"หมอธี"ไขลานเขตพื้นที่แก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก


   

“รมว.ศธ.” จี้สพฐ. แก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก ที่ผ่านมาไม่คืบ สั่งผอ.ทุกเขตต้องลงไปลงพื้นที่จริงเยี่ยมโรงเรียนเล็กทุกสัปดาห์ พร้อมทำรายงานเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ชี้จะนำมาเป็นดัชนีชี้วัดผลงานของผอ.แต่ละคน 

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ตนได้รับฟังผลการศึกษาสภาพจริงของโรงเรียนขนาดเล็ก ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า  ขณะนี้โรงเรียนขนาดเล็กของ สพฐ.มีอยู่ประมาณ 15,000 แห่ง ซึ่งแต่แห่งมีปัญหาที่คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน และการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กที่ผ่านมาก็มีหลากหลายวิธีทั้งการควบรวม การยุบโรงเรียน แต่อุปสรรคที่เกิดขึ้นทำให้การแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เพราะคนคิดวิธีแก้กับคนแก้ปัญหาและคนเจอปัญหามันคนละคนกัน ดังนั้นตนจะมอบเป็นนโยบายว่าต่อจากนี้ไปการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก จะต้องมาจากระดับล่าง คือ เขตพื้นที่ในการวิเคราะห์สภาพปัญหาของโรงเรียนจากนั้นให้เสนองบประมาณกี่แก้ไขปัญหามาที่ส่วนกลาง เพื่อที่เราจะของบประมาณบางส่วนของศธ.เองที่ใช้ไม่ทันเมื่อเดือนธันวาคม จากสำนักงบประมาณมาดำเนินการจัดสรรให้  รวมถึงการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กจะเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จผลงานของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.)  ซึ่งทุกสัปดาห์ผอ.เขตพื้นที่ทุกเขตจะต้องลงไปเยี่ยมโรงเรียนขนาดเล็ก และต้องรู้ว่าโรงเรียนขนาดเล็กอยู่ไกลจากเขตของตัวเองไปยากเท่าไหร่ใช้เวลากี่ชั่วโมงในการเดินทาง รวมถึงโรงเรียนขนาดเล็กโรงไหนที่อยู่ไกลที่สุด พร้อมให้ทำรายงานมาด้วยว่าโรงเรียนเหล่านั้นมีปัญหาอะไรบ้างเป็นรายโรง และรายงานนั้นให้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหามาด้วย

“เราต้องรู้สภาพปัญหาจริงๆของโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งผมเคยได้รับรายงานด้วยว่าบางเขตพื้นที่ ผอ.เขตพื้นที่ไม่เคยลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนเลย  โดยเรื่องนี้จะเป็นตัวชี้วัดให้กับเขตพื้นที่ เพราะผมไม่อยากได้ตัวชี้วัดแบบรวมๆว่าเขตพื้นที่ไหนมีคะแนนทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือ โอเน็ต สูงหรือต่ำ มันไม่มีความหมายอะไรไม่สามารถเทียบเป็นตัวชี้วัดได้ อีกทั้งเมื่อดูสภาพตามความเป็นจริงที่ผู้ตรวจราชการ ศธ.เคยรายงานมาว่า พบโรงเรียนขนาดเล็กมีเด็กเรียน 1 คนต่อครู 1 คน ซึ่งประเด็นนี้เมื่อผมสอบถามสพฐ.ก็พบว่า โรงเรียนไม่ได้ฝ่าฝืนนโยบายผมแต่อยู่ในความจำเป็นต้องทำ เช่น ในพื้นที่ไม่มีโรงเรียนเอกชน  การเรียนรวมกับโรงเรียนอีกแห่งต้องเดินทางไกลมาก เป็นต้น ซึ่งนี่คือตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นของการลงพื้นที่ดูสภาพปัญหา” รมว.ศธ. กล่าว