สัมผัสวิถีชุมชนริมเจ้าพระยา-ป่าสัก เรียนรู้วัฒนธรรมประเพณีโบราณ


   

หน้าหนาวนี้หากยังนึกไม่ออกว่าจะไปท่องเที่ยวที่ไหน กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 2 ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยววิถีชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ในจังหวัดอ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท และลพบุรีจะเดินทางไปกลับ หรือนอนค้างสักคืนสองคืน เพื่อสัมผัสความเป็นอยู่แบบวิถีชุมชนก็ยังสบายๆ มาศึกษาข้อมูลดูก่อนว่าน่าท่องเที่ยวแค่ไหน 

เริ่มที่ "ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ" อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เป็นโครงการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2519 เพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ราษฎร ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดท่าสุทธาวาส ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งมีทัศนียภาพโดยรอบร่มรื่นและสวยงาม เป็นอาคารทรงไทย 2 ชั้น ชื่อว่า “คุ้มสุวรรณภูมิ” ชั้นบนแสดงนิทรรศการพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ 

ชั้นล่างเป็นที่ทำการของกลุ่มปั้นตุ๊กตาชาววัง มีการจัดแสดงผลงานและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตุ๊กตาชาววัง พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์โอท็อปราคาย่อมเยา เป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนแห่งนี้ได้อย่างยั่งยืน และเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ที่นักท่องเที่ยวสามารถชมการสาธิตปั้นตุ๊กตาชาววัง เรียนรู้การปั้นตุ๊กตาด้วยดินเหนียวที่แสดงให้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและวัฒนธรรมประเพณีไทยต่างๆ อาทิเช่น การละเล่นของเด็กไทย วงมโหรีปี่พาทย์ สุภาษิตคำพังเพยไทย หรือรูปผลไม้ไทยหลากหลายชนิด ซึ่งล้วนมีความสวยงามน่ารัก และรูปแบบต่างๆ มากมาย นอกจากที่ศูนย์ตุ๊กตาชาววังแห่งนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถชมการปั้นตุ๊กตาชาววังได้ที่บ้านเรือนราษฎรในละแวกนั้นได้อย่างเป็นกันเอง เนื่องจากในแต่ละบ้านจะทำตุ๊กตาคนละแบบแตกต่างกันไป 

เรียนรู้การปั้นตุ๊กตาชาววังกันแล้ว เดินทางต่อมาอีกไม่ไกลมาที่หมู่บ้านทำกลอง ตำบลเอกราช อำเภอป่าโมก ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นหมู่บ้านผลิตกลองที่มีชื่อเสียงและดีที่สุดในประเทศไทย ชาวบ้านริเริ่มผลิตกลองตั้งแต่ พ.ศ.2470 โดยเป็นอาชีพเสริมหลังฤดูเก็บเกี่ยว โดยใช้ไม้ฉำฉามาทำกลองเพราะเป็นไม้เนื้ออ่อนที่สามารถขุดเนื้อไม้ได้ง่าย และอีกหนึ่งวัตถุดิบสำคัญคือ หนังวัว ที่ต้องเตรียมไว้สำหรับขึงทำหน้ากลอง

นักท่องเที่ยวสามารถชมกรรมวิธีการทำกลองซึ่งหาชมได้ยากยิ่งในปัจจุบัน โดยเริ่มการกลึงท่อนไม้ ไปจนถึงขั้นตอนการขึ้นกลอง การฝังหมุด ซึ่งจะได้เห็นถึงฝีมือการทำที่มีคุณภาพ ประณีต สวยงามและยังสามารถซื้อกลับบ้านได้อีกด้วย
ต่อกันด้วย “ชุมชนลาวแง้ว” บ้านทองเอน อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ความพิเศษของชุมชนนี้คือชาวบ้านทองเอนมีบรรพบุรุษเป็นชาวลาวจากหัวเมืองแถบหลวงพระบาง อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในบริเวณบ้านทองเอน เนื่องมาจากสงครามศึกเจ้าอนุวงศ์ตั้งแต่ พ.ศ.2371-2373 ดังนั้น เมื่อมาเที่ยวชมบ้านทองเอน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างชาวไทยและชาวลาว เห็นเด่นชัดในวัฒนธรรมของชาวลาวแง้ว ไม่ว่าจะเป็นการพูดภาษาท้องถิ่น การดำเนินชีวิต อาหารพื้นเมือง และประเพณีต่างๆ ที่พิเศษไม่เหมือนที่ใด

เมื่อนักท่องเที่ยวมาเยือนจะได้นั่งรถรางชมสถานที่ต่างๆ อาทิ ต้นจำปาร้อยปี ไหว้หลวงพ่อดีศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดกลาง ชมเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ที่สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 3 ที่วัดไผ่ดำ ชมกอไผ่ดำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้าน เยี่ยมชมกลุ่มแม่บ้านทำปลาส้ม กลุ่มจักสานงอบลาวแง้ว ลงเรือเก็บดอกบัวไหว้พระ สานพัดจีน พัดใบตำลึง ชมบ้านเฮือนไทยของใช้ในอดีต เยี่ยมชมบ่อปลาใหญ่ที่สุดของบ้านเชียงราก เยี่ยมชมโรงทำน้ำอ้อยงบร้อยปี กินข้าวนั่งโตกพาแลง เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีประเพณีที่หาชมได้ยาก เช่น ประเพณีแห่ข้าวพันก้อน ขึ้น 12-13 ค่ำ เดือน 11 ประเพณีเทศมหาชาดเวชสันดรชาดก งานม่วนซื่นหมู่เฮาไทย-ลาวแง้ว ทองเอน ขึ้น 14-15 กลางเดือน 4 ของทุกปี บุญเบิกบ้านเดือน 6 เป็นต้น รับรองได้ว่ามาเยือนบ้านลาวแง้ว ทองเอน จะได้สัมผัสกับความเป็นลาวแง้วแบบดั่งเดิม และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวลาวแง้วอย่างแน่นอน

