<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายคนจนรวมพลังรณรงค์ ‘วันที่อยู่อาศัยโลก’ คึกคัก  ยื่นข้อเรียกร้องแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งในเมืองและชนบท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพฯ / เครือข่ายสลัม 4 ภาคและขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมจัดงานรณรงค์ &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลกปี 2562&amp;rsquo; มีผู้เข้าร่วมกว่า 2,000 คน&amp;nbsp; ยื่นข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp; ขณะที่สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศเตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์ตลอดเดือนตุลาคมนี้&amp;nbsp; ชูประเด็น &amp;lsquo;บ้านมั่นคง บ้านโดยชุมชน&amp;nbsp; ทุกคนร่วมกันสร้าง&amp;rsquo; &amp;nbsp;โดยจะมีพิธีเปิดงานวันที่ 10 ตุลาคมนี้ที่สถาบันพัฒนาองค์ชุมชนฯ&amp;nbsp; มีรองนายกฯ จุรินทร์&amp;nbsp; ลักษณวิศิษฎ์ เป็นประธาน พร้อมผู้แทนชุมชนและนานาชาติ 350 คนเข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปี&amp;nbsp; องค์การสหประชาชาติกำหนดให้เป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; (World Habitat&amp;nbsp; Day)&amp;nbsp; เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ให้ความสนใจกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์&amp;nbsp; ตลอดจนสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม&amp;nbsp; และเพื่อสร้างความตระหนักในความรับผิดชอบร่วมกันในการจัดการให้มนุษย์ทุกคนมีที่อยู่อาศัยในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม&amp;nbsp; ในประเทศไทยมีการรณรงค์เคลื่อนไหวของภาคประชาชน&amp;nbsp; โดย&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-MOVE) ฯลฯ&amp;nbsp; นำประชาชนที่เดือดร้อนทั่วประเทศที่ประสบปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินประมาณ 2,000 คน&amp;nbsp; ตั้งขบวนจากหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานครเพื่อเดินทางมายื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; โดยจุดแรกยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;น.ส.สมบุญ คงคา &amp;nbsp;ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค &amp;nbsp;ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องให้แก่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. &amp;nbsp;มีเนื้อหาว่า &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดที่มีประชากรหนาแน่น &amp;nbsp;มีผู้ไร้ความมั่นคงในที่อยู่อาศัยจำนวนมาก จึงต้องการให้กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญต่อประชาชนที่ไร้ที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;และต้องการให้รัฐบาลทำตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้อเรียกร้องที่ทางเครือข่ายสลัม 4 ภาค เรียกร้องต่อกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;คือ&amp;nbsp; 1.ต้องการให้กรุงเทพมหานครออกแบบบ้านคนจนที่ใช้ปลูกสร้างในโครงการบ้านมั่นคง &amp;nbsp;ในราคาหลังละไม่เกิน 150,000 บาท &amp;nbsp;เพื่อให้คนจนได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง &amp;nbsp;และจัดให้มีการลงทะเบียนชุมชนที่มีจำนวนไม่ถึงเกณฑ์ 100 หลังที่อยู่ในโครงการบ้านมั่นคง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาคกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน&amp;nbsp; ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวหลังจากรับหนังสือข้อเรียกร้องว่า&amp;nbsp; กรุงเทพมหานครพร้อมให้การดูแลและแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนทุกด้านทุกกลุ่ม &amp;nbsp;สำหรับข้อเรียกร้องที่ยื่นมาตนจะนำไปศึกษาและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาว่าสามารถให้ความช่วยเหลือได้มากน้อยเพียงใด &amp;nbsp;และจะนัดหารือกับผู้แทนเครือข่ายสลัม 4 ภาคเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้แทนองค์การสหประชาติ&amp;nbsp; สำนักงานประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นกลุ่มผู้ชุมชนได้เคลื่อนขบวนมายื่นหนังสือที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp; กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักงานองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย&amp;nbsp; และรัฐบาลไทยบริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp; ถนนราชดำเนินนอก&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับหนังสือ&amp;nbsp; พร้อมด้วยนางสุจิตรา พิทยานรเศรษฐ์ &amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;และนายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ข้อเรียกร้องของเครือข่ายสลัม 4 ภาคมีประเด็นสำคัญ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; 1.ชุมชนที่อยู่ในที่ดินการรถไฟแห่งประเทศ (รฟท.) และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบทางรถไฟ&amp;nbsp; จำนวน 260 ชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ให้ รฟท.จัดหาที่ดินรองรับโดยให้ชุมชนเช่าอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; ให้ยุติการดำเนินคดีกับชุมชน&amp;nbsp; และให้ รฟท.จัดหางบประมาณสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-MOVE) ที่ยื่นหนังสือถึงรัฐบาลรวม 9 ประเด็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ด้านสิทธิและเสรีภาพ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ยกเลิกคำสั่ง คสช.และคำสั่งคณะปฏิวัติทุกฉบับที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพของประชาชน&amp;nbsp; ด้านการกระจายอำนาจ&amp;nbsp; ให้มีการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp; โดยกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น และสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นายเทวัญ&amp;nbsp; ลิปตพัลลภ&amp;nbsp; รมต.ประจำสำนักนายกฯ รับข้อเรียกร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นโยบายที่ดินและการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม &amp;nbsp;กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ตามข้อเสนอของภาคประชาชน เช่น พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอัตราก้าวหน้า, พ.ร.บ.โฉนดชุมชน, พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน, มาตรการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อป้องกันไม่ให้ที่ดินที่เหมาะสมกับการทำเกษตรถูกใช้ไปดำเนินการผิดประเภท &amp;nbsp;&amp;nbsp;สิทธิในการจัดการดูแลทรัพยากรที่ดินโดยชุมชน &amp;nbsp;ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการจัดการทรัพยากรที่ดิน &amp;nbsp;ออกกฎหมายจำกัดการถือครองที่ดินเพื่อป้องกันไม่ให้นายทุนยึดครองประเทศ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้กับคนจนเมือง &amp;nbsp;รัฐบาลต้องมีนโยบายในการนำที่ดินรัฐประเภทต่างๆ มาพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัย รองรับคนจนเมืองในรูปแบบกรรมสิทธิ์ร่วมกันของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐต้องมีนโยบายอุดหนุนช่วยเหลือด้านงบประมาณในการจัดที่อยู่อาศัย และพัฒนาสาธารณูปโภคกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นโยบายด้านรัฐสวัสดิการ ด้านที่อยู่อาศัยและที่ดิน&amp;nbsp; การเข้าถึงระบบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;ดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน ร้อยละ 2 ต่อปี&amp;nbsp; เว้นแต่หากไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ เช่น กลุ่มเฉพาะแบบชุมชนแออัด หรือคนไร้บ้าน &amp;nbsp;ให้มีแนวทางการเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของกลุ่มเฉพาะนั้นๆ&amp;nbsp; จัดหาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำบลละไม่น้อยกว่า 1,000 ห้อง&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากการเคลื่อนไหวและรณรงค์ในวันนี้แล้ว&amp;nbsp; เครือข่าย &amp;lsquo;สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ&amp;rsquo; (สอช.) และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศเตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลกตลอดเดือนตุลาคมนี้ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยจะมีการจัดเวทีให้ความรู้&amp;nbsp; สร้างความเข้าใจ&amp;nbsp; เพื่อให้สังคมตระหนักถึงปัญหาที่ดิน-ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; รวมทั้งยื่นข้อเสนอให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอร่ามศรี&amp;nbsp; จันทร์สุขศรี&amp;nbsp; ผู้แทนสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ &amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp; การจัดงานรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกปีนี้&amp;nbsp; สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ร่วมกับเครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ (คทช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จะจัดกิจกรรมรณรงค์ในหัวข้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บ้านมั่นคง บ้านโดยชุมชน&amp;nbsp; ทุกคนร่วมกันสร้าง&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;Collective Housing&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายเพื่อ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. นำเสนอรูปธรรมความสำเร็จในการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยต่อระดับนโยบายและสาธารณะ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.รณรงค์สร้างความเข้าใจในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย &amp;nbsp;ทั้งในเมืองและชนบท &amp;nbsp;ให้สังคมได้ตระหนักถึงการแก้ไขปัญหาที่ดิน &amp;nbsp;ที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;และเสนอต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ผลักดันนโยบายในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยกับหน่วยงานเจ้าของที่ดิน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สนับสนุนแนวคิด Collective Housing &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 5. ยกระดับและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยทั้งเมืองและชนบท &amp;nbsp;ระหว่างผู้นำขบวนองค์กรชุมชนไทยกับผู้นำต่างประเทศ&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานและฝ่ายนโยบาย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสมชาติ ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.พูดคุยกับผู้ชุมนุมวันที่อยู่อาศัยโลกข้างทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะมีการจัดงานทั้งในระดับส่วนกลางและภูมิภาคตลอดเดือนตุลาคมนี้ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ภาคกลางและตะวันตกที่ จ.เพชรบุรี &amp;nbsp;ภาคเหนือที่ จ.เชียงราย&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคอีสานที่ จ.กาฬสินธุ์และขอนแก่น &amp;nbsp;ภาคตะวันออกที่ จ.ชลบุรี &amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาคใต้ที่ จ.กระบี่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; โดยจะมีการนำเสนอรูปธรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในประเด็นต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การจัดตั้งกองทุนที่ดิน&amp;nbsp; บ้านมั่นคงในที่ดิน ส.ป.ก.&amp;nbsp; การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนบ้านมั่นคง การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชายฝั่งและการอนุรักษ์ทรัพยกรชายฝั่งทะเล&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะมีการเปิดงานวันที่อยู่อาศัยโลก &amp;nbsp;&amp;lsquo;บ้านมั่นคง : บ้านโดยชุมชน &amp;nbsp;ทุกคนร่วมกันสร้าง (Collective Housing)&amp;rsquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ในวันที่ &amp;nbsp;10 &amp;nbsp;ตุลาคมนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ระหว่างเวลา &amp;nbsp;8.00-16.30 น.&amp;nbsp; ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยมีนายจุรินทร์&amp;nbsp; ลักษณวิศิษฎ์&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยแห่งชาติ&amp;nbsp; เป็นประธานในการเปิดงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมีการสัมมนา Collective Housing ของผู้นำชุมชนในประเทศไทยกับผู้นำจากยุโรป &amp;nbsp;อเมริกา ลาตินอเมริกา แอฟริกา&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเอเชีย &amp;nbsp;13 ประเทศ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; เมี้ยนม่าร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ &amp;nbsp;อินเดีย &amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; มีผู้เข้าร่วมประมาณ 350 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47511</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรณรงค์, นายสมชาติ ภาระสุวรรณ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., เครือข่ายสลัม 4 ภาค, เทวัญ  ลิปตพัลลภ, ‘วันที่อยู่อาศัยโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9ae9b1a8ead.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2018 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2018 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดงาน ‘วันที่อยู่อาศัยโลก’ ที่จังหวัดสุรินทร์ ผวจ.มอบบ้านมั่นคง 169 หลัง เตรียมขยายผลทั้งจังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สุรินทร์/ พอช.ร่วมกับขบวนเครือข่ายองค์กรชุมชนจัดงาน &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; ที่จังหวัดสุรินทร์เป็นแห่งสุดท้าย&amp;nbsp; ด้าน ผวจ.สุรินทร์มอบบ้านมั่นคงให้ชาวบ้าน 169 หลัง&amp;nbsp; และเตรียมขยายผลแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินทั้งจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตลอดช่วงเดือนตุลาคมนี้&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศและภาคีเครือข่ายจัดกิจกรรม &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; (องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปีเป็นวันที่อยู่อาศัยโลก&amp;nbsp; เพื่อให้นานาประเทศตระหนักถึงปัญหาเรื่องการขาดแคลนที่อยู่อาศัยและหาทางแก้ไขปัญหา) &amp;nbsp;ขึ้นในภูมิภาคต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เชียงใหม่&amp;nbsp; อุตรดิตถ์&amp;nbsp; นครสวรรค์&amp;nbsp; ปราจีนบุรี&amp;nbsp; สระแก้ว&amp;nbsp; ตราด&amp;nbsp; สตูล&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; และสุรินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในจังหวัดสุรินทร์จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 &amp;nbsp;ตุลาคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยในวันที่ 29 ตุลาคม&amp;nbsp; มีการจัดกิจกรรม &amp;ldquo;การจัดการสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยและการจัดการขยะภายในเมืองอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์&amp;nbsp; มีกิจกรรมต่างๆ เช่น&amp;nbsp; การจัดเวทีเสวนา&amp;nbsp; นิทรรศการ&amp;nbsp; แบ่งกลุ่มเรียนรู้&amp;nbsp; มีนายประภัสสร์&amp;nbsp; มาลากาญจน์&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp; เป็นประธานในพิธี&amp;nbsp; มีผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp; และเครือข่ายประชาชนจากจังหวัดต่างๆ เข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp; 400 คน&amp;nbsp; ในงานนี้ผู้ว่า จ.