<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2021 22:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ดรังเกตา” แห่ง “กาลาเบรีย”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายท่านคงรู้จัก &amp;ldquo;คอซา นอสตรา&amp;rdquo; มาเฟียบนเกาะซิซิลี และเคยได้ยินชื่อ &amp;ldquo;กามอรา&amp;rdquo; จากนาโปลีมาแล้ว อิตาลียังมีอีกหนึ่งองค์กรอาชญากรรมที่อิทธิพลล้นเหลือ นั่นคือ &amp;ldquo;ดรังเกตา&amp;rdquo; แห่งแคว้นกาลาเบรีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ปรากฏข่าวการเริ่มพิจารณาคดีแบบรวมหมู่ครั้งใหญ่สุดในรอบ 3 ทศวรรษของอิตาลี มีจำเลยถึง 325 คน ข้อหาฆาตกรรม ค้ายาเสพติด คอร์รัปชัน&amp;nbsp; ฟอกเงิน กรรโชกทรัพย์ ปล่อยเงินกู้นอกระบบ และอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คดีนี้เกิดจากปฏิบัติการสายฟ้าแลบในตอนเช้าตรู่ของวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ.2019 เจ้าหน้าที่จำนวนมากถึงประมาณ 3,000 นายบุกเข้าจับกุมสมาชิกดรังเกตาใน 12 แคว้นของอิตาลี พร้อมๆ กับสมาชิกในต่างประเทศ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และบัลแกเรีย ก่อนแผนการเดิมที่วางไว้ 1 วัน เนื่องจากมีกลิ่นว่าข่าวจะรั่วไปถึงกลุ่มมาเฟียเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
เจ้าหน้าที่หน่วย Carabinieri บุกจับ &amp;ldquo;ร็อคโก บาร์บาโร&amp;rdquo; เจ้าพ่อดรังเกตาระหว่างกินมื้อเที่ยงในร้านอาหารแห่งหนึ่งเมื่อ 3 ปีก่อน (Credit : Carabinieri Reggio Calabria)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การบุกจับกุมครั้งนี้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับการกวาดล้างมาเฟีย &amp;ldquo;คอซา นอสตรา&amp;rdquo; (Cosa Nostra) ในซิซิลี เมื่อปี ค.ศ.1984 ซึ่งนำไปสู่การพิจารณาคดีที่มีจำเลยถึง 450 คน&amp;nbsp; และคำพิพากษาในปี ค.ศ.1992 ทำให้มาเฟียซิซิลีอ่อนแรงลงไปอย่างมาก ส่งผลให้องค์กรดรังเกตาขึ้นมายืนอันดับ 1 บนบัลลังก์มาเฟียอิตาลี แต่ทั้ง 3 องค์กรใหญ่ทางใต้ของประเทศ (ดรังเกตา-กามอรา-คอซา นอสตรา) ก็ถือเป็นพันธมิตรอิทธิพลมืด ร่วมไม้ร่วมมือกันในหลายโอกาส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปฏิบัติการเมื่อปลายปี ค.ศ.2019 ตำรวจคุมตัว &amp;ldquo;ลุยจิ มันคูโซ&amp;rdquo; เจ้าพ่อแก๊งมันคูโซซึ่งปกครองเมือง &amp;ldquo;วิโบ วาเลนเทีย&amp;rdquo; ในแคว้นกาลาเบรีย พร้อมด้วยลูกน้องหลายสิบคน รวมถึงอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรค &amp;ldquo;ฟอร์ซา อิตาเลีย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ของอดีตนายกฯ &amp;ldquo;ซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี&amp;rdquo; นักการเมืองระดับชาติ และนักการเมืองท้องถิ่นอีกจำนวนหนึ่ง ข้าราชการ และผู้เชี่ยวชาญในอาชีพต่างๆ ที่ล้วนมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับดรังเกตา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทนายความชื่อ &amp;ldquo;จูเซปเป ดิ ปาเช&amp;rdquo; บอกแก่นักข่าวว่าตระกูลมันคูโซเป็นหนึ่งในดรังเกตาที่มีอิทธิพลมากที่สุดในแคว้นกาลาเบรีย อีกทั้งยังเป็นองค์กรค้ายาระดับโลก กระจายสาขาในหลายประเทศ มีการทำธุรกิจกับกลุ่มอาชญากรรมในสหรัฐและอเมริกาใต้ โดยลูกความของ &amp;ldquo;ดิ ปาเช&amp;rdquo; คือครอบครัวของ &amp;ldquo;มัตเตโอ วินชี&amp;rdquo; ผู้ที่ถูกฆ่าในเหตุการณ์คาร์บอมบ์เมื่อปี ค.ศ.2018 เพราะปฏิเสธที่จะขายที่ดินให้กับตระกูลมันคูโซ ชะตากรรมคล้ายๆ กับชาวไร่คนหนึ่งที่ไม่ยอมขายที่ดินให้กับแก๊งนี้ ทว่ารายหลังไม่เคยมีใครพบศพเพราะน่าจะกลายเป็นอาหารหมูเรียบร้อยแล้ว การนำศพไปป้อนเป็นอาหารหมูถือเป็นวิธีฆ่าอำพรางยอดนิยมขององค์กรเถื่อนอิตาลี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เพียงกำจัดผู้ขวางทาง แก๊งนี้ยังฆ่าได้แม้แต่พวกเดียวกันเอง ตำรวจพบโครงกระดูกของสมาชิกคนหนึ่งในแก๊งที่ถูกยิงแล้วนำไปฝังดินเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ผู้มีส่วนร่วมในการฆ่าได้กลับใจและให้การถึงสาเหตุการปลิดชีพ เพียงเพราะหัวหน้าแก๊งสงสัยว่าเหยื่อคนดังกล่าวเป็นชายรักร่วมเพศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;อันโตนิโอ นิคาโซ&amp;rdquo; ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับดรังเกตา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า การจับกุมเมื่อปลายปี ค.ศ.2019 เป็นการเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างแก๊งมันคูโซและโลกข้างบน ซึ่งโลกข้างบนนี้หมายถึงพวกนักการเมือง ข้าราชการ ผู้เชี่ยวชาญในอาชีพต่างๆ รวมถึงองค์กรลับ &amp;ldquo;ฟรีเมสัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาอธิบายว่าทุกองค์กรอาชญากรรมมีความรุนแรงเป็นกระดูกสันหลัง และมีอำนาจเป็นเส้นเลือด หากไม่สามารถทำให้โลกใต้ดินและโลกข้างบนรวมกันได้ องค์กรอาชญากรรมก็จะไร้อิทธิพล และไม่มีอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การไต่สวนดำเนินขึ้นในห้องพิจารณาคดีซึ่งแปลงสภาพมาจากคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในเมือง &amp;ldquo;ลาเมเซีย แตร์เม&amp;rdquo; แคว้นกาลาเบรีย เพื่อให้สามารถรองรับคนได้เกือบ 1 พันคน โดยใช้วิดีโอลิงค์ 150 จอเชื่อมไปยังจำเลยที่ถูกคุมขังอยู่ในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้เพื่อเป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;รู้จัก &amp;ldquo;ดรังเกตา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;กาลาเบรีย&amp;rdquo; เป็นแคว้นทางตอนใต้ของอิตาลี หากดูในแผนที่ก็คือส่วนหัวของรองเท้าบู๊ต ตั้งอยู่ตรงข้ามกับเกาะซิซิลี แยกจากกันโดยช่องแคบเมสซินา ทั้งแคว้นมีประชากรรวมกันประมาณ 2 ล้านคน สถานะทางเศรษฐกิจค่อนข้างแย่ อัตราการว่างงานสูงเกิน 