<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ม็อบมุ้งมิ้ง’ ย้อนแย้ง-เลยธง ประยุทธ์’ ลอยตัว-ประเทศยังติดหล่ม  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเคลื่อนไหวของกลุ่มคณะราษฎร 2563 และแนวร่วม นับวันจะถูกตั้งคำถามว่า เป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร นอกจากการชูธงปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ 10 ข้อ เป็นประเด็นหลักตั้งแต่แรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนผู้ที่จงรักภักดีได้ออกมาแสดงพลังปกป้องสถาบันกันทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง และรับไม่ได้กับพฤติกรรมการแสดงออกแบบก้าวร้าว หยาบคาย ถ่อย เถื่อน ไร้อารยะ และการจาบจ้วงล่วงเกินสถาบัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้แนวร่วมของผู้ชุมนุมลดลงเรื่อยๆ การชุมนุมช่วงหลังๆ เหลือมวลชน 2,000-3,000 เท่านั้น จนมีการเสนอให้มีการปรับแนวทางการเคลื่อนไหวเพื่อรักษามวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดมีการเสนอแนวคิดใหม่จากเพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;เยาวชนปลดแอก-Free YOUTH&amp;quot; โพสต์ข้อความปลุกระดมแนวคิดการปกครองแบบ สาธารณรัฐ (Republic) พร้อมสัญลักษณ์ ค้อน-เคียว สร้างความแปลกใจไม่น้อยว่า ที่ชูงธงการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามแนวทาง คณะราษฎร แต่กลับจะไปสู่ ระบอบคอมมิวนิสต์ หรืออย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำเหมือนไม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์และบทเรียนมากมายทั่วโลกว่าการเปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือระบอบสาธารณรัฐ รวมทั้งระบอบคอมมิวนิสต์ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงด้วยการปฏิวัติ คนในชาติต้องเข่นฆ่ากันตายกี่ล้านศพ ไล่ล่ากันอีกกี่สิบปี และต้องมีพัฒนาการอีกเท่าไหร่ถึงจะเข้ารูปเข้ารอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทยโดยคณะราษฎร เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2475 ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการ ชิงสุกก่อนห่าม เพราะพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ได้เตรียมการที่จะมอบรัฐธรรมนูญที่เป็นในลักษณะค่อยๆ เปลี่ยนแปลง แบบค่อยเป็นค่อยไปให้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่การเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดโดยที่ ราษฎรทั้งหลาย ยังไม่มีความรู้เรื่องระบอบประชาธิปไตยอะไรเลย จึงตกเป็นเครื่องมือของผู้แทนราษฎรเข้าไปแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ ส่งผลให้สังคมไทยเกิดความขัดแย้งและแบ่งขั้วจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงที่ไม่สอดรับกับ ภาวะวิสัย หรือ เลยธง จึงทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมายและซ้ำเติมปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการพูดถึงเรื่องความเสมอภาค ความเท่าเทียม ปัญหาทางชนชั้น ก็ย้อนแย้งกับพฤติกรรมพวกแกนนำ เมื่อมีการแชร์ภาพแกนนำ อาทิ รุ้ง-น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ ไปกินข้าวเย็นหรูหราที่แกรนด์ไฮแอทเอราวัณ​ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนมีการย้อนกลับว่า &amp;quot;ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า ความเท่าเทียมไม่ได้มีอยู่จริงอย่างที่แกนนำปลดแอกหลอกลวง พวกมันกินหรูอยู่สบาย ได้ประโยชน์ต่างตอบแทนจากคนที่อยู่เบื้องหลังม็อบ ส่วนมวลชนม็อบเป็นได้แค่เครื่องมือให้พวกมันสนตะพายลากจูงต่ออีกทอดหนึ่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การ์ดของผู้ชุมนุมก็มีการวิวาทะกันเองว่ากลุ่ม wevo อยู่ดีกินดี แตกต่างจากกลุ่มอาชีวะที่เสมือนชนชั้นสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความขัดแย้งดังกล่าวทำให้ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่มคณะราษฎร ได้ประกาศ​ยุติบทบาทของหน่วยงานการ์ดอาสาทั้งหมด โดยระบุว่าทางผู้จัดจะจัดทีมงานที่ได้รับการฝึกฝนและมีทักษะอย่างมืออาชีพมาช่วย ขณะที่ นายสมบัติ ทองย้อย หัวหน้าการ์ดเสื้อแดง แฉว่าที่แท้ให้เพื่อนไปเปิดบริษัทรองรับงาน เงินจ้างการ์ดบริษัทเพื่อนก็เข้ากระเป๋าเพื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลายเป็นว่าแกนนำผู้ชุมนุมใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อพูดถึงเรื่องความโปร่งใสกลับพบว่า นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด น้องชายนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ วงเงิน 500 ล้านบาท เพื่อให้บริษัทได้เช่าที่ดินมูลค่านับหมื่นล้านบาท โดยจ่ายสินบนไปแล้ว 20 ล้าน ต่อมา 27 พ.ย.2562 ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 2 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กับนายหน้าค้าที่ดิน คนละ 3 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่ามกลางความกังขาว่าทำไม นายสกุลธร ไม่มีความผิดฐานให้สินบนเจ้าพนักงาน และนายธนาธร ในฐานะผู้ถือหุ้น มีส่วนรับรู้เรื่องการติดสินบนด้วยหรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือพฤติกรรมของกลุ่มทุนผูกขาดที่แสวงหาประโยชน์โดยไม่สนใจจริยธรรมและกฎหมาย เป็นกลุ่มทุนใหม่ที่อันตรายกว่าทุนเก่าที่นายธนาธรและแกนนำม็อบปลุกระดมมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติกรรมย้อนแย้งต่างๆ และความขัดแย้งภายในไร้เอกภาค ไร้อารยะ ทำให้เกิดข้อกังขาว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่เหล่านี้หรือจะนำพาประเทศชาติในอนาคตให้รุ่งเรืองได้? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ แกนนำคณะก้าวหน้าถือเป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิด ในการโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มต่อต้านรัฐบาลและสถาบันพระมหากษัตริย์ จัดกิจกรรมที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เคลื่อนไหวให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีการไปยื่นหนังสือต่อองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้ยกเลิก ม.112 อ้างว่าเป็นกฎหมายที่ล้าหลัง และปิดกั้นสิทธิเสรีภาพการแสดงความเห็น กลายเป็นเครื่องมือทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล ระบุว่า ม.112 อยู่ในหมวดความมั่นคงในราชอาณาจักร คือการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เรื่องมาตรา 112 สังคมไทยมีการถกเถียงกันมานาน ซึ่งทุกประเทศก็มีกฎหมายคุ้มครองประมุขของรัฐทั้งนั้น ประเทศสหรัฐอเมริกา หรืออังกฤษ ก็เพิ่งมีการลงโทษจำคุกกับบุคคลที่ปองร้ายต่อประมุขของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่ผ่านมาเมื่อมีการแจ้งข้อกล่าวหาในฐานความผิดดังกล่าว พนักงานสอบสวนมักทำสำนวนสั่งฟ้องต่ออัยการ เพราะเกรงว่าหากไม่สั่งฟ้องจะถูกมองว่าเข้าข้างผู้ถูกกล่าวหา ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาเดือดร้อนจำนวนมาก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ระบุว่า จะไม่ใช้มาตรา 112 เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระเมตตา มีพระมหากรุณาธิคุณ ไม่อยากให้มีการดำเนินคดี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นได้ว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 แต่อย่างใด ถือเป็นการเปิดทางให้วิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ได้มากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผู้ชุมนุมไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์ตามด้วยเหตุผลทางวิชาการ กลับใช้ถ้อยคำหยาบคายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการดูหมิ่นเหยียดหยาม อาฆาตมาดร้ายต่อประมุขของประเทศอย่างชัดเจน ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศจึงหนุนให้ใช้มาตรา 112 อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ยอมรับว่า หากไม่ดำเนินคดีก็อาจโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากเห็นว่ามาตรา 112 มีโทษหนักเกินไป ก็เสนอให้แก้ไขลดอัตราโทษจากขั้นต่ำ 3-15 ปี โดยไม่ต้องมีอัตราโทษขั้นต่ำ ก็จะมีเหตุผลพอรับฟังได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะหากยกเลิกมาตรา 112 เลย เท่ากับปล่อยให้มีการโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์หนักกว่าเดิม ขนาดมีมาตรา 112 ยังโจมตีสถาบันรุนแรงกันขนาดนี้ หากไม่มีจะขนาดไหน และสังคมไทยคงไม่ยอมให้ไปถึงจุดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ และรองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยแพร่บทความเรื่อง The King Can Do No Wrong คือ พระมหากษัตริย์ทรงอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ แต่ทรงอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยระบุว่า จากความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์มักจะอ้างถึงพระมหากษัตริย์ในการทำอะไรหรือไม่ทำอะไรอยู่บ่อยครั้ง จากต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ เรื่องก็เลยลุกลามไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ และกลายเป็นประเด็นปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในขณะนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ปริญญาสรุปว่า &amp;ldquo;สาเหตุของปัญหาเกิดจากพลเอกประยุทธ์ ทั้งในเรื่องการเมืองที่สืบทอดอำนาจ และเรื่องการไม่ยึดมั่นในหลัก The King Can Do No Wrong หากพลเอกประยุทธ์ยังไม่แก้ไข แล้วยิ่งอยู่นานไปยิ่งเป็นปัญหา เราก็คงต้องไปแก้ที่พลเอกประยุทธ์&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ดูเหมือนว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องดังกล่าว เอาแต่ใช้กฎหมายจัดการกับแกนนำผู้ชุมนุม ปล่อยปละละเลย ไม่ปฏิรูปโครงสร้างประเทศตามสัญญา ที่ยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำ และความอยุติธรรม ต้นเหตุ กำเนิดมวลชนปฏิวัติ อย่างที่ นายแก้วสรร อติโพธิ สะท้อนผ่านบทความ &lt;/p&gt;


&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;ยิ่งผู้ชุมนุมแผ่วลง ขัดแย้งกันเอง เลยเถิด ขณะที่ประชาชนยังออกมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และต่อต้านพวกจาบจ้วงสถาบัน ยิ่งทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ใจ ลอยตัว และหมกปัญหาไว้ใต้พรม สังคมไทยก็ยังจมปลักติดหล่มอยู่กับความขัดแย้งต่อไป.&lt;/p&gt;


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86681</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ‘ม็อบมุ้งมิ้ง’ ย้อนแย้ง-เลยธง ประยุทธ์’ ลอยตัว-ประเทศยังติดหล่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201212/image_big_5fd4b625de359.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