สุรินทร์ได้มอบบ้านให้ประชาชนที่จัดทำโครงการบ้านมั่นคงภายในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์&amp;nbsp; &amp;lsquo;โครงการบ้านมั่นคงสหกรณ์บริการบ้านมั่นคงสุรินทร์&amp;nbsp; จำกัด&amp;rsquo;&amp;nbsp; จำนวน 169 หลัง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางสุดใจ&amp;nbsp; มิ่งพฤกษ์&amp;nbsp; ผู้ประสานงานโครงการบ้านมั่นคงเมืองสุรินทร์&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ชุมชนแออัดในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์มีจำนวนทั้งหมด 32 ชุมชน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ปลูกสร้างบ้านในที่ดินรกร้างของทางราชการ&amp;nbsp; มีความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; มีปัญหาขยะ&amp;nbsp; น้ำเน่าเสีย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ในช่วงแรกชาวชุมชนยังไม่กล้ารวมกลุ่มพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; เพราะเป็นชุมชนบุกรุก&amp;nbsp; ชาวบ้านขาดความเชื่อมั่น&amp;nbsp; ต่อมาในปี 2548&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช. เข้ามาสนับสนุนให้ชุมชนหนองบัวจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นชุมชนแรก&amp;nbsp; จากนั้นจึงขยายไปสู่กิจกรรมกลุ่มเยาวชนรักษาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; และนำไปสู่การจัดทำโครงการบ้านมั่นคงในปี 2551 จำนวน 200 ครอบครัว&amp;nbsp; โดยเทศบาลเมืองสุรินทร์สนับสนุนการออกเทศบัญญัติเรื่องการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัด&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนสามารถซ่อมแซมและปรับปรุงที่อยู่อาศัยได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;คนจนก็เหมือนกับต้นไม้ที่ถูกกดทับเอาไว้ไม่ให้เติบโต&amp;nbsp; แต่เราก็ฝันอยากจะมีบ้านใหม่ที่สวยงาม&amp;nbsp; เด็กก็อยากจะมีห้องส่วนตัว&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงช่วยทำให้ความฝันของพวกเราเป็นจริง&amp;nbsp; พวกเราคนจนในจังหวัดสุรินทร์จึงรวมตัวกันทำเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เริ่มจากที่ชุมชนหนองบัว&amp;nbsp; จากนั้นจึงขยายไปยังชุมชนอื่นในเมืองสุรินทร์&amp;nbsp; รวม 11 ชุมชน&amp;nbsp; และนอกจากจะทำเรื่องที่อยู่อาศัยแล้ว&amp;nbsp; เรายังขยายไปทำเรื่องกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; ตอนนี้มีเงินรวมกันทั้งหมดประมาณ 20 ล้านบาท&amp;nbsp; มีกองทุนสวัสดิการที่ทำร่วมกันทั้งเมือง 23 ชุมชน&amp;nbsp; สมาชิกกว่า 2,000 คน&amp;nbsp; มีกองทุนช่วยเหลือดูแลสมาชิกประมาณ 3 ล้านบาท&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสุดใจกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ปัจจุบันเครือข่ายองค์กรชุมชนได้ร่วมมือกับเทศบาลเมืองสุรินทร์และภาคีต่างๆ แก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยจำนวน 11 ชุมชน &amp;nbsp;รวม 1,250 &amp;nbsp;ครัวเรือน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ชุมชนหนองบัว 200 ครัวเรือน, ชุมชนศรีบัวราย 157 ครัวเรือน, ชุมชนประทุมเมฆ-ชุมชนศรีผไทสมันต์-ชุมชนศรีจุมพล 160 ครัวเรือน, ชุมชนบ้านถนน 87 ครัวเรือน, ชุมชนโดนไข 87 ครัวเรือน, ชุมชนเทศบาลอนุสรณ์ 259 ครัวเรือน, ชุมชนพรหมเทพ 88 ครัวเรือน&amp;nbsp; ชุมชนหมอกวน 51 ครัวเรือน และสหกรณ์บริการบ้านมั่นคงสุรินทร์ จำกัด 169 ครัวเรือน &amp;nbsp;โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณรวมทั้งหมด 140.3 ล้านบาท แยกเป็นงบพัฒนาสาธารณูปโภค&amp;nbsp; รวม 36 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; งบอุดหนุนการก่อสร้างที่อยู่อาศัย 20.7 ล้านบาท&amp;nbsp; สินเชื่อ 81.9 ล้านบาท&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางอนงค์&amp;nbsp; ดัชถุยาวัตร รองประธานชุมชนทุ่งโพธิ์ (สหกรณ์บริการบ้านมั่นคงสุรินทร์ จำกัด) กล่าวว่า&amp;nbsp; ตนเองมีความรู้สึกดีใจที่คนจนมีโอกาสมีบ้านเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; เพราะส่วนใหญ่คนจนในเมืองสุรินทร์จะปลูกบ้านอยู่ในที่ดินบุกรุกหรือที่ดินรกร้างของทางราช&amp;nbsp; ส่วนตัวเองเคยเช่าบ้านอยู่มานานหลายปี&amp;nbsp; ค่าเช่าเดือนละ 3,000 บาท&amp;nbsp; เมื่อมีโครงการบ้านมั่นคงชาวชุมชนต่างๆ จึงรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้าน&amp;nbsp; ออมกันเดือนละ 200-500 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ต่อมาในปี 2560 จึงรวมกลุ่มกันซื้อที่ดินบริเวณทุ่งโพธิ์&amp;nbsp; เนื้อที่ 7 ไร่ 2 งาน ราคา 16 ล้านบาท&amp;nbsp; โดยจดทะเบียนเป็นสหกรณ์บริการบ้านมั่นคงสุรินทร์&amp;nbsp; จำกัด&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.สนับสนุนสินเชื่อ 14 ล้านบาท&amp;nbsp; ชาวบ้านสมทบจากเงินออม 2 ล้านบาท&amp;nbsp; และเริ่มก่อสร้างบ้านเมื่อต้นปี 2561 รวมทั้งหมด 169 ครอบครัว&amp;nbsp; ขนาดบ้าน 6X8 ตารางเมตร&amp;nbsp; ราคาประมาณ 222,000 บาท&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนสินเชื่อสร้างบ้านและสนับสนุนงบสาธารณูปโภคหลังละ 25,000 บาท&amp;nbsp; ผ่อนชำระค่าบ้านและที่ดินประมาณหลังละ 2,000-3,000 บาท/เดือน&amp;nbsp; ระยะเวลา 15 ปี&amp;nbsp; ขณะนี้บ้านบางส่วนสร้างเสร็จและมีชาวบ้านทยอยเข้าอยู่อาศัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายธีรพงศ์&amp;nbsp; พร้อมพอชื่นบุญ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; การพัฒนาที่อยู่อาศัยในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์&amp;nbsp; ขณะนี้ขบวนองค์กรชุมชนจังหัดสุรินทร์ร่วมกับ พอช.และภาคีเครือข่ายดำเนินการไปแล้ว 11 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 1,250 ครัวเรือน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังจัดทำโครงการบ้านพอเพียงชนบท ซึ่งเป็นการสนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนที่ยากจนในชนบท&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนงบฯ ครัวเรือนหนึ่งไม่เกิน 18,000 บาท&amp;nbsp; ใช้แรงงานจากชุมชน&amp;nbsp; และท้องถิ่นร่วมสนับสนุนงบประมาณ&amp;nbsp; ดำเนินไปแล้ว 113 ครัวเรือน&amp;nbsp; และในปีงบประมาณ 2562 จะดำเนินการอีก 150 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;นับตั้งแต่ทำโครงการบ้านมั่นคงในปี 2548&amp;nbsp; ที่ชุมชนหนองบัว&amp;nbsp; ปัจจุบันเป็นเวลา 13 ปี &amp;nbsp;ถือว่าชุมชนต่างๆ ในเมืองสุรินทร์มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp; ประสบความสำเร็จ &amp;nbsp;จากชุมชนแออัดชาวบ้านได้ร่วมกันพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตดี ขึ้น&amp;nbsp; จากเดิมที่ต่างคนต่างอยู่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็มีการออมทรัพย์ร่วมกัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีสวัสดิการช่วยเหลือดูแลสมาชิกตั้งแต่เกิดจนตาย &amp;nbsp;และนอกจากโครงการบ้านมั่นคงและบ้านพอเพียงชนบทแล้ว&amp;nbsp; พอช.จะร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุรินทร์สำรวจข้อมูลปัญหาที่ดินทั้งจังหวัด&amp;nbsp; เพื่อนำมาจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งจังหวัด&amp;nbsp; รวมทั้งแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินต่อไปด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายธีรพงศ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากการจัดกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์แล้ว&amp;nbsp; ในวันที่ 30 ตุลาคม&amp;nbsp; เครือข่ายประชาชนที่จัดทำโครงการบ้านมั่นคงในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์&amp;nbsp; รวมทั้งภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; ได้ร่วมกันเดินรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก&amp;nbsp; ในประเด็น &amp;ldquo;สร้างบ้าน&amp;nbsp; สร้างชุมชน&amp;nbsp; ไทยทุกคนมั่นคง&amp;nbsp; เข้มแข็ง&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยขบวนเดินรณรงค์จากสำนักงานเทศบาลเมืองสุรินทร์ไปยังโครงการบ้านมั่นคงสหกรณ์บริการบ้านมั่นคงสุรินทร์&amp;nbsp; จำกัด ชุมชนทุ่งโพธิ์&amp;nbsp; โดยมีนายสมเมือง&amp;nbsp; ตันฑเลขารักษาการนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุรินทร์เป็นประธาน&amp;nbsp; มีผู้ร่วมเดินรณรงค์ประมาณ 300 คน&amp;nbsp; นอกจากนี้นายสมเมืองยังเป็นประธานในพิธีมอบป้าย &amp;lsquo;บ้านต้นแบบการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม&amp;rsquo;&amp;nbsp; ให้แก่ผู้แทนชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์จำนวน 32 ชุมชน&amp;nbsp; เพื่อเป็นต้นแบบในการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมทั้งเมืองสุรินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21029</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสุรินทร์, พอช, มอบบ้านมั่นคง, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สิ่งแวดล้อม, ‘วันที่อยู่อาศัยโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd7dfd00c305.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2018 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2018 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สานพลัง พม.และหน่วยงานภาคีแก้ปัญหาขาดแคลนที่ดินทำกินจังหวัดสระแก้ว   มอบที่ดินนิคมสร้างตนเอง-ที่ดิน สปก.ให้ชาวบ้านที่ขาดแคลนกว่า 3,000 ไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จ.สระแก้ว/ สานพลัง พม. และหน่วยงานภาคีแก้ไขปัญหาขาดแคลนที่ดินทำกินใน จ.