<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 17:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามรอย 80 ปีหนังไทย ‘พระเจ้าช้างเผือก’ ที่ตำบลป่าแดง  จ.แพร่ (2)                       ‘ปัญหาที่ดินบ้านสันกลางและหลักฐานจากพระเจ้าช้างเผือก’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรีดี&amp;nbsp; พนมยงค์ ผู้สร้าง &amp;lsquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rsquo; (ยืนกลาง) ถ่ายทำฉากสงครามที่ตำบลป่าแดง อ.เมือง จ.แพร่ ในปี 2483 (ภาพจากหอภาพยนตร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์เรื่อง &amp;lsquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rsquo; เพื่อสื่อสารแนวทางสันติภาพในขณะที่สงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังคุกรุ่นที่สร้างโดยปรีดี&amp;nbsp; พนมยงค์&amp;nbsp; รัฐบุรุษอาวุโส&amp;nbsp; ถ่ายทำฉากสงครามที่ตำบลป่าแดง&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.แพร่ ในปี 2483 นั้น&amp;nbsp; เป็นหลักฐานชิ้นหนึ่งที่ชาวบ้านสันกลางยืนยันว่าบรรพบุรุษของพวกเขาอยู่อาศัย&amp;nbsp; ทำนา&amp;nbsp; ทำประโยชน์มาก่อนที่ทางราชการจะประกาศให้เป็นที่ดินราชพัสดุทับที่อยู่อาศัยและทำกินของพวกเขา&amp;nbsp; !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้เวลาผ่านไป 80 ปีแล้ว&amp;nbsp; ภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือกยังเป็นอมตะ&amp;nbsp; ยังมีผู้ชมติดตามดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในYoutube หลายหมื่นครั้ง&amp;nbsp; ขณะเดียวกันสงครามชีวิตของชาวบ้านสันกลางก็ยังไม่จบ&amp;nbsp; พวกเขายังต่อสู้กับปัญหาเรื่องที่ดินราชพัสดุทับที่อยู่อาศัยและทำกินอย่างไม่ลดละ.....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปากคำของพ่อเฒ่า : ตระกูลผู้ดูแลพระธาตุช่อแฮ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านสันกลาง หมู่ที่ 9&amp;nbsp; ต.ป่าแดง&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.แพร่&amp;nbsp; อยู่ไม่ไกลจากพระธาตุช่อแฮ ปูชนียสถานที่สำคัญของคนแพร่ ซึ่งเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือกนั้น&amp;nbsp; มีปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ์การครอบครองที่ดินมานาน&amp;nbsp; จนถึงปัจจุบันก็ยังแก้ไขไม่ได้&amp;nbsp; โดยชาวบ้านมีหลักฐานยืนยันว่าอยู่อาศัยกันมาช้านานแต่ครั้งบรรพบุรุษ ขณะที่ทางราชการบอกว่าที่ดินที่ชาวบ้านอยู่อาศัยนั้นเป็นที่ดินที่ทางทหารเตรียมจะใช้ประโยชน์&amp;nbsp; ปัจจุบันเป็นที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; ดูแลโดยกรมธนารักษ์&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านที่เคยมีเอกสารครอบครองที่ดิน ส.ค.1 และ นส 3 ก.มาก่อนไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน&amp;nbsp; ต้องเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิสิษฐ์&amp;nbsp; ตาจา &amp;nbsp;คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินบ้านสันกลาง บอกว่า บ้านสันกลางมีประชากรประมาณ 400 คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ทำสวนกาแฟ สวนเมี่ยง&amp;nbsp; ทำนา ค้าขายเล็กๆ น้อยๆ &amp;nbsp;ข้าราชการ&amp;nbsp; และรับจ้างทั่วไป &amp;nbsp;อยู่อาศัยต่อเนื่องกันมานานนับร้อยปี&amp;nbsp; โดยมีหลักฐานต่างๆ เช่น&amp;nbsp; เป็นชุมชนที่บรรพบุรุษมีหน้าที่ดูแลพระธาตุช่อแฮต่อเนื่องยาวนานหลายร้อยปี&amp;nbsp; เมื่อมีการใช้นามสกุลในสมัยรัชกาลที่ 6&amp;nbsp; (พ.