<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>​​​​​​​ฝรั่งเศส-แอลจีเรีย เป้าหมายใดในความขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ภาพเหตุสังหารหมู่เซติฟในแอลจีเรีย เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 1945 ทำให้ชาวแอลจีเรียเสียชีวิตเรือนหมื่น (ภาพจาก jazairhope.org)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;บรรดาประเทศทุกทวีปทั่วโลกที่ฝรั่งเศสเคยได้เป็นเมืองขึ้น นักประวัติศาสตร์ล้วนเห็นพ้องว่าแอลจีเรียได้รับความสูญเสียมากที่สุด และชาติที่เจ็บแค้นฝรั่งเศสมากที่สุดก็ต้องยกให้แอลจีเรียเช่นกัน แต่แทนที่ฝรั่งเศสจะพยายามหลีกเลี่ยงการสะกิดอารมณ์ขุ่นเคืองของคนในอดีตอาณานิคม 130 ปีแห่งนี้ หลายครั้งฝรั่งเศสกลับเป็นฝ่ายเติมเชื้อไฟเสียเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลายเดือนที่แล้วฝรั่งเศสประกาศลดจำนวนวีซ่าเดินทางเข้าประเทศสำหรับพลเมืองแอลจีเรียและโมร็อกโกลงไปเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งจากเดิม ส่วนตูนิเซียถูกลดลงไป 1 ใน 3 เพื่อเป็นตอบโต้กรณีทั้ง 3 ชาติล่าช้าเฉื่อยแฉะในการออกเอกสารรับพลเมืองของตนกลับเข้าประเทศจากการที่ถูกฝรั่งเศสเนรเทศออกไปฐานเข้าเมืองผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เฉพาะของแอลจีเรีย ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนกรกฎาคม รัฐบาลฝรั่งเศสได้ออกคำสั่งเนรเทศไปถึง 7,731 คน แต่ทางการแอลจีเรียจัดเตรียมเอกสารให้สำหรับการส่งตัวผู้กระทำผิดเหล่านั้นเพียงแค่ 31 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาตรการลดโควตาวีซ่าดังกล่าวส่งผลให้การเยี่ยมญาติในฝรั่งเศสของชาวแอลจีเรียประสบปัญหา รมว.ต่างประเทศของแอลจีเรียเรียกเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำกรุงแอลเจียร์เข้าพบเพื่อประท้วงมาตรการของรัฐบาลฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เป็นการตัดสินใจฝ่ายเดียวของทางฝรั่งเศส ไม่มีการประสานงานกับทางฝั่งแอลจีเรีย&amp;rdquo; รมว.ต่างประเทศแอลจีเรียให้สัมภาษณ์ และว่า &amp;ldquo;น่าสงสัยว่าอะไรคือแรงจูงใงของฝรั่งเศส&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่กี่วันต่อมา &amp;ldquo;เอมมานูเอล มาครง&amp;rdquo; ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ทำให้สถานการณ์แย่ลงไปด้วยการกล่าวกับลูกหลานของฮาร์กิ (Harki) อดีตแอลจีเรียนที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารฝรั่งเศสในสงครามเพื่อเอกราชของแอลจีเรีย (ค.ศ.1954-1962) ที่ทำเนียบประธานาธิบดี วังเอลิเซ กรุงปารีส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำกล่าวของมาครง บางช่วงบางตอน ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การสร้างชาติแอลจีเรียเป็นปรากฏการณ์ที่คุ้มค่าในการจับตามองเป็นอย่างยิ่ง อยากถามว่าก่อนหน้าที่ฝรั่งเศสจะเข้าไปยึดครองมีชาติของชาวแอลจีเรียแล้วหรือไม่? นั่นคือคำถาม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;มันมีการยึดครองอยู่ก่อนนั้นแล้ว ผมแปลกใจที่ได้เห็นความสามารถของตุรกีในการทำให้ผู้คนลืมบทบาทของพวกเขาในแอลจีเรียไปหมดสิ้น แล้วอธิบายว่าฝรั่งเศสคือผู้เป็นเจ้าอาณานิคมเพียงรายเดียว ยอดเยี่ยมมาก ชาวแอลจีเรียก็เชื่อสนิท&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประวัติศาสตร์ของแอลจีเรียถูกเขียนขึ้นมาใหม่ ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความจริง แต่อยู่บนพื้นฐานของความเกลียดชังต่อฝรั่งเศส&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีมาครงกล่าวด้วยว่า หลังจากแอลจีเรียได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสในปี 1962 แล้วนั้น แอลจีเรียก็สร้างชาติขึ้นบน &amp;ldquo;การยืมความทรงจำ&amp;rdquo; โดยระบบการทหารนำการเมือง และยัดเยียดให้คนรับรู้ว่าปัญหาทั้งหมดมาจากฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาครงบอกว่าเขาต้องการจะผลิตสื่อเป็นภาษาอาหรับและเบอร์เบอร์เพื่อโต้แย้ง &amp;ldquo;ข้อมูลเท็จ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;โฆษณาชวนเชื่อ&amp;rdquo; นำไปเผยแพร่ในมาเกร็บ ภูมิภาคที่เคยถูกชนชาวเติร์กปกครองและเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ มาเกร็บ หรือ &amp;ldquo;อัลมัฆริบ&amp;rdquo; (Magherb) เป็นภาษาอาหรับ แปลว่า &amp;ldquo;ตะวันตก&amp;rdquo; ซึ่งก็คือดินแดนแอฟริกาตะวันตกเฉียงเหนือ ปัจจุบันกินพื้นที่ครอบคลุมประเทศแอลจีเรีย โมร็อกโก ตูนิเซีย ลิเบีย และมอริเตเนีย ชนชาติดั้งเดิมคือชาวเบอร์เบอร์ หรือที่ชาวคริสต์ยุโรปเรียกว่าชาวมัวร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้นเดือนตุลาคม ทางการแอลจีเรียตอบโต้คำพูดของประธานาธิบดีมาครงด้วยการห้ามเครื่องบินของฝรั่งเศสบินผ่านน่านฟ้าของพวกเขาไปยังฐานทัพอากาศในเขตซาเฮล ติดเขตแดนทางตะวันตกเฉียงใต้ของแอลจีเรีย ซึ่งฝรั่งเศสกำลังสู้รบอยู่กับกองกำลังก่อความไม่สงบในประเทศมาลี อย่างไรก็ตาม โฆษกกองทัพอากาศฝรั่งเศสบอกว่าคำสั่งห้ามบินผ่านน่านฟ้าแอลจีเรียกระทบปฏิบัติการรบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สำนักประธานาธิบดีแอลจีเรียออกแถลงการณ์ประณามคำกล่าวของประธานาธิบดีมาครงอย่างเป็นทางการว่า เป็นการแทรกแซงกิจการภายในของแอลจีเรีย เป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามชาวแอลจีเรียที่ไม่อาจยอมรับได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;คำพูดของนายมาครงเป็นการดูหมื่นอย่างฉกรรจ์ต่อความทรงจำของผู้สละชีพ 5.63 ล้านคนในการต่อต้านการยึดครองของฝรั่งเศสอย่างกล้าหาญ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แถลงการณ์ระบุด้วยว่าอาชญากรรมนับไม่ถ้วนของนักล่าอาณานิคมฝรั่งเศสที่กระทำต่อแอลจีเรียตรงกับคำนิยามของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างสมบูรณ์แบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเวลาไล่เลี่ยกัน แอลจีเรียมีคำสั่งเรียกตัวทูตประจำฝรั่งเศสกลับประเทศ หลังจากเมื่อเดือนพฤษภาคมปีก่อนก็เคยเรียกกลับมาแล้วครั้งหนึ่ง กรณีสถานีโทรทัศน์ France5 เสนอสารคดีเกี่ยวกับการประท้วงของกลุ่ม Hirak ต่อต้านระบอบทหารในแอลจีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บทความใน world socialist web site (wsws.org) โดย &amp;ldquo;อันโทนี ตอร์เรส&amp;rdquo; วิจารณ์รัฐบาลฝรั่งเศสถึงมาตรการจำกัดการให้วีซ่าว่าจะส่งผลต่อชาวอดีตอาณานิคมของฝรั่งเศสทั้ง 3 ชาติที่ต้องการเดินทางไปเยี่ยมญาติในฝรั่งเศส ทำให้มีผู้เดือดร้อนหลายล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปี 2018 สถาบันสถิติแห่งชาติฝรั่งเศสเปิดเผยรายงานว่า มีผู้อพยพย้ายถิ่นมาจากดินแดนมาเกร็บประมาณ 1.9 ล้านคน ทายาทของพวกเขาที่เกิดในฝรั่งเศสกับผู้ปกครองจากมาเกร็บอย่างน้อย 