สระแก้ว&amp;nbsp; มอบที่ดินนิคมสร้างตนเอง&amp;nbsp; 100&amp;nbsp; ไร่ให้ประชาชน&amp;nbsp; 79 ครอบครัว&amp;nbsp; เพื่ออยู่อาศัยและทำกิน &amp;nbsp;เตรียมขยายผลที่ดินนิคมฯ ทั่วประเทศ &amp;nbsp;และนำที่ดิน ส.ป.ก.ที่ยึดคืนจากผู้ครอบครองที่ไม่ถูกต้องในจังหวัดกว่า 3,000 ไร่&amp;nbsp; นำมาจัดสรรให้ประชาชนที่ขาดแคลนที่ดินทำกินครอบครัวละ 6 ไร่&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนงบสร้างบ้านและพัฒนาคุณภาพชีวิตครอบครัวละ 72,000 บาท&amp;nbsp; ด้าน ผช.รมต.พม.เผยจะนำเรื่องที่ดินของหน่วยงานรัฐที่ไม่ใช้ประโยชน์มาให้ประชาชนได้ทำกินเสนอเข้าคณะกรรมการจัดการที่ดินแห่งชาติเพื่อพิจารณาเดือนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี&amp;nbsp; องค์การสหประชาชาติกำหนดให้เป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;World&amp;nbsp; Habitat&amp;nbsp; Day&amp;rsquo;&amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อให้นานาประเทศให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; หรือมีที่อยู่อาศัยที่ไม่เหมาะสม&amp;nbsp; และหาแนวทางแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; โดยในปี 2561 นี้&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) &amp;nbsp;และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; และหน่วยงานต่างๆ จัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกขึ้นในจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp; ตลอดช่วงเดือนตุลาคมนี้&amp;nbsp; เพื่อรณรงค์แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนที่มีรายได้น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยวันนี้ (19 ตุลาคม)&amp;nbsp; ที่บริเวณที่ดินนิคมสร้างตนเอง&amp;nbsp; ตำบลผ่านศึก&amp;nbsp; อ.อรัญประเทศ&amp;nbsp; จ.สระแก้ว&amp;nbsp; มีการจัดงานเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก &amp;nbsp;&amp;ldquo;สานพลัง พม.และภาคี&amp;nbsp; ก่อสร้างสุข&amp;nbsp; เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีพลเอกสุรศักดิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศรีศักดิ์&amp;nbsp; ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; นางสุจิตรา พิทยานรเศรษฐ์ &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ&amp;nbsp; นางสาวเฉลิมศรี&amp;nbsp; ระดากูล&amp;nbsp; ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; นายวิชิต&amp;nbsp; ชาตไพสิฐ&amp;nbsp; ผู้ว่าฯ จ.สระแก้ว&amp;nbsp; ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp; และประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ 500&amp;nbsp;&amp;nbsp; คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นายปาลิน&amp;nbsp; ธำรงรัตนศิลป์&amp;nbsp; ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การจัดงานในวันนี้&amp;nbsp; มีสาระสำคัญคือ&amp;nbsp; การมอบที่ดินทำกินในพื้นที่นิคมสร้างตนเองตำบลคลองน้ำใสพื้นที่ 100 ไร่&amp;nbsp; (อยู่ในการดูแลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ&amp;nbsp; กระทรวง พม.) ให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยและขาดแคลนที่ดินทำกินในตำบลผ่านศึก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.อรัญประเทศ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 79 ครอบครัว&amp;nbsp; โดยแต่ละครอบครัวจะได้ที่ดินปลูกสร้างบ้าน&amp;nbsp; 30-45 ตารางวา&amp;nbsp; ขนาดบ้าน&amp;nbsp; 4x6 - 6x8&amp;nbsp; ตารางเมตร&amp;nbsp; และที่ดินทำกินครอบครัวละ 1 ไร่&amp;nbsp; โดยมอบให้ในลักษณะที่ดินแปลงรวม&amp;nbsp; ไม่ให้กรรมสิทธิ์และไม่สามารถซื้อขายได้&amp;nbsp; โดยประชาชนที่เข้าอยู่อาศัยจะมีรายได้จากการปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; สมุนไพร&amp;nbsp; ไม้ยืนต้น&amp;nbsp; ไม้เศรษฐกิจ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; และจะเริ่มก่อสร้างที่อยู่อาศัยในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ภายในงานวันนี้ยังมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU.) &amp;ldquo;การพัฒนาโครงการบ้านมั่นคงชุมชนในพื้นที่นิคมสร้างตนแอง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ระหว่างกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; อบต.ผ่านศึก&amp;nbsp; และขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระแก้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เจตนารมณ์ของบันทึกความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ในครั้งนี้&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตและการอยู่อาศัยของคนจนในชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของนิคมสร้างตนเองตำบลคลองน้ำใส&amp;nbsp; ให้มีความมั่นคง&amp;nbsp; มีสภาพแวดล้อม&amp;nbsp; สังคม&amp;nbsp; และเศรษฐกิจที่ดี&amp;nbsp; โดยชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา&amp;nbsp; ทั้งนี้ครัวเรือนที่เข้าอยู่อาศัยในที่ดินนิคมฯ จะมีกระบวนการพัฒนาต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; เพื่อเป็นแหล่งทุนของชุมชน&amp;nbsp; มีการสร้างระบบเศรษฐกิจ&amp;nbsp; การสร้างอาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ด้วยการทำเกษตรกรรมที่ปลอดภัยไร้สารพิษ&amp;nbsp; มีการจัดการขยะ&amp;nbsp; น้ำเสีย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายปาลินกล่าว&amp;nbsp; และว่า&amp;nbsp; นอกจากที่ดินของนิคมสร้างตนเองตำบลคลองน้ำใสที่นำมาจัดสรรให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยแล้ว&amp;nbsp; ยังมีที่ดินนิคมสร้างตนเองทั่วประเทศอีกประมาณ 40 แห่งที่จะนำมาจัดสรรให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยและขาดแคลนที่ดินทำกินต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางสาวเฉลิมศรี&amp;nbsp; ระดากูล&amp;nbsp; ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ได้สนับสนุนการการพัฒนาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่เข้าร่วมในโครงการนี้จำนวน 79 &amp;nbsp;ครอบครัวตามโครงการบ้านมั่นคงชนบทที่ พอช.ดำเนินการอยู่ทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยแบ่งเป็นงบสร้างบ้าน &amp;nbsp;40,000 บาท&amp;nbsp; งบสาธารณูปโภคและคุณภาพชีวิต &amp;nbsp;24,800 บาท&amp;nbsp; การจัดขบวน/การรวมกลุ่ม 7,200 บาท &amp;nbsp;เฉลี่ยครัวเรือนละ 72,000 บาท&amp;nbsp; รวมเป็นเงินทั้งหมด&amp;nbsp; 5,688,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ในจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp; พอช.ได้ร่วมกับสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&amp;nbsp; (ส.ป.ก.) นำที่ดิน ส.ป.ก.ที่ยึดคืนมาจากผู้ที่ครอบครองไม่ถูกต้องนำมามอบให้แก่ประชาชนที่ขาดแคลนที่ดินทำกินตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp; โดยในจังหวัดสระแก้วมีที่ดินที่ยึดคืนมาจำนวน&amp;nbsp; 6 แปลง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.แปลงที่ดิน ส.ป.ก. ตำบลหนองม่วง &amp;nbsp;อ.หนองม่วง&amp;nbsp; ขนาดพื้นที่ 655 ไร่เศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ที่ดิน ส.ป.ก. ตำบลป่าไร่&amp;nbsp; อ.อรัญประเทศ&amp;nbsp; ขนาดพื้นที่ 578 ไร่เศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.ที่ดิน ส.ป.ก. ตำบลคลองหินปูน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.วังน้ำเย็น&amp;nbsp; ขนาดพื้นที่ 318 ไร่เศษ&amp;nbsp; 4.ที่ดิน ส.ป.ก. ตำบลหนองแวง&amp;nbsp; อ.หนองม่วง&amp;nbsp; ขนาดพื้นที่ 611 ไร่เศษ&amp;nbsp; 5.ที่ดิน ส.ป.ก. ตำบลโนนหมากเค็ง &amp;nbsp;ขนาดพื้นที่ 693 ไร่เศษ&amp;nbsp; และ 6.ที่ดิน ส.ป.ก. ตำบลวัฒนานคร&amp;nbsp; อ.วัฒนานคร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขนาดพื้นที่ 326 ไร่เศษ&amp;nbsp; รวมทั้งหมด&amp;nbsp; 3,181 ไร่เศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ พอช.มีเป้าหมายสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่เข้าอยู่อาศัยในที่ดิน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส.ป.ก. ในจังหวัดสระแก้วช่วงปี 2561-2562&amp;nbsp; รวม 219 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครัวเรือนละ&amp;nbsp; 72,000 &amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; งบประมาณรวม&amp;nbsp; 15.7 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; โดยขณะนี้ดำเนินการแล้วในที่ดิน ส.