<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 19:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 19:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิการฯ มทร.ธัญบุรี ชี้โควิด เป็นโอกาสให้นศ.เกิดการเรียนรู้ที่แท้จริง นำเรียนออนไลน์ผสมผสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15ก.ย.63-ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น เป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาการศึกษาของมหาวิทยาลัย &amp;nbsp;มีการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้เพิ่มมากขึ้น เกิดการปรับตัวทั้งอาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา รู้จักการใช้อุปกรณ์การเรียนการสอนแบบออนไลน์และไอทีในรูปแบบต่างๆ &amp;nbsp;มีการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง รู้จักการค้นคว้า วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลออกมาทำให้เกิดการเรียนรู้ที่แท้จริง รวมถึงทำให้มีบทเรียนออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลดีด้านการเรียนให้กับนักศึกษา ในส่วนของมหาวิทยาลัยนั้น การเรียนการสอนแบบออนไลน์ ไม่มีผลต่อการประเมินผลการเรียนของนักศึกษา เพราะมีการตั้งเป้าหมายสมรรถนะความรู้ที่นักศึกษาจะต้องได้รับ มีการประเมินผลสัมฤทธิ์เป็นระยะ โดยที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิการบดีฯ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ มทร.ธัญบรี จะจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน ไม่ใช่การเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่จะใช้การเรียนการสอนแบบออนไลน์ประกอบด้วย เนื่องจากขณะนี้มหาวิทยาลัยมีบทเรียนออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น &amp;nbsp;นอกจากอาจารย์ผู้สอนจะสอนในห้องเรียนแล้ว อาจให้นักศึกษาศึกษาบทเรียนเพิ่มเติมจากทางออนไลน์ ซึ่งจะทำให้เรียนได้เร็วและมีประสิทธิภาพมาก นอกจากนี้ จะเน้นให้นักศึกษาใช้คอมพิวเตอร์และระบบไอทีสารสนเทศ รวมถึงการฝึกภาษาอังกฤษผ่านโปรแกรม Speak เป็นการเรียนผ่านออนไลน์ โดยมทร.ธัญบุรี ให้นักศึกษาชั้นปี1-2 ใช้ฟรี รวมถึงเปิดโอกาสให้อาจารย์ที่ปรึกษาได้เรียนด้วย เพื่อให้อาจารย์สามารถให้คำปรึกษากับนักศึกษาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนด้านวิชาชีพ มทร.ธัญบุรีมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว เพราะอาจารย์ทุกท่านให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนวิชาชีพ รวมถึงจะเน้นเรื่องการตรียมความพร้อมเป็นผู้ประกอบการ จะมีการเพิ่มรายวิชาการเป็นผู้ประกอบการเข้าไปให้กับนักศึกษาด้วย เพราะเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วไม่ใช่แค่ไปทำงานในภาอุตสาหกรรมเท่านั้น หากมีแนวทางประกอบอาชีพเองก็สามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77555</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, มทร.ธัญบุรี, สมหมาย ผิวสอาด, “เรียนออนไลน์”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f60b899e4b15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2020 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สพฐ.&quot;มั่นใจ รร. 21,000 แห่ง  ไม่ต้องสลับวันเรียน  แต่อีก 5,000 แห่ง อาจต้องผสมผสานเรียนออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22มิ.ย.63-นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวถึงมาตรการการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม ว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รวบรวมข้อมูลโรงเรียนที่มีความพร้อมสามารถจัดการเรียนการสอนในรูปแบบที่นักเรียนมาเรียนได้อย่างครบถ้วนโดยไม่ต้องใช้มาตรการสลับวันมาเรียน จำนวน 21,000 แห่ง ส่วนที่เหลือจำนวน 5,000 แห่ง เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ที่ต้องใช้มาตรการสลับวันมาเรียนและผสมผสานการเรียนผ่านระบบโทรทัศน์ดิจิทัลและระบบออนไลน์ โดยแบ่งเป็นกลุ่มโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ และโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่ ทั้งนี้เมื่อเปิดภาคเรียนแล้วโรงเรียนทุกแห่งจะต้องดำเนินการมาตรการคัดกรอบของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวัดไข้นักเรียนก่อนเข้าเรียน การจัดมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม สวมใส่หน้ากากอนามัย และมีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือทุกจุดภายในสถานศึกษา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายอำนาจ กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;ส่วนโรงเรียนพักนอน ในสังกัด สพฐ. ตนมองว่าไม่มีความกังวล เช่น โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย โรงเรียนการศึกษาพิเศษเฉพาะเด็กความพิการ เนื่องจากโรงเรียนเหล่านี้มีมาตรฐานในการคัดกรองเด็กเป็นอย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้โรงเรียนในพื้นที่ที่ติดชายแดน อย่างภาคใต้และภาคเหนือ ที่มีเด็กไทยต้องเดินทางไปเยี่ยมผู้ปกครองทำงานอยู่ประเทศเพื่อนระหว่างปิดภาคเรียนนั้น สพฐ.ได้มีมาตรการ สำหรับนักเรียนไทยสามารถเดินทางข้ามชายแดนระหว่างประเทศไทยได้แต่ต้องถูกกักตัว 14 วัน ซึ่งถือเป็นการดำเนินการตามมาตรการของรัฐบาลอยู่แล้ว ทั้งนี้หากเปิดภาคเรียนแล้ว พบนักเรียนที่มีไข้สูง ทางโรงเรียนจะต้องส่งต่อนักเรียนให้กับโรงพยาบาลทันที โดยจะห้ามไม่มีการนอนพักในห้องพยาบาลของโรงเรียนอย่างเด็ดขาด รวมถึงเมื่อเปิดภาคเรียนไปสักระยะหนึ่งพบนักเรียนตรวจเจอโควิด-19 จะต้องมีการปิดโรงเรียนทันทีพร้อมกับทำความสะอาดพ่นยาฆ่าเชื้อทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69388</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., สลับวันเรียน, อำนาจ วิชยานุวัติ, เปิดเทอม 1ก.