<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานบอร์ด พอช.-ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เยี่ยมชุมชนนำร่อง ‘อ่าว ก ไก่’ เคลื่อน 6 ยุทธศาสตร์แผนพัฒนาภาคประชาชนเพื่อความมั่นคงทุกมิติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.ประจวบคีรีขันธ์/ ไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานบอร์ด พอช. และผู้ว่าฯ จ.ประจวบคีรีขันธ์เยี่ยมชุมชนประมงพื้นบ้านนำร่องแผนพัฒนาภาคประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; &amp;lsquo;อ่าว ก ไก่&amp;rsquo; 4 จังหวัด ประจวบฯ-เพชรบุรี-สมุทรสงคราม-สมุทรสาคร &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใช้ยุทธศาสตร์&amp;nbsp; 6 ด้านสร้างความมั่นคงในที่ดินทำกิน-ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง ส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์&amp;nbsp; ท่องเที่ยว&amp;nbsp; พัฒนาคุณภาพชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและหลุดพ้นความยากจน&amp;nbsp; ก่อนขยายผลไปยังพื้นที่ชายฝั่งทะเลทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ขบวนองค์กรชุมชน 4 จังหวัดในพื้นที่ภูมินิเวศ &amp;lsquo;อ่าว ก ไก่&amp;rsquo; (อ่าวไทยตอนบนที่มีลักษณะ 4 เหลี่ยมคล้ายพยัญชนะ &amp;lsquo;ก ไก่&amp;rsquo;) คือ&amp;nbsp; ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; เพชรบุรี&amp;nbsp; สมุทรสงคราม&amp;nbsp; และสมุทรสาคร &amp;nbsp;ได้ร่วมกันจัดทำแผนพัฒนาภาคประชาชนระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2562-2565) เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินที่ไม่มั่นคงเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งเสื่อมโทรม&amp;nbsp; ตลอดจนปัญหาด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมกันให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและการพัฒนาด้านต่างๆ&amp;nbsp; กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่อนผันให้ประชาชนอยู่อาศัยในพื้นที่ป่าชายเลน (อยู่อาศัยก่อนปี 2557) ตามนโยบายของรัฐบาลนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนนำร่องอ่าว ก.ไก่&amp;nbsp; แก้ปัญหาที่อยู่อาศัย-อนุรักษ์ทรัพยากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดระหว่างวันที่ 22-23 กันยายน&amp;nbsp; นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; และคณะ&amp;nbsp; ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินการตามแผนพัฒนาภาคประชาชนที่ชุมชนบ้านปากคลองหมู่ที่ 5 ตำบลแม่รำพึง&amp;nbsp; อ.บางสะพานน้อย&amp;nbsp; จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; เพื่อเยี่ยมชมการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยของชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรักษาทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp; การจัดตั้งธนาคารปูม้าเพื่อขยายพันธุ์&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรีเยี่ยมชุมชนบ้านปากคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ชุมชนบ้านปากคลองมี 4 หมู่บ้าน&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 247 ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยในที่ดินป่าชายเลนตามโครงการบ้านมั่นคงชนบทของ พอช. &amp;nbsp;โดย พอช.สนับสนุนการซ่อมแซมปรับปรุงบ้านเรือนที่ทรุดโทรมจำนวน 11.9 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ดำเนินการตั้งแต่ปี 2560&amp;nbsp; ขณะนี้ซ่อมแซมบ้านไปแล้วประมาณ 70 %&amp;nbsp; จากจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันชุมชนได้ร่วมกันเพาะพันธุ์และขยายสัตว์น้ำ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดทำธนาคารปูเพื่อขยายพันธุ์ปูทะเลมาตั้งแต่ปี 2551 สามารถนำแม่พันธุ์ปูมาเพาะพันธุ์ได้ประมาณปีละ 1,500-1,700 ตัว&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังทำ &amp;lsquo;ซั้ง&amp;rsquo; ในทะเลเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน&amp;nbsp; ทำให้มีสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น&amp;nbsp; ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับปูได้มากขึ้น&amp;nbsp; จากเดิมวันละ 3-4 กิโลกรัม&amp;nbsp; เพิ่มเป็น 7-8 กิโลกรัมต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 23 กันยายน&amp;nbsp; นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; พร้อมด้วยนายพัลลภ &amp;nbsp;สิงหเสนี &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; และผู้แทนจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp; พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) และนายอำเภอบางสะพานน้อย&amp;nbsp; ได้เดินทางที่ชุมชนบ้านหนองเสม็ดซิตี้&amp;nbsp; ต.