ทุบปราสาทสวนสยามฯ ปรับครั้งใหญ่ในรอบ 38 ปี


   

 

สวนสยามฯ รื้อปราสาทหน้าทางเข้า เริ่มก่อสร้างโครงการ "สยามเมืองบางกอก" เฟสแรก เตรียมใช้ระบบไอทีเพื่อยกระดับบริการ และอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า

13 ก.พ.60- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้สยามพาร์คซิตี้ สวนสยาม ทะเล-กรุงเทพได้เริ่มโครงการก่อสร้าง "สยามเมืองบางกอก" โดยลำดับแรกได้ทำการปรับปรุงพื้นที่บริเวณปราสาทด้านหน้าทางเข้า ซึ่งเปิดให้บริการมานานกว่า 38 ปี และภัตตาคารแซลลี่ ให้เป็นอาคารสองชั้นทรงนีโอคลาสสิคขนาดใหญ่ มีพื้นที่ใช้สอย 6,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง ได้แก่ จุดจำหน่ายบัตรผ่านประตู จุดประชาสัมพันธ์ จุดนัดพบ ภัตตาคารขนาดใหญ่ ห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุม ห้องน้ำ และห้องอาบน้ำ รวมถึงพื้นที่เช่า ภายใต้เงินลงทุนเฟสแรก 300 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2562

สำหรับโครงการ "สยามเมืองบางกอก" นายไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ผู้ก่อตั้งสวนสยาม เป็นผู้ริเริ่มโครงการดังกล่าว บนพื้นที่รวม 70 ไร่ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อจำลองสถาปัตยกรรมอาคารและสถานที่ต่างของเมืองกรุงเทพฯ ประกอบด้วย ศาลาเฉลิมไทย ศาลาเฉลิมกรุง ห้างแบดแมนแอนด์โก ห้างบีกริมแอนด์โก คลองถม สำเพ็ง เยาวราชไชน่าทาวน์ บ้านพระอาทิตย์ รวมถึงเรือนขนมปังขิง เพื่อจำหน่ายสินค้าโอทอป จะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการปี 2563

นายไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานคณะกรรมการ กลุ่มบริษัท สยามพาร์คซิตี้ จำกัด กล่าวว่า หลังจากสวนสยามฯเปิดให้บริการมายาวนาน ก็มองว่าได้เวลาปรับปรุงเพื่อให้สอดรับกับยุคปัจจุบันที่เรียกว่าไทยแลนด์ 4.0 จากนี้คงไม่ใช่แค่รองรับนักท่องเที่ยวชาวไทย แต่ยังเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลก โดยเฉพาะชาวจีน เพื่อนบ้านหรือเอเชียที่จะเข้ามาไทยจำนวนมาก บริษัทเตรียมพัฒนาบริการที่มีระบบไอทีเข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นบริการรับฝากของ ตั๋วเข้าใช้บริการ หรือแม้แต่ระบบการชำระเงินผ่านบัตรของธนาคารต่างๆ โดยไม่ต้องใช้เงินสด ที่จะอำนวยความสะดวกสบายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากแล้วเสร็จโครงการบริษัทจะเปิดให้บริการถึงเวลา 24.00 น. ขณะที่พื้นที่สวนสนุกจะเปิดให้บริการถึงเวลา 22.00 น. อีกด้วย โดยจะรองรับทั้งลูกค้าที่เข้ามาเที่ยว รวมถึงการจัดประชุมสัมมนา ซึ่งมีอาคารจอดรถรวมกันกว่า 5,000 คัน 

แกลลอรี่


๗ กกต........เป็นอันว่า ต้องกลับไปเริ่มต้น "นับหนึ่ง" กันใหม่เพราะเมื่อวาน (๒๒ ก.พ.๖๑)

ปฏิรูประบบ 'อย่าคิดว่าไม่สำคัญ'
ทุบรถ 'สะท้อนถึงราก' ระบบ
การเมืองไซด์ไลน์
อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก
'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'
ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"