<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2018 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2018 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พาณิชย์”หนุนใช้บล็อกเชนค้าขายข้าวอินทรีย์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;จับมือเกษตรกรรุ่นใหม่ใช้ Blockchain ในขั้นตอนการค้าขายข้าวอินทรีย์ เพื่อลดขั้นตอนการส่งออก และเพิ่มความสะดวกในการตรวจสอบย้อนกลับ พร้อมขอสถานทูตอังกฤษ ช่วยทำโครงการศึกษานำ Blockchain มาใช้ในภาคธุรกิจของไทย ทั้งการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา และการชำระเงินในการส่งออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค.ได้เล็งเห็นความเป็นไปได้ในการนำ Blockchain มาช่วยยกระดับภาคเกษตร และการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ โดยได้มีการหารือกับกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่เพื่อทดลองนำ Blockchain มาใช้ในการค้าข้าวอินทรีย์ โดยเน้นการทำกระบวนการตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับ เพราะปกติกระบวนการตรวจรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์ และการขออนุญาตส่งออกข้าวจะใช้เวลานาน 15-20 วัน จากการมีเอกสารซับซ้อน ต้องประสานกับหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน แต่หากนำ Blockchain มาใช้ จะสามารถลดจำนวนเวลาได้เหลือไม่เกิน 3 วัน และช่วยเพิ่มความโปร่งใส ลดต้นทุนเกษตรกร ลดเวลา และเพิ่มความน่าเชื่อถือหรือไว้ใจให้กับผู้นำเข้าข้าวอินทรีย์ของไทยในต่างประเทศได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เทคโนโลยีสมัยใหม่หลายอย่าง Blockchain จะสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ตลอดจนเกษตรกรรายย่อย ที่เป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ รวมทั้งจะพัฒนาเศรษฐกิจการค้าท้องถิ่นให้เข้มแข็งได้เพิ่มขึ้นด้วย เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่จะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจไทยได้อย่างแน่นอน&amp;rdquo;น.ส.พิมพ์ชนกกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้ขอการสนับสนุนจากสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เพื่อจัดทำโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำ Blockchain มาใช้ในภาคธุรกิจของประเทศไทย 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ Blockchain เพื่อช่วยเรื่องการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา และโครงการ Blockchain for trade finance เพื่อปรับปรุงกระบวนการชำระเงินของผู้ประกอบการในการส่งออก อันจะช่วยสร้างโอกาสทางการค้าแก่ผู้ประกอบการ ลดขั้นตอนการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน เทคโนโลยี Blockchain สามารถนำมาใช้ในการค้าอย่างหลากหลาย เช่น การทำกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) การยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (Digital ID) การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เชิงพาณิชย์ การเงินเพื่อการค้าระหว่างประเทศ (Trade Finance) เป็นต้น ซึ่งหลายอย่างเกี่ยวข้องกับงานที่พาณิชย์รับผิดชอบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18670</URL_LINK>
                <HASHTAG>Blockchain, ค้าขายข้าวอินทรีย์, ยกระดับรายได้, ลดขั้นตอนการส่งออก, “พาณิชย์”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b61c89c4d89d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