ป.ก.หนองม่วง&amp;nbsp; อ.หนองม่วง&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 63 ครัวเรือน&amp;nbsp; โดยแต่ละครัวเรือนจะได้รับที่ดินสร้างบ้าน 1 ไร่&amp;nbsp; และที่ดินทำกิน&amp;nbsp; 5 ไร่&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังสนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนที่ยากจนมีสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านพอเพียงชนบทในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 298&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ครัวเรือนหนึ่งไม่เกิน 18,000 บาท&amp;nbsp; รวมเป็นเงิน&amp;nbsp; 5,190,000&amp;nbsp; บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;ขณะที่ตั้งแต่ปี 2558 &amp;nbsp;ส.ป.ก.ได้ยึดที่ดินคืนจากผู้ที่ครอบครองไม่ถูกต้องทั่วประเทศแล้วประมาณ&amp;nbsp; 300,000 ไร่&amp;nbsp; เพื่อนำมาจัดสรรเป็นที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่ขาดแคลนที่ดินทำกิน&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; มีเป้าหมายจะสนับสนุนการสร้างบ้านมั่นคงชนบทในที่ดิน ส.ป.ก.ประมาณ 2,000 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ดำเนินการไปแล้วใน 10 จังหวัด &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; กาญจนบุรี&amp;nbsp; อุทัยธานี&amp;nbsp; นครราชสีมา&amp;nbsp; สระแก้ว&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พลเอกสุรศักดิ์ (เสื้อน้ำเงิน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พลเอกสุรศักดิ์&amp;nbsp; ศรีศักดิ์&amp;nbsp; ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง พม. กล่าวว่า&amp;nbsp; พื้นที่นิคมสร้างตนเองในอดีตเป็นพื้นที่ที่ทางราชการสงวนเอาไว้เพื่อความมั่นคง&amp;nbsp; เพราะเป็นพื้นที่ชายแดน&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันปัญหาตามแนวชายแดนคลี่คลายลงไป&amp;nbsp; จึงนำที่ดินนี้มาให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยและทำกินสำหรับประชาชนที่มีความเดือดร้อน&amp;nbsp; นอกจากนี้ในช่วงเดือนหน้า (พฤศจิกายน) กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จะนำเรื่องที่ดินของหน่วยงานรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ทั่วประเทศ&amp;nbsp; มานำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดการที่ดินแห่งชาติ (คทช./มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน) เพื่อให้พิจารณาอนุญาตให้ประชาชนที่ยากจนได้เข้าไปใช้ประโยชน์&amp;nbsp; ซึ่งในช่วงแรกอาจจะให้อยู่อาศัยและทำกินในลักษณะชั่วคราว&amp;nbsp; ระยะเวลา 30 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ช่วงแรกอาจให้ประชาชนอยู่อาศัยชั่วคราวก่อนในรูปแบบการเช่า&amp;nbsp; หากแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้แล้ว&amp;nbsp; ต่อไปอาจจะให้เอกสารสิทธิ์แก่ประชาชน&amp;nbsp; ซึ่งหากผลักดันไม่สำเร็จในรัฐบาลนี้&amp;nbsp; ก็ต้องรอรัฐบาลชุดต่อไป&amp;nbsp; และจะต้องช่วยกันผลักดันต่อไป&amp;nbsp; ซึ่งตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลตั้งเป้าหมายว่าประชาชนทุกคนจะต้องมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง&amp;rdquo;&amp;nbsp; พลเอกสุรศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;มอบหนังสือเข้าทำประโยชน์ในที่ดินนิคมฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับสถานการณ์ที่อยู่อาศัยในประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเทศไทยมีครัวเรือนทั้งหมดประมาณ 21 ล้านครัวเรือนมีประชาชนที่มีรายได้น้อยขาดแคลนที่อยู่อาศัยประมาณ&amp;nbsp; 3 ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; รัฐบาลมอบหมายให้การเคหะแห่งชาติจัดทำแผนงานรองรับประชาชนในลักษณะการเช่าหรือเช่าซื้อประมาณ&amp;nbsp; 2 ล้านครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จัดทำแผนแม่บทพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี ( พ.ศ.2560-2579) &amp;nbsp;สำหรับประชาชนที่มีความเดือดร้อนและมีรายได้น้อย จำนวนประมาณ 1 ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วประมาณ 100,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; ตามโครงการต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บ้านมั่นคงเมือง, บ้านมั่นคงชนบท, บ้านพอเพียงชนบท (สนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนที่มีสภาพทรุดโทรม)&amp;nbsp; การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว, คนไร้บ้าน&amp;nbsp; รวมทั้งการสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อยู่อาศัยในที่ดินนิคมสร้างตนเองและที่ดิน ส.ป.ก.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;ลงนามบันทึกความร่วมมือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20278</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวง พม., พลเอกสุรศักดิ์   ศรีศักดิ์, พอช, สานพลัง พม.และภาคี  ก่อสร้างสุข, ‘World  Habitat  Day’, ‘วันที่อยู่อาศัยโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bc98ef592e40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 14:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครสวรรค์จัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกคึกคัก ยกเป็นต้นแบบการใช้ที่ดินรัฐแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;จ.นครสวรรค์ / พอช.และขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตกจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกที่จังหวัดนครสวรรค์คึกคัก&amp;nbsp; ยกเป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหาโดยนำที่ดินของรัฐให้ชุมชนเช่าปลูกสร้างบ้านในระยะยาว&amp;nbsp; โดยทำโครงการบ้านมั่นคงไปแล้ว&amp;nbsp; 9&amp;nbsp; เมือง&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 43&amp;nbsp; โครงการ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 4,854&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน พอช.ทำบ้านมั่นคงเมืองแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทั่วประเทศแล้วกว่า&amp;nbsp; 100,000 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; ขณะที่ศูนย์ศึกษาที่อยู่อาศัยเอเชีย (ACHR) เสนอจัดตั้งกองทุนที่อยู่อาศัยเอเซียเพื่อระดมทุนแก้ปัญหาระดับภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;องค์การสหประชาติกำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปีเป็นวันที่อยู่อาศัยโลก (World Habitat Day) เพื่อให้ประเทศสมาชิกทั่วโลกตระหนักถึงปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยหรือมีที่อยู่อาศัยที่ไม่เหมาะสม&amp;nbsp; และหามาตรการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; ซึ่งในประเทศไทย&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการแก้ไขปัญหาและพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ&amp;nbsp; ได้ร่วมกับหน่วยงานภาคี&amp;nbsp; และขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; จัดกิจกรรมวันที่อยู่อาศัยโลกขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศตลอดช่วงเดือนตุลาคมนี้&amp;nbsp; โดยในจังหวัดภาคกลางและตะวันตกจัดกิจกรรมที่จังหวัดนครสวรรค์ระหว่างวันที่ 14-15 ตุลาคม&amp;nbsp; โดยมีกิจกรรมต่างๆ เช่น&amp;nbsp; การเดินรณรงค์&amp;nbsp; การสร้างบ้านให้ผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มีผู้ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (15 ตุลาคม)&amp;nbsp; เวลา&amp;nbsp; 9.00 น.&amp;nbsp; ที่ห้องประชุมเทศบาลนครนครสวรรค์&amp;nbsp; มีการจัดกิจกรรมเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก&amp;nbsp; ภายในงานมีการจัดบูธแสดงนิทรรศการการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์&amp;nbsp; การมอบโล่เกียรติคุณให้แก่หน่วยงานที่มีบทบาทในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีนายสุเทพ&amp;nbsp; วงษ์พานิช&amp;nbsp; รองผู้ว่าฯ จ.