20 เปอร์เซ็นต์ สูงสุดในอิตาลี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีหลักฐานปรากฏว่ามีมาเฟียเกิดขึ้นในแคว้นกาลาเบรียแล้ว แต่ยังเรียกว่า &amp;ldquo;กามอรา&amp;rdquo; (Camorra) เหมือนเช่นในเมืองนาโปลี แคว้นกัมปาเนีย ที่อยู่ใกล้ๆ กันทางด้านทิศเหนือ เพราะกามอรานั้นดังอยู่ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำว่า &amp;ldquo;Ndrangheta&amp;rdquo; ออกเสียง &amp;ldquo;ดรังเกตา&amp;rdquo; มาจากรากศัพท์ภาษากรีก สันนิษฐานที่มาจาก 2 คำ โดยคำแรกแปลได้ว่า &amp;ldquo;วีรกรรม&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ความดีงาม&amp;rdquo; ส่วนอีกคำแปลว่า &amp;ldquo;ผู้กล้า&amp;rdquo; หลายเมืองในแคว้นกาลาเบรียใช้คำนี้ในความหมายเชิง &amp;ldquo;การเข้าร่วมอย่างกล้าหาญท้าทาย&amp;rdquo; นักเขียนชื่อ &amp;ldquo;คอราโด อัลวาโร&amp;rdquo; ประจำหนังสือพิมพ์รายวัน Corriere della Sera เป็นผู้ทำให้คำว่า &amp;ldquo;ดรังเกตา&amp;rdquo; แพร่หลายไปในวงกว้างนับตั้งแต่ปี ค.ศ.1955&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ดรังเกตา&amp;rdquo; มีความหมายเดียวกับคำว่า &amp;ldquo;กามอรา&amp;rdquo; ในนาโปลี และ &amp;ldquo;มาเฟีย&amp;rdquo; (หรือ &amp;ldquo;คาซา นอสตรา&amp;rdquo;) บนเกาะซิซิลี (คำว่ามาเฟียถือกำเนิดขึ้นจากเกาะซิซิลี) นั่นคือมีแก๊งย่อยอีกนับร้อย อ้างอำนาจควบคุมเมืองหรือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ในแคว้นกาลาเบรียมีอยู่ประมาณ 100 แก๊ง มีสมาชิกรวมกันหลายพันคน หากนับรวมสาขานอกอิตาลีด้วยก็อาจถึง 1 หมื่นคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดรังเกตาส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัด &amp;ldquo;เรจโจ กาลาเบรีย&amp;rdquo; โดยมีมากในหมู่บ้านที่ยากจน หมู่บ้านชื่อ &amp;ldquo;ซาน ลูกา&amp;rdquo; เป็นเสมือนฐานบัญชาการของดรังเกตา และผู้ชายเกือบทั้งหมดในหมู่บ้านเข้าร่วมกับดรังเกตา โบสถ์แห่งโพลซีใน &amp;ldquo;ซาน ลูกา&amp;rdquo; ถูกใช้เป็นสถานที่ประชุมของหัวหน้าแก๊งทั้งจากในและนอกแคว้นกาลาเบรีย รวมถึงอาจมาไกลจากแคนาดาและออสเตรเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดรังเกตาประจำเมืองหรือพื้นที่ใดๆ เรียกว่า &amp;ldquo;โลกาเล&amp;rdquo; (Locale) สามารถมี &amp;ldquo;ดรีนา&amp;rdquo; (Ndrina) หรือสาขาได้หากว่าไม่ไปทับเขตอิทธิพลของ &amp;ldquo;โลกาเล&amp;rdquo; อื่น โดยอาจขยายออกไปนอกแคว้นกาลาเบรียก็ได้ เช่น ในตูรินและมิลาน บางกรณีหัวหน้าดรีนา (สาขา) มีอำนาจในตัวเอง และบางครั้งมีอิทธิพลสูงกว่าโลกาเลด้วยซ้ำ หากว่าในเมืองใดมีดรีนามากกว่าหนึ่งดรีนาในเมืองเดียวกันก็จะนำไปสู่การตั้งโลกาเลขึ้นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การประชุมประจำปีของดรังเกตาที่ &amp;ldquo;ซาน ลูกา&amp;rdquo; มีขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในอนาคต และแก้ไขข้อพิพาทระหว่างโลกาลี มีการเลือกประธานในการประชุมแต่ละครั้ง แต่ใช่ว่าจะมีอำนาจอะไรมากมายถึงขั้นจะไปจัดการหรือแทรกแซงความขัดแย้งระหว่างแก๊งได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในการประชุมแต่ละครั้ง หัวหน้าแก๊งจะต้องแจกแจงรายละเอียดกิจกรรมในปีที่ผ่านมา เช่นว่า ได้ฆ่าไปเท่าไหร่ ลักพาตัวไปกี่คน นอกจากนี้ทุกแก๊งจะต้องฝากเงินจำนวนเล็กๆ น้อยๆ จากกำไรที่ทำได้ในรอบปีเข้าสู่ฐานที่ &amp;ldquo;ซาน ลูกา&amp;rdquo; และโลกาลีที่เกิดใหม่จะต้องขออนุมัติการเริ่มดำเนินงานในการประชุมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับสมาชิกภาพของดรังเกตามักมีความสัมพันธ์กันทางสายเลือดหรือตระกูลเดียวกัน ผู้ชายส่วนใหญ่เกิดมาก็เป็นสมาชิกโดยอัตโนมัติ ทำให้แต่ละแก๊งมีคนนามสกุลเดียวกันอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็มีบางคนเข้ามาได้เพราะการแต่งงานกับผู้หญิงในตระกูล หรือผ่านการพิสูจน์ตัวเองบางอย่าง สายบังคับบัญชาจากหัวหน้าไปจนถึงกำลังฝ่าย &amp;ldquo;ลงมือทำ&amp;rdquo; มีอยู่ประมาณ 5-6 ระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;สงครามภายในของดรังเกตา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สงครามดรังเกตาเกิดขึ้นครั้งแรกระหว่างปี ค.ศ.1974-1976 เกิดความไม่เห็นพ้องในเรื่องการข้ามขั้นจากมาเฟียธรรมดาที่ทำมาหากินด้วยการกรรโชกทรัพย์และเก็บค่าคุ้มครองเป็นหลัก ไปสู่การลักพาตัวเรียกค่าไถ่และค้ายาเสพติด รวมถึงมีผู้ไม่เห็นด้วยกับการเกิดขึ้นของ &amp;ldquo;ซานตา&amp;rdquo; องค์กรลับภายในของดรังเกตาที่เกิดขึ้นในต้นคริสต์ทศวรรษที่ 1970 ทำให้เจ้าพ่อบางคนมีอำนาจพิเศษ อีกทั้งการขัดกันในผลประโยชน์การได้รับสัญญาจ้างจากหน่วยงานรัฐ และความต้องการขึ้นมาใหญ่ของพวกคนหนุ่มไฟแรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การลอบสังหารเกิดขึ้น ตามมาด้วยการแก้แค้น การหักหลัง และต่างๆ นานา แม้แต่สั่งให้ลูกน้องในคุกแทงหัวหน้าแก๊งที่เพิ่งเข้าไปใหม่ ทำให้สองฝ่ายหลักๆ มีผู้เสียชีวิตรวมกัน 233 คน หลังสงครามทำให้ตระกูล &amp;ldquo;ดิ สเตฟาโน&amp;rdquo; ซึ่งสูญเสียพี่น้องไป 2 คนขึ้นสู่แถวหน้าของจังหวัด &amp;ldquo;เรจโจ กาลาเบรีย&amp;rdquo;&amp;nbsp; เพราะมีชื่อด้านความโหดเหี้ยม ได้งานโครงการก่อสร้างของรัฐเป็นว่าเล่น เช่นเดียวกับตระกูล &amp;ldquo;ปิโรมาลลี&amp;rdquo; ที่เป็นพันธมิตรกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สงครามดรังเกตาครั้งที่ 2 เกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1985-1991 สาเหตุเริ่มต้นมาจากโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อม &amp;ldquo;เรจโจ กาลาเบรีย&amp;rdquo; กับเมือง &amp;ldquo;เมสซินา&amp;rdquo; ของเกาะซิซิลี ตระกูล &amp;ldquo;ดิ สเตฟาโน&amp;rdquo; ต้องการเข้าไปมีอิทธิพลในเขต &amp;ldquo;วิลลา ซาน