<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 21:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>​​​​​​​ปอกเปลือกสุนทรพจน์ไบเดนต่อยูเอ็น 2021</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ภาพ : ประธานาธิบดีโจ ไบเดน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เครดิตภาพ : https://www.whitehouse.gov/wp-content/uploads/2021/04/P20210303AS-1901.jpg&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวสุนทรพจน์ต่อสมัชชาสหประชาชาติประจำปี 2021 เมื่อเดือนกันยายน มีสาระสำคัญและข้อวิพากษ์ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการแรก คุณค่าที่ยึดถือ ความท้าทายร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรคระบาดโควิด-19 เป็นประเด็นแรกที่ไบเดนเอ่ยถึง คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกกว่า 4.5 ล้านคนแล้ว เป็นความท้าทายเร่งด่วนของประชาคมโลกอันจะก่อเกิดโอกาสมหาศาล หวังทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์เอาชนะโควิด-19 ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด และเตรียมพร้อมสำหรับโรคระบาดในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นอีกความท้าทายที่กำลังคุกคามทุกมุมโลก รับรู้ได้ถึงภูมิอากาศแบบสุดขั้ว เผชิญภัยแล้งกับน้ำท่วม ไฟป่ากับพายุที่รุนแรงขึ้น คลื่นความร้อนที่ยาวนานกว่าเดิมและน้ำทะเลหนุนสูง สหรัฐจะเพิ่มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พาหนะไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นคำถามว่าสหประชาชาติจะแสดงบทบาทเรื่องเหล่านี้เพื่อมนุษยชาติหรือไม่ จะธำรงรักษากฎบัตรสหประชาชาติ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) หรือไม่ หรือยอมให้หลักการสากลเหล่านี้ถูกบิดเบือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหรัฐจะเป็นแชมป์ผู้เชิดชูคุณค่าประชาธิปไตย ยึดมั่นเสรีภาพ ความเท่าเทียม โอกาสและสิทธิมนุษยชนสากล ประณามการกดขี่เพราะเชื้อชาติศาสนาที่แตกต่าง จะไม่อ่อนน้อมต่อลัทธิอำนาจนิยม (authoritarianism) ประชาธิปไตยจะไม่ยอมแพ้พวกอำนาจนิยม แม้ไม่มีประเทศใดเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ แต่สหรัฐจะยึดมั่นหลักการเหล่านี้ด้วยความเชื่อว่าประชาธิปไตยจะปลดปล่อยศักยภาพคนออกมามากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิพากษ์ : ในขณะที่การส่งเสริมสิทธิมนุษยชนเป็นยุทธศาสตร์แม่บท (Grand strategy) มีนโยบายส่งเสริมให้ทุกชาติเป็นประชาธิปไตย สัมพันธ์กับการชี้ว่าใครเป็นมิตรเป็นศัตรู แต่ข้อมูลอีกด้านกลับพบว่ารัฐบาลสหรัฐนี่แหละละเมิดสิทธิมนุษยชน มีคำถามว่าจริงใจแค่ไหนต่อการส่งเสริมเสรีประชาธิปไตยในต่างแดน หรือเป็นเครื่องมือหวังผลประโยชน์ของตนมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องแปลกแต่จริง รัฐบาลชุดที่แล้วถอนตัวออกจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ให้เหตุผลว่าข้อสรุปของ UNHRC ต่ออิสราเอลไม่เป็นธรรม (ที่ชี้ว่าอิสราเอลละเมิดสิทธิมนุษยชนปาเลสไตน์) น่าคิดว่าด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้ถึงกับต้องถอนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากเหตุการณ์ดังกล่าวรัฐบาลรัสเซียแถลงว่าเป็นอีกครั้งที่รัฐบาลสหรัฐแสดงความเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ (boorish cynicism) ไม่ยอมรับว่าตัวเองละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ ทั้งยังชี้หน้าตำหนิประเทศอื่นละเมิดสิทธิมนุษยชน พยายามชักนำให้ UNHRC