ร.บ.ขนานนามสกุล พ.ศ. 2455) จึงมีชาวบ้านสันกลางตั้งนามสกุลเพื่อบอกรากเหง้าของตัวเอง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; นามสกุล &amp;lsquo;กาธาตุ&amp;rsquo; &amp;nbsp;มีความหมายถึง &amp;lsquo;ตราประทับ (พระธาตุ)&amp;rsquo;&amp;nbsp; หรือเป็นผู้ที่มีหน้าที่ดูแลพระธาตุสืบต่อกันมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช่วงปี 2551 &amp;nbsp;แกนนำในตำบลป่าแดงได้ทำการสำรวจข้อมูลชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดิน&amp;nbsp; ได้สัมภาษณ์ &amp;lsquo;พ่อสาย&amp;nbsp; กาธาตุ&amp;rsquo;&amp;nbsp; ได้ข้อมูลว่า&amp;nbsp; ตอนนั้นพ่อสายมีอายุ 84 ปี&amp;nbsp; เกิดในปี 2467 สมัยรัชกาลที่ 6&amp;nbsp; ต้นตระกูลของพ่อสายเป็นผู้ดูแลพระธาตุช่อแฮสืบต่อกันมาช้านาน เมื่อทางราชการให้ประชาชนใช้นามสกุล&amp;nbsp; ครอบครัวของแกจึงตั้งนามสกุลตามนั้น&amp;nbsp; ตอนนี้พ่อสายเสียชีวิตไปแล้ว&amp;nbsp; แต่ยังมีลูกหลานใช้นามสกุลนี้อยู่&amp;rdquo; &amp;nbsp;พิสิษฐ์บอกถึงรากเหง้าของคนในตำบล&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;พ่อสาย&amp;nbsp; กาธาตุ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อสาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; กาธาตุ &amp;nbsp;เป็นบุตรชายของผู้ดูแลพระธาตุช่อแฮในอดีต &amp;nbsp;(ปัจจุบันพ่อสายเสียชีวิตแล้ว)&amp;nbsp; จากข้อมูลที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินบ้านสันกลางบันทึกเอาไว้ในปี 2551&amp;nbsp; พ่อสายบอกว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านสันกลางแห่งนี้ในสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 &amp;nbsp;เป็นคอกวัว&amp;nbsp; คอกควาย&amp;nbsp; ที่ทำสวน &amp;nbsp;ทำนาของชาวบ้านใน (เมื่อก่อนชื่อ &amp;lsquo;บ้านใน&amp;rsquo; ก่อนแยกมาเป็นบ้านสันกลาง) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ส่วนใหญ่ด้านทิศตะวันออกเป็นป่าแพะที่มีต้นไม้สูงใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และที่ทำกินเป็นพื้นที่เกษตรกรรมปลูกถั่วลิสง&amp;nbsp; ถั่วเขียว &amp;nbsp;ข้าวไร่&amp;nbsp; และข้าวนาปีมาตั้งแต่สมัยบูรณะพระธาตุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พื้นที่เกษตรกรรมเหล่านี้เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp; ชาวบ้านช่วยกันทำฝายกั้นลำน้ำแม่สาย&amp;nbsp; เพื่อผันน้ำเข้านาและแปลงเกษตรกรรมของตน&amp;nbsp; ในสมัยนั้นไม่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อสาย&amp;nbsp; กาธาตุ&amp;nbsp; บอกด้วยว่า&amp;nbsp; ต้นมะขามยักษ์ที่อยู่ในหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พร. 19&amp;nbsp; (ช่อแฮ)&amp;nbsp; เป็นต้นไม้ที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกันมาแต่อดีต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มะขามต้นนี้ชาวบ้านเก็บฝักแบ่งปันกันทั่วหมู่บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีความใหญ่ขนาด&amp;nbsp; 3 คนโอบทีเดียว&amp;nbsp; มะขามต้นนี้ถือเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งว่า&amp;nbsp; ชาวบ้านได้อยู่อาศัยและทำกินมาก่อนที่ทางราชการจะประกาศเป็นเขตป่าและที่ดินราชพัสดุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;พ่อสายกับต้นมะขามยักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัมปทานป่าไม้และการถ่ายหนัง &amp;lsquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rsquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 (ในประเทศไทยเริ่มปี 2484-2488 ) รัฐบาลในขณะนั้นเปิดสัมปทานทำไม้สักในจังหวัดแพร่&amp;nbsp; บริษัทอีสต์เอเซียติค&amp;nbsp; จากประเทศเดนมาร์กได้สัมปทานบริเวณพื้นที่ป่าลุ่มน้ำแม่ก๋อนและแม่สาย &amp;nbsp;ตำบลป่าแดง (บ้านสันกลางตั้งอยู่ระหว่างพื้นที่ 2 ลุ่มน้ำ) โดยใช้วิธีการตัดไม้สักในป่า&amp;nbsp; แล้วใช้ช้างชักลากไม้ซุงออกมากองรวมกันที่ปางไม้ที่ตั้งอยู่ใกล้พระธาตุช่อแฮ (ปัจจุบันคือที่ทำการเทศบาลตำบลช่อแฮ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;บริษัทอีสต์เอเซียติค&amp;nbsp; ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาสัมปทานป่าไม้ในเมืองไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นจะใช้รถรางลากซุงไปลงแม่น้ำยมที่ไหลผ่านเมืองแพร่ (ห่างจากปางไม้ประมาณ 10 กิโลเมตร) แล้วล่องซุงไปตามแม่น้ำยมจนถึงปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์&amp;nbsp; ซึ่งเป็นชุมทางค้าไม้&amp;nbsp; ไม้ซุงที่ส่งออกไปต่างประเทศจะล่องไปตามแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; และนำซุงขึ้นที่โกดัง-โรงเลื่อยของบริษัทอีสต์เอเซียติคริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านเจริญกรุง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำไม้สักในลุ่มน้ำแม่ก๋อน-แม่สายนี้&amp;nbsp; บริษัทอีสต์เอเซียติคได้ว่าจ้างให้พ่อเลี้ยงเมืองแพร่ชื่อ &amp;lsquo;เจ้าโว้ง&amp;rsquo;&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;เจ้าวงศ์&amp;nbsp; แสนศิริพันธุ์&amp;rsquo; ที่มีช้างประมาณ 200 เชือกนำช้างมาลากซุง&amp;nbsp; ช้างจำนวนมากของเจ้าโว้ง&amp;nbsp; หลังเสร็จภารกิจลากไม้ทุกวัน&amp;nbsp; ควาญช้างจะพามารวมกันที่ฝายของชาวบ้านเพื่อผักผ่อน&amp;nbsp; กินน้ำ&amp;nbsp; และอาบน้ำ&amp;nbsp; ต่อมาชาวบ้านเรียกฝายแห่งนี้ว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ฝายท่าช้าง&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;การล่องไม้ซุงในแม่น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าโว้ง มีเชื้อสายเป็นทายาทของเจ้าผู้ครองนครเมืองแพร่&amp;nbsp; เรียนจบจากโรงเรียนอัสสัมชัญ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เคยทำงานกับบริษัทอีสต์เอเซียติคที่ได้รับสัมปทานทำไม้สักในภาคเหนือ ก่อนจะลาออกมาทำไม้สักเอง มีช้างมากมาย หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 &amp;nbsp;มีการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2476&amp;nbsp; เจ้าโว้งลงสมัครรับเลือกตั้ง&amp;nbsp; และได้เป็น ส.ส.คนแรกของจังหวัดแพร่&amp;nbsp; มีความสนิทสนมรู้จักกับปรีดี พนมยงค์มาก่อน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อปรีดีสร้างหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือกในปี 2483 &amp;nbsp;เจ้าโว้งได้นำช้างและควาญช้างเข้าร่วมแสดงด้วย&amp;nbsp; และได้รับเกียรติให้ขึ้นไตเติลร่วมกับทีมงานสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าเป็น &amp;lsquo;Master of The Elephants&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;ผู้กำกับโขลงช้าง&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่องรอยประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระธาตุช่อแฮ เดิมขึ้นกับตำบลป่าแดง&amp;nbsp; ต่อมาในปี 2510 จึงจัดตั้งเป็นสุขาภิบาลช่อแฮ&amp;nbsp; และในปี 2542 ยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลช่อแฮ พระราชพงศาวดารว่าด้วยกรุงสุโขทัย หอสมุดแห่งชาติ กล่าวถึงประวัติของพระธาตุช่อแฮว่า สร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1879-1881 ในสมัยที่พระมหาธรรมราชา (ลิไท) ยังเป็นพระมหาอุปราช&amp;nbsp; ครองเมืองศรีสัชนาลัย &amp;nbsp;พระองค์โปรดให้สร้างสถานที่สำคัญทางศาสนาตามที่ปรากฏในพุทธประวัติในที่ต่าง ๆ รวมทั้งพระธาตุช่อแฮที่เมืองแพร่ซึ่งอยู่ในขอบขัณฑสีมาของกรุงสุโขทัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากนับยึดตามหลักฐานดังกล่าว&amp;nbsp; พระธาตุช่อแฮจะมีอายุการสร้างจนถึงปัจจุบันประมาณ 700 ปี ซึ่งตามธรรมเนียมแต่โบราณเจ้าผู้ครองนครจะมอบหมายให้มีผู้ดูแลและทำนุบำรุงพระธาตุ อาจจะเป็นภิกษุสงฆ์ และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้พระธาตุ&amp;nbsp; หรืออาจจะเกณฑ์ชาวบ้านจากถิ่นอื่นมาดูแล&amp;nbsp; โดยมอบที่ดินให้ทำนา ทำไร่&amp;nbsp; แล้วเอาผลผลิตมาถวายบำรุงพระธาตุ&amp;nbsp; ดังเช่น&amp;nbsp; ตระกูลของพ่อสาย&amp;nbsp; กาธาตุ&amp;nbsp; ที่ดูแลพระธาตุสืบเนื่องมาหลายชั่วคน&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันผู้ดูแลพระธาตุช่อแฮ (รวมทั้งศาสนาสถานอื่นๆ ) จะเป็นคณะกรรมการที่ทางวัดหรือท้องถิ่นแต่งตั้งขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;พระธาตุช่อแฮ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ปัจจุบันชาวบ้านในตำบลป่าแดง&amp;nbsp; ช่อแฮและใกล้เคียง&amp;nbsp; ยังมีประเพณีที่เกี่ยวข้องกับพระธาตุช่อแฮ เช่น &amp;lsquo;ประเพณีเลี้ยงผีเจ้าพ่อหลวง&amp;rsquo; ที่จะมาประทับทรงในวันขึ้น&amp;nbsp; 9 ค่ำ&amp;nbsp; เดือน&amp;nbsp; 4 ไทย หรือเดือน 6 ของภาคเหนือของทุกปี &amp;nbsp;หรือก่อนวันนมัสการพระธาตุช่อแฮ&amp;nbsp; เป็นงานสำคัญที่ชาวบ้านทุกครอบครัวจะต้องไปร่วมเลี้ยงผีเจ้าพ่อหลวง&amp;nbsp; โดยชาวบ้านจะช่วยกันออกเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการทำเครื่องเซ่นสังเวย&amp;nbsp; เช่น หมู 1 ตัว &amp;nbsp;&amp;nbsp;ถือเป็นประเพณีศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และการเลี้ยงผี &amp;lsquo;เจ้าพ่อช้างผาด่าน&amp;rsquo;&amp;nbsp; ในวันแรม 11 ค่ำ เดือน &amp;nbsp;9&amp;nbsp; ของภาคเหนือของทุกปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ดังกล่าว&amp;nbsp; จึงเป็นสิ่งบ่งบอกและยืนยันได้ว่า&amp;nbsp; ชาวบ้านบ้านสันกลาง&amp;nbsp; ตำบลป่าแดง&amp;nbsp; รวมทั้งในเขตเทศบาลตำบลช่อแฮอยู่อาศัยและทำกินกันมาช้านาน&amp;nbsp; แต่ปรากฏว่าที่ดินส่วนใหญ่เป็นที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านมีความไม่มั่นคงในที่ดินที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงื่อนงำของปัญหาที่ดินและหลักฐานจาก &amp;lsquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rsquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากข้อมูลจากปากคำของ พ่อสาย&amp;nbsp; กาธาตุ&amp;nbsp; ที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินบ้านสันกลางได้บันทึกข้อมูลไปแล้วนั้น&amp;nbsp; ยังมีข้อมูลปัญหาที่ดินจาก &amp;lsquo;แม่ปิ๋ว&amp;nbsp; ปลาลาศ&amp;rsquo; ที่คณะกรรมการได้พูดคุยและบันทึกเอาไว้ในปี 2551 ตอนนั้นแม่ปิ๋วอายุ&amp;nbsp; 86 