1 คนอีก 2.4 ล้านคน หลานๆ ชาวมาเกร็บมีอีก 821,000 คน (ประเมินเมื่อปี 2011) ทำให้มีชาวมาเกร็บในฝรั่งเศสถึงราว 5.1 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาครงเหมือนจะตั้งสติได้ พูดถึงทางออกของวิกฤต พูดถึงความสงบสันติ พูดว่าเขามีความเคารพประชาชนชาวแอลจีเรียอย่างสูงสุด และมีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับประธานาธิบดี &amp;ldquo;อับดุลมะยึด ตะบูน&amp;rdquo; แต่แล้วก็กลับมาปกป้องคำพูดของตัวเองก่อนหน้านี้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เราได้เริ่มงานของเราแล้ว เราได้ขอให้เบนจาแมง สโตรา นักประวัติศาสตร์ ทำรายงานเกี่ยวกับเยาวชนฝรั่งเศส-แอลจีเรีย และผมจะทำต่อให้เสร็จ คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้นอีก เพราะมันเป็นเรื่องราวของบาดแผล ปัญหาคือมีคนจำนวนมากที่ไม่ยอมผ่อนปรนต่ออีกฝ่าย แต่เราก็อยู่ด้วยกันในประเทศเดียวกัน ดังนั้นเราต้องมีโปรเจ็กต์ระดับชาติไว้โอบกอดพวกเรา&amp;rdquo; ทั้งนี้สโตราได้รับการแต่งตั้งจากมาครงตั้งแต่กลางปีที่แล้วให้ทำรายงานในชื่อ &amp;ldquo;อนุสรณ์การตั้งอาณานิคมและผู้คนชาวแอลจีเรีย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีความเป็นชาติของแอลจีเรียก่อนหน้าการเข้ามายึดครองของฝรั่งเศสนั้น &amp;ldquo;จีเล มองเซอรอง&amp;rdquo; นักประวัติศาสตร์ ระบุว่า ความเป็นรัฐในดินแดนมาเกร็บตอนกลางนี้มีมาก่อนแล้วในหลายรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;คำกล่าวที่ว่าความรู้สึกในความเป็นชาติของชาวแอลจีเรียเพิ่งจะแพร่กระจายไปทั่วในช่วงสงครามเพื่อเอกราชนั้นก็เป็นความจริงอยู่ ซึ่งมันก็เป็นความรู้สึกเดียวกับความเป็นชาติฝรั่งเศส ที่เพิ่งเกิดขึ้นหลังการปฏิวัติฝรั่งเศสเช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สื่อมวลชนหลายราย รวมถึงสื่อของฝรั่งเศสเองวิเคราะห์ท่าทีของมาครงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาต่อแอลจีเรียว่า ที่จริงแล้วเขาไม่ได้พูดกับลูกหลานชาวฮาร์กิ (Harki) หากแต่ส่งสารถึงชาวฝรั่งเศสหัวอนุรักษนิยมที่ต่อต้านการรับผู้อพยพจากประเทศอดีตอาณานิคม รังเกียจมุสลิมจากตะวันออกกลาง และมองว่าผลประโยชน์ชาวฝรั่งเศสดั้งเดิมต้องมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหมือนเช่นเมื่อ 2 เดือนก่อนที่มาครงเดือนทางไปเยือนเฟรนช์โปลินีเซีย อาณานิคมโพ้นทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก แล้วกล่าวสุนทรพจน์แสดงความเสียใจต่อการทดสอบระเบิดปรมาณูของฝรั่งเศสบนเกาะแปซิฟิกจำนวน 193 ครั้ง ระหว่างปี 1966-1996 และมาครงยังได้ให้คำมั่นสัญญาในการลงทุนพลังงานสะอาดในเฟรนช์โปลินีเซียอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักวิเคราะห์มองว่าเป้าหมายของมาครงไม่ได้อยู่ที่แปซิฟิก แต่อยู่ที่การเมืองในฝรั่งเศส เขาสร้างภาพความเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนมนุษย์ และสื่อสารไปยังชาวฝรั่งเศสกลุ่มคนรักสิ่งแวดล้อมที่บ้านเกิด เพราะการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไปจะมีขึ้นในเดือนเมษายนปีหน้า ซึ่งเขาหมายมั่นจะกลับมาเป็นผู้นำฝรั่งเศสอีกสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับความขัดแย้งฝรั่งเศส-แอลจีเรียนั้นนับย้อนไปได้เกือบ 200 ปี ฝรั่งเศสเริ่มรุกรานแอลจีเรียในปี 1830 เวลานั้นจักรวรรดิออตโตมันกำลังเสื่อมอิทธิพลหลังจากมีอำนาจในดินแดนแถบนี้อยู่เป็นเวลาราว 