บางสะพาน &amp;nbsp;อ.บางสะพานน้อย&amp;nbsp; ซึ่งเป็นชุมชนชายฝั่งทะเลที่กำลังดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชนบท&amp;nbsp; ขณะเดียวกันชาวชุมชนได้ร่วมกันจัดตั้งธนาคารปูเพื่อเพาะพันธุ์ปูทะเล&amp;nbsp; และปล่อยพันธุ์ปูลงสู่ทะเลปีละหลายล้านตัว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ต้นปี 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ปล่อยปูประมาณ 3 ล้านตัวคืนสู่ทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายไมตรีได้มอบงบประมาณสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงชุมชนหนองเสม็ดซิตี้&amp;nbsp; จำนวน 29&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; งบประมาณรวม 1,443,627 บาทให้แก่ผู้แทนชุมชน&amp;nbsp; และได้เยี่ยมชมธนาคารปูม้า&amp;nbsp; การแปรรูปอาหารทะเล&amp;nbsp; รวมทั้งร่วมกิจกรรมการซ่อมแซมบ้านตามโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; โดยมีเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน 4 จังหวัด&amp;nbsp; และชาวชุมชนเข้าร่วมงานประมาณ 120 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพัลลภ&amp;nbsp; ผวจ.ประจวบฯ และนายไมตรีร่วมกันเทปูนซ่อมบ้านให้ชาวหนองเสม็ดฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าฯ ประจวบหนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ทำงาน 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องใหญ่&amp;nbsp; คือ 1.การสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลให้ทำงานพัฒนาภาคประชาชน&amp;nbsp; มีการสร้างเครือข่ายต่างๆ เพื่อให้เกิดพลังในการพัฒนา&amp;nbsp; 2.กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล&amp;nbsp; เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือสมาชิกในตำบล&amp;nbsp; ตั้งแต่เรื่องเกิด เจ็บป่วย&amp;nbsp; ทุนการศึกษา การพัฒนาเด็กและเยาวชน&amp;nbsp; ครอบครัว&amp;nbsp; ดูแลสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ช่วยยามภัยพิบัติ&amp;nbsp; เสียชีวิต&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ขณะนี้มีการจัดคตั้งกองทุนแล้วทั่วประเทศประมาณ&amp;nbsp; 6,000 กองทุน&amp;nbsp; มีเงินรวมกันประมาณ 15,600 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.สนับสนุนการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; &amp;lsquo;โครงการบ้านมั่นคงชนบท&amp;rsquo; เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; &amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo; เพื่อสนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนครัวเรือนยากจนที่มีสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; ไม่ปลอดภัย&amp;nbsp; ให้มีความมั่นคงแข็งแรง&amp;nbsp; ขณะนี้ซ่อมแซมบ้านเรือนยากจนทั่วประเทศไปแล้วประมาณ 41,000 หลัง และปี 2563 จะดำเนินการอีกประมาณ 14,000 หลัง&amp;nbsp; และ 4.สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน&amp;nbsp; เพื่อให้ชุมชนมีเศรษฐกิจเข้มแข็ง&amp;nbsp; สามารถพึ่งพาตัวเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่ทั้งหมดนี้ พอช.ไม่ได้ทำงานเอง&amp;nbsp; พอช.มีบทบาทในการสนับสนุนการทำงานของขบวนพี่น้องประชาชน&amp;nbsp; โดยพี่น้องต้องไปขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง&amp;nbsp; โดย พอช.และหน่วยงานต่างๆ จะร่วมกันสนับสนุน&amp;nbsp; ช่วยกระตุ้นการทำงานของพี่น้อง&amp;nbsp; เช่นเดียวกับแผนการพัฒนาภาคประชาชนในพื้นที่อ่าว ก.ไก่ ที่พี่น้องลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เริ่มจากเรื่องที่อยู่อาศัย และขยายผลไปยังสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; การดูแลรักษาป่าชายเลน&amp;nbsp; และเรื่องอื่นๆ ต่อไป&amp;rdquo; นายไมตรีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันผู้แทนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน 4 จังหวัดในพื้นที่ภูมินิเวศอ่าว ก&amp;nbsp; ไก่ &amp;nbsp;คือ&amp;nbsp; ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; เพชรบุรี&amp;nbsp; สมุทรสงคราม&amp;nbsp; และสมุทรสาคร &amp;nbsp;ได้ยื่นหนังสือเสนอแผนพัฒนาภาคประชาชนระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2562-2565) ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนภาคประชาชนมอบแผนพัฒนาอ่าว ก ไก่ ให้แก่ ผวจ.ประจวบฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพัลลภ &amp;nbsp;สิงหเสนี &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;จังหวัดประจวบฯ มีทรัพยากรที่สำคัญ&amp;nbsp; ทั้งทะเลและภูเขาที่สวยงาม&amp;nbsp; มีวิสัยทัศน์ 4 ด้าน&amp;nbsp; คือ 1.เมืองท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่า&amp;nbsp; 2.