ปี&amp;nbsp; (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ปิ๋ว บอกในบันทึกว่า &amp;nbsp;ชาวบ้านสันกลางอยู่อย่างสงบและสะดวกสบายไม่ขาดแคลน&amp;nbsp; เป็นหมู่บ้านที่อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp; แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นเมื่อทางการมาบอกว่าจะออกเอกสารสิทธิ์ให้ชาวบ้าน&amp;nbsp; ชาวบ้านรู้สึกดีใจที่จะได้เป็นเจ้าของที่ดินอย่างชอบธรรม&amp;nbsp; แต่ไม่เป็นเช่นนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประมาณปี 2528 &amp;nbsp;มีสัสดีอำเภอเป็นทหารชื่อ.......มาหลอกชาวบ้านว่าจะออกโฉนดให้&amp;nbsp; โดยทำการเก็บ&amp;nbsp; ส.ค. 1 จากชาวบ้านไป&amp;nbsp; ชาวบ้านเกือบทั้งหมู่บ้านเห็นว่าเป็นราชการจึงยอมให้&amp;nbsp; แต่แม่ปิ๋วไม่ไว้ใจ&amp;nbsp; จึงไม่ได้ส่ง ส.ค. 1 ให้กับนายทหารผู้นั้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;แม่ปิ๋ว&amp;nbsp; ปลาลาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาชาวบ้านทวงถามสัสดีรายนั้นเรื่องการออกโฉนดที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สัสดีบอกว่า &amp;ldquo;ออกโฉนดไม่ได้&amp;nbsp; บริเวณดังกล่าวเป็นที่ดินทหาร&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาวบ้านต่างไม่พอใจจึงขอดูหลักฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งสัสดีได้นำหลักฐานมาให้ดูเป็นที่ดิน &amp;lsquo;น.ส.ล.&amp;rsquo; (หนังสือสำคัญที่หลวง) ออกเมื่อปี&amp;nbsp; 2496&amp;nbsp; ก่อนกรมที่ดินออก ส.ค. 1 ให้ชาวบ้านในปี 2498 &amp;nbsp;โดยอ้างการครอบครองมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp; 2484&amp;nbsp; เนื้อที่ประมาณ 320 ไร่&amp;nbsp; โดยทหารจะใช้เป็นสถานที่สำหรับฝึกรบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิสิษฐ์&amp;nbsp; ตาจา &amp;nbsp;คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินบ้านสันกลาง &amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตนมีหลักฐานว่าชาวบ้านสันกลางเข้าใช้ประโยชน์และทำกิน&amp;nbsp; โดยทำนามาก่อนทหารจะอ้างการครอบครอง&amp;nbsp; เพราะหากดูหลักฐานจากหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือกที่ถ่ายทำในปี 2483 บริเวณบ้านสันกลางที่มี &amp;lsquo;ดอยช้างผาด่าน&amp;rsquo; เป็นฉากหลัง&amp;nbsp; จะเห็นตอนที่ทหารหงสาบุกเข้ามาจะโจมตีเมืองอโยธยานั้น&amp;nbsp; มีฉากเป็นทุ่งนา&amp;nbsp; มองเห็นคันนาได้อย่างชัดเจน (ประมาณนาทีที่ 43-44) รวมทั้งสถานที่ที่ใช้เป็นฉากสู้รบ&amp;nbsp; ทั้งไพล่พล&amp;nbsp; ช้าง ม้านั้นเป็นที่นาปลูกข้าว&amp;nbsp; เพราะเห็นคันนาชัดเจนในหลายฉาก&amp;nbsp; แสดงว่าชาวบ้านได้เข้าครอบครอง&amp;nbsp; ทำกิน&amp;nbsp; ทำนา&amp;nbsp; ปลูกข้าวมาก่อนปี 2483 แล้ว &amp;nbsp;ก่อนที่ทหารจะอ้างการครอบครองในปี 2484 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ภาพจากหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือก&amp;nbsp; ทหารหงสากำลังบุกเข้าเมืองอโยธยา&amp;nbsp; เห็นทุ่งนาและคันนาได้ชัดเจน&amp;nbsp; (ภาพจากหอภาพยนตร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชาวบ้านรู้ข่าวว่าทหารจะเอาพื้นที่ที่ชาวบ้านอยู่นี้เป็นที่สำหรับฝึกซ้อมรบ&amp;nbsp; เพราะต่อมาก็เคยมีทหารมาใช้เป็นที่ซ้อมยิงเป้า&amp;nbsp; โดยยิงไปทางดอยช้างผาด่าน&amp;nbsp; ผมคิดว่าที่ทหารเลือกพื้นที่นี้&amp;nbsp; เพราะพื้นที่รอบๆ บ้านสันกลางยังมีสภาพสมบูรณ์&amp;nbsp; มีทั้งพื้นที่ราบ&amp;nbsp; ป่า&amp;nbsp; เขา&amp;nbsp; มีแม่น้ำ 2 สาย&amp;nbsp; มีฝายเก็บน้ำ&amp;nbsp; และยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดี&amp;nbsp; เพราะมีเส้นทางไปชายแดนลาวผ่านจังหวัดน่าน&amp;nbsp; และไปทางจังหวัดอุตรดิตถ์จนถึงชายแดนลาวก็ไม่ไกลมาก&amp;rdquo; &amp;nbsp;พิสิษฐ์บอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทหารได้ยกเลิกไม่ใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงนี้&amp;nbsp; ที่ดินบ้านสันกลางประมาณ 320 ไร่จึงตกเป็นที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; โดยกรมธนารักษ์ดูแล&amp;nbsp; ส่วนสาเหตุที่ทหารยกเลิกการใช้ที่ดินนั้น&amp;nbsp; อาจจะเนื่องมาจากสถานการณ์สงครามรอบๆ ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไป&amp;nbsp; พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในภาคเหนือถูกตีแตกและมอบตัวตั้งแต่ปี 2524-2525&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนลาวเริ่มเปิดประเทศ (ประมาณปี 2532) ไทยก็เริ่มค้าขายกับลาว&amp;nbsp; และมีการตัดถนนจากน่านไปชายแดนลาวที่บ้านห้วยโก๋น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ในปี 2535 นายธวัช&amp;nbsp; รอดพร้อม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ในขณะนั้น&amp;nbsp; มีคำสั่งเพิกถอน ส.ค.1 และ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;น.ส.3 ของชาวบ้านทั้งหมด&amp;nbsp; รวม 20 แปลง&amp;nbsp; โดยที่ชาวบ้านไม่รู้ข้อมูลมาก่อน&amp;nbsp; แม้แต่นายสถิตย์&amp;nbsp; มุ้งทอง&amp;nbsp; กำนันบลป่าแดงในสมัยนั้นก็ยังยืนยันว่าไม่ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวเลย&amp;nbsp; เพราะไม่มีการปิดประกาศที่หมู่บ้านเพื่อให้ชาวบ้านไปคัดค้าน&amp;nbsp; แต่ทางจังหวัดอ้างว่ามีการติดประกาศแล้วที่ว่าการอำเภอเมือง&amp;nbsp; เมื่อชาวบ้านไม่คัดค้านจึงเป็นการเสียสิทธิเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประมาณปี 2540&amp;nbsp; ธนารักษ์จังหวัดแพร่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีหนังสือให้ชาวบ้านทุกครอบครัวในหมู่บ้านสันกลาง ประมาณ80 ครอบครัว (ไม่รวมหมู่บ้านอื่นและตำบลใกล้เคียง) ไปทำสัญญาเช่าที่ดินที่พวกเขาอยู่อาศัยและทำกินมานานเพื่อเก็บเงินค่าเช่าที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เส้นทางการต่อสู้ของชาวบ้านสันกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับจากชาวบ้านรู้ข่าวว่าที่ดินที่อยู่อาศัยและทำกินมาแต่เนิ่นนานเป็นที่ราชพัสดุ&amp;nbsp; และต้องไปทำสัญญาเช่าที่ดินกับธนารักษ์จังหวัดตั้งแต่ปี 2540&amp;nbsp; แต่ชาวบ้านสันกลางถือว่าพวกตนอยู่อาศัยกันมานานตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษจึงเพิกเฉย&amp;nbsp; และเริ่มเรียกร้องความเป็นธรรมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; แต่ไม่เป็นผล&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนถึงปี 2548 กรมธนารักษ์มีนโยบายจัดเก็บค่าเช่าที่ดินอย่างเข้มข้นทั่วประเทศ&amp;nbsp; ชาวบ้านสันกลางก็ได้รับผลกระทบจากนโยบายดังกล่าวด้วย&amp;nbsp; จึงได้เริ่มรวมตัวกันในปีนั้น&amp;nbsp; โดยมีการแต่งตั้ง &amp;lsquo;คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินบ้านสันกลาง&amp;rsquo; ขึ้นมา จำนวน 9 