นครสวรรค์&amp;nbsp; เป็นประธานในงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีนายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; และประชาชนจากเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยในจังหวัดภาคกลางและตะวันตกเข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp; 800&amp;nbsp; คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางอร่ามศรี&amp;nbsp; จันทร์สุขศรี&amp;nbsp; ประธานเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยจังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; จากการสำรวจข้อมูลของเครือข่าย พบว่า&amp;nbsp; ในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์มีชุมชนทั้งหมด&amp;nbsp; 71 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 16,319 ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; ที่ดินวัด/สำนักงานพระพุทธศาสนา&amp;nbsp; เทศบาล&amp;nbsp; เช่าที่ดินเอกชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มีปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; บางส่วนบุกรุกที่ดินของรัฐ&amp;nbsp; หรือเช่าที่ดินเอกชนในระยะสั้น&amp;nbsp; เสี่ยงต่อการโดนไล่ที่&amp;nbsp; รวมทั้งสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีปัญหาขยะ&amp;nbsp; น้ำเน่าเสีย &amp;nbsp;บ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนมีรายได้น้อย&amp;nbsp; ฐานะยากจน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ในอำเภอต่างๆ&amp;nbsp; ก็มีปัญหาความไม่มั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัยเช่นเดียว&amp;nbsp; ดังนั้นเครือข่ายฯ จึงร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัด&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จัดทำโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชน&amp;nbsp; โดยยึดหลักการ&amp;nbsp; &amp;rdquo;ชุมชนเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; หน่วยงานต่างๆ มีบทบาทเป็นผู้สนับสนุน&amp;rdquo;&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ประธานเครือข่ายฯ กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; เนื่องจากจังหวัดนครสวรรค์เป็นประตูไปสู่ภาคเหนือ&amp;nbsp; และเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคกลาง&amp;nbsp; ทำให้ที่ดินมีราคาแพง&amp;nbsp; ประชาชนที่มีรายได้น้อยไม่สามารถเข้าถึงที่ดินได้&amp;nbsp; ดังนั้นเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยฯ จึงขอใช้ที่ดินของหน่วยงานรัฐมาจัดทำโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; โดยขอเช่าที่ดินระยะยาวเพื่อปลูกสร้างที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา&amp;nbsp; ได้ใช้ที่ดินของรัฐจัดทำโครงการบ้านมั่นคงไปแล้ว&amp;nbsp; 9&amp;nbsp; เมือง&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 43&amp;nbsp; โครงการ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 4,854&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนที่มีสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; มีฐานะยากจน&amp;nbsp; ตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo; ในพื้นที่ 12&amp;nbsp; ตำบล&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 376&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; อำเภอที่ดำเนินการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ตาคลี&amp;nbsp; ตากฟ้า&amp;nbsp; ท่าตะโก&amp;nbsp; เก้าเลี้ยว&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ในจังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp; เครือข่ายฯ ทำโครงการบ้านมั่นคงโดยไม่ได้ซื้อที่ดิน&amp;nbsp; เพราะที่ดินมีราคาแพง&amp;nbsp; เครือข่ายฯ จึงขอใช้ที่ดินของรัฐ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กรมธนารักษ์&amp;nbsp; นำมาให้ชาวบ้านเช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างบ้านในอัตราผ่อนปรน&amp;nbsp; ระยะยาว&amp;nbsp; อยู่ได้ชั่วลูกชั่วหลาน&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกไล่ที่&amp;nbsp; และไม่ต้องมีภาระในการซื้อที่ดิน&amp;nbsp; นอกจากนี้ชาวบ้านยังได้ช่วยกันพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; พัฒนาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; จัดการเรื่องขยะและน้ำเสีย&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp; นอกจากนี้ก็ยังมีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาร่วมสนับสนุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&amp;nbsp; การประปา&amp;nbsp; ฯลฯ ขยายการบริการเข้ามาในชุมชน&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนมีสาธารณูปโภคใช้ในราคาถูก&amp;nbsp; ถือเป็นการรวมพลังประชารัฐ&amp;nbsp; รวมพลังจากทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยจังหวัดนครสวรรค์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตัวอย่างชุมชนที่ทำโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ชุมชนรณชัย&amp;nbsp; ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp; ข้างตลาดสดเทศบาล&amp;nbsp; ชุมชนอยู่ในที่ดินบุกรุกของกรมธนารักษ์มานานกว่า 60 ปี&amp;nbsp; มีเนื้อที่ 2 ไร่เศษ&amp;nbsp; มีชาวบ้านอยู่อาศัยรวม&amp;nbsp; 180 ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่มีอาชีพค้าขาย&amp;nbsp; รับจ้างทั่วไป &amp;nbsp;และจับปลา โดยชาวชุมชนได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2538&amp;nbsp; และร่วมกันจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; มีสมาชิก 62 ราย มีเงินออมรวมกันประมาณ 1 ล้านบาทเศษ &amp;nbsp;กำลังสร้างบ้านเฟสแรก 54 หลัง&amp;nbsp; และปรับปรุง 3 หลัง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แบบบ้านเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น&amp;nbsp; บ้านแฝดและบ้านแถว 2 ชั้น&amp;nbsp; ขนาด 4x8 ตารางเมตร &amp;nbsp;ราคาประมาณ 250,000-310,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; ผ่อนชำระ 15 ปี &amp;nbsp;รวมค่าเช่าที่ดิน&amp;nbsp; เดือนละ 1,915-2,330 บาท&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนงบสาธารณูปโภค 2.85 ล้านบาท &amp;nbsp;งบอุดหนุนรวม 1.42 ล้านบาท &amp;nbsp;ใช้สินเชื่อจาก พอช.&amp;nbsp; รวม 11.7 ล้านบาท &amp;nbsp;ธนารักษ์จังหวัดให้เช่าที่ดินระยะ 30 ปี&amp;nbsp; อัตราตารางวาละ 4.50 บาทต่อเดือน&amp;nbsp; ขณะที่การไฟฟ้าได้ร่วมสนับสนุน&amp;nbsp; โดยขยายเขตไฟฟ้าเข้าไปในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ชุมชนสวรรค์เมืองใหม่&amp;nbsp; ตั้งอยู่ด้านหลังสำนักงานอัยการจังหวัด&amp;nbsp; สร้างบ้านมั่นคงจำนวน&amp;nbsp; 102&amp;nbsp; หลัง ขณะนี้สร้างเสร็จหมดแล้ว&amp;nbsp; รูปแบบเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว&amp;nbsp; และบ้านเดี่ยว 2 ชั้น&amp;nbsp; ขนาด 6x8 ตารางเมตร&amp;nbsp; ราคาบ้าน 290,000-380,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอช.อนุมัติสินเชื่อรวม 26.5 ล้านบาท&amp;nbsp; (หลังละ 230,000-300,000 บาท)&amp;nbsp; และอุดหนุนสร้างบ้านหลังละ 23,000 บาท&amp;nbsp; ขณะที่ชาวบ้านสมทบเงินหลังละ 37,000-57,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผ่อนชำระ 15 ปี&amp;nbsp; เดือนละ 1,941-2,532 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ พอช.