300 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยนโยบายผลาญภพหรือทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า ทุกอย่างที่คิดว่าจะทำให้ศัตรูพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ฝรั่งเศสได้แอลจีเรียเป็นอาณานิคมเบ็ดเสร็จในปี 1834 และแบ่งแอลจีเรียออกเป็น 3 เขต ได้แก่ แอลเจอร์ โอราน และคอนสแตนติน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงทศวรรษแรกในการยึดครองของฝรั่งเศส ชาวแอลจีเรียที่มีอยู่ราว 3 ล้านคนเสียชีวิตไประหว่าง 5 แสนถึง 1 ล้านคน ฝ่ายฝรั่งเศสตายไปเกือบ 1 แสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การกดขี่ข่มเหงผู้อยู่อาศัยเดิมเกิดขึ้นเรื่อยมา ชาวแอลจีเรียถูกนับเป็นพลเมืองชั้นสอง มีการเลือกปฏิบัติกับคนที่ไม่ยอมเปลี่ยนศาสนา การลงโทษหนักหน่วงป่าเถื่อน การริบทรัพย์สินและที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขบวนการต่อสู้เพื่อเอกราชเริ่มก่อตัวหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ส่วนใหญ่มาในรูปแบบของพรรคการเมือง แต่สุดท้ายมักถูกฝรั่งเศสใช้กฎหมายยุบทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้นำกลุ่มรักชาติ &amp;ldquo;เฟอฮัต อับบาส&amp;rdquo; ก่อตั้งสหภาพประชาชนแอลจีเรียในปี 1838 และในปี 1943 เขาได้เขียนคำประกาศประชาชน เรียกร้องขอรัฐธรรมนูญสำหรับชาวแอลจีเรีย แต่แล้ววันที่ 8 พฤษภาคม 1945 กองทัพฝรั่งเศสและ &amp;ldquo;กลุ่มตีนดำ&amp;rdquo; (Pieds-noirs) ซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศสในแอลจีเรีย โจมตีเอาชีวิตผู้ประท้วงเรียกร้องอิสรภาพในเมืองเซติฟ เขตคอนสแตนติน &amp;ldquo;การสังหารหมู่เซติฟ&amp;rdquo; ทำให้ชาวแอลจีเรียเสียชีวิตนับหมื่นคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนให้เกิดสงครามเรียกร้องเอกราช ซึ่งเริ่มขึ้นอย่างจริงจังในปี 1954 โดยพรรคการเมืองสำคัญชื่อ &amp;ldquo;แนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติ&amp;rdquo; (FLN) ซึ่งมีกองกำลังชื่อ &amp;ldquo;กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ทหารแอลจีเรียจำนวนมากที่รับใช้กองทัพฝรั่งเศสในสงครามอินโดจีนเกิดความเห็นอกเห็นใจต่อชาวเวียดนามที่ลุกขึ้นสู้กับฝรั่งเศส พวกเขานำประสบการณ์นั้นมาใช้ในแอลจีเรียโดยการเข้าร่วมกับกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หลายประเทศอาณานิคมทั่วโลกทยอยได้รับอิสรภาพจากผู้ยึดครองชาติยุโรปกันเกือบทั่วหน้าในช่วงยุคทศวรรษ 1950 แต่ฝรั่งเศสยังคงอับอายขายขี้หน้าจากการถูกนาซีเยอรมันบุกยึดได้ในเวลาเพียง 6 สัปดาห์ แล้วเพิ่งพ่ายแพ้ในอินโดจีนอย่างเจ็บแสบเมื่อปี 1954 หากต้องเสียแอลจีเรียซึ่งเป็นอาณานิคมเก่าแก่และใกล้บ้านไปอีกก็จะเสียเหลี่ยมเสียทรงในเวทีโลกชนิดไม่เหลือราคา ฝรั่งเศสจึงยอมไม่ได้และต่อสู้สุดกำลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่วิธีการรบด้วยความโหดร้ายทารุณของกองทัพฝรั่งเศส ทำให้ชาวแอลจีเรียยิ่งเกลียดชัง การสนับสนุนของชาวฝรั่งเศสจากพื้นทวีปยุโรป หรือที่เรียกว่า &amp;ldquo;เมโทรโปลิแตงฝรั่งเศส&amp;rdquo; เป็นไปอย่างเหินห่าง รวมทั้งการสูญเสียเครดิตในระดับนานาชาติก่อนหน้านั้น จนแม้แต่พันธมิตรรายสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกาก็ไม่เอาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเมื่อสหประชาชาติรับรองสิทธิการเรียกร้องเอกราชของชาติอาณานิคมในปี 