หากยังไม่หนำใจการดื่มด่ำวัฒนธรรมแบบชาวลาว เดินทางต่อมาอีกนิดที่จังหวัดชัยนาท มาเยือนชุมชนวัฒนธรรมลาวครั่ง กุดจอก จ.ชัยนาท ตั้งอยู่ที่บ้านกุดจอก ตำบลกุดจอก อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ชุมชนนี้สืบเชื้อสายมาจากลาวแถบหลวงพระบางเช่นกัน อพยพเคลื่อนย้ายมายังแผ่นดินไทยในสมัยต้นรัตนโกสินทร์แถบจังหวัดกาญจนบุรี-สุพรรณบุรี และได้ย้ายมาตั้งบ้านเรือนบริเวณบ้านกุดจอกเป็นระยะเวลากว่าร้อยปี ทำให้เกิดการผสมผสานชาติพันธุ์ตลอดจนวิถีชีวิตวัฒนธรรม แต่ยังคงมีการสืบสานวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของตน มีร่องรอยของประวัติศาสตร์ ประเพณี พิธีกรรม ความเชื่ออันเกี่ยวเนื่องกับวิถีชีวิตของลาวครั่ง ชุมชนได้เปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมเยือน โดยมีสถานที่สำคัญและสิ่งที่น่าสนใจ ดังนี้ 

วัดศรีสโมสร เป็นวัดสำคัญประจำหมู่บ้าน ที่หอสวดมนต์เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการถาวร มีเนื้อที่จัดแสดงออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นการจัดแสดงเรื่องทางศาสนา มีพระพุทธรูปปางต่างๆ ส่วนที่สองจัดแสดงประวัติชุมชน เล่าเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์ลาวครั่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วนที่สามเป็นเรื่องของใช้โบราณที่บรรพบุรุษในชุมชนใช้มาจัดแสดง อาทิ ผ้าทอ คัมภีร์ใบลาน ภาพหอเก็บ

ภายในชุมชนวัฒนธรรมลาวครั่งกุดจอก มีการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีและได้เปิดบ้านให้ผู้สนใจได้มาศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิต คือ ภูมิปัญญาเกี่ยวกับการทำขนมจีนโบราณ การทอผ้าพื้นเมือง การจักสาน การทำอาหารท้องถิ่น สมุนไพรพื้นเมือง การผลิตข้าวซ้อมมือ พิธีกรรมความเชื่อ พิธีบายศรีสู่ขวัญ และการรับประทานอาหารพื้นเมือง มีการจัดงานประเพณี “ต้อนฮับสังขาร บุญสงกรานต์ปีใหม่ไท” ในระหว่างวันที่ 14-16 เมษายนของทุกปี

เต็มอิ่มกันด้วยการศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรมแบบชาวลาวแง้วและลาวครั่ง มาต่อกันที่การท่องเที่ยววิถีชุมชนที่ “บ้านมหาสอน” อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เป็นชุมชนที่อยู่ริมคลองบางขาม ซึ่งเป็นสายน้ำประวัติศาสตร์ ชาวมหาสอนมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย มีอาชีพเกษตรเป็นหลัก น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ดำเนินชีวิต

เมื่อเข้ามาในชุมชน นักท่องเที่ยวจะได้นั่งรถอีแต๋นเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ บ้านสวนขวัญ บ้านชมการเพาะเห็ดที่บ้านเห็ด ไหว้พระทำบุญที่วัดมหาสอน ชมพระนาคปรกที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งพระประจำจังหวัดลพบุรี ชมวัดห้วยแก้ว เจดีย์ที่สร้างด้วยแรงศรัทรา ไหว้พระแม่จามเทวีที่วัดบางพึ่ง ล่องเรือชมวิถีชีวิตคนลุ่มน้ำ ถ่ายรูปกับหนุมานอ้าปาก ที่วัดคุ้งท่าเลา ชมทิวทัศน์ ยามเย็นชมแพปลาที่บ้านญวณ ชมโบรถ์คริสต์ วัดนักบุญลูกา มีอายุ 101 ปี ชมบ้านไม้โบราณ และเรื่องเล่าจากคลองบางขาม เรียนรู้กับภูมิปัญญาไทย ชมการทำผ้าบาติกน้ำเต้าหู้ ชมพิพิธภัณฑ์เกษตรวิถีถิ่น ชมการงานฝีมือสานตะกร้าสู่สินค้าโอท็อปห้าดาวระดับประเทศ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 1.ศูนย์ปั้นและจำหน่ายตุ๊กตาชาววัง โทร.0-3566-2995 เปิดทุกวัน เวลา 09.00-16.00 น. 2.ชุมชนวัฒนธรรมลาวครั่ง กุดจอก โทร.09-8787-5421 3.ชุมชนลาวแง้ว บ้านทองเอน โทร.08-5172-3312 และ 4.บ้านมหาสอน โทร.08-4775-1435.

แกลลอรี่


"หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป"อริยสงฆ์ "สายหลวงปู่มั่น" ละสังขารแล้ว เมื่อวันตรุษจีน ที่ ๑๕ กุมภา ๖๑ภายในกุฏิท่าน ณ วัดป่าอรัญญวิเวก บ้านปง ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"
ว่าด้วยกินและเที่ยว 'ตรุษจีน'
'หมอธี...บนทางคิดจริยธรรม'
'ไซด์ไลน์' ภาคสังคมจริยธรรม
ประชาธิปไตยกลับหัว
สำนึกข้าราชการ 'วิทูรัช ศรีนาม'