คน&amp;nbsp; โดยมีนายคฑาวุธ&amp;nbsp;&amp;nbsp; กุนัน&amp;nbsp; กำนันตำบลป่าแดง&amp;nbsp; เป็นประธานกรรมการ&amp;nbsp; มีการร้องเรียนต่อทางผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&amp;nbsp; และชาวบ้านได้รวมตัวกันประท้วงธนารักษ์จังหวัดแพร่หลายครั้งในช่วงปี 2548-2549&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาธนารักษ์จังหวัดแพร่ได้ยื่นฟ้องต่ออัยการจังหวัด&amp;nbsp; ให้อัยการบังคับชาวบ้านสันกลางจ่ายเงินค่าเช่าที่ดินที่ค้างภายใน 15 วัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;หากฝ่าฝืนจะมีการฟ้องขับไล่ออกจากพื้นที่&amp;nbsp; ชาวบ้านจึงรวมตัวกันไปขอความเป็นธรรมจากผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ในขณะนั้น (กันยายน&amp;nbsp; 2549) คือนายอธิคม &amp;nbsp;สุพรรณพงศ์ &amp;nbsp;ต่อมาทา ผู้ว่าราชการจังหวัดหวัดแพร่ได้แต่งตั้งคณะทำงานพิสูจน์สิทธิ์ที่ดินบ้านสันกลางหมู่ &amp;nbsp;9 ตำบลป่าแดง &amp;nbsp;โดยมีปลัดจังหวัดเป็นประธานคณะทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการมีการประชุมครั้งแรกในวันที่&amp;nbsp; 21 กันยายน&amp;nbsp; 2549 ที่ห้องประชุม&amp;nbsp; ศาลากลางจังหวัดแพร่&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัวแทนชาวบ้านเข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยที่ประชุมมีมติให้มีการยุติการทำสัญญาเช่าที่ดินและชำระค่าเช่าที่ดินทั้งหมดไว้ก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยให้โอกาสชาวบ้านรวบรวมหลักฐานไปฟ้องศาลเอาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มติที่ประชุมทำเอาชาวบ้านมืด 8 ด้าน&amp;nbsp; เพราะหลักฐานการครอบครองที่ดิน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส.ค.1 และ น.ส.3 ถูกเจ้าหน้าที่เก็บไปทำลายตั้งแต่ราวปี 2528 โดยอ้างว่าจะเอาไปออกโฉนด ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินบ้านสันกลางได้รวบรวมหลักฐานที่จะพอมี&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บันทึกข้อมูลการเข้าอยู่อาศัยและทำกินจากคนเฒ่าคนแก่ในปี 2551&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พ่อสาย&amp;nbsp; กาธาตุ, แม่ปิ๋ว&amp;nbsp; ปลาลาส&amp;nbsp; ต้นมะขามยักษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเพณี&amp;nbsp; วัฒนธรรม&amp;nbsp; การไหว้ &amp;lsquo;ผีหลวง&amp;rsquo;, &amp;lsquo;เจ้าพ่อช้างผาด่าน&amp;rsquo;&amp;nbsp; การสำรวจรังวัดที่ดินที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ป่าชุมชน&amp;nbsp; ฝายท่าช้าง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยืนยันสิทธิของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ชาวบ้านสำรวจที่ดินที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจข้อมูลที่ดินพบว่า&amp;nbsp; บ้านสันกลางมีจำนวนครอบครัวทั้งหมด 211 ครัวเรือน&amp;nbsp; มีที่ดินรวมกัน 265&amp;nbsp; แปลง&amp;nbsp; เนื้อที่รวมกัน 219 ไร่เศษ (เฉลี่ยครอบครัวละ 1 ไร่)&amp;nbsp; ที่ดินใช้ประโยชน์ร่วมกัน 3 แปลง&amp;nbsp; เนื้อที่ 15 ไร่เศษ&amp;nbsp; ป่าชุมชน 1 แห่ง&amp;nbsp; เนื้อที่ 1,867 ไร่เศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้แนวทางโฉนดชุมชนแก้ไขปัญหาที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิสิษฐ์&amp;nbsp; ตาจา &amp;nbsp;คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินบ้านสันกลาง &amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp; ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; แกนนำชาวบ้านสันกลางได้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญหาร่วมกับพี่น้องเครือข่ายต่างๆ ที่มีปัญหาเรื่องที่ดินที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.) และร่วมผลักดันเรื่อง &amp;lsquo;พ.