<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำเตือนจากแบงก์ชาติ:ความเสี่ยงสูง คนไทยห้ามชะล่าใจเป็นอันขาด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมนัด ดร.​วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติสัมภาษณ์เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อประเมินภาพรวม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เศรษฐกิจโลกและไทย...คำถามหลักคือมีอะไรที่คนไทยต้องเป็นห่วงและเตรียมการตั้งรับบ้าง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบที่ชัดเจนคือ &amp;ldquo;เราชะล่าใจไม่ได้กับความเสี่ยงที่อยู่ข้างหน้า&amp;rdquo;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเราไม่อาจฝืนกระแสโลกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงครามการค้าโลกที่โดนัลด์ ทรัมป์เปิดเกมกับจีน, สหภาพยุโรปและแคนาดามีผลกว้างไกล ทั้งด้านบวกและลบสำหรับไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบวกไม่ต้องห่วง แต่ด้านลบจะส่งผลกระทบที่เราประมาทไม่ได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เศรษฐกิจโลกวันนี้พื้นฐานเข้มแข็งพอสมควร เศรษฐกิจประเทศอุตสาหกรรมหลักๆ โดยเฉพาะอเมริกา มีการขยายตัวที่ชัดเจนจนเขาบอกให้เลิกใช้คำว่า &amp;ldquo;ฟื้นตัว&amp;rdquo; ควรใช้คำว่า &amp;ldquo;ขยายตัว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งบอกว่าสถานการณ์ขณะนี้เรียกว่า expansion ไม่ใช่แค่ recovery
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และอาจจะเข้าเขต overheating หรือร้อนเกินควรด้วยซ้ำไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลที่ตามมาคือความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยก็ค่อนข้างดี ปีนี้น่าจะอยู่ที่ 4.4 เปอร์เซ็นต์ ภาคส่งออกและท่องเที่ยวดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่ก็ไม่ค่อยกระจายตัวไปสู่ประชาชนโดยเฉพาะในฐานล่างเช่นภาคเกษตร แม้เราจะเริ่มเห็นการกระจายตัวที่ดีขึ้นกว่าเดิม...&amp;rdquo; ผู้ว่าฯ วิรไทบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าภาพใหญ่ทางเศรษฐกิจจะดูดีขึ้น แต่ &amp;ldquo;ความเสี่ยง&amp;rdquo; ก็มีให้เห็นอย่างชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือที่มาของคำเตือนจากผู้ว่าการธนาคารกลางว่าเรา &amp;ldquo;ชะล่าใจ&amp;rdquo; ไม่ได้เป็นอันขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นโยบายของทรัมป์เป็นสาเหตุสำคัญของความเสี่ยงที่โลกกำลังเผชิญและไทยก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณวิรไทบอกว่าทรัมป์เริ่มเปิดศึกการค้าด้วยสินค้าบางประเภทก่อน เช่นเครื่องซักผ้า อะลูมิเนียม &amp;nbsp;เหล็ก จากนั้นก็ขยายตัวเป็นหมวดสินค้าที่ใหญ่ขึ้น เช่นชิ้นส่วนยานยนต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งกระทบทั้งโลก...เพราะอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์เป็นผลิตภัณฑ์ในห่วงโซ่การผลิต ห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงระดับสากล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยเราก็อยู่ในห่วงโซ่นี้อย่างปฏิเสธไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นโยบายกีดกันทางการค้าของทรัมป์เริ่มจะมีเป้าหมายกับบางประเทศโดยเฉพาะประเทศใหญ่ๆ อย่างจีนและยุโรป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจีน สินค้าที่ส่งออกที่มีมูลค่าสูงเช่นอิเล็กทรอนิกส์เป็นเป้าหลักของนโยบายทรัมป์เรื่องนี้...ต้องไม่ลืมว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าเพิ่มมาจากนอกประเทศจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จีนจะเป็นผู้ส่งออก แต่วัตถุดิบ และสินค้าขั้นกลางมาจากประเทศในตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงไทยที่จีนนำเข้าไปประกอบก่อนส่งออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ไทยจะไม่ใช่เป้าหมายโดยตรงของนโยบายทรัมป์ แต่เราก็โดนลูกหลงได้อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณวิรไทยืนยันว่า &amp;ldquo;เราต้องจับตาเรื่องนี้เพื่อประเมินผลกระทบต่อไทย แม้ผลทางตรงค่อนข้างน้อย &amp;nbsp;แต่เราชะล่าใจไม่ได้เพราะหากมาตรการนี้ขยายไปผลิตภัณฑ์อื่นๆ แม้เราจะไม่ได้เป็นประเทศส่งออกไปอเมริกาโดยตรง แต่เราอาจส่งออกผ่านจีน...แปลว่าเราถูกกระทบได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกประเด็นหนึ่งที่อาจจะไม่ค่อยได้พูดถึงกันเพราะมันวัดผลยาก คือสิ่งที่เรียกว่า &amp;ldquo;ความบิดเบือน&amp;rdquo; ที่จะเกิดขึ้นจากเมื่อเวลาที่มีมาตรการพวกนี้ขึ้นมา หรือมีการตอบโต้ระหว่างประเทศ จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า &amp;nbsp;trade diversion&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นเช่นหากผู้ส่งออกจีนที่เคยส่งออกไปอเมริกา พอเจอกำแพงภาษี ส่งออกไม่ได้ ก็ต้องหาตลาดใหม่ อาจจะเทขายถูกๆ มาในตลาดบ้านเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้นสินค้าบางอย่างที่เราอาจจะไม่ได้เป็นผู้ส่งออกเลย แต่ถ้ามีโอกาสที่จะถูกชาติอื่นมาดัมป์ตลาดในบ้านเรา ก็จะมีผลกระทบกับผู้ผลิตในประเทศเราอยู่ดี&amp;rdquo; ผู้ว่าฯ ธนาคารกลางบอกผม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่คำว่า trade diversion ก็อาจมีผลด้านบวกได้ เช่นสินค้าจีนที่เคยส่งออกไปอเมริกาได้ วันนี้ส่งออกไม่ได้เพราะมาตรการภาษีที่พุ่งเป้าไปที่จีน ก็เป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยสามารถส่งออกได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความอยู่รอดของไทยจึงอยู่ที่ความสามารถในการปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่แหลมคม, ดุเดือดและฉับพลันกว่าแต่ก่อนมากมายหลายเท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรับตัวไม่ทันไม่เพียงแต่จะเสียโอกาสเท่านั้น หากแต่ยังอาจมีผลกระทบถึงขั้นว่าผู้ประกอบการบางรายจะอยู่รอดหรือไม่ด้วยซ้ำไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันคือเดิมพัน &amp;quot;ความเป็นความตาย&amp;quot; ของธุรกิจกันเลยทีเดียว!
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14064</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ธนาคารแห่งประเทศไทย, สุทธิชัย หยุ่น, แบงก์ชาติ, ​วิรไท สันติประภพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
