<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 15:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอสซีจีรับบริโภคซบเซากระทบยอดวัสดุก่อสร้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ.2564 นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี ​เปิดเผยว่า​​แนวโน้มเศรษฐกิจในครึ่งปี 2564 นี้ มองว่าการส่งออกยังดีแต่ในด้านของการอุปโภคบริโภคในประเทศอาจจะมีอัตราการเติบโตที่ลดลง เนื่องจากจากการแพร่ระบาดของโควิค-19ในระยะที่ 2 ดังนั้นการกระจายวัคซีน ให้ทั่วถึง จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ​ &amp;nbsp;ขณะที่ภาคของการท่องเที่ยวยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่อง ซึ่งภาครัฐควรเร่งหาวัคซีนป้องกันให้ประชาชนได้รับอย่างทั่วถึง และมีความปลอดภัยโดยเร็ว เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น​ เพราะยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่านักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะเข้ามาได้เมื่อไหร่​จึงจำเป็นต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวในประเทศไปก่อนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินธุรกิจในปี2564​ บริษัทจะมุ่งดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ตลอดกระบวนการทำงาน โดยพร้อมปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ ด้วยการให้ความสำคัญกับการบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ (Business Continuity Management - BCM) และการลงมือปฏิบัติให้รวดเร็วทันต่อสถานการณ์ ควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและสร้างการเติบโตระยะยาว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกลยุทธ์ 2 ด้านที่จะนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจในปี2564 &amp;nbsp;ประกอบด้วย​ 1.ดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG (สิ่งแวดล้อม , สังคม , การกำกับดูแล) โดยนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และนำของเหลือใช้จากกระบวนการผลิตกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลให้ได้มากที่สุด และมุ่งต่อยอดนวัตกรรมสู่ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อตอบโจทย์การใช้พลังงานทางเลือก และ 2. ปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจสู่นิว นอร์มอล โดยให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาช่องทางออนไลน์ เพื่อเสนอสินค้าและบริการ พร้อมโซลูชันครบวงจร ตอบสนองความต้องการและวิถีชีวิตของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปีนี้ธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างได้รับกระทบต่อเนื่องมากที่สุด เนื่องจากการก่อสร้างใหม่ๆทั้งที่อยู่อาศัยและโครงการคอมเมอร์เชียลของภาคเอกชนจะน้อยลงในช่วงครึ่งแรกของปีดังนั้นคงต้องเน้นการก่อสร้างจากการลงทุนของภาครัฐเป็นหลัก ขณะที่ธุรกิจแพคเกจจิ้ง​คาดว่าจะมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน อาหารและเครื่องดื่มสินค้าเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพอนามัย ดังนั้นบริษัทต้องมีการออกแบบผลิตภัณฑ์และมีนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้มากที่สุด​ส่วนด้านเคมิคอล คงต้องจับตามอง อุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเปลี่ยนไปสู่ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี ดังนั้นบริษัทต้องเข้าไปถึงซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อผลิตสินค้ามารองรับกับอุตสาหกรรมดังกล่าว เป็นต้น&amp;rdquo;นายรุ่งโรจน์​ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92610</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี, รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส, ​​แนวโน้มเศรษฐกิจในครึ่งปี 2564</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_60239c6850809.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
