ทลายกำแพง3สถาบัน'จุฬา-สจล.-CMKL'ทำหลักสูตร2ปริญญา


   

 

จุฬาฯ 0  สจล.-จุฬาฯ-CMKL ทลายกำแพงสร้างหลักสูตร ป.ตรีสองปริญญาข้ามสถาบันด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์  ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ครั้งแรกของไทย  หวังตอบโจทย์ประเทศด้านไซเบอร์ แก้วิกฤตขาดแคลนบุคลากร  ตั้งคณะกก. 3 ฝ่าย ทำหลักสูตร คาดรับ นศ.รุ่นแรกปีการศึกษา 61 หมุนเวียนเรียนสองสถาบัน ลดวิชาบรรยาย เน้นลงมือทำ

วันที่ 30 ม.ค. ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดพิธีลงนามเพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  (KMITL) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU) และมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล  (CMKL) ขึ้น ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ โดย ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ส่งผลให้ภาคการศึกษาจำเป็นต้องปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร รวมทั้งอัพเกรดองค์ความรู้ทางวิชาการใหม่ๆให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะช่วงที่ประเทศยังต้องการบุคลากรสร้างความแข็งแกร่งและพัฒนาศักยภาพขีดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้ทิศทางพัฒนาการศึกษาในยุคนี้ต้องอาศัยการบูรณาการความรู้ร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษาที่มีศักยภาพ ด้วยเหตุนี้ จุฬาฯ  โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ และ สจล.  โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ จึงได้ดำเนินการสร้างความร่วมมือทางวิชาการในการสร้างหลักสูตรปริญญาตรี สองปริญญาข้ามสถาบัน (Double degree) ด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์ ซึ่งผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญาจากจุฬาฯ และจาก สจล. ทั้งสองสถาบันยังร่วมกับมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอลในการพัฒนาหลักสูตรด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ (Electrical & Computer Engineering: ECE) ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญาจาก ม.ซีเอ็มเคแอล


 "  เป็นมิติใหม่ของความร่วมมือทางการศึกษาของประเทศไทย เป็นบทบาทใหม่ๆ ที่หาวิทยาลัยต้องปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลง สนับสนุนนวัตกรรมและเป็นจุดเชื่อมโยงสังคม ทั้ง 3 มหาวิทยาลัยมีความพร้อม และความเข้มแข็งทางวิศวกรรมศาสตร์จะช่วยขับเคลื่อนผลิตบุคลากรดีๆ  ทั้งสาขา รถไฟฟ้า เครื่องกล โยธา คอมพิวเตอร์  หุ่นยนต์ วิศวฯ เพราะศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งตอบคำถามไม่สมบูรณ์ การลงนามครั้งนี้หลอมรวมจุดแข็ง นำฐานเดิมและคนที่มีอยู่มาสร้างสิ่งใหม่ๆ ได้รวดเร็ว ไม่เช่นนั้นจะต้องไปตั้งภาควิชาใหม่ด้านหุ่นยนต์ เอไอ หาบุคลากรอีกมากมาย  " ศ.ดร.บัณฑิต กล่าว  


 ด้าน ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สจล.  กล่าวว่า  ความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ตอบสนองวาระแห่งชาติ  ปัจจุบันพบว่าไทยยังขาดแคลนในด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงอยู่มาก นอกจากนี้จะยังมีการส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรสายวิชาการ สายสนับสนุนวิชาการ และนักศึกษา โดยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสถาบัน ซึ่งแต่ละแห่งมีความเชี่ยวชาญและจุดเด่นต่างกัน ภายใต้การใช้ทรัพยากรทางวิชาการร่วมกัน ตลอดจนส่งเสริมการทำวิจัยร่วมกัน เพื่อการพัฒนานวัตกรรมและองค์ความรู้ใหม่ ๆ ถือเป็นการทลายกำแพงระหว่างคณะและมหาวิทยาลัย  เราพบว่าเนื้อหาหลักสูตรแบบเดิมไม่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้  บัณฑิตที่จบออกไปทำงานด้านคอมพิวเตอร์เพียง 10 % เท่านั้น


 "หลังจากพิธีการลงนามจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการความร่วมมือสามฝ่ายเพื่อดำเนินการจัดตั้งหลักสูตร  คาดว่าจะเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกได้ในปีการศึกษา 2561 โดยนักศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกเข้าเรียนในหลักสูตรนี้ จะหมุนเวียนเรียนทั้งที่จุฬาฯ  และที่สจล. เน้นหลักสูตรด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI     เมื่อจบจะได้ปริญญาจากสองสถาบันการศึกษา ถือเป็นข้อได้เปรียบเนื่องจากผ่านการเรียนรู้จากสถาบันที่มีความสุดยอดด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ " อธิการบดี สจล. กล่าว


ผศ.ดร.สุพันธุ์ ตั้งจิตกุศลมั่น อธิการบดีม.ซีเอ็มเคแอล  กล่าวว่า ด้วยจุดเด่นของซีเอ็มเคแอล คือเป็นสถาบันที่ดำเนินการภายใต้การจัดการการศึกษาร่วมระหว่างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังกับมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ประเทศสหรัฐ  ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลก  ทำให้หลักสูตรปริญญาตรีวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ สามารถผลิตบัณฑิตได้ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ ในด้านต่างๆ อาทิ หุ่นยนต์สมองกล วิทยาศาสตร์ข้อมูล ความปลอดภัยไซเบอร์ เครือข่ายไร้สาย เมืองอัจฉริยะ พลังงาน และเทคโนโลยีสุขภาพ ด้วยองค์ความรู้เหล่านี้จะทำให้บัณฑิตที่ศึกษาและจบหลักสูตรนี้ เป็นบุคลากรสำคัญที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนา และเป็นกำลังหลักของประเทศก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0


ดร.สุพจน์ เตชวนสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬา ฯ กล่าวว่า ความร่วมมือสามฝ่ายจะหาจุดเด่นของแต่ละมหาวิทยาลัยและแบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน แต่ละสถาบันมีอาจารย์เชี่ยวชาญต่างกัน  ลาดกระบังอาจขาดนักวิจัย ก็ใช้บุคลากรจุฬา ไม่ต้องทุ่มงบประมาณ ส่วนหลักสูตรสอนร่วมกัน จุฬาพัฒนาหลักสูตรของตนเองขึ้นมา  สจล.ก็เช่นกัน จะมีการตกลงวิชาที่เทียบโอนระหว่างกันให้เข้ากับเกณฑ์มหาวิทยาลัย แต่ไม่ใช่เรียนที่จุฬา 130 หน่วยกิต เรียนที่สจล.อีก 130 หน่วยกิต การเรียนยังอยู่ที่ 130 หน่วยกิตเช่นเดิม แต่เรามองว่าอยากให้เป็นสิ่งใหม่ๆ เรียนไม่เยอะ วิชาบรรยายลดลงเหลือไม่เกิน 100 หน่วยกิต นอกนั้นเป็นวิชาลงมือทำจริง เน้นการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานหรือ  Project Based Learning  ปัจจุบันสอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ เพราะความรู้เยอะ สอนลึกมากไปไม่ได้ใช้ แต่ให้รู้ว่าทำงานอย่างไร.