โจวานี&amp;rdquo; จังหวัดเรจโจกาลาเบรีย เขตอำนาจของอีกตระกูลบริเวณท่าเรือฝั่งเรจโจกาลาเบรียที่จะมีการสร้างสะพาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สองฝ่ายเสริมกำลังของตนผ่านการแต่งงานระหว่างตระกูล สงครามเริ่มจากการวางระเบิดอีกฝ่าย &amp;ldquo;ดิ สเตฟาโน&amp;rdquo;&amp;nbsp; เสียชีวิตไปหนึ่ง น้องชายคนสุดท้องรับช่วงอำนาจต่อ จากนั้นก็ฆ่ากันไปมา หัวหน้าแก๊งบางคนถูกจับติดคุกยังไม่วายมีสไนเปอร์ลอบยิงเข้าไประหว่างเดินรับแดดในลานโล่งของคุก รวมถึงสไนเปอร์ยิงเฉียดผู้แปรพักตร์ที่ไปเป็นพยานให้ฝ่ายรัฐตอนเดินออกจากอาคารศาลขณะรายล้อมด้วยเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงเวลาการสู้รบของดรังเกตาในครั้งที่ 2 กินเวลาเกือบ 6 ปี ไม่มีผู้ชนะหรือแพ้ที่แท้จริง แต่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 500 คน จนถึงเวลาแห่งการหย่าศึก มีรายงานว่าหัวหน้าแก๊งจากแคนาดาบางคนมีส่วนในการเจรจา รวมถึงมาเฟียจากซิซิลีที่เข้าไปมีบทบาทสำคัญ นอกจากนี้ยังได้แนะนำให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นแบบของซิซิลีเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามในอนาคต ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวได้เกิดขึ้นจริง ใช้ชื่อว่า &amp;ldquo;ลา โปรวินเชีย&amp;rdquo; ประกอบไปด้วย 3 ฝ่ายหลัก ได้แก่ ตระกูลที่รับผิดชอบแก๊งทางฝั่งทะเลไอโอเนียน ตระกูลที่รับผิดชอบทางฝั่งทะเลติร์เรเนียน และฝ่ายเรจโจกาลาเบรีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;กิจกรรมทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจับตัวเรียกค่าไถ่เศรษฐีทางเหนือของประเทศเกิดขึ้นบ่อยครั้ง กรณีที่โจษขานกันมากคือการลักพาตัว &amp;ldquo;จอห์น พอล เกตตี&amp;rdquo; เมื่อปี ค.ศ.1973 ขณะอยู่ในกรุงโรม เขาผู้นี้เป็นหลานชายของ &amp;ldquo;เจ. พอล เกตตี&amp;rdquo; มหาเศรษฐีผู้ที่ช่วงหนึ่งร่ำรวยกว่าใครในอเมริกา ดรังเกตาเรียกค่าไถ่ 17 ล้านเหรียญ ฝ่ายคุณปู่ลังเลที่จะจ่ายค่าไถ่ ไม่นานก็ได้รับซองจดหมายบรรจุใบหูของหลานชาย สุดท้ายการเจรจาตกลงราคากันได้ที่ 2.2 ล้านเหรียญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในคริสต์ทศวรรษที่ 1990 ดรังเกตาเริ่มค้ายาเสพติดข้ามชาติ หลักๆ คือนำเข้าโคเคนจากโคลอมเบียแล้วส่งขายไปทั่วยุโรป อีกทั้งมีรายงานการทำธุรกิจยาเสพติดกับกลุ่มติดอาวุธ &amp;ldquo;ลอส เซตาส&amp;rdquo; ของเม็กซิโก เงินที่ได้มานำไปฟอกเงินผ่านการซื้ออสังหาริมทรัพย์และลงทุนในธุรกิจต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแทรกซึมเข้าไปในฝ่ายบริหารบ้านเมืองไม่จำกัดอยู่เพียงในแคว้นกาลาเบรีย หากแต่ไปไกลถึงนครมิลาน แคว้นลอมบาเดีย ผู้มีอำนาจในรัฐบาลท้องถิ่นที่รับผิดชอบเรื่องการก่อสร้างอาคารของรัฐถูกจับกุมในเดือนตุลาคม ค.