เป็นเมืองหลวงของสับปะรด&amp;nbsp; มะพร้าว&amp;nbsp; ประมง&amp;nbsp; เป็นเมืองเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp; ได้มาตรฐาน&amp;nbsp; 3.มีด่านสิงขรเป็นด่านชายแดนเชื่อมอ่าวไทยกับฝั่งทะเลอันดามัน&amp;nbsp; เป็นระเบียงเศรษฐกิจในอนาคต&amp;nbsp; และ 4.สังคมผาสุก&amp;nbsp; มีการดูแลสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นการทำงานของ พอช.ที่สนับสนุนเรื่องการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนให้เกิดความมั่นคง&amp;nbsp; การร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อม รักษาป่าชายเลน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายของจังหวัดประจวบฯ ในการสร้างสังคมผาสุก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งทางจังหวัดพร้อมที่จะให้การสนับสนุนทุกวิถีทาง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผวจ.ประจวบฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จังหวัดประจวบฯ มีพื้นที่ที่ พอช. ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงในพื้นที่ป่าชายเลนและพื้นที่สาธารณะ&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 17 โครงการ&amp;nbsp; ดำเนินการเสร็จแล้ว&amp;nbsp; 9 โครงการ&amp;nbsp; อยู่ระหว่างการดำเนินการ 8 โครงการ&amp;nbsp; ใช้งบประมาณ รวม 76 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; มีผู้ได้รับประโยชน์รวม&amp;nbsp; 1,198 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินหน้าเคลื่อนแผนพัฒนาภาคประชาชนอ่าว ก ไก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงษ์ศักดิ์ คำทรัพย์&amp;nbsp; คณะทำงานพัฒนาที่อยู่อาศัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; กล่าวถึงแผนพัฒนาภาคประชาชนฯ ว่า&amp;nbsp; เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ภูมินิเวศอ่าว ก ไก่&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; มีปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้รับผลกระทบจากการทำประมงพาณิชย์&amp;nbsp; การจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมชายฝั่งทะเล&amp;nbsp; อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว&amp;nbsp; และผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน&amp;nbsp; ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทะเลและชายฝั่งถูกทำลาย&amp;nbsp; ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในอ่าว ก.ไก่ ที่เคยเป็นแหล่งอาหารสำคัญของประเทศลดน้อยลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกิดผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; รวมทั้งเกิดผลกระทบโดยรวมต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้นพวกเราในนามของผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนทั้ง 4 จังหวัด&amp;nbsp; จึงได้รวบรวมข้อมูลและปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; นำมาจัดทำเป็นแผนพัฒนาภาคประชาชน&amp;nbsp; เพื่อเป็นทิศทางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; โดยมียุทธศาสตร์ 6 ด้าน&amp;nbsp; คือ 1.การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; 2.การฟื้นฟู&amp;nbsp; อนุรักษ์&amp;nbsp; การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ยกระดับการแปรรูปสินค้าและการตลาดของชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; 4.ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; 5.ฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; และ 6.การปรับตัวเพื่อบรรเทาปัญหาของชาวประมงพื้นบ้านจากภาวะโลกร้อน&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายคือการจัดการพื้นที่ชายฝั่งอ่าวทะเล ก ไก่ อย่างยั่งยืน&amp;nbsp; เพื่อชาวประมงพื้นบ้านจะได้มีที่อยู่อาศัยและทำกินมั่นคง และหลุดพ้นจากปัญหาความยากจน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนฯ ยกตัวอย่างการฟื้นฟู&amp;nbsp; อนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วมตามยุทธศาสตร์ที่ 2 ว่า&amp;nbsp; จะมีการจัดตั้งคณะทำงานและสร้างภาคีเครือข่ายขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การจัดการขยะและน้ำเสียไม่ให้ไหลทิ้งลงทะเล&amp;nbsp; โดยร่วมมือกับโรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ร่วมกันฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ เช่น&amp;nbsp; จัดตั้งธนาคารปู&amp;nbsp; ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำต่างๆ&amp;nbsp; และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในอ่าว ก ไก่&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารปูที่ชุมชนบ้านปากคลอง&amp;nbsp; อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้ที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือพัฒนาทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าชายเลน 