<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ชิมช้อปใช้”กระจุกตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากรัฐบาลสั่งเดินหน้ามาตรการ &amp;ldquo;ชิมช้อปใช้&amp;rdquo; ด้วยวงเงินดำเนินการ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อหวังกระตุ้นการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวภายในประเทศให้คึกคักมากขึ้น โดยเริ่มเปิดให้ผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ที่สนใจเข้าร่วมมาตรการ ทยอยลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.2562 จนถึง 15 ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่า มีกว่า 1.7 แสนร้านค้าที่เข้าร่วมมาตรการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ในส่วนของประชาชนได้เปิดให้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ รับเงิน 1,000 บาท ผ่านเว็บไซต์ www.ชิมช้อปใช้.com ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.-15 พ.ย.2562 โดยเงื่อนไขคือ เปิดให้ลงทะเบียนได้วันละ 1 ล้านคนเท่านั้น โดยจะให้ลงต่อเนื่องทุกวันจนครบ 10 ล้านคน ต้องเป็นบุคคลสัญญาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนที่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต และมี e-mail ของตัวเอง โดยสามารถลงทะเบียนตามขั้นตอน เพื่อรับสิทธิ์ตามมาตรการชิมช้อปใช้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า มีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ตามมาตรการชิมช้อปใช้ครบจำนวนทุกวัน โดยตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค.2562 เป็นต้นมา ได้เปิดให้มีการลงทะเบียนรอบเก็บตกตามสิทธิ์ที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งล่าสุดมีผู้ได้รับสิทธิ์ใกล้ครบจำนวน 10 ล้านรายแล้ว โดยการตรวจสอบสิทธิ์ผู้ลงทะเบียน 14 วันแรกเสร็จสิ้นแล้ว มีผู้ได้รับสิทธิ์ 9,939,590 ราย ซึ่งผู้ลงทะเบียน 13 วันแรกได้รับ SMS ยืนยันสิทธิ์แล้วจำนวน 9,693,845 ราย ทั้งนี้ มีผู้เข้ายืนยันตัวตนในแอปพลิเคชันเป๋าตังแล้ว 8,854,072 ราย โดยยืนยันตัวตนสำเร็จ 7,934,311 ราย และมีผู้ที่ยังไม่ได้ติดตั้งแอปพลิเคชัน 839,773 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่การใช้จ่าย 12 วันแรก มีผู้ใช้สิทธิ์จำนวน 4,535,561 ราย มีการใช้จ่ายรวม 4,296 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่าย g-Wallet ช่อง 1 ประมาณ 4,254 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายที่ร้านช้อป ซึ่งเป็นร้านในกลุ่ม OTOP ร้านวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งร้านธงฟ้าประชารัฐ 2,416 ล้านบาท ส่วนร้านชิม หรือร้านอาหารและเครื่องดื่มมียอดใช้จ่าย 583 ล้านบาท ร้านใช้ เช่น โรงแรม โฮมสเตย์ เป็นต้น มียอดใช้จ่าย 55 ล้านบาท และร้านค้าทั่วไป มียอดใช้จ่าย 1,200 ล้านบาท และจากการตรวจสอบพบว่ามีการใช้จ่ายในร้านค้าขนาดใหญ่ที่มีหลายสาขาประมาณ 817 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนลดลงต่อเนื่องจาก 22% ในช่วงเริ่มต้น เป็น 19% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการใช้จ่าย g-Wallet ช่อง 2 มีผู้ใช้สิทธิ์แล้ว 15,027 ราย มียอดใช้จ่ายประมาณ 42 ล้านบาท หรือเฉลี่ยรายละ 2,782 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ภายใน 5 วัน โดยเป็นการใช้จ่ายที่ร้านช้อป 27 ล้านบาท ส่วนร้านชิม มียอดใช้จ่าย 9 ล้านบาท และร้านใช้ มียอดใช้จ่าย 6 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ศูนย์วิจัยกสิกรไทย&amp;rdquo; ได้ประเมินเกี่ยวกับมาตรการชิมช้อปใช้ ว่า คาดว่าครัวเรือนไทยเกิน 1 ใน 3 หรือ 43% วางแผนที่จะใช้จ่ายมากกว่า 1,000 บาท เฉลี่ยอยู่ที่ 3,300 บาท ซึ่งครัวเรือนกลุ่มนี้มีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยส่วนใหญ่วางแผนที่จะไปท่องเที่ยวและใช้จ่ายในชลบุรี นนทบุรี และสมุทรปราการ ขณะที่ครัวเรือนอีก 54.7% ที่ทำการสำรวจวางแผนใช้จ่ายในงบ 1,000 บาทตามสิทธิ์ที่ได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และจากการสำรวจพบว่า ครัวเรือนส่วนใหญ่กว่า 79.1% ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการสำเร็จ มีรายได้อยู่ในระดับปานกลางไปถึงระดับสูง ขณะที่ครัวเรือนผู้มีรายได้น้อย 2.7% สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการสำเร็จ ไม่เพียงเท่านี้ มองว่าผลบวกของมาตรการดังกล่าวยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ โดยครัวเรือนไทยกว่า 38.6% มีจุดมุ่งหมายในการใช้เงิน 1,000 บาทในพื้นที่กรุงเทพฯ กับการซื้อสินค้าและบริการในห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อที่เข้าร่วมมาตรการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี ครัวเรือนไทยมากกว่า 78.3% ที่ทำการสำรวจ ยังมองว่ามาตรการชิมช้อปใช้ มีส่วนช่วยในการบรรเทาภาระค่าครองชีพได้ แต่ครัวเรือนส่วนใหญ่ยังอยากให้รัฐบาลมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อมุ่งแก้ปัญหาปากท้องประชาชน โดยจากการสำรวจพบว่า 31.5% ของครัวเรือนที่ทำการสำรวจอยากให้รัฐบาลช่วยลดภาระค่าครองชีพ &amp;ldquo;ด้วยวิธีการปรับลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;การช่วยพยุงค่าสาธารณูปโภค (ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโดยสารสาธารณะ รวมไปถึงราคาพลังงานในประเทศ)&amp;rdquo; อีกด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครองขวัญ รอดหมวน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47789</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ครองขวัญ รอดหมวน, “ชิมช้อปใช้”กระจุกตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
