์ จำกัด เพื่อประกอบกิจการดังกล่าว&amp;nbsp;กระทั่งเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2562 น.ส.ปารีณา ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ส.ส. โดยยังคงยึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐดังกล่าวโดยอ้างเอกสารแบบแสดงรายการที่ดินฯ (ภ.บ.ท. 5) ทั้ง 29 แปลงที่ถูกยกเลิกไปแล้ว เป็นพื้นที่ 711 -&amp;nbsp;2 -&amp;nbsp;93 ไร่ โดยคำนวณค่าเสียหายเป็นตัวเงิน จำนวน 36,224,791 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนแล้วเห็นว่า การที่ น.ส.ปารีณา ในฐานะผู้แทนของประชาชน ซึ่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยปราศจากความขัดกันแห่งผลประโยชน์ และต้องประพฤติปฏิบัติตนให้ถูกต้องเป็นแบบอย่างที่ดี อยู่ในกรอบของจริยธรรมในการดำรงตน เคารพ ยึดถือ และปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ซึ่งบัญญัติออกมาเพื่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือประโยชน์ของรัฐ มากกว่าการคำนึงถึงประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องนั้น แต่กลับไม่ยึดถือระเบียบ หลักเกณฑ์ กฎหมาย และไม่ประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ หรือเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดินที่มีเจตนารมณ์เพื่อต้องการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบความเดือดร้อน และลด ความเหลื่อมล้ำในฐานะของบุคคลในทางเศรษฐกิจและสังคม จึงมีมติว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาโดยตรงเพื่อวินิจฉัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;คดีดังกล่าวจะเป็นมาตรฐานใหม่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งกรณีของ น.ส.ปารีณา ถือเป็นสำนวนแรกของ&amp;nbsp;ส.ส.ในการกระทำผิดฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ส่วน น.ส.ปารีณาจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. หรือไม่นั้น ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 2561 ระบุว่า เมื่อ ป.ป.ช. ส่งศาลฎีกาไปแล้ว ศาลฎีกาประทับรับฟ้อง ก็จะเป็นเหตุให้ ส.ส. หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที เว้นแต่ศาลจะวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นอาจจะไม่ต้องปฏิบัติหน้าที่ก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ส่วนการดำเนินการของ ป.ป.ช.ในการส่งเรื่องไปยังศาลฎีกานั้นจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่ให้เกินกรอบภายใน 30 วัน อย่างไรก็ตามขณะนี้มีการยื่นคำร้องในแง่จริยธรรม กรณี ส.ส หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น มีการยึดถือครอบครองที่ดินภ.บ.ท. 5 แต่กรณีนี้ก็ต้องไปตรวจสอบว่ายึดถือครอบครองตั้งแต่เมือ่ไหร่ ปัจจุบันยังมีการยึดถือครอบครองหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยมีจำนวนหลายสิบคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92624</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบุกรุกป่าสงวน, นิวัติไชย เกษมมงคล, ปปช., ปารีณา ไกรคุปต์, ​คณะกรรมการ​ป้องกัน​และ​ปราบปราม​การ​ทุจริต​แห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_6023a71ce954e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