ร.บ.โฉนดชุมชน&amp;rsquo; มาตั้งแต่ปี 2553 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;พิสิษฐ์ ตาจา ชี้ให้เห็นฝายท่าช้างซึ่งในอดีตควาญช้างจะพาช้างมาอาบน้ำและพักผ่อนที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะใช้แนวทางโฉนดชุมชนในการแก้ไขปัญหาที่ดิน&amp;nbsp; โดยมีหลักการสำคัญ&amp;nbsp; คือ ชุมชนเป็นเจ้าของที่ดินและบริหารจัดการร่วมกัน&amp;nbsp; เป็นการรับรองสิทธิของชุมชมชน&amp;nbsp; เพื่อให้ชุมชนมีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; ลดความขัดแย้งกับหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการขายสิทธิ์ให้นายทุนหรือบุคคลภายนอก&amp;nbsp; เป็นการรักษาผืนดินให้ลูกหลาน&amp;nbsp; สืบทอดมรดกของบรรพบุรุษ&amp;nbsp; มีการดูแลสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&amp;nbsp; การปลูกไม้ยืนต้นในแปลงที่ดิน&amp;nbsp; ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาบอกด้วยว่า&amp;nbsp; ขณะนี้ พ.ร.บ.โฉนดชุมชนยังอยู่ในระหว่างการร่าง&amp;nbsp; ดังนั้นชาวบ้านสันกลางจึงต้องยอมดำเนินการตามแนวทางของกรมธนารักษ์ก่อน&amp;nbsp; โดยการเช่าที่ดินอย่างถูกต้องในอัตราผ่อนปรน&amp;nbsp; (ที่อยู่อาศัยตารางวาละ 25 สตางค์ต่อเดือน&amp;nbsp; ที่ดินเกษตรกรรมไร่ละ 200 บาทต่อปี) โดยกรมธนารักษ์จะมารังวัดที่ดินให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้&amp;nbsp; ขณะที่ชาวบ้าน 80 ครอบครัวจะรวมตัวกันขอเช่าที่ดินในนาม &amp;lsquo;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนโฉนดชุมชนบ้านสันกลาง&amp;rsquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต่อไปหากมี พ.ร.บ.เกี่ยวกับโฉนดชุมชนออกมาใช้&amp;nbsp; ชาวบ้านสันกลางก็พร้อมที่จะใช้ พ.ร.บ.นี้เพื่อรักษาสิทธิของชุมชน&amp;nbsp; คือต่อสู้เพื่อรักษาผืนดินที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษให้ครอบครัวและลูกหลานได้อยู่อาศัยต่อไปอย่างมั่นคง&amp;nbsp; โดยเรามีหลักฐานการอยู่อาศัยมาก่อนที่จะมีการประกาศเป็นที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; รวมทั้งหลักฐานจากหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือกด้วย&amp;rdquo; &amp;nbsp;พิสิษฐ์บอกทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;ฉากหนึ่งของหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือก (ภาพจากหอภาพยนตร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...บัดนี้เวลาผ่านไป 80 ปีแล้ว&amp;nbsp; ภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือกยังเป็นอมตะ&amp;nbsp; ยังมีผู้ชมติดตามดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในYoutube หลายหมื่นครั้ง&amp;nbsp; ขณะเดียวกันสงครามชีวิตของชาวบ้านสันกลางก็ยังไม่จบ&amp;nbsp; พวกเขายังต่อสู้กับปัญหาเรื่องที่ดินราชพัสดุทับที่อยู่อาศัยและทำกินอย่างไม่ลดละ.....&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101416</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรีดี  พนมยงค์, ‘พระเจ้าช้างเผือก’</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608d3a92a9a91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