ค., “เรียนออนไลน์”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecf80e2451c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 08:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิด้าโพล ระบุผู้ปกครองเห็นด้วยเปิดเทอม 1 ก.ค. ยอมรับเรียนออนไลน์ไม่เวิร์คอุปกรณ์ไม่พร้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค.2563 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;เรียนออนไลน์&amp;rdquo; &amp;nbsp;ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18 &amp;ndash; 21 พฤษภาคม 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ &amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,256 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการเรียนการสอนออนไลน์สำหรับการศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่าง ด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงการมีบุตรหรือเป็นผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือในระดับอนุบาล ประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษา ในประเทศไทย พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 52.87 ระบุว่า มีบุตรหรือเป็นผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือ ขณะที่ ร้อยละ 47.13 ระบุว่า ไม่มีบุตรหรือเป็นผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งผู้ที่ระบุว่ามีบุตรหรือเป็นผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือในระดับอนุบาล ประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษา ในประเทศไทย พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 53.61 ระบุว่า มีบุตรหรือเป็นผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือในระดับประถมศึกษา รองลงมา ร้อยละ 29.37 ระบุว่า ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ร้อยละ 27.26 ระบุว่า ระดับอนุบาล และร้อยละ 14.91 ระบุว่า ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อถามผู้ที่มีบุตรหรือเป็นผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือในระดับอนุบาล ประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษา ในประเทศไทยถึงบุตรหลานศึกษาในสถานศึกษาของเอกชนหรือของรัฐบาล พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 81.48 ระบุว่า เป็นสถานศึกษาของรัฐบาล ขณะที่ ร้อยละ 23.19 ระบุว่า เป็นสถานศึกษาของเอกชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อคำสั่งให้เปิดเทอมสำหรับการศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 พบว่า ร้อยละ 51.51 ระบุว่า เห็นด้วยมาก เพราะ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 คงหมดแล้ว และโรงเรียนควรมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด เด็ก ๆ ควรจะสวมหน้ากากอนามัยไปเรียนทุกครั้ง ร้อยละ 28.27 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะ ช่วงระยะเวลาที่จะเปิดเรียน &amp;nbsp; น่าจะปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 แล้ว และอยากให้เปิดทีละชั้นเรียนหรือผลัดกันเปิดของแต่ละชั้นเรียนเพื่อความปลอดภัยสำหรับเด็ก ร้อยละ 9.87 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะ อยากให้เปิดเร็วขึ้นกว่านี้ เนื่องจากการปิดเทอมนานทำให้พัฒนาการเด็กช้าลง และจะทำให้ไม่อยากไปโรงเรียน ร้อยละ 8.28 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย เพราะ อยากให้เปิดเรียนเป็นวันที่ 16 มิถุนายน 2563 เนื่องจาก วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 นานเกินไป และบางพื้นที่ก็ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 แล้ว และร้อยละ 2.07 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการเรียนการสอนออนไลน์สำหรับการศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 46.90 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยในทุกระดับ เพราะ เด็กมีความพร้อมด้านอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ไม่เท่ากัน โดยเฉพาะเด็กต่างจังหวัด และบางครอบครัวผู้ปกครองไม่มีเวลาคอยดูแลหรือให้คำแนะนำระหว่างเรียนออนไลน์ รองลงมา ร้อยละ 29.86 ระบุว่า เห็นด้วยในบางระดับ ร้อยละ 22.05 ระบุว่า เห็นด้วยในทุกระดับ เพราะ เด็กจะได้พัฒนาความรู้ระหว่างรอเปิดเทอม ได้ทบทวนเนื้อหาวิชาที่เรียน และทำให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดโควิด &amp;ndash; 19 และร้อยละ 1.19 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ ซึ่งผู้ที่ระบุว่า เห็นด้วยในการสอนออนไลน์บางระดับ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 63.47 ระบุว่า ควรสอนออนไลน์ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพราะ มีวุฒิภาวะที่สามารถควบคุมตัวเองให้อยู่ในการเรียนได้ และมีความรับผิดชอบและความสามารถในการใช้อุปกรณ์สื่อสาร สื่อออนไลน์ได้ดี รองลงมา ร้อยละ 60.80 ระบุว่า ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เพราะ เด็กมีความรับผิดชอบ มีสมาธิ ในการเรียนด้วยตัวเองได้ดี และสามารถเรียนรู้เทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว ร้อยละ 21.33 ระบุว่าเป็น ระดับประถมศึกษา เพราะ ควรจัดให้มีการเรียนการสอนออนไลน์ตั้งแต่ประถมศึกษา เป็นต้นไป เนื่องจากเด็กจะมีความเข้าใจมากกว่าระดับอนุบาล และร้อยละ 10.40 ระบุว่าเป็น ระดับอนุบาล เพราะ ช่วงเวลานี้เด็กอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองสามารถเรียนออนไลน์ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66746</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้าโพล, ผลสำรวจของประชาชน, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า), “เรียนออนไลน์”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5ec9c73c7e05b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