ยังสนับสนุนงบจำนวน 10.5 ล้านบาท&amp;nbsp; เพื่อถมดิน&amp;nbsp; ปรับภูมิทัศน์&amp;nbsp; บำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; ขณะที่เทศบาลและการไฟฟ้า&amp;nbsp; สร้างถนน&amp;nbsp; ประปา&amp;nbsp; ขยายไฟฟ้า&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมงบประมาณ &amp;nbsp;26.4 &amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ได้จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ลงมติเห็นชอบแล้ว&amp;nbsp; มีเป้าหมายประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 1,053,702&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นเมือง&amp;nbsp; (เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2546 )&amp;nbsp; ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว&amp;nbsp; รวม 74 จังหวัด&amp;nbsp; 388 เมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 1,088&amp;nbsp; โครงการ&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 108,215&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โครงการบ้านมั่นคงชนบท&amp;nbsp; (ปีงบประมาณ 2560-2561) ดำเนินการแล้ว&amp;nbsp; 14 จังหวัด&amp;nbsp; 21 เมือง&amp;nbsp; 36 โครงการ&amp;nbsp; รวม 3,155 ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นที่ดินของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และที่ดินป่าสงวนฯ เสื่อมโทรม&amp;nbsp; โครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; เป็นการซ่อมแซมบ้านเรือนในชนบทที่ยากจน&amp;nbsp; มีสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; สนับสนุนครัวเรือนหนึ่งไม่เกิน 18,000 บาท&amp;nbsp; โดยหน่วยงานรัฐในท้องถิ่น&amp;nbsp; ภาคประชาสังคม&amp;nbsp; ภาคเอกชน&amp;nbsp; และประชาชนร่วมกันลงแรง&amp;nbsp; หรือสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์&amp;nbsp; ดำเนินการแล้ว (ปีงบประมาณ 2560-2561) รวม 1,583 พื้นที่&amp;nbsp; จำนวน 31,622&amp;nbsp; ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ในพื้นที่จังหวัดภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; ได้แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; จำนวน 16 จังหวัด&amp;nbsp; 69 เมือง&amp;nbsp; 137&amp;nbsp; โครงการ&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 12,415&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงชนบท&amp;nbsp; รวม 3 จังหวัด&amp;nbsp; 3 ตำบล จำนวน 768 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; และโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 16 จังหวัด&amp;nbsp; 508&amp;nbsp; ตำบล&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 5,611&amp;nbsp; ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากการจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกในประเทศไทยแล้ว&amp;nbsp; ศูนย์ศึกษาที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย (Asian &amp;nbsp;Coalition for Housing Rights : &amp;nbsp;ACHR) ซึ่งมีสมาชิกเป็นเครือข่ายภาคประชาชนและประชาสังคมที่ทำงานด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศเอเซีย&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 19 ประเทศ&amp;nbsp; ได้จัดประชุม Asia&amp;nbsp; Hub ที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 10-14 ตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีผู้แทนจากประเทศต่างๆ 10 ประเทศ&amp;nbsp; รวม 57 คน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อินเดีย&amp;nbsp; ปากีสถาน&amp;nbsp; บังคลาเทศ&amp;nbsp; เวียดนาม&amp;nbsp; พม่า&amp;nbsp; กัมพูชา&amp;nbsp; ฟิลิปปินส์&amp;nbsp; ฯลฯ เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp; และเดินทางไปศึกษาดูงานการพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่างๆ ในประเทศไทย&amp;nbsp; รวมทั้งที่จังหวัดนครสวรรค์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การประชุม Asia Hub ครั้งนี้&amp;nbsp; มีประเด็นที่น่าสนใจคือ&amp;nbsp; ที่ประชุมได้เสนอให้มีการฟื้นฟู &amp;lsquo;กองทุนที่อยู่อาศัยเอเซีย&amp;rsquo; ขึ้นมา (เดิมเคยมีการจัดตั้งมาแล้ว) &amp;nbsp;โดยให้สมาชิกแต่ละประเทศจัดตั้งกองทุน &amp;lsquo;Asia&amp;nbsp; Community&amp;nbsp; Fund&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; และสมาชิกร่วมสมทบเงินคนละ 1 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 33 บาท) ต่อปี&amp;nbsp; โดยสมทบปีละ 1 ครั้งในเดือนตุลาคมซึ่งเป็นช่วงวันที่อยู่อาศัยโลก&amp;nbsp; เพื่อรวบรวมเงินเป็นกองทุนในการแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาที่อยู่อาศัยของแต่ละประเทศและระดับภูมิภาค &amp;nbsp;ในรูปแบบการให้สมาชิกกู้ยืม&amp;nbsp; ดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp; หรือนำไปสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้แก่ประเทศสมาชิกที่เดือดร้อน &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยขณะนี้ &amp;nbsp;ACHR&amp;nbsp; ได้ร่วมสมทบเงินเข้ากองทุนประเดิมแล้ว&amp;nbsp; จำนวน 10,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 330,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สร้างบ้านให้ผู้ด้อยโอกาส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19953</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครสวรรค์, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, พอช, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, องค์การสหประชาติ, โครงการบ้านพอเพียงชนบท, ‘วันที่อยู่อาศัยโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc440d7b1a84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลายองค์กรร่วมจัดงาน ‘วันที่อยู่อาศัยโลก’ ปี 2561 พม.ชูวิสัยทัศน์ “คนไทยมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วในปี 2579” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อาคารสหประชาชาติ ถ.ราชดำเนินนอก / หลายองค์กรร่วมจัดงาน &amp;lsquo;สร้างไทยไปด้วยกัน : สร้างบ้าน สร้างชุมชน &amp;nbsp;ไทยทุกคนมั่นคง &amp;nbsp;เข้มแข็ง&amp;rsquo;&amp;nbsp; เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนจากเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยในไทยและจาก 10 ประเทศในเอเซียเข้าร่วมงานประมาณ 200&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พลเอกอนันตพร &amp;nbsp;รมว.พม.ชูวิสัยทัศน์ &amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579&amp;rdquo; &amp;nbsp;ตั้งเป้าแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยน้อยทั่วประเทศกว่า 3 ล้านคนให้บรรลุผลตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี&amp;nbsp; องค์การสหประชาชาติกำหนดให้เป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;World&amp;nbsp; Habitat&amp;nbsp; Day&amp;rsquo;&amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อให้นานาประเทศให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; หรือมีที่อยู่อาศัยที่ไม่เหมาะสม&amp;nbsp; และหามาตรการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; โดยในปี 2561 นี้&amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศไทย&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; การเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ได้จัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกตลอดช่วงเดือนตุลาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยในวันนี้ (10 ตุลาคม)&amp;nbsp; ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) อาคารสำนักงานสหประชาชาติ&amp;nbsp; ถนนราชดำเนินนอก&amp;nbsp; มีการจัดงาน &amp;lsquo;สร้างไทยไปด้วยกัน : สร้างบ้าน สร้างชุมชน ไทยทุกคนมั่นคง เข้มแข็ง&amp;rsquo; &amp;nbsp;เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก &amp;nbsp;โดยความร่วมมือระหว่าง &amp;nbsp;ESCAP &amp;nbsp;การเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; มูลนิธิที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย(ACHR) &amp;nbsp;โดยมีผู้แทนจากขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศไทย&amp;nbsp; ผู้แทนจากประเทศเอเซีย&amp;nbsp; และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมงานประมาณ 200&amp;nbsp;&amp;nbsp; คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พลเอกอนันตพร&amp;nbsp; กาญจนรัตน์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; วันที่อยู่อาศัยโลกปีนี้องค์การสหประชาชาติกำหนดหัวข้อหลักในการรณรงค์เรื่อง &amp;ldquo;การจัดการขยะโดยเทศบาล&amp;rdquo; (Municipal Solid Waste Management)&amp;nbsp; ซึ่งการขจัดขยะเป็นเรื่องสำคัญและมีผลต่อสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;จำเป็นที่ชุมชน &amp;nbsp;ท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมมือกันในการจัดการ&amp;nbsp; โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนจะต้องมีบทบาทในเรื่องนี้มากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนในประเทศไทยยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน (Housing for all) การทำให้คนไทยมีบ้านอยู่อาศัยอย่างถ้วนทั่ว &amp;nbsp;มีความมั่นคงในการอยู่อาศัย &amp;nbsp;รวมถึงการมีชุมชนเข้มแข็ง &amp;nbsp;มีสภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี &amp;nbsp;ถือว่าบ้านเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาด้านต่าง ๆ &amp;nbsp;(Housing