ศ.2012 ข้อหาจ่ายเงินให้กับดรังเกตาเพื่อแลกกับคะแนนเสียง ขณะที่ฝ่ายดรังเกตาได้รับสัญญาโครงการก่อสร้าง รวมถึงการก่อสร้างในการจัดงาน &amp;ldquo;เวิลด์ เอ็กซ์โป 2015&amp;rdquo; ที่มิลาน คดีนี้ทำให้ผู้ว่าการแคว้นลอมบาเดียต้องลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปี ค.ศ.2013 ดรังเกตามีรายได้รวมกันถึง 53,000 ล้านยูโร คิดเป็น 3 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีประเทศ ยาเสพติดคือแหล่งรายได้หลัก ที่เหลือมาจากการเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐ การข่มขู่กรรโชกทรัพย์ เงินกู้นอกระบบ ลักลอบค้าอาวุธ ค้ามนุษย์ และค้าประเวณี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดรังเกตามีปฏิบัติการอยู่นอกอิตาลีอีกหลายประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย แคนาดา สหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินา บราซิล โคลอมเบีย อุรุกวัย เบลเยียม เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ อัลแบเนีย และสโลวาเกีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจับกุมสมาชิกดรังเกตามีขึ้นหลายครั้งในรอบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา แต่ครั้งล่าสุดถือเป็นก้าวสำคัญกว่าครั้งใดๆ&amp;nbsp; &amp;ldquo;นิคอลา กรัตเตรี&amp;rdquo; หัวหน้าอัยการผู้รับผิดชอบคดีนี้ซึ่งได้มุ่งมั่นทำงานมาเป็นเวลาเกือบ 5 ปี กล่าวว่า เราคงไม่สามารถแก้ปัญหามาเฟียได้ภายในเวลาชั่วข้ามคืน การขุดรากถอนโคนต้องอาศัยความเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการยอมรับความรุนแรงในรูปแบบที่เคยเป็นมา และจะต้องมีการตรากฎหมายให้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;มันขึ้นอยู่กับสังคมของคนดี ว่าจะเข้าไปแทนพื้นที่ว่างที่เราได้สร้างขึ้นในวันนี้หรือไม่ หากเป็นไปในทางตรงกันข้ามเราก็จะกลับไปอยู่ในพื้นที่แคบๆ เหมือนเดิม และพวกอาชญากรก็จะยึดคืนไปอีกครั้ง&amp;rdquo; ทนายแผ่นดินในแคว้นกาลาเบรียตั้งคำถามกับชาวเมือง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;**************************&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ขอบคุณข้อมูลจาก :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;- occrp.org&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;- thelocale.it&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;- nytimes.com&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;- france24.com&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;- dw.com&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;- wikipedia.org&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90059</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฎ, “ดรังเกตา” แห่ง “กาลาเบรีย”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg       </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