4 จังหวัด ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญของแผนดังกล่าว&amp;nbsp; มีเป้าหมาย&amp;nbsp; คือ จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp; รวม 616 ครัวเรือน&amp;nbsp; จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 76 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 89&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; รวม 502 ครัวเรือน&amp;nbsp; รวมทั้งหมด&amp;nbsp; 1,283 ครัวเรือน&amp;nbsp; ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในกรณีที่ดินป่าชายเลน&amp;nbsp; กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ผ่อนผันให้ประชาชนที่อยู่อาศัยในป่าชายเลนก่อนปี 2557&amp;nbsp; อยู่อาศัยได้&amp;nbsp; แต่ไม่อนุญาตที่ดินทำกิน&amp;nbsp; &amp;nbsp;(ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งแต่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศในปี 2557) โดยมีคณะกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด (คทช.จังหวัด) มีผู้แทนจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องที่และท้องถิ่น&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ร่วมเป็นคณะทำงาน&amp;nbsp; มีหน้าที่สำรวจข้อมูล&amp;nbsp; แปลงที่ดิน&amp;nbsp; จำนวนครัวเรือน&amp;nbsp; ตรวจสอบ&amp;nbsp; การบริหารจัดการ&amp;nbsp; และเสนออนุมัติ&amp;nbsp; โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ลงนามการอนุญาตให้ใช้ที่ดินป่าชายเลนเพื่อการอยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปฏิภาณ&amp;nbsp; จุมผา&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;กล่าวว่า&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยในป่าชายเลนตามแผนพัฒนาภาคประชาชน 4 จังหวัดนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอช.ให้การสนับสนุนชุมชนต่างๆ ที่ต้องการแก้ไขปัญหาตามโครงการบ้านมั่นคงชนบท&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ส่วนใหญ่อยู่ในระหว่างการสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; แปลงที่ดิน&amp;nbsp; จำนวนครัวเรือนที่เดือดร้อน&amp;nbsp; และตรวจสอบสิทธิ์ผู้ที่เดือดร้อน&amp;nbsp; ก่อนเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยอย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บางชุมชนอยู่ในระหว่างการดำเนินโครงการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนบ้านปากคลอง&amp;nbsp; และชุมชนหนองเสม็ดซิตี้&amp;nbsp; อ.บางสะพานน้อย&amp;nbsp; จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมตามโครงการบ้านมั่นคงชนบท&amp;nbsp; เนื่องจากบ้านเรือนส่วนใหญ่ปลูกสร้างมานาน&amp;nbsp; มีสภาพทรุดโทรมเพราะถูกน้ำทะเลกัดเซาะ&amp;nbsp; เพื่อให้บ้านเรือนมีความมั่นคง&amp;nbsp; แข็งแรง&amp;nbsp; ผู้อยู่อาศัยมีความปลอดภัย&amp;nbsp; และนำไปสู่การพัฒนาด้านต่างๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แนวทางการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อการอยู่ร่วมกันของ&amp;nbsp; &amp;lsquo;คน&amp;nbsp; ป่า และทะเล&amp;rsquo; นั้น&amp;nbsp; พอช.ใช้เรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องบ้านหรือที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือในการพัฒนา&amp;nbsp; เพราะนอกจากจะทำให้ชาวบ้านมีที่อยู่อาศัยและที่ดินที่มั่นคงแล้ว&amp;nbsp; ยังจะนำไปสู่การพัฒนาด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การสร้างเครือข่ายประมงพื้นบ้านขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันฟื้นฟู&amp;nbsp; ดูแล&amp;nbsp; อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp; พัฒนาอาชีพประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; ต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp; โดยความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีเครือข่ายในท้องถิ่นต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งการบูรณาการแผนงานและงบประมาณเข้าด้วยกัน&amp;nbsp; นอกจากนี้จะนำไปสู่การผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายด้วย&amp;nbsp; โดยใช้พื้นที่อ่าว ก ไก่&amp;nbsp; เป็นต้นแบบ&amp;nbsp; ขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายปฏิภาณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46407</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มประมงพื้นบ้าน, ชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., ไมตรี  อินทุสุต, ‘อ่าว ก ไก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d885b120ac18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