at a center)&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;พลเอกอนันตพรกล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; ประเทศไทยได้กำหนดแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาติ&amp;nbsp; เป้าหมายที่ 11 เรื่อง &amp;ldquo;การทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความสามารถในการปรับตัว &amp;nbsp;มีภูมิต้านทานและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงให้เกิดสุขภาวะอย่างครอบคลุมและยั่งยืน&amp;rdquo; &amp;nbsp;และวาระใหม่ในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน (New Urban Agenda) &amp;nbsp;ซึ่งประเทศไทยได้ดำเนินการมาตลอด&amp;nbsp; และคณะรัฐมนตรีได้มีมติรับรองวาระใหม่ในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนแล้ว&amp;nbsp; และมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก &amp;nbsp;จัดทำแผนการพัฒนาเพื่อให้เกิดการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;(วาระการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน (New Urban Agenda) เป็นเอกสารซึ่งประเทศสมาชิกและองค์การระหว่างประเทศรับรองร่วมกันในการประชุมสหประชาติว่าด้วยการพัฒนาที่อยู่อาศัยและเมืองอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; ครั้งที่ 3 (Habitat 3)&amp;nbsp; ณ เมืองกีโต&amp;nbsp; สาธารณรัฐเอกวาดอร์&amp;nbsp; เมื่อเดือนตุลาคม&amp;nbsp; 2559&amp;nbsp; เพื่อเป็นวิสัยทัศน์ของประชาคมโลกในการพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนโดยเน้นคนเป็นศูนย์กลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; และส่งเสริมบทบาทหน้าที่ของรัฐบาลท้องถิ่น&amp;nbsp; ตลอดจนการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและประชาชนในการพัฒนาเมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในทุกมิติ&amp;nbsp; โดยเชื่อมโยงกับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp; ค.ศ.2030 (พ.ศ.2573)&amp;nbsp; และความตกลงระหว่างประเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;พลเอกอนันตรพรกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี ( พ.ศ.2560-2579) &amp;nbsp;ซึ่งแผนแม่บทดังกล่าวมีวิสัยทัศน์ &amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนผู้มีรายได้น้อยประมาณ&amp;nbsp; 3-4 &amp;nbsp;ล้านครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้แผนแม่บทดังกล่าว&amp;nbsp; มีกลไกในการขับเคลื่อนงาน&amp;nbsp; คือ มีคณะกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยแห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน &amp;nbsp;และมีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อส่งเสริมการออมและเป็นแหล่งทุนในการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; นอกจากนี้จะมีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;พลเอกอนันตพรกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; นับแต่เริ่มแผนแม่บทพัฒนาที่อยู่อาศัยในปี 2560 การเคหะแห่งชาติและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้จัดที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยไปแล้วกว่า 200,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การเคหะฯ ทำเรื่องแฟลตดินแดงที่ประชาชนอยู่อาศัยมานานกว่า 50 ปี&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายประมาณ 6,500&amp;nbsp; ยูนิต&amp;nbsp; เก็บค่าเช่าประมาณ 1,000-4,000บาทต่อเดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประมาณอีก 6 ปีจะแล้วเสร็จทั้งหมด&amp;nbsp; ส่วนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; หรือ พอช. ทำเรื่องบ้านมั่นคงไปแล้วประมาณ&amp;nbsp; 100,000&amp;nbsp; หลัง&amp;nbsp; และโครงการบ้านพอเพียงซึ่งเป็นโครงการซ่อมแซมบ้านเรือนในชนบทที่ยากจนประมาณ&amp;nbsp; 80,000 หลัง&amp;nbsp; และกระทรวง พม.&amp;nbsp; ทำเรื่องบ้านผู้สูงอายุ&amp;nbsp; คนพิการ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ประมาณ&amp;nbsp; 40,000-50,000 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;อีกประมาณ 17 ปี&amp;nbsp; หรือภายในปี 2579 คาดว่าจะทำเรื่องบ้านได้ทั้งหมด 3-4 ล้านหลังตามแผนแม่บทที่อยู่อาศัย 20 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งจะต้องมีการสำรวจข้อมูล&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่งเสริมการออมทรัพย์&amp;nbsp; การจัดหาที่ดินใหม่ที่ไม่ไกลและสะดวกในการเดินทาง&amp;nbsp; การออกแบบบ้าน&amp;nbsp; ซึ่งเรื่องต่างๆ เหล่านี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันเพื่อให้เกิดความสำเร็จ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน พอช.และการเคหะฯ&amp;nbsp; เมื่อสร้างบ้านเสร็จแล้วก็จะช่วยกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น&amp;nbsp; จะมีการสร้างอาชีพ&amp;nbsp; มีตลาดประชารัฐ&amp;nbsp; สร้างรายได้&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง&amp;nbsp; มีความมั่นคงในชีวิตต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;พลเอกอนันตพรกล่าวทิ้งท้าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;การจัดงาน &amp;lsquo;สร้างไทยไปด้วยกัน : สร้างบ้าน สร้างชุมชน ไทยทุกคนมั่นคง เข้มแข็ง&amp;rsquo; &amp;nbsp;เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกในปีนี้&amp;nbsp; นอกจากจะมีการจัดเวทีเสวนา&amp;nbsp; และการจัดนิทรรศการแสดงผลงานการพัฒนาที่อยู่อาศัยทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; ภายในงานยังมีพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่หน่วยงานและบุคคลที่สนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยจำนวน&amp;nbsp; 15 ราย&amp;nbsp; ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;1.เทศบาลเมืองสุรินทร์ &amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp; 2.องค์การบริหารส่วนตำบลข่วงเปา จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp; 3.เครือข่ายคนไร้บ้าน&amp;nbsp; 4.คณะทำงานแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตตำบลระบำ จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp; 5.โครงการบ้านเอื้ออาทรรัตนาธิเบศร์ (ท่าอิฐ) 6.โครงการบ้านเอื้ออาทรระยอง (วังหว้า) 7.มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ &amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร&amp;nbsp; 9.กรมธนารักษ์&amp;nbsp; 10.สำนักปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)&amp;nbsp; 11.กรมเจ้าท่า&amp;nbsp; &amp;nbsp;12.ธนาคารอาคารสงเคราะห์&amp;nbsp; 13.บริษัท SCG &amp;nbsp;14.เครือข่ายชุมชนริมคลอง และ 15. นายจรัส อมรชัยนนท์ (เจ้าของที่ดินชุมชนเมืองใหม่มาลัยทอง) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับผู้แทนจากเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศเอเซียที่เข้าร่วมงานวันที่อยู่อาศัยโลกในประเทศไทยมีทั้งหมด 10 ประเทศ&amp;nbsp; จำนวน 57 คน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อินเดีย&amp;nbsp; ปากีสถาน&amp;nbsp; กัมพูชา&amp;nbsp; พม่า&amp;nbsp; เวียดนาม อินโดนีเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟิลิปินส์ &amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; นอกจากนี้ผู้แทนต่างประเทศจะเดินทางไปศึกษาดูงานการพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp; ที่มีการจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บ้านหาดเล็ก&amp;nbsp; อ.คลองใหญ่&amp;nbsp; จ.ตราด ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยในที่ดินของกรมเจ้าท่า&amp;nbsp; กระทรวงคมนาคม, บ้านมั่นคงชนบทตำบลปากช่อง&amp;nbsp; อ.ปากช่อง&amp;nbsp; จ.นครราชสีมา&amp;nbsp; เป็นที่ดิน ส.ป.ก.ที่ยึดคืนมาจากผู้ครอบครองไม่ถูกต้อง,&amp;nbsp; บ้านมั่นคง&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.นครสวรรค์ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19581</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไทยมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วในปี 2579, พม., พลเอกอนันตพร  กาญจนรัตน์, ‘World  Habitat  Day’, ‘วันที่อยู่อาศัยโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbdce32dbf2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
