<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สมุนไพรฤทธิ์เย็น” ตัวช่วยดูแลผิว ประหยัด..ช่วงปลายฝนต้นหนาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้สมุนไพรไทยสำหรับดูแลผิวพรรณในช่วงปลายฝนต้นหนาว เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับความงามที่ได้จากภูมิปัญญาไทย เพราะนอกจากหาง่ายแล้ว ยังปลอดภัยกับสุขภาพอีกด้วย อีกทั้งไม่ต้องเวลาไปหาซื้อนอกบ้านให้เสี่ยงโควิด-19 เพียงแค่เดินเข้าครัวหรือเมียงมองออกไปริมรั้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว เภสัชกรชำนาญการ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสมุนไพรดูแลผิวพรรณในช่วงปลายฝนต้นหนาว ที่หลายคนมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับปัญหาผิวมาฝากกัน ว่า &amp;ldquo;สมุนไพรดูแลผิวพรรณที่ง่ายที่สุดนั้น ได้แก่ &amp;ldquo;น้ำมันมะพร้าว&amp;rdquo; เพราะคนทั่วไปนิยมใช้เพื่อให้ความชุ่มชื่นให้กับผิว เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวมีสารสำคัญในการช่วยบำรุงผิวและลดอาการแพ้ต่างๆ จากภาวะที่ผิวแห้งกร้านในช่วงลมหนาวมาเยือน นอกจากนี้ในตำรับของการปรุงยาสมุนไพรไทยก็จำเป็นต้องใช้น้ำมันมะพร้าวเพื่อเป็นตัวประกอบยา เช่น ยาแผนโบราณที่ใช้รักษาโรคผิวหนัง เป็นต้น ดังนั้นการทาผิวหน้าหรือผิวกายด้วยน้ำมันมะพร้าว ก็ถือเป็นเคล็ดลับความงามราคาประหยัดในช่วงที่บ้านเราเริ่มเข้าสู่อาการเย็นๆ อย่างปลายฝนต้นหนาวได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนใครที่มีปัญหาผิวแดงลอกอักเสบจากแสงแดด และมลภาวะอย่างฝุ่นละออง สามารถเดินเข้าไปในครัวและมองหาสมุนไพรใกล้ตัว อย่าง &amp;ldquo;แตงกวา&amp;rdquo; ที่สามารถนำมาฝานแล้วพอกใบหน้าที่ถูกแสงแดดจัด ซึ่งทำให้เกิดอาการแสบร้อนแดงที่ผิว ก็จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับบริเวณดังกล่าวได้ เนื่องจากในแตงกวามีสารจากธรรมชาติที่ช่วยต้านการอักเสบ อีกทั้งปัญหาผิวหน้าดังกล่าวที่เกิดจากมลภาวะนั้น หากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่ปัญหาริ้วรอย ก็สามารถช่วยได้ด้วยสูตรแตงกวาพอกหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถัดมาเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งการกินและการใช้ทาภายนอกอย่าง &amp;ldquo;ใบบัวบก&amp;rdquo; ที่ไม่เพียงช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวในช่วงอากาศเย็นๆ แต่ยังช่วยลดการอักเสบและสร้างคอลลาเจนให้ผิว เนื่องจากสรรพคุณของใบบัวบกนั้นมีฤทธิ์ช่วยสมานแผล ขณะเดียวกันก็ช่วยเติมคอลลาเจนให้กับผิวพรรณ หากคุณสาวๆ ที่เคยมีปัญหาสิวหลุมซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผิวหน้าเป็นบ่อเป็นหลุม ดังนั้นให้นำใบบัวบกมาตำพอละเอียด และพอกหน้าบางๆ ทิ้งไว้ทั้งคืน ก่อนล้างหน้าออกในตอนเช้า ก็จะช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิวและทำให้เนื้อแหว่งบนใบหน้าให้กลับมาเต็มได้ อันเนื่องจากปัญหาสิวที่ทำให้ใบหน้าเป็นหลุมลึกนั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายกันที่สมุนไพรดูแลผิวพรรณอย่างปัญหาผิวมันแม้ว่าบ้านเรากำลังเข้าสู่อากาศเย็นแล้วนั้น ได้แก่ &amp;ldquo;ว่านหางจระเข้&amp;rdquo; ที่มีสรรพคุณลดความมันให้กับผิวพรรณ โดยเฉพาะวัยรุ่นที่เป็นสิวเห่อแดงและใบหน้ามัน หมอง ก็สามารถนำว่านหางจระเข้ชนิดกาบใหญ่ เนื่องจากว่านหางจระเข้กาบใหญ่นั้นเวลาที่เราปอกเปลือกสีเขียวออกแล้วจะมียางสีเหลืองออกมา ดังนั้นเราสามารถใช้มีดเฉือนยางสีเหลืองออกได้หมด เพื่อให้เหลือแต่เจลว่านหางจระเข้สีเขียวที่จะใช้เท่านั้น (ว่านหางจระเข้ไซส์เล็ก เวลาที่ปอกเปลือกเราจะไม่สามารถนำยางสีเหลืองออกได้หมด เนื่องจากยางสีเหลืองจะทำให้ผิวหน้าของเราระคายเคืองได้ง่ายจึงต้องเฉือนออกให้หมด) หลังจากนั้นให้นำว่านหางจระเข้ที่ปอกเปลือกแล้ว นำเจลสีเขียวมาหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้สารสำคัญในว่านหางจระเข้ซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย และพอกใบหน้าทิ้งไว้ทั้งคืน ก่อนที่จะล้างหน้าออกในตอนเช้า (ก่อนพอกว่านหางจระเข้ทิ้งไว้ทั้งคืนนั้นควรล้างทำความสะอาดใบหน้าก่อนทุกครั้ง).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118139</URL_LINK>
                <HASHTAG>“สมุนไพรฤทธิ์เย็น” ตัวช่วยดูแลผิว ประหยัด..ช่วงปลายฝนต้นหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_61530723ba703.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