1960 &amp;ldquo;นายพลชาร์ลส์ เดอโกล&amp;rdquo; ประธานาธิบดีฝรั่งเศสในเวลานั้นตัดสินใจเจรจากับพรรคแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติแอลจีเรีย จบลงด้วยการลงนามใน Evian Accord หรือ &amp;ldquo;ข้อตกลงเอเวียง&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 1962&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นการลงประชามติของฝรั่งเศสเกิดขึ้นในวันที่ 8 เมษายน 1962 ผลปรากฏว่าชาวฝรั่งเศสที่ออกมาใช้สิทธิ์เห็นด้วยกับข้อตกลงเอเวียง 90.8 เปอร์เซ็นต์ วันที่ 1 กรกฎาคมปีเดียวกัน การลงประชามติมีขึ้นในแอลจีเรียบ้างด้วยคำถามว่า &amp;ldquo;คุณต้องการให้แอลจีเรียเป็นรัฐอิสระด้วยการมีความร่วมมือกับฝรั่งเศส ภายใต้เงื่อนไขที่นิยามขึ้นโดยคำประกาศวันที่ 19 มีนาคม 1962 หรือไม่?&amp;rdquo; ผลออกมา 99.72 เปอร์เซ็นต์ประชาชนเห็นด้วย จบสงคราม 8 ปีที่คร่าชีวิตคนไปมากกว่า 1 ล้านคน พลัดถิ่นราว 2 ล้านคน นายพลเดอโกลถูกทหารฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยพยายามทำรัฐประหารและลอบสังหารหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวฝรั่งเศสในแอลจีเรียหรือกลุ่มตีนดำราว 9 แสนคนหนีกลับฝรั่งเศส เพราะกลัวถูกแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติแอลจีเรียล้างแค้น เกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้นในฝรั่งเศส เพราะไม่คาดคิดว่าจะมีผู้อพยพเข้าไปจำนวนมหาศาลพร้อมๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ฮาร์กิ&amp;rdquo; ทหารมุสลิมแอลจีเรียนที่ร่วมรบในนามกองทัพฝรั่งเศสถูกมองว่าเป็นพวกทรยศขายชาติ ถูกสังหารโดยกลุ่มแนวร่วมแห่งชาติและฝูงชนที่โกรธแค้นไปหลายคน แม้ว่าข้อตกลงเอเวียงจะระบุห้ามไว้ ฮาร์กิที่เหลือข้ามทะเลหนีเข้าฝรั่งเศสได้ประมาณ 9 หมื่นคน ทุกวันนี้มีอนุชนคนรุ่นหลังในฝรั่งเศสจำนวนมาก ถือเป็นประชาการหลักของชาวฝรั่งเศสเชื้อสายแอลจีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมาครงกำลังต้องการคะแนนเสียงจากพวกเขาในการเลือกตั้งประธานาธิบดีต้นปีหน้า.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;----------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;อ้างอิง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;- wsws.org/en/articles/2021/10/14/alge-o14.html&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;- france24.com/en/france/20211003-algeria-escalates-france-diplomatic-row-with-flight-ban&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;- en.wikipedia.org/wiki/Algerian_War&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;- aljazeera.com/news/2021/10/10/algeria-demands-frances-total-respect-says-president&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;- aa.com.tr/en/europe/tensions-escalate-between-france-algeria-over-french-president-s-remarks/2382141&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119926</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฎ, ​​​​​​​ฝรั่งเศส-แอลจีเรีย เป้าหมายใดในความขัดแย้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f6a0504095.jpg       </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