ทำตามที่ตนเองต้องการ การถอนตัวดังกล่าวเป็นอีกครั้งที่ชี้ว่าไม่ยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนจริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องแก้ไขภาวะโลกร้อนนั้นต้องขึ้นกับว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะต่อต้านหรือสนับสนุน ดังที่ทรัมป์ปฏิเสธไม่ยอมรับเรื่องโลกร้อน ปฏิเสธข้อมูลหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แม้กระทั่งจากหน่วยงานสหรัฐเอง จึงเอาแน่เอานอนกับรัฐบาลสหรัฐไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลกร้ายของประเทศนี้คือรัฐบาลหนึ่งถอนตัวจากข้อตกลงนานาชาติ รัฐบาลถัดมาเข้าร่วมอีกครั้ง รัฐบาลหนึ่งไม่ยอมรับ UNHRC อีกรัฐบาลขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกอีกรอบ รวมความแล้วไม่ว่าจะเรื่องโลกร้อนหรือสิทธิมนุษยชนต่างไม่คืบหน้าเท่าที่ควร คงไม่เกินไปถ้าจะกล่าวว่านี่คือเทคนิคการดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 2 อยากร่วมมือกับพันธมิตร นานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหรัฐพุ่งความสนใจต่อภูมิภาคที่สำคัญ เช่น อินโด-แปซิฟิกซึ่งจะมีผลสำคัญต่อวันนี้และพรุ่งนี้ จะร่วมมือกับพันธมิตร หุ้นส่วน สถาบันระหว่างประเทศ เพื่อขยายความเข้มแข็งร่วม เข้าจัดการความท้าทายต่างๆ ของโลก เป็นความจริงที่ว่าความสำเร็จของประเทศอื่นๆ ช่วยให้ประเทศตนสำเร็จด้วย จึงจำต้องเข้าพัวพันนานาชาติอย่างลึกซึ้ง มีอนาคตร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความมั่นคงของสหรัฐ การอยู่ดีกินดีและเสรีภาพทั้งหมดสัมพันธ์กัน และผูกพันยิ่งขึ้นในยุคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลอด 8 เดือนที่ผ่านมาได้ตอกย้ำข้อตกลงนาโต ร่วมกับสมาชิกนาโตสร้างแนวคิดยุทธศาสตร์ใหม่รับมือภัยคุกคามที่เข้ามา สหรัฐจะเข้าพัวพันกับสหภาพยุโรปซึ่งเป็นหุ้นส่วนหลัก (fundamental partner) ในทุกมิติ ได้ยกระดับกลุ่มภาคี Quad ซึ่งประกอบด้วยออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่นและสหรัฐ รับมือความท้าทายตั้งแต่เรื่องสุขภาพ สภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้าพัวพันกับสถาบันระดับภูมิภาค เช่น อาเซียน สหภาพแอฟริกา (African Union) องค์การรัฐอเมริกัน (OAS) ให้ความสำคัญกับประเด็นเร่งด่วนของแต่ละภูมิภาค ร่วมเวทีระหว่างประเทศต่างๆ เป็นสมาชิก COVAX เข้าร่วมข้อตกลงโลกร้อนปารีสอีกครั้ง (Paris Climate Agreement) และจะเข้าร่วม UNHRC ในปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิพากษ์ : เป็นความจริงที่นาโตเป็นพันธมิตรด้านการทหารเก่าแก่ เป็นความจริงอีกที่สหรัฐสัมพันธ์กับชาติยุโรปโดยเฉพาะที่เป็นสมาชิกนาโตอียู แต่อีกด้านต้องมองว่าหลายประเทศในอียูเพิ่มความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีนอย่างต่อเนื่อง เยอรมนีเพิ่มขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีน รวมถึงยืนยันซื้อก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียเพิ่มเติม เดินหน้าสร้างท่อก๊าซ Nord Stream 2 แทนที่จะซื้อจากสหรัฐตามที่รัฐบาลสหรัฐร้องขอ ไม่สนใจว่าการขยายความสัมพันธ์กับจีนรัสเซียเช่นนี้จะส่งเสริมให้ 2 ประเทศนั้นเข้มแข็งขึ้น เชื่อมต่อกันมากขึ้นหรือไม่ (ตรงข้ามกับยุทธศาสตร์ปิดล้อม) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 3 พร้อมใช้กำลังถ้าจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหรัฐพร้อมใช้กำลังถ้าจำเป็นเพื่อปกป้องตัวเอง พันธมิตร ปกป้องผลประโยชน์สำคัญยิ่งของตน รวมถึงภัยคุกคามที่จวนจะถึงตัวแล้ว (imminent threat) แต่การใช้กำลังจะเป็นวิธีสุดท้าย มีหลายอย่างที่ไม่สามารถจัดการด้วยอาวุธ เช่น โรคระบาดโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิพากษ์ : การเอ่ยถึงภัยคุกคามจวนตัวทำให้นึกถึงหลักนิยม &amp;ldquo;ชิงลงมือก่อน&amp;rdquo; (preemption) ของรัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู. บุช เป็นที่มาของการบุกอิรักโค่นล้มรัฐบาลซัดดัม ฮุสเซน โดยอ้างหลักฐานว่ารัฐบาลซัดดัมมีอาวุธนิวเคลียร์ซึ่งทั่วโลกประจักษ์แล้วว่าเป็นเรื่องโกหกหลอกลวง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 4 กฎระเบียบการค้าโลกใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหรัฐกำลังมองหากฎกติกาการค้าโลกใหม่ หลักการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ ที่ไม่เอื้อประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่เห็นด้วยหากประเทศแข็งแรงครอบงำผู้อ่อนแอ ไม่ว่าจะด้วยกำลัง แรงกดดันทางเศรษฐกิจ การขูดรีดด้วยเทคโนโลยี ข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิพากษ์ : แม้ไบเดนไม่ใช้คำพูดเดียวกับทรัมป์ แต่เป็นแนวคิดที่สานต่อจากรัฐบาลชุดก่อนที่เห็นว่าระเบียบการค้าโลกปัจจุบันไม่ถูกต้องเสียแล้ว (ทั้งๆ ที่สหรัฐกับพวกเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสร้างระเบียบการค้าโลกที่เป็นอยู่) มีกระแสข่าวทรัมป์คิดจะถอนตัวออกจากองค์การค้าโลก สมัยทรัมป์วางแนวทางว่าห้ามประเทศใดเกินดุลการค้าตน (แต่ไม่ห้ามหากประเทศใดขาดดุลอเมริกา) รัฐบาลสหรัฐมีบทลงโทษเฉพาะต่อประเทศเหล่านั้น เกิดศัพท์ใหม่ว่าการค้าเสรีแต่ต้องยุติธรรมด้วย (free and fair trade) มีคำถามว่าหลักการดังกล่าวหมายถึงอย่างไรกันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 5 จะไม่ก่อสงครามเย็นหรือแบ่งขั้วอย่างเข้มข้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในที่ประชุมสมัชชาไบเดนกล่าวว่า ขอพูดชัดๆ อีกครั้งว่าสหรัฐจะไม่ก่อสงครามเย็นใหม่หรือแบ่งโลกเป็นขั้วอย่างเข้มข้นอีก พร้อมแก้ทุกปัญหาด้วยสันติวิธี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิพากษ์ : ไม่กี่วันก่อนหน้านั้นอันโตนิโอ กูเตอร์เรส&amp;nbsp; (Ant&amp;oacute;nio Guterres) เลขาธิการยูเอ็นเตือนจีนกับสหรัฐให้หลีกเลี่ยงสงครามเย็นรอบใหม่ ขอให้ทั้ง 2 ประเทศร่วมมือกัน ปรับความสัมพันธ์ก่อนบานปลาย &amp;ldquo;ทุกวันนี้มีแต่เผชิญหน้ากัน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำถามคือ ถ้ารัฐบาลสหรัฐไม่ก่อสงครามเย็น เท่ากับจีนพยายามทำใช่หรือไม่ หรือว่าเลขาธิการยูเอ็นเข้าใจผิด หรือมีใครสักคนกำลังโกหก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การประกาศพันธมิตรทางทหารอินโด-แปซิฟิก ระหว่างสหรัฐ-อังกฤษ-ออสเตรเลีย หรือ AUKUS เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา และการประชุมสุดยอดกลุ่มภาคี Quad เมื่อวันศุกร์ถูกวิพากษ์อย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเรื่องปกติที่ผู้นำประเทศจะพูดแต่เรื่องดีๆ ส่งเสริมภาพลักษณ์ของตนในเวทีใหญ่ ในอีกด้านทุกถ้อยคำเป็นหลักฐานชั้นดีบ่งบอกว่าสิ่งที่พูดกับสิ่งที่ทำตรงกันหรือไม่ ในที่สุดประชาคมโลกจะตัดสิน. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117830</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญชัย คุ้มปัญญา, สถานการณ์โลก, ​​​​​​​ปอกเปลือกสุนทรพจน์ไบเดนต่อยูเอ็น 2021